ログインบทที่ 6
นึกถึงผี ผีก็มา
การเดินกลับค่ายทหารเป็นอะไรที่ทุลักทุเลพอสมควรเนื่องจากคนตัวสูงเจ็บหนักทำให้เคลื่อนที่เร็วไม่ได้นัก
ทว่ามู่เหยียนต้องขอชื่นชม หวังเฟิงหลงเป็นชายที่มีความอดทนสูงมาก เขาไม่ปริปากหรือหลุดร้องเจ็บแผลเลยแม้แต่น้อย หากเป็นนางละก็..
คงกรี๊ดแปดตลบ ร้องไห้เป็นเผาเต่าหรือโอดโอยตลอดเวลาแน่ๆ
ประกอบกับตัวเฟิงหลงสูงกว่านางมากกว่าสิบชุ่น (หนึ่งนิ้ว)เห็นจะได้ส่งผลให้ต้องเทตัวมายังฝั่งที่เตี้ยกว่าซึ่งมู่เหยียนรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มพยายามไม่ทิ้งน้ำหนักมายังนางทั้งหมด ทว่าก็ยังคงเดินลำบากอยู่ดี
“ใกล้ถึงแล้วท่านแม่ทัพ” นางเอ่ยอย่างตื่นเต้นดีใจ เหงื่อชุ่มไปทั้งหลังและรักแร้ เฟิงหลงตัวหนักกว่าที่คิดไว้นัก
และเพราะนางดีใจเกินไปหน่อยจึงทำให้ก้าวเท้าผิดจังหวะเสียหลัก ส่งผลให้คนตัวสูงกว่าเสียหลักเช่นกัน มือหนาคว้าหมับเข้าให้ที่หน้าอกนาง!
“เอี้ย!!”
มู่เหยียนอุทานด้วยความตกใจ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นกุลสตรีทำให้สาวเจ้าเผลอผลักคนข้างตัวออกทันที ชายหนุ่มไม่คาดคิดถึงการกระทำนี้รีบคว้าตัวการเป็นหลักยึดแต่ร่างผอมแห้งหรือจะต้านแรงได้ ทั้งคู่ล้มลงกับพื้นเสียงดัง
คนมีแผลฉกรรจ์ครางเจ็บในลำคอเมื่อพลทหารล้มทับร่างเขาเต็มๆ
“อุ๊บ!” ตามมาด้วยแรงกระแทกที่ฟันหน้าล่างและริมฝีปาก
มู่เหยียนตัวแข็งค้างด้วยความตกใจ ลืมความเจ็บจากฟันกระแทกเมื่อริมฝีปากของตนสัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นและอุ่นร้อน อีกฝ่ายก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเช่นกัน หน้าของพวกเขาใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของแต่ละฝ่าย
นี่มันฉากในละครชัดๆ
ทว่าจูบแรกของนางเต็มไปด้วยคาวเลือด..
มู่เหยียนผงกหัวขึ้นเมื่อสบกับนัยน์ตาดุ
“ข้าขอโทษ!”
“ลุก” แม่ทัพหนุ่มกดเสียงต่ำระงับความโกรธ
ฉิบหาย โดนสั่งตัดหัวแน่!
มู่เหยียนลนลานออกจากตัวแม่ทัพ ก่อนจะคุกเข่าขอโทษขอโพย โขกหัวกับพื้นได้โขกไปแล้วพี่น้องครับ
“ข้าขอโทษ! ข้าไม่ได้ตั้งใจ มือมันไปเองอะ ก็.. ก็ท่านเอามือมาโดนตัวข้า คนมันก็ต้องตกใจซี่ เพราะฉะนั้นข้าไม่ได้ตั้งใจนะ แล้ว.. แล้ว แล้วข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจูบท่านนะ ข้าขอโทษ!!”
คนโดนขโมยจูบชะงักเล็กน้อยเมื่อฟังคำขอโทษมาถึงประโยคสุดท้ายจังหวะเดียวกับมู่เหยียนเงยหน้าขึ้นมาพบกับแก้มขึ้นสีดอกท้อเพราะความเขิน (หวังเฟิงหลง : ความโกรธต่างหากเล่า!) ปากแตกเลือดซิบเพราะฟันของนางไปเฉาะเข้าเต็มแรง
“อย่าบอกนะว่าท่านเขิ-”
“พูดจบหรือยัง” หวังเฟิงหลงขัดเสียงต่ำ คิ้วขมวดแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์ปานจะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ แม้จะดูขัดกับใบหน้าคมคายที่แดงระเรื่อมาถึงลำคอก็ตาม
มู่เหยียนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนตอบ
“จ...จบแล้วขอรับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็พยุงข้าขึ้นแล้วกลับค่าย”
“ขอรับ”
หญิงสาวรีบถลาเข้าไปพยุง ฉีกยิ้มหวานประจบไปหนึ่งแมทซ์
ขอโทษนะพ่อพระเอก นายมาลวนลามฉันก่อนนี่นา
หลังจากเหตุการณ์เฉียดตายของแม่ทัพใหญ่หวังเฟิงหลง มีการส่งหน่วยลาดตระเวนเข้าป่าทันที เพิ่มกะในการลาดตระเวนมากขึ้น รวมไปถึงบริเวณกระโจมแม่ทัพมีการเพิ่มรักษาความปลอดภัยเช่นกัน ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บ ไม่มีใครทราบอาการของแม่ทัพว่าเป็นเช่นไรบ้าง ทุกอย่างล้วนเป็นความลับ
ซึ่งนี่ก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว มู่เหยียนหวังว่าพระเอกจะกลับมาแข็งแรงโดยเร็ววัน ไม่อย่างงั้นเนื้อเรื่องจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร
ในวันเกิดเหตุเมื่อนางมาถึงค่ายก็พบหลี่เฉิงไห่พอดี หนุ่มหน้าหยกกำลังวิ่งวุ่นตามหาตัวแม่ทัพใหญ่ของตน
ถึงว่ายังไม่ไปช่วยเพราะมันหาพระเอกไม่เจอ! ปั๊ดโธ่
หลังจากเฉิงไห่มาพบสภาพปางตายของแม่ทัพหนุ่มก็มีอันต้องพิโรธ รีบส่งคนตามหน่วยพยาบาลมารักษาและแน่นอนกักตัวนางไว้เพื่อสอบสวนภายหลัง
หลี่เฉิงไห่เป็นบุรุษหน้าหวาน ดูอ่อนโยนราวเทพบุตร หากแต่ปากคอเราะรายโดยเฉพาะกับสาวๆ สาวคนไหนที่เผลอหลงเสน่ห์ราวแมลงวันตอมขี้ เอ๊ย ผีเสื้อตอมเกสร แต่พอเข้าไปทำความรู้จักมักถูกตะเพิดกลับมาเสียจนไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มอีกเลยด้วยซ้ำ ในนิยายผู้หญิงที่เฉิงไห่ยอมพูดดีด้วยมีเพียงนางเอก ง่ายๆ คือเป็นพระรองช้ำรัก ทำให้ได้ทุกอย่างแต่ไม่ได้เธอมาครอง
เป็นได้แค่แบตสำรองล่ะนะ
น่าสงสารจริงๆ
...
ถุ้ย นางขอเก็บความสงสารกลับมาคืนมาให้หมด หน้าตาอ่อนโยนขัดกับนิสัยเสียจริง หมอนี่นอกจากจะเอาแต่ซักถามนางแล้วยังมีหน้ามาด่านางด้วยว่าไร้ฝีมือจนทำให้ท่านแม่ทัพบาดเจ็บหนัก แบบนี้จะไปปกป้องใครได้ หรือแม้แต่จะเอาชีวิตรอดจากศึกสงครามยังยาก บลาๆๆๆ
มู่เหยียนแอบกลอกตามองบน ไม่ได้แค่ปากเสียกับผู้หญิง มันปากเสียกับทุกคน!
นางอยากตะโกนกลับไปเสียเหลือเกินว่า
‘เฮ้ คนที่ควรไปช่วยคือเจ้าต่างหาก ใครกันแน่ที่กากไม่สามารถไปช่วยเฟิงหลงได้ฮะ!’
เฮ้อ คนที่นี่ไม่รู้จักคำว่าขอบคุณกันหรือยังไง
“มู่เหยียน!”
นั่นไง นึกถึงผี ผีก็มา
หวังเฟิงหลงก้มลงจูบอย่างอ่อนโยนกว่าปกติ ละเมียดละไมไปตามเรียวปากบาง น้ำหวานเริ่มผลิต เขากระซิบบอกพร้อมดึงมือเล็กที่ขยุ้มเสื้อเขาอยู่ล้วงผ่านกางเกงไปยังตัวตนที่เริ่มพองขยาย“ช่วยข้าที”“อะอือ ส...เสี่ยวมู่อยู่” นางยังไม่ยอมแม้ดวงตาจะเริ่มหวานฉ่ำ มือเกาะกุมแท่งร้อนผ่าวเบื้องล่าง“อืมม”ร่างสูงครางในลำคอ มือของนางช่างนุ่มนิ่มและสร้างอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี จากจูบอ่อนหวานกลายเป็นร้อนแรงขึ้น บดขยี้ริมฝีปากบาง มือขวาแหวกสาบเสื้อเข้าไปเคล้นทรวงอกหญิงสาวถูกกระตุ้นความเสียวทั้งบนและล่าง มือเล็กเริ่มสาวท่อนร้อน ปลายยอดเริ่มมีน้ำเยิ้มออกมา ขณะที่ชายหนุ่มเริ่มสอดนิ้วเข้าในช่องคับแคบที่บีบรัดไปด้วยความตื่นเต้น“อือ อืมม” ร่างบางแอ่นสะโพกเข้าหาร่างสูงชักนิ้วเข้าและออก งอนิ้วคว้านไปทั่ว จนน้ำหวานไหลทะลักไปทั่วมือเกิดเสียงเฉอะแฉะเวลาขยับ หญิงสาวครวญครางขยับมือให้เร็วขึ้น แท่งร้อนพองขยายจนแทบกำไม่รอบหวังเฟิงหลงดึงนิ้วออกก่อนจะคว้าขาบางให้ยกขึ้นแล้วทำการจ่อท่อนร้อนเสยเข้าร่องคับแคบทันทีสวบ“อิ๊” มือเล็กปิดปากปิดเสียงร้องร่างสูงกระทุ้งช้าๆ สร้างความรัญจวน เข้าสุดออกสุด“เสี่ยวมู่ยังไม่ตื่น” ยิ่งเสีย
เฟิงฟาง 5 ลูกกตัญญูผู้สนับสนุนพ่อทุกทางหวังมู่เหยียนคือชื่อลูกชายของนาง เพราะคิดถึงชื่อเก่าของนางและเป็นชื่อในความทรงจำของทั้งเฟิงหลงและนางเองจึงเลือกชื่อนี้เป็นชื่อของลูกชายสุดที่รักอายุมู่เหยียนล่วงเลยเข้าแปดหนาวไปเป็นที่เรียบร้อย เขากำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าเอ็นดู ใบหน้าหล่อเหลาได้พ่อมาเต็มๆ โตขึ้นต้องเป็นที่ต้องตาต้องใจของสาวๆ แน่ฟางเหนียงลอบชื่นชมลูกชายตัวเองในใจนางไม่ได้เห่อลูกนะ ลูกนางหล่อจริงๆ ฮึตอนนี้นางผันตัวมาเป็นแม่ศรีเรือนเต็มตัว ส่วนเฟิงหลงก็เลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีกลาโหมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกไปสู้รบด้วยตัวเองซึ่งถือเป็นเรื่องดีทีเดียวร่างบางกำลังทำอาหารอยู่ในครัวก่อนจะได้ยินเสียงร้องไห้ของเจ้าลูกชายตัวดี“ท่านแม่! ฮือ”ฟางเหนียงละมือจากอาหารที่กำลังทำอยู่ ให้ลู่อิงอิงคนสนิทมารับหน้าที่ต่อแทนแล้วเดินออกไปหาลูกชายที่กำลังยืนร้องไห้จนหน้าแดง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้
“ข้าหมายถึงขี่ม้า”“ฝึกขี่ข้าก่อนเป็นไร”คนตัวสูงก้มลงบดจูบอย่างเร่าร้อน มือหนาไม่รอช้าบีบนวดหน้าอกทั้งสองข้าง ดึงยอดปทุมขึ้นกระตุ้นให้นางเสียวซ่าน เข่าดันขาเล็กให้อ้าออก“อืออื้ออือ” เสียงประท้วงในลำคอ มือเล็กทุบตีหลังเขานั่นแหละที่คิดอกุศลกับนางตลอดเวลา!ลิ้นร้อนกวาดไปทั่วโพรงปากหวาน สำรวจฟันแต่ละซี่ แล้วมาจบที่นัวเนียกับลิ้นเล็ก จนน้ำใสของทั้งสองปะปนกันจนแยกไม่ออก มือจากทุบตีเริ่มเปลี่ยนมาเป็นจิกแผ่นหลังหนาเขากระตุ้นนางได้เก่งจริงๆ ร่างบางครวญครางอย่างรัญจวน ช่วงล่างน้ำหวานไหลซึม ริมฝีปากร้อนขบเม้มไปตามเรียวปากของนาง ลิ้นร้อนเริ่มเลียมาที่ต้นคอลงมาตามไหปลาร้า แหวกสาบเสื้อแล้วมาจบลงที่ยอดปทุมถันสีชมพูหวานแม้จะดึกแล้วและทหารทุกคนเข้านอนทว่านางก็ไม่กล้าร้องเสียงดัง“อื้ออออ” มือเล็กปิดปากตัวเองแน่น แอ่นอกขึ้นหน้าอกข้างซ้ายถูกมือหนาบีบเคล้น ส่วนข้างขวาก็ถูกกลืนกิน เสียงดูดดังไปทั่วห้องนอน นางหายใจหอบหนัก ในหัวเริ่มสับสนว่าเหตุใดจากการง้องอนเรื่องขี่ม้าแล้วมาจบลงอย่างนี้ไ
เฟิงฟาง 4 ลูกศิษย์หัวไววันครบรอบวันตายของท่านแม่ของเฟิงหลงเวียนมาบรรจบอีกครั้ง พวกนางพากันไปยังสุสาน เช่นเดิมที่ต้องเดินทางไปหมู่บ้านเพื่อหาดอกไม้ที่ค่ายทหาร เฟิงหลงจะให้นางขึ้นม้าตัวเดียวกัน ทว่านางปฏิเสธเพราะเหตุการณ์ที่เทศกาลซีซียังจำฝังใจแม้แต่บนหลังม้า... หน้ามนขึ้นสีระเรื่อ รีบสะบัดหน้าแล้วหมุนตัวเดินหนีไปหาม้าของตัวเอง“ฟางเอ๋อร์”แม้เสียงทุ้มจะกดต่ำแสดงความไม่พอใจแค่ไหนก็ตามแต่คนตัวเล็กก็ไม่ตามใจ กระโดดขึ้นหลังม้าสีขาวของตนแล้วบังคับให้ออกเดิน“เอ้า ไปกันได้แล้ว” ไม่วายหันมาเร่งเขาคนตัวสูงถอนหายใจ กระโดดขึ้นหลังม้าบ้างแล้วตรงไปยังหมู่บ้านด้วยความหงุดหงิดที่โดนขัดใจเขาฟ้องท่านแม่หน้าหลุมศพเรื่องภรรยาเริ่มดื้อ แต่ก็โดนมือหนักตบเข้าที่กลางหลัง“ฟ้องเรื่องอะไรเช่นนั้น!”“ก็เจ้าดื้อจริงๆ”หวังฟางเหนียงกัดริมฝีปากแน่นถลึงตาใส่และหน้าร
จมูกโด่งคลอเคลียกับปุ่มกระสันจนร่างบางเริ่มอ่อนระทวย น้ำหวานเริ่มไหลซึม หวังเฟิงหลงกระตุกยิ้มเมื่อมือเล็กเลื่อนมาขยุ้มศีรษะของตัวเองและเผลอกดให้เขาจมลงกับกลีบกุหลาบหอม“อ่ะ ซี้ดดดด”ลิ้นสากและร้อนกวาดเข้าน้ำหวานเข้าปาก แล้วค่อยๆ ชอนไชสำรวจเข้าไปยังร่องอ่อนนุ่ม ฟางเหนียงต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียง ดวงตาเหล่มองทางประตูตลอดเวลาเข้าใจหรือไม่ว่าที่นี่คือยุคจีนโบราณและเป็นกระโจมในค่ายทหาร ไม่มีตัวล็อกกลอนกุญแจอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสามารถมีใครเข้าออกได้ตลอดเวลาด้วยความตื่นเต้นทำให้ช่องตอดรัดแน่นทั้งกลัวจะมีคนเข้ามาพบและกลัวคนได้ยิน น้ำหวานไหลทะลักจนเปียกชุ่มและเยิ้มลงเลอะเก้าอี้“งื้อออออ”ลิ้นร้อนสอดเข้าออก กวาดไปทั่วโพรงหวานจนร่างบางแหงนหน้าขึ้นสูดปากด้วยความเสียว ขาอ้ากว้างขึ้น ปลายเท้าจิกเกร็ง ร่างสูงดูดกลืนน้ำหวานอย่างกระหายราวกับเป็นชาร้อนที่ตนชื่นชอบ เขารัวลิ้นอย่างรวดเร็ว ความหนาวเริ่มหายไปจากทั้งคู่กลับกลายเป็นร้อนจนระอุ“แฮ่ก อืออืม”ร่างสูงผละออก จัดการส่งนิ้วเข้าไปแทนที่ ช่อง
เฟิงฟาง 3 หนาวนี้กอดใคร หนาวใจกอดข้าครบกำหนดที่หวังเฟิงหลงต้องเดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่ค่ายทหารอีกครั้ง หน้าหนาวมาถึงหิมะสีขาวนวลเริ่มตกจากท้องฟ้าปกคลุมให้พื้นที่เป็นสีขาวล้วน แต่ไม่อาจลดความตั้งใจของเหล่าทหารในการฝึกฝนร่างกายของตนเองหญิงสาวถือกาและถ้วยชาหลงจิ่นร้อนสุดโปรดของสามีไปบริการเขาที่กระโจมแม่ทัพ ผ่านทหารรักษาการณ์ด้านหน้า เข้าไปพบร่างสูงกำลังก้มทำงานอยู่ที่โต๊ะกลางกระโจมหวังเฟิงหลงเงยหน้าขึ้นเห็นนางมาหาก็ส่งยิ้มให้ กวักมือเรียก คนตัวเล็กเดินเข้าไปหา วางถ้วยชาลงบนโต๊ะตำแหน่งที่ว่าง มือหนาฉุดนางให้นั่งลงบนตักแล้วทำการกอดรัดหาไออุ่น“ตัวเย็นเชียว” เขาทัก ลูบมือนางให้อุ่น กลิ่นหอมของชาทำให้เขาผ่อนคลาย“ข้าเพิ่งซ้อมกับพวกจางฉวนเสร็จ”นางบอกสาเหตุที่ตัวเย็น ฝึกซ้อมในที่ร่มแต่ก็ไม่ได้อุ่นขนาดนั้น ลมหนาวยังพัดผ่านเข้ามา“ข้าเห็นว่าอากาศเย็นขึ้นแล้วจึงต้มชามาให้” หวังฟางเหนีย
บทที่ 7บุญคุณนี้ไม่ต้องทดแทนก็ได้หลี่เฉิงไห่โผล่หัวมายังกระโจมของนางในยามอิ๋น (3.00-4.59 น.) มาลากตัวนางไปยังกระโจมแม่ทัพท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ ทุกคน หัวหน้าหมู่กระซิบบอกตอนเดินผ่านว่าจะแจ้งหัวหน้ากองให้ว่ามู่เหยียนหายไปไหนที่ทุกคนไม่แปลกใจว่าทำไมระดับขุนพลอย่างหลี่เฉิงไห่มาตามนา
บทที่ 5ช่วยเหลือท่านแม่ทัพฉิบหาย..มู่เหยียนบ่นเป็นรอบที่สิบนางแอบตามมาห่างๆ เห็นว่าพระเอกถูกศัตรูรุมทำร้ายจนเสียเปรียบอย่างหนัก นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมก่อนหน้านี้ท่านแม่ทัพถึงเอาแต่ยืนเหม่อลอยข้างน้ำตก มันไม่ได้มีบอกในเนื้อเรื่องและเพราะอาการเหม่อลอยนั่นจึงทำให้เสียเปรียบจนถึงตอนนี้!“อั๊ก
บทที่ 4พลทหารเสียงเพราะผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนที่มู่เหยียนเข้ามาเป็นทหารที่ค่ายแห่งนี้ ทุกวันยามเช้าก่อนกินมื้อแรกจะต้องวิ่งรอบค่ายให้ครบกำหนด ตามด้วยทำงานที่ได้รับมอบหมายในการแต่ละสัปดาห์ สัปดาห์ที่แล้วมู่เหยียนคาดว่าตนสามารถผ่านจุดที่อดทนอดกลั้นมากที่สุดในชีวิตได้แล้วจากหน้าที่ที่ได้รับ นั่นคือ.
บทที่ 3 ผอมแห้งแรงน้อยแต่ใจสู้นะหลังจากสอบถามทหารแถวนั้นเรื่องมาสมัครเป็นทหารและไปรายงานตัวกับหัวหน้ากองเรียบร้อยแล้ว เขาพานางมายังกระโจมที่พักกระโจมที่นางอยู่มีจำนวนแปดคนก่อนหน้านี้ ดังนั้นเมื่อรวมนางกับชายอีกคนที่มาใหม่ก็เป็นสิบคน ถือว่าหนึ่งหมู่ทุกคนกำลังเดินกลับมายังกระโจมหลังจากฝึกฝนร่างกา







