Home / รักโบราณ / ท่านอ๋องอย่าคิดหนี / บทที่ 5 หนี้สินเถ้าแก่เหอ

Share

บทที่ 5 หนี้สินเถ้าแก่เหอ

last update Last Updated: 2026-01-26 15:14:22

พ่อบ้านเการีบกระวีกระวาดนำเถ้าแก่เหอไปพบเจ้านายของตนที่ห้องตำรา จวิ้นอ๋องทรงโปรดอาหารร้านนี้ยิ่งนัก แม้พ่อบ้านเกาจะพยายามให้แม่ครัวในจวนแม่ทัพทำรสชาติอาหารเลียนแบบอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ท่านอ๋องพอใจได้

ตอนเช้าท่านอ๋องเสด็จไปเพิงขายอาหารเล็กๆ นั่น กลางวันก็ยังออกจากค่ายมาเสวยอีก ตกเย็นยังสั่งให้เขาออกมาสั่งอาหารนำกลับไปที่จวนแม่ทัพ เช่นนี้แล้ว พ่อบ้านเกาจะกล้าปฏิเสธการมาขอพบของเถ้าแก่เหอได้อย่างไร 

เถ้าแก่เพิงขายอาหารวัยกลางคน เดินขาสั่นน้อยๆ เข้าไปยังห้องทำงานของแม่ทัพใหญ่ แม้จะกลัวแต่ก็ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ

“เถ้าแก่เหอ มาหาข้าถึงจวนมีธุระอันใดหรือ  ”

เหอเชาแววตาสั่นระริก เขารู้กิตติศัพท์ของหมิงจิ้นเหอมานาน ยามที่ท่านแม่ทัพไปเยือนเพิงขายอาหาร เขาก็ไม่ค่อยอยากจะสบตาคนผู้นี้เท่าใดนัก ตอนนี้ต้องมายืนอยู่ต่อหน้าเพียงลำพัง แข้งขาพาลจะอ่อนเสียให้ได้

ชายวัยกลางคนคุกเข่าลง ยกมือประสานกันพร้อมค้อมศีรษะ

“ท่านแม่ทัพขอรับ ข้ามาเพื่อขอความเมตตาจากท่าน”

หมิงจิ้นเหอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “มีเรื่องอันใด  ”

คนที่คุกเข่ายังไม่ยอมเงยหน้า “ก็อย่างที่ท่านเห็นสภาพเพิงขายอาหารของครอบครัวข้าน้อยนั่นล่ะขอรับ   พวกเรามีเพียงแรงงานและความสามารถแต่ไม่มีเงินทุน หากยังค้าขายในเพิงนั่นต่อไปก็ยากจะลืมตาอ้าปากได้ ครอบครัวของข้าน้อยจึงได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า มีเพียงท่านแม่ทัพที่จะช่วยเหลือ         พวกเราได้”

“ช่วยเหลืออย่างไรหรือ  ”

“ข้าน้อยจะขอกู้ยืมเงินท่านแม่ทัพในการสร้างร้านใหม่ขอรับ ตรงที่พวกเราทำเพิงขายอาหารนั่น เราใช้เงินเก็บทั้งหมดขอซื้อที่ดินมาแล้ว จึงไม่มีส่วนเหลือพอจะก่อสร้าง หากว่าท่านแม่ทัพให้ครอบครัวข้าน้อยยืมเงินพวกเราจะจ่ายดอกเบี้ยพร้อมส่วนแบ่งในกิจการให้กับท่านด้วย”

“เจ้าว่ามา...”

เหอเชาที่ถูกสั่งให้เขียนแผนกิจการมาก่อนรีบควักเอากระดาษในแขนเสื้อออกมายื่นส่งให้หมิงจิ้นเหอ

แม่ทัพใหญ่อ่านข้อเสนอแล้วยิ้มน้อยๆ

“เจ้าจะให้ทั้งดอกเบี้ยและส่วนแบ่งกำไรจากร้านให้ข้า พวกเจ้ามั่นใจแล้วหรือ   ทำเช่นนี้ข้าก็ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องน่ะสิ”

“ไม่เป็นไรขอรับ ภรรยาของข้าน้อยคำนวณแล้วว่าหากขยายร้านให้ใหญ่โตและมีโต๊ะเพิ่มขึ้น รายได้ก็จะมากขึ้นด้วย ทุกวันนี้มีคนมาสั่งอาหารจากพวกเราจนแทบจะทำไม่ไหวกันอยู่แล้วขอรับ”

เถ้าแก่เหอ เงยหน้าขึ้นชี้แจงอย่างแข็งขันก่อนจะรีบก้มหน้าซ่อนความหวั่นไหวเอาไว้...ครั้งนี้นับว่าเขาทำเรื่องเสี่ยงที่สุดในชีวิตแล้ว!

แม่ทัพหมิงหรือจวิ้นอ๋องหมิงจิ้นเหอเห็นว่าตนไม่มีข้อเสียเปรียบเพราะรู้มาว่าแม่ครัวฝีมือดีที่ทำอาหารก็คือบุตรสาวของเถ้าแก่เหอผู้นี้ หากอีกฝ่ายไม่มีอัฐจะมาใช้หนี้เขาก็คิดจะยึดเอานางมาเป็นแม่ครัวที่จวนแม่ทัพ

...เงินกู้ยืมเพียงเท่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับท่านอ๋องอย่างเขา...

ตกลงกันเสร็จสรรพก็ให้เถ้าแก่เหอลงลายมือชื่อไว้ในสัญญา เถ้าแก่เหอมีสีหน้ายินดีอย่างยิ่งเขากลับบ้านไปพร้อมกับเงินและสัญญาฉบับนั้น

“ดีมากท่านพ่อ” เหอเจียอีพยักหน้าชมเชย

“คุณหนูขอรับ ท่านจะทำให้ข้าน้อยหัวใจวาย โทษฐานหลอกลวงท่านแม่ทัพ ประหารเลยทีเดียวนะขอรับ”

พ่อบ้านเหอที่โดนบังคับให้สวมบทบาทเถ้าแก่เพิงขายอาหารถึงกับเหงื่อตก แม้ช่วงวัยรุ่นเขาจะเคยเลือดร้อนชิงไถ่ตัวแม่นางหงผู้โด่งดังจากหอคณิกาตัดหน้าคุณชายตระกูลพานจนถูกอีกฝ่ายตามราวี แต่ยังไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้

….เขากล้าโกหกแม่ทัพใหญ่ ฉายาปีศาจภูเขา ไม่รู้ว่าหากถูกจับได้ จะถูกนำตัวไปทารุณเช่นใดบ้าง  ....

“เอาเถอะน่าพ่อบ้านเหอ ข้าจะรับผิดชอบชีวิตน้อยๆ ของท่านเอง” คุณหนูฟ่านที่ใช้ชื่อปลอมๆ ว่าเหอเจียอี ยิ้มขำๆ “ท่านแม่ล่ะ ท่านคิดว่ายังไง  ”

ภรรยาของเถ้าแก่เหอ อดีตหญิงแม่นางหงจางลี่แห่งหอเทียบจันทราหันไปปลอบสามี

“ท่านพี่ ท่านต้องเชื่อใจคุณหนู ข้าว่า ครั้งนี้ คุณหนูต้องทำสำเร็จ”

“มาถึงขั้นนี้เราต้องขยายร้านให้ใหญ่โตอีกหน่อย พอจะต้อนรับบรรดาคุณชายจากเมืองพยัคฆ์เหินให้มาแสดงงิ้วช่วยข้า”

“พี่เจียอี ท่านช่างยอดเยี่ยม” จินหงเซ่อบ่าวรับใช้ประจำตัวฟ่านซิ่วอิงค้อมคำนับล้อเลียน

“เจ้ากล่าวเกินไปแล้ว น้องหงเซ่อ” เหอเจียอีหัวเราะร่วน “หากไม่ได้เจ้าคอยเป็นลูกมือทำอาหารช่วยข้า เห็นทีข้าคงลุกไม่ขึ้นไปหลายวัน เราขายดีขนาดนี้ คงต้องเพิ่มคนงานในครัว”

ในแต่ละวันคนทั้งสี่ต้องช่วยกันทำอาหาร หลังเที่ยงจึงปิดร้านค้า ที่ไม่เปิดขายเยอะเพราะเป้าหมายมีเพียงท่านแม่ทัพเท่านั้น เมื่อเปิดได้สิบกว่าวันชื่อเสียงของร้านก็ทำให้หมิงจิ้นเหอเข้ามารับประทานอาหารถึงที่ร้าน

ยิ่งแม่ทัพหนุ่มสั่งอาหารเพิ่มพิเศษในรอบค่ำ เหอเจียอีจึงเห็นว่าต้องรีบดำเนินการตามแผนขั้นต่อไป

ผลพลอยได้จากการเปิดเพิงขายอาหารในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้หมิงจิ้นเหอมาติดกับดักแล้ว นางยังเห็นโอกาสในการหารายได้เพิ่มจากการทำร้านอาหารอีกด้วย

...ดียิ่งนัก นางคิดจะดักคนแต่กลับได้ทั้งคนและเงินทอง...

ที่ดินหน้าค่ายบริเวณนี้ ฟ่านซิ่วอิงให้พ่อบ้านเหอซื้อไว้ นางสร้างเพียงเพิงพักเล็กๆ เพื่อให้ดูเป็นครอบครัวที่เพิ่งมาตั้งรกราก เมื่อได้กู้เงินจากหมิงจิ้นเหอนางจึงลงมือก่อสร้างร้านที่ใหญ่และโอ่อ่ากว่าเดิม

ไม่นานนักการก่อสร้างร้านค้าใหม่ของครอบครัวสกุลเหอก็เริ่มขึ้น เมื่อลูกค้าทั้งหลายเห็นว่ากิจการของพวกเขาก้าวหน้าก็ยิ่งมาอุดหนุนกันมาก

ที่สำคัญ เหอเจียอี บุตรสาวและแม่ครัวคนงามของเพิงขายอาหาร ยอมออกมาปรากฏตัวให้เหล่าลูกค้าได้เห็น กลายคำเล่าลือทั้งรสชาติและความงาม

ทหารหนุ่มที่พากันได้ยลโฉมนางต่างพากันกลับไปคุยเรื่องนี้ที่ค่ายพยัคฆ์เหินอย่างออกรสออกชาติ ไม่นานนักเรื่องนี้ก็ไปเข้าหูมู่หลี่เฉียง

“จริงหรือนี่   ข้าไปกินอาหารที่นั่นมาเกือบเดือนไม่เห็นจะเคยเจอเหอเจียอีเลยสักครั้ง เห็นทีต้องรีบไปดูเสียหน่อย”

เที่ยงวันต่อมา หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงที่เพิงขายอาหารกับหมิงจิ้นเหอเสร็จ เขาก็เอ่ยปากให้ท่านแม่ทัพกลับไปก่อน ส่วนตัวเขาขอนั่งจิบน้ำชาอยู่อีกสักพัก หมิงจิ้นเหอไม่สนใจ เขารีบควบม้ากลับค่ายพร้อมผู้ติดตาม ปล่อยให้สหายอยู่ต่อ

พอทำอาหารจานสุดท้ายเสร็จ เหอเชาก็รีบเข้าไปกระซิบเหอเจียอีให้รู้ว่ามู่หลี่เฉียงยังไม่ยอมกลับ ได้ยินว่าจะรอดูหน้านางเสียก่อน

“ดี! ในที่สุดปลาก็กินเหยื่อ เดี๋ยวข้าจะออกไปให้เขาได้ยลโฉมเสียหน่อย”

หญิงสาวแสร้งเดินออกมาจากด้านหลังร้าน ไปนั่งพักจิบน้ำชาที่โต๊ะริมหน้าต่างที่เปิดกว้างไว้

มู่หลี่เฉียงมองเห็นหญิงสาวงดงามใบหน้าแฉล้มก็ตกตะลึง

‘ดีจริงที่บอกให้ท่านแม่ทัพกลับไปก่อน ในเมื่อข้าได้เห็นโฉมงามก่อน ย่อมต้องมีโอกาส’

รองแม่ทัพหนุ่มติดใจในความงามของเหอเจียอี เขาต้องหาทางกีดกันมิให้หมิงจิ้นเหอกับนางได้พบกัน ท่านแม่ทัพของเขารูปงามสง่ายิ่ง ส่วนเหอเจียอีก็งดงามไร้ที่ติ หากว่าคนทั้งสองพบกัน บุรุษร่างใหญ่คล้ายหมีอย่างเขาก็คงไม่อาจจะเป็นคู่แข่งของท่านแม่ทัพได้

มู่หลี่เฉียงคิดแล้วก็ครึ้มอกครึ้มใจควบม้ากลับค่ายทหารไป

หงจางลี่ภรรยาของเหอเชาเห็นอาการของรองแม่ทัพหนุ่มก็รู้แล้วว่าแผนกระตุ้นจวิ้นอ๋องน่าจะได้ผล

“คุณหนูเจ้าคะ รองแม่มู่ดูเหมือนจะชอบท่านเข้าให้แล้ว”

“แค่นี้ยังไม่พอหรอก ข้าว่าคงต้องหาตัวกระตุ้นให้มากกว่านี้ จนกว่าเขาจะรู้สึกร้อนรนเพราะข้า”

         ระหว่างการก่อสร้างร้านอาหารใหม่ แม่ทัพหมิงแวะเวียนไปดูความก้าวหน้าของกิจการทุกวันตามที่เถ้าแก่เหอเรียนเชิญเอาไว้ ลูกค้าของร้านยังคงเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ร้านของนางปิดเร็วขึ้นกว่าเดิม นางจึงเปลี่ยนเวลาเปิดร้านโดยเริ่มจากยามซื่อ (09.00-10.59) ไปถึงเที่ยงวันเท่านั้น

แม่ทัพหมิงจึงต้องส่งทหารออกมาจองโต๊ะตั้งแต่ต้นยามซื่อ เพราะเถ้าแก่เหออ้างว่า ลูกค้ามาตลอดเวลาเขาไม่สามารถห้ามลูกค้าไม่ให้นั่งโต๊ะที่บอกว่า ท่านแม่ทัพจองได้

มู่หลี่เฉียงติดสอยห้อยตามหมิงจิ้นเหอมาเพิงขายอาหารทุกครั้งแต่ก็ขอกลับทีหลังจนแม่ทัพหนุ่มรู้สึกสงสัย

“ที่ร้านเถ้าแก่เหอมีอันใด   เจ้าจึงให้ข้ากลับก่อนเสียทุกครั้ง”

“ท่านแม่ทัพ ข้าก็แค่อยากนั่งจิบชาชมทิวทัศน์อีกสักหน่อย ไม่มีอันใดดอก ท่านมีงานมากก็กลับไปก่อนเถิด ข้าได้ยินว่าช่วงบ่าย เถ้าแก่เหอจะเริ่มทำขนมออกมาวางขาย เอาไว้ข้าเข้าคิวซื้อแล้วจะเอาไปฝากท่านกินยามบ่ายไม่ดีหรือไร  ”

“ก็ดี ถ้าเช่นนั้น ข้ากลับก่อนก็แล้วกัน” หมิงจิ้นเหอไม่ได้เชื่อในสิ่งที่สหายบอกนัก แต่ไม่อยากจะซักไซ้ไล่เลียง “อย่าลืมขนมส่วนของข้านะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 27 เห็นนางเปลือย

    “หมิงจิ้นเหอ ท่านเป็นคนของหม่อมฉันแล้ว ห้ามให้คนอื่นแตะต้องเด็ดขาดนะเพคะ” นางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนตักสามีสองแขนวางบนไหล่ สองมือลูบไล้ต้นคอด้านหลัง คนถูกลูบขนคอลุกเกรียว สัมผัสอ่อนโยนของนางทำให้เขาไม่อาจสงบใจ “ถ้าเช่นนั้น แขนที่คุณหนูจางจับแล้วนี่เล่า จะทำเช่นไรดี” “หม่อมฉันก็จะจูบประทับตราไว้แทน”นางจับมือของจวิ้นอ๋องข้างที่คุณหนูจางหมายจะเข้ามาฉวยขึ้นมา จุมพิตที่ข้อนิ้วทีละนิ้ว จากนั้นก็คลายเสื้อตัวนอกของชายหนุ่มออก“เจ้าเป็นคนท้าข้าเองนะ อย่าร้องขอให้หยุดก็แล้วกัน” เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว“หม่อมฉันสุดแต่แท้ท่านอ๋องนะเพคะ”สาวใช้อุ่นเตียงของหมิงจิ้นเหอยิ้มหวาน ยื่นหน้ามาจูบปลายคางบึกบึนเบาๆ แล้วค่อยจูบไล้ไปใกล้ใบหู“เจ้าทำเช่นนี้ ตัวข้าเริ่มร้อนไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอดสายรัดเอวและเสื้อตัวนอกของตนเองออกเขาเอนกายลงไปด้านหลัง ปล่อยให้นางแหวกสาบเสื้อของเขาออกจากกัน เหอเจียอีจูบต่ำลงไปตามแนวคอ ท่านอ๋องครางอือๆ แผ่นอกแกร่งถูกนางจูบไซ้จนต้องแอ่นขึ้นด้วยความซาบซ่าน ฉินหวังหย่งหน้าแดงซ่านอยู่บนขื่อ‘อีกแล้ว ท่านอ๋องกับแม่นางเ

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 26 หมีป่าช่วยสาวงาม

    “ข้าดื่มแค่จอกเดียวเท่านั้นนะ” นางหน้าบึ้งแต่ยอมยกจอกเหล้าขึ้นดื่มกับเขา‘เจ้าหมีป่า คราวหน้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เจ้ามานั่งใกล้’นางวางจอกแล้วขอตัวกลับเรือนรับรอง จวนแม่ทัพใหญ่โตมีโรงเรือนหลายหลัง เมื่อนางก้าวออกจากโถงใหญ่ไปด้านหน้ารู้สึกเหมือนมีเงาวูบผ่านครั้นหันมองตามไปเห็นแผ่นหลังกว้างของชายร่างสูงใหญ่ลับไปทางเรือนบรรทมของจวิ้นอ๋อง คลับคล้ายเหมือนจะมีร่างนั้นจะอุ้มอีกคนอยู่ นางไม่กล้าก้าวขาตามไปเพราะนางกำนัลหญิงสองคนเดินตรงมาพอดี“คารวะคุณหนู ข้าน้อยจะนำทางท่านไปเรือนรับรองแขกเองเจ้าค่ะ”ยังดีที่เรือนนี้ยังพอเหลือนางกำนัลอยู่บ้าง นางเคยได้ยินข่าวลือว่า จวนแม่ทัพของจวิ้นอ๋อง ไม่ชอบให้มีนางกำนัลรับใช้ดูแลอยู่ส่วนใน‘จวิ้นอ๋อง ท่านช่างดูแลตนเองเสียบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้ว่าตัดชอบตัดแขนเสื้อหรือไร ไม่แน่ว่าอยู่กับบุรุษมากมายนานๆ เข้า อาจจะชอบไม่รู้ตัว’ รองแม่ทัพมู่รู้สึกปวดเบาจึงขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ พลันเงาสายหนึ่งพาดผ่าน องครักษ์เงาฉินจางหย่งกำลังเงื้อดาบต่อสู้กับชายชุดดำสองคนเคร้ง! เคร้ง! เหล่าองครักษ์รักษาการในจวนกรูกันเข้ามา กลับปรากฏชายชุดดำอีกหลายสิบชีวิตรายล้อม“มีคนร้าย!

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 25 แช่น้ำพุร้อน

    บ่าวรับใช้และองครักษ์ส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นอกรั้ว ส่วนองครักษ์เงาก็ต้องรักษาความปลอดภัยโดยเร้นกายอยู่ละแวกนั้นเหอเจียอีได้ผ่อนคลายร่างกายอย่างเต็มที่ นางกำนัลสองคนเข้ามาดูแล “เจ้าไม่ต้องดูแลข้า พวกเราเป็นบ่าวเหมือนกัน” “นี่เป็นคำสั่งของท่านอ๋อง พวกเราขัดไม่ได้นะเจ้าคะ มิฉะนั้นจะโดนโบย แม่นางเห็นใจพวกเราด้วย” ได้ยินเช่นนั้น เหอเจียอีจึงยอมให้พวกนางขัดผิว สระผมให้ตนโดยดี น้ำพุร้อนทำให้ร่างกายของนางผ่อนคลายสามวันที่ผ่านมา นางโดนหมิงจิ้นเหอรุกไล่ เคล้าคลึง เค้นเอาจนหมดแรงทุกคืน ทำเช่นไรเขาก็ดูเหมือนจะไม่เต็มอิ่มสักครา นางได้แต่โอดครวญฉอเลาะในยามที่จวนจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง เขาหัวเราะร่วนแล้วรวบตัวนางที่เปลือยเปล่ามากอดไว้ใต้ผ้าห่มหลับลงพร้อมกันนางกำนัลมองดูรอยผิวแดงจ้ำตามเนินอก หลังไหล่ และต้นขาของแม่นางเหอแล้วหัวเราะคิกคักเขินอาย“แม่นางเหอ ท่านอ๋องทรงโปรดปรานท่านจริงๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่เคยเห็นท่านอ๋องสนใจสตรีนางใดมาก่อน อย่าว่าแต่จะพามาที่จวนเลย” เหอเจียอีได้ยินก็ยิ้มกว้าง ซักไซ้พวกนางถึงเรื่องที่พวกนางรู้เกี่ยวกับจวิ้นอ๋อง เสียงหัวเราะข

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 24 จางเลี่ยงหวง

    เหอเจียอีอาบน้ำแต่งตัวจวนตะวันจะตรงศีรษะ นางรับประทานอาหารด้วยความสุขล้น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วอยากจะกลับไปเล่าให้แม่นมเหอฟังว่า เขาอ่อนโยนและรักใคร่นางเหลือเกิน“น้องเจียอี เจ้าช่างดูมีความสุขยิ่งนัก” จินวั่งซูเดินอาดๆ ถือพัดโบกไปมา มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่รู้สึกสัมผัสได้ว่ามีองครักษ์เงาอยู่ในห้องจึงกล่าวต่อ “เจ้าช่างไม่นึกถึงข้าว่าเสี่ยงชีวิตเพื่อแผนเจ้าเพียงใด เจ้านี่มันข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพาน[1]เห็นๆ”“ท่านอย่าเรียกชื่อข้าเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋องเทียว ท่านไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับข้าให้มากนัก ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยของท่าน”“จุ๊ๆ เจ้าใจร้ายจริง” จินวั่งซูนั่งลงตรงข้าม “ข้ากินด้วยคน เมื่อเช้าองค์ชายสิบสองดึงข้าออกไปในเมืองแต่เช้าตรู่ได้กินไปนิดเดียว”จินวั่งซูสั่งบ่าวรับใช้ไปเอาถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม“องค์ชายสิบสองจะเสด็จกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่ก่อนเพราะมีข่าวใหม่น่าสนใจ”เหอเจียอีเงยหน้าจากถ้วยข้าวขึ้นมองเพื่อนพี่ชาย“ข่าวนี้เกี่ยวพันกับข้าหรือไม่ ”จินวั่งซูยกยิ้มมีเลศนัย “เกี่ยวสิ ไม่งั้นข้าจะอยู่ทำไมกัน ” “พี่วั่งซู ท่านรู้เรื่องใดมา บอกข้าได้หรือไม

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 23 เข้าหออย่างสุขสม

    “หม่อมฉันไม่อยากจะหวังลมๆ แล้งๆ นี่เพคะ หากวันหน้าท่านอ๋องทรงมีสตรีอื่น หม่อมฉันคงทนไม่ได้”“ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่มีสตรีอื่นอีก”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ “ขอบพระทัยเพคะ”“ต่อไปเจ้าเป็นคนของข้า ทุกอย่างข้าจะเชื่อเจ้า เข้าข้างเจ้า ไม่ว่าผู้ใดกล่าวร้ายเจ้า ข้าก็จะถามเจ้าก่อน”นางประคองใบหน้าของชายที่รัก เอียงคอตอบด้วยรอยยิ้ม “สัญญาแล้วเพคะ หากวันใดไม่รักษาสัญญาหม่อมฉันจะ......”“เจ้าจะทำอย่างไร ”“หม่อมฉันจะหนีพระองค์ไปแต่งงานกับชายอื่น” นางสบตาเขา กล่าวโดยไม่ยิ้มสักนิดดวงตาจวิ้นอ๋องวาววับ “เจ้ากล้ารึ” เขากดร่างนางลงกับแท่นบรรทม “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ใต้หล้านี้ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าหวังจะมาชิงเจ้า”เหอเจียอียิ้มหวาน ใจเต้นระริกรัวกับคำประกาศนั้น “เพคะ” นางโน้มคอของเขาลงมา เงยหน้าประกบริมฝีปากเย็นชืดกับริมฝีปากรุ่มร้อนนั้นจวิ้นอ๋องดูดเม้มริมฝีปากล่างของนาง มือค่อยลูบไล้ไปไปตามเรือนร่าง ค่อยกระตุกสายผูกเสื้อตัวนอกของนางออก สัมผัสผิวเนียนนุ่มด้านในจากหน้าท้องน้อยไปด้านหลังถึงบั้นสะโพกนางจูบตอบไม่ลดละ เขาสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง หญิงสาวหมุนศีรษะไปตามจังหวะของเขาที่พลิกไปหัน

  • ท่านอ๋องอย่าคิดหนี    บทที่ 22 ต้องเข้าหอกับเจ้าให้ได้

    องค์ชายสิบสองได้ยินเรื่องแม่นางเหอจากองครักษ์เงาก็รู้สึกเห็นใจ เขาดูออกว่าพี่ชายของตนหลงใหลนางมากแต่เพราะตลอดชีวิตวัยหนุ่มเอาแต่รบทัพจับศึกจึงไม่เคยเข้าใจความคิดของเพศตรงข้ามความคลั่งไคล้หลงใหลที่หมิงจิ้นเหอมีต่อเหอเจียอีเห็นได้อย่างชัดเจน แต่คงเป็นเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาความรักเช่นไร จึงทำให้ต้องผิดใจกับสตรีที่ตนรัก ยามนี้แม่ทัพใหญ่หมิงคงกลัดกลุ้มอย่างหนัก...เช้านี้การฝึกทหารจึงเป็นไปอย่างดุเดือดกว่าปกติ... “รองแม่ทัพมู่ ท่านว่า พี่ชายข้าฝึกทหารเช่นนี้อยู่แล้ว หรืออารมณ์ไม่ดี ” “เอ่อ! กระหม่อมว่าอย่างหลัง พะยะค่ะ ปกติก็ทรงดุดันแต่ไม่ได้ดูหงุดหงิดอย่างนี้” หมิงเฉินกงหัวร่อออกมาเมื่อคนสนิทของจวิ้นอ๋องไม่ยั้งความคิดเห็น“เจ้านี่...ช่างไม่ไว้หน้าท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย” “กระหม่อมทูลไปตามความจริง” “พี่ชายของเปิ่นหวาง คงจะห่วงนางมากกระมัง” องค์ชายหมิงเฉินกงมองดูร่างสูงใหญ่ที่กวัดแกว่งดาบดุเดือดอยู่ท่ามกลางทหารหลายสิบนาย “ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะพะยะค่ะ หากมีคนเข้าใกล้นางก็จะทรงหงุดหงิด” “อืม ค่ำนี้แล้วสินะ” องค์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status