Partager

บทที่ 8

Auteur: สายธารสะท้อนเงา
พวกองครักษ์สีหน้าค่อนข้างแย่

เรื่องราวถูกพระชายาทรงกล่าวออกมาเช่นนี้ หากเรื่องใหญ่ขึ้นมา พวกเขาทั้งหลายคงมีจุดจบที่ไม่ดีนัก ยังจะพลอยเดือดร้อนไปถึงท่านอ๋องเจ็ดอีกด้วย

พวกเขาสบตากันแวบหนึ่ง เอ่ยแสดงความขอโทษ “พระชายา ได้โปรดอย่าทรงกริ้วเลยพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมยอมทำตามคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ”

พวกเขาหยิบไม้โบยมา

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตรวจสอบดูรอบหนึ่ง ไม้โบยนี้แน่นหนา แข็งแรง ตีลงไปบนร่างกายต้องเจ็บมากแน่

เป็นไม้โบยที่โบยนางเมื่อครั้งก่อน

นัยน์ตาของหงเย้าฉายแววความหวาดกลัว นางก้าวถอยหลังไปเรื่อย จนสุดท้ายไร้ซึ่งหนทางถอย ถูกคนลากไปบนเก้าอี้ยาว

ไม้โบยของพวกองครักษ์กระทบลงมา

“หยุดก่อน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินเข้าไป เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “พวกเจ้าทั้งสองคน เรื่องมาถึงบัดนี้แล้ว พวกเจ้ายังคิดจะตบตาข้าอย่างนั้นรึ? สองทีเมื่อครู่นี้ไม่นับ เริ่มใหม่”

“ใช่แล้ว ถ้าหากพวกเจ้าทั้งสองคนสงสารนาง ก็โบยอย่างซื่อตรงให้จบสามสิบไม้ ไม่อย่างนั้น หากเริ่มใหม่อีกสักสองสามรอบ ถ้านางไม่ตายก็คงจะพิการ”

หน้าผากของพวกองครักษ์มีเม็ดเหงื่อซึมออกมา

พวกเขาไม่กล้าออมแรงอีก แต่ละครั้ง โบยลงไปบนร่างกายของหงเย้าอย่างรุนแรง

ตอนเริ่มแรกหงเย้ายังกรีดร้องขัดขืน แต่ตอนหลัง น้ำเสียงยิ่งเบาลงเรื่อย ๆ หลังจากโบยครบสามสิบที นางก็หมดสติไปเรียบร้อยแล้ว

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตรวจชีพจรของนาง เพียงแค่หมดสติไปเท่านั้น ยังไม่ตาย

“ใครก็ได้ ไปเอาน้ำเย็นมาหนึ่งถัง ปลุกแม่นางหงเย้าให้ตื่น”

พวกองครักษ์สีหน้าซีดขาว

อากาศหนาวเช่นนี้ คนที่เพิ่งถูกโบยไปสามสิบไม้ แล้วโดนสาดด้วยน้ำเย็นอีกหนึ่งถัง เกรงว่าจะถึงแก่ชีวิตได้

“พระชายาได้โปรดไตร่ตรองอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ หากทำเช่นนี้ อาจจะถึงแก่ชีวิตได้นะพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์กล่าว “ให้อภัยได้ก็ทรงให้อภัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ให้อภัยได้ก็ควรให้อภัยอย่างนั้นรึ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยิ้มอย่างเยาะเย้ย “ตอนที่ข้ากำลังจะหมดลมหายใจ เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่ให้อภัยบ้างล่ะ? วางใจเถิด นางแข็งแรงกว่าข้ามากนัก ไม่ตายหรอก อย่างมากก็แค่ล้มป่วยอาการสาหัส”

“เฟ่ยชุ่ย เมื่อครู่นี้นางตีเจ้ากี่ที เจ้าจำได้หรือไม่?” นางถาม

เฟ่ยชุ่ยที่หนาวจนตัวสั่นระริก นางส่ายหน้าไปมา “ทูลพระชายา บ่าว บ่าวจำไม่ได้แล้วเพคะ”

“ข้าจำได้” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยื่นแส้ให้นาง “บนตัวเจ้ามีรอยแผลทั้งหมดสามสิบแปดรอย ข้ามอบแส้ให้เจ้า นางฟาดตีเจ้าอย่างไร เจ้าก็ตีนางกลับเช่นนั้น มิต้องออมมือ เกิดอันใดขึ้น ข้ารับผิดชอบเอง”

เฟ่ยชุ่ยส่ายหน้าทันที “พระชายา ช่างเถิด ช่างเถิดเพคะ บ่าวไม่เจ็บ”

“ตี!”

“พอแล้วเพคะ พวกเรากลับกันเถิดเพคะ” นางสะอึกสะอื้น “พระชายาทำเพื่อบ่าวมากพอแล้วเพคะ”

“ให้เจ้าตีเจ้าก็ตี” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กัดฟันกรอด “นางตีเจ้า เจ้าก็ตีกลับคืนอีก หากเจ้าอดกลั้นไปตลอด นางก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น”

เฟ่ยชุ่ยยังคงส่ายหน้า “พระชายา พอแล้วเพคะ อาการบาดเจ็บของท่านยังมิหายดี พวกเรากลับกันเถิดเพคะ”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่พอใจที่นางสั่งไม่ได้ดั่งใจ นางโยนแส้ไปที่บนร่างกายของหงเย้า

หงเย้าที่หมดสติไปแล้ว หลังจากที่ถูกน้ำที่เริ่มกลายเป็นน้ำแข็งสาดเข้า สีหน้าเริ่มซีดขาว ริมฝีปากเริ่มม่วง สภาพจนตรอกเป็นอย่างยิ่ง

ต่อให้เฟ่ยชุ่ยไม่ตีนาง นางก็จำต้องรักษาตัวสองถึงสามเดือนถึงจะหายดีเป็นปกติ

“วันนี้เฟ่ยชุ่ยไม่ตีเจ้า นับว่าเจ้าโชคดี แต่ การตีจำนวนสามสิบแปดครั้งนี้ข้าได้จำเอาไว้แล้ว ที่ติดค้างเอาไว้ จะช้าหรือเร็วข้าจะทวงคืนแน่”

นางกล่าวจบ กล่าวกับพวกองครักษ์อีกว่า “พวกเจ้าพาตัวหงเย้ากลับไป ทูลกับท่านอ๋องเจ็ดตามความจริง ถือโอกาสนำความข้าไปทูลด้วย บางครั้ง สุนัขมักจะแอบซ่อนได้ดีกว่าคน ยังสามารถแว้งกัดตอนที่คนไม่ทันระวังตัวได้ วันนี้ข้าตีสุนัขก็เพราะเห็นเจ้าของ แต่ เรื่องในวันนี้มิเกี่ยวข้องกับเขา ยิ่งมิเกี่ยวข้องกับพระสนมอวิ๋น”

“เฟ่ยชุ่ย พวกเรากลับ”

“ใช่แล้ว” นางมองไปทางทุกคน “ข้าต้องการน้ำร้อนกับอาหาร หวังว่าจะได้เห็นภายในระยะอันสั้นที่สุด”

นางประคองเฟ่ยชุ่ย กลับไปยังเรือนโยวหลานที่สภาพซ่อมซ่อที่สุดในจวนอ๋อง ปล่อยให้ทุกคนมองหน้าอย่างตื่นตระหนก

พวกองครักษ์ส่งตัวหงเย้าที่หายใจแผ่วเบากลับไปยังตำหนักหมิงอวี้ซึ่งเป็นเรือนพำนักของตงฟางหลี

ตงฟางหลีกำลังอ่านหนังสือ เมื่อเห็นพวกองครักษ์แบกหงเย้าที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดเข้ามา ก็ตะลึงงันไปทันที “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

พวกองครักษ์นำเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ทูลรายงานแก่เขา แล้วก็นำความของฉินเหยี่ยนเย่ว์เล่าให้เขาฟังอย่างไม่ตกหล่นเลยแม้แต่คำเดียว

“นางกล่าวเพียงเท่านี้?” ตงฟางหลีสีหน้าเย็นเยือก

“พ่ะย่ะค่ะ ทรงกล่าวเพียงเท่านี้” สีหน้าขององครักษ์ดูแย่เป็นอย่างมาก “พระนางจงใจส่งตัวสองคนนั้นที่โบยพระนางเมื่อครั้งที่แหล้วมาโบยหงเย้า ยังให้พวกเขาใช้แรงแบบเดียวกันโบยด้วยพ่ะย่ะค่ะ หลังจากโบยเสร็จยังสาดน้ำเย็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ หงเย้าไข้ขึ้นสูง เกรงว่าไม่ตายก็จะต้องล้มป่วยอาการสาหัสพ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างนั้นรึ?” น้ำเสียงของตงฟางหลีเรียบเฉย

เขานึกถึงตอนที่เจอหน้านางเมื่อหลายวันก่อน ท่าทางของนางที่เปลี่ยนไปมากราวกับเป็นคนละคน ดวงตาหรี่ลง

นางไม่เพียงฉลาดขึ้น วิธีการยังโหดเหี้ยมอีกด้วย

องครักษ์เหลือบมองสีหน้าท่าทางที่ไม่ไหวติงของตงฟางหลี เอ่ยอย่างลังเล “ท่านอ๋อง พวกเราควรทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ? ยังมีอีกเรื่อง คำพูดเหล่านั้นของพระนาง ถึงแม้ว่ากระหม่อมจะไม่เข้าใจ แต่ คิดว่าพระนางกำลังด่า ด่าท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ...”

“เฮอะ” ตงฟางหลีม้วนหนังสือ

“พาตัวหงเย้าออกไป ให้หมอหลวงมาทำการรักษา” ตงฟางหลีพลางกล่าวพลางเดินออกไปทางด้านนอก

“ท่านอ๋อง ท่านจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ?”

“เรือนโยวหลาน”

เมื่อองครักษ์ได้ยินคำว่าเรือนโยวหลานก็ตัวสั่นเทา “กระหม่อมไปกับท่านพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้อง” ตงฟางหลีบีบปลายแขนเสื้อ ลายผ้าที่บริเวณปลายแขนเสื้อถูกกดไว้ใต้นิ้วที่เรียวยาว โค้งงอจนเปลี่ยนเป็นภาพอื่น

ผู้หญิงคนนั้นจงใจบอกเขา นางตีสุนัขเพราะเจ้าของ นางตีสุนัขไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา

ความหมายของประโยคนี้ชัดเจนยิ่ง

นางกำลังบอกเขาว่า เจ้านายของหงเย้าไม่ใช่เขา แล้วก็ไม่ใช่เสด็จแม่ แต่เป็นคนอื่น

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ผู้ซึ่งโด่งดังเรื่องความโง่เขลาแห่งเมืองหลวง ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของหงเย้าแล้ว

นางโบยหงเย้า เป็นเพราะต้องการจะตัดเส้นสายเช่นหงเย้า และถือโอกาสแก้แค้นพี่สาม

วิธีการนี้ ทั้งโหดร้าย ทั้งเฉียบขาด

โหดร้ายราวกับไม่ใช่ฉินเหยี่ยนเย่ว์คนเดียวกันกับที่เขารู้จัก

นี่ช่างน่าสนุกเสียจริง

เขาจำต้องไปยืนยันให้แน่ใจอีกครั้ง ว่านางโง่จริงหรือว่าแกล้งโง่กันแน่

ตงฟางหลีกอดอก แขนเสื้อที่กว้างใหญ่ปลิวไหวไปตามแรงลม

เรือนโยวหลาน เป็นสถานที่ที่โกโรโกโสและเปล่าเปลี่ยวที่สุดในจวนอ๋อง หลังจากต้นไม้เหี่ยวเฉา ประตูหน้าต่างและกำแพงที่กระดำกระด่างก็ดูไร้ชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม

ตอนนั้นที่จัดให้นางไปอยู่ในสถานที่ที่ไกลจากเขาและซอมซ่อที่สุด เป็นเพราะเพื่อให้ไกลหูไกลตา ก็จะไม่กระวนกระวายใจ

เขาผลักประตูใหญ่ที่มีความเก่าและซอมซ่อออก เดินเข้าไปในเรือน

ทันทีที่ก้าวเข้าไป ก็เห็นอาหารเหลือวางอยู่ที่หน้าประตูห้องแล้ว

เมื่อมีลมพัดโชยมา ใบไม้ที่เหลือบางส่วนก็ปลิวลงมา ร่วงลงในจานอาหาร ขับให้ความซอมซ่อของเรือนโยวหลานยิ่งทรุดโทรมลงอีกไม่น้อย

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นอาหารเหลือที่สุนัขยังไม่กินเหล่านั้น ก็เตะไปด้านข้าง ผลักประตูออก

ก็มีควันหนาทึบลอยออกมาจากด้านในห้องทันที เขาสำลักจนไออกมา

“เจ้ากำลังเผาอะไรอยู่รึ?” เขาถอยออกไป พักอยู่ครู่ใหญ่ถึงอาการดีขึ้น

ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำลังทำความสะอาดบาดแผลให้เฟ่ยชุ่ย เมื่อได้ยินเสียงของตงฟางหลี ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แน่นอนว่าต้องเป็นถ่านที่กำลังเผาไหม้สิเพคะ ถ่านคุณภาพต่ำควันค่อนข้างมาก ท่านอ๋องโปรดระวังเพคะ”

ตงฟางหลีเดินเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง

นอกห้องกลิ่นฉุนมาก ด้านในห้องค่อยยังชั่ว

บนเตามีท่อที่ทำมาจากกระเบื้องท่อนหนึ่งวางอยู่ นำควันที่หนาทึบระบายออกไปด้านนอกห้อง ถ่านคุณภาพต่ำที่เดิมทีติดไฟได้ยากก็ทำให้เกิดเปลวเพลิงได้ ในเวลานี้เปลวไฟกำลังลุกโชน

“เจ้า ไปขอถ่านไม้จากห้องเก็บของมาจำนวนหนึ่ง” ตงฟางหลีหันเอ่ยกับเฟ่ยชุ่ย

เฟ่ยชุ่ยไม่สนใจอาการบาดเจ็บบนร่างกายของ หลังจากคารวะแล้ว รีบเดินออกไปด้านนอก

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลุกขึ้น โค้งตัว คำนับเล็กน้อย “เหตุใดวันนี้ท่านอ๋องเจ็ดจึงมีเวลาว่างเพคะ? หม่อมฉันต้อนรับขับสู้ได้ไม่ดี ท่านอ๋องได้โปรดประทานอภัยด้วยเพคะ”

ตงฟางหลีจ้องนางอยู่ครู่ใหญ่ ๆ “เลิกเสแสร้งได้แล้ว”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
Chatree Sedakum
ขอบคุณครับ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1850

    ตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1849

    นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1848

    ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1847

    “ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1846

    เพียงชั่วพริบตาเดียว ซูจิ้นรู้สึกราวกับฟ้าดินถล่มทลายลงมาในทันทีความโกรธความเครียดที่คุกครุนอยู่ภายในใจ ทำเอาเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเป็นลมหมดสติไปในทันที“นายท่าน!”“ใครก็ได้!”“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”ลู่จิ้นที่กำลังนั่งฟันเรื่องราวอยู่ด้านหลังนั้น — ซึ่งแท้จริงแล้วคือการร่ำสุราชมงิ้วสนุก ๆ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1845

    “ท่านบอกว่าท่านลืมแล้ว” หลินเฟยจิ้งหัวเราะออกมาอยู่พักใหญ่ “ถ้าเช่นนั้น แม้แต่บุญคุณที่มารดาของข้าเคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ก็ลืมไปแล้วใช่หรือไม่?”“ข้าไม่ได้ลืม” ซูจิ้นอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบกลับไป“‘ไม่ได้ลืมหรือ? ท่านไม่ได้ลืมอะไรเลย สิ่งเดียวที่ท่านลืมก็คือตำแหน่งบาดแผลที่เกือบจะคร่าชีวิตของท่านไป” หลิ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1105

    พวกเขาเห็นพระชายาเฉียนจากไปอย่างรีบร้อนหลังจากร้องไห้ยกใหญ่ โดยมีฉินเหยี่ยนเย่ว์ยืนอยู่ข้างกายอยู่ตลอดเวลา อดมิได้ที่จะพูดคุยซุบซิบกันฉินเหยี่ยนเย่ว์ฟังเสียงพูดคุยกระซิบซาบเหล่านี้เข้าหูเป็นเพียงการพูดกันว่านางรังแกพระชายาเฉียนจนร้องไห้ ฝีมือชั่วร้าย ความประพฤติเลวทราม จิตใจชั่วร้ายนางหาได้สนใจไม

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1062

    ทิศทางที่กลิ่นเน่าของศพโชยมา คือจุดที่สุนัขส่งเสียงร้องดังลั่นนั่นเองในฤดูเหมันต์ ความเร็วที่ศพจะเน่าเปื่อยนั้นค่อนข้างช้าตามอุณหภูมิของชั้นดินเยือกแข็งและกลิ่นเน่าที่กำจายออกมา สามารถแยกแยะได้ว่า เวลาเสียชีวิตอยู่ที่สองเดือนโดยประมาณครั้นพิจารณาจากท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างมากของไท่เฟยฉางแล้ว ความเป

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1054

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดไม่ออก “ข้าไม่สนใจที่จะเอาตัวเองเป็นอาหารแลกซื้อให้โก่วตั้นกินหรอกนะ ข้าแค่อยากใช้งานมัน”ชื่อเจี้ยนยิ่งพูดไม่ออก “แม้ว่าเสือจะเป็นแมวตัวใหญ่ แต่ก็เป็นสัตว์กินเนื้อนะเพคะ พระนาง พระองค์โปรดเลิกคิดเรื่องนี้เสียเถอะ ทันทีที่พระองค์เข้าใกล้ มันจะถือว่าพระองค์เป็นของว่าง”“...มันไม่เข้

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1039

    “พระชายางดงามเหมือนกับภาพวาดเลย” ตงฟางหลีพูดยิ้ม ๆ“เอ๋ ท่านกินยาผิดหรือเพคะ? จู่ ๆ ถึงได้พูดถ้อยคำแปลกประหลาดเช่นนี้” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไร้คำใดจะเอ่ย “พี่เจ็ดหม่อมฉันพบว่าท่านมักจะพ่นถ้อยคำหวานซึ้งออกมาโดยที่มิมีสัญญาณบอกกล่าวล่วงหน้า”ตงฟางหลียิ้มกว้าง“เจ้าไม่ชอบหรือ?”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิดชั่วอึด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status