Share

พวกท่านสงบใจก่อน

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2025-07-14 09:41:59

ในเมื่อตามความทรงจำเดิมเมื่อภพที่แล้วที่นางได้รับมา หลังจากนี้อีกเพียงไม่กี่เดือนนางกับมารดาและพี่ชายจะต้องถูกขับออกจากตระกูล สู้ตอนนี้คิดหาหนทางให้ตนเองออกจากตระกูลพาทั้งสองไปเริ่มชีวิตใหม่เลยเสียยังดีกว่า

แต่จะทำเช่นใดดี ด้วยนางอยากจะเอาคืนสองแม่ลูกให้หนำใจด้วย และออกจากตระกูลอย่างไม่เป็นที่ครหาของผู้ใดด้วย

“น้องพี่” เซี่ยหยวนเห็นเปลือกตาของเซี่ยหรูอวี้ขยับ เขาจึงรีบเดินเข้ามาหานางที่เตียง

“อืม...ขอน้ำหน่อยเจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่วตกตะลึงไม่น้อยที่คำพูดของนางที่เปล่งออกไปไหลลื่นราวกับว่านางพูดเป็นประจำ

แต่เสียงที่แหบพร่าอย่างน่าสงสารก็ทำให้สองแม่ลูกมองข้ามความแข็งกระด้างในน้ำเสียงไปเสีย แล้วรีบร้อนหาน้ำมาให้นางดื่ม

“เป็นเช่นใดบ้าง” ตู้เหลียนเอ่ยถามบุตรสาวอย่างเป็นห่วง นางลูบคลำตัวเซี่ยหรูอวี้ เพื่อดูว่าไข้ลดแล้วหรือยัง เมื่อเห็นว่าตัวนางไม่ได้ร้อนดั่งไฟเช่นในตอนแรกแล้ว จึงได้วางใจลง

เสี่ยวจิ่วที่ตอนนี้เป็นเซี่ยหรูอวี้แล้ว เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของผู้เป็นมารดา แววตาที่จ้องมองนางด้วยความห่วงใย นางไม่เคยสัมผัสมันเลยสักครั้งในชีวิต

น้ำตาที่ไม่รู้มาจากที่ใดก็เริ่มไหลรินออกมามากมาย จนทำให้ตู้เหลียนและเซี่ยหยวนตกตะลึงจนต้องรีบกอดปลอบประโลมนาง

“ไม่มีอันใดแล้ว เป็นแม่ที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้ ฮึก...” ตู้เหลียนร่ำไห้ออกมาเสียตัวโยน เมื่อนางคิดว่าตนเองอ่อนแอจนไม่อาจจะช่วยเหลือบุตรสาวได้ทุกครั้งที่นางถูกใส่ร้าย

“พี่ไม่ดีเอง ที่ปล่อยให้คนพวกนั้นรังแกเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เขาได้แต่โทษตนเองที่เป็นถึงบุรุษ แต่ไม่อาจจะปกป้องน้องสาวและมารดาได้

“...” เซี่ยหรูอวี้นางไม่ได้พูดสิ่งใด เพียงแต่สะอื้นไห้เบาๆ นางได้แต่กัดฟันข่มความทรงจำที่พรั่งพรูออกมา ว่าถูกกระทำมากเพียงใดตั้งแต่เล็ก เพื่อไม่ได้ร้องออกมาเสียงดังไปมากกว่านี้

“ข้าจะเอาคืนทุกคนให้สาสม เจ้าเลิกเอาความรู้สึกเช่นนี้มาใส่ข้าได้แล้ว” นางได้แต่เอ่ยในใจเพื่อบอกเสี้ยวจิตวิญญาณหนึ่งของนาง เหมือนอยากจะฟ้องนางให้ได้รู้ว่าที่ผ่านมาถูกรังแกไว้มากแค่ไหน

“ข้าไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ แต่ข้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกพวกท่าน” เซี่ยหรูอวี้ดันตัวมารดาออก แล้วจ้องมองทั้งสองอย่างจริงจัง

นางคิดดีแล้ว ที่จะบอกกล่าวเรื่องทั้งหมดให้ทั้งสองคนได้รู้ หากทั้งสองคิดเช่นเดียวกับนางที่อยากจะออกจากตระกูลเซี่ย นางก็พร้อมที่จะทำตามความคิดของนางที่ได้วางไว้ เมื่อครู่นี้ทันที

“เรื่องอันใด” เซี่ยหยวนลากเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างเตียงเพื่อรอฟังในสิ่งที่น้องสาวจะพูด

“ตอนที่ข้าตกน้ำ ข้าเหมือนตายไปแล้วเจ้าค่ะ” สองแม่ลูกใจหายวาบ เมื่อเซี่ยหรูอวี้พูดเรื่องความเป็นตายออกมา

ตู้เหลียนเริ่มร้องไห้เสียงดังอีกครั้ง เซี่ยหยวนดวงตาแดงก่ำ เขาก็เกือบจะร้องไห้ออกมา สองมือกำแน่นไปด้วยความแค้นใจ ครั้งนี้เล่นกันถึงตายเลยรึ

“พวกท่านสงบใจก่อน ฟังสิ่งที่ข้าเล่าต่อจากนี้ ท่านพี่ปิดประตูห้องข้าเสีย ไล่บ่าวออกไปให้ห่างจากห้องข้า อย่าได้เข้ามาเด็ดขาด”

ดูเหมือนว่าสิ่งที่น้องสาวจะพูดเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก จึงได้เอ่ยไล่ทุกคนให้ออกไปจากห้อง พร้อมทั้งปิดประตูลงกลอนเสียแน่นหนา

“เจ้าพูดเถิด ไม่มีผู้ใดแล้ว แม่ให้แม่นมตู้เฝ้าอยู่ที่หน้าห้องแล้ว” แม่นมตู้คือบ่าวเดิมที่ติดตามตู้เหลียนมาด้วย นางเสียชีวิตลงพร้อมกับทุกคนในวันที่เดินทางออกจากจวนตระกูลเซี่ย เซี่ยหรูอวี้จึงพยักหน้ารับอย่างวางใจ

“ท่านแม่ ท่านพี่ พวกท่านอย่าได้ตกใจในสิ่งที่ข้ากำลังจะเล่านะเจ้าคะ” เซี่ยหรูอวี้จับมือทั้งสองคนไว้ ก่อนที่นางจะพาทั้งสองหายเข้าไปในมิติของนาง

อย่างไรนางก็คิดว่าภายในมิติของนางปลอดภัยกว่าในห้องที่แทบจะไม่เก็บเสียงเลยสักนิด หากสองแม่ลูกร้องด้วยความตกใจในสิ่งที่นางบอกเล่า จะได้ไม่มีผู้ใดที่สงสัย

“ว้าย....”

“เฮ้ย...”

เซี่ยหยวนและตู้เหลียนร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อสถานที่อยู่ในยามนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังตกตะลึงไม่น้อย เมื่อเห็นความงามที่ไม่เคยได้พบเห็นจากที่ใดมาก่อน

“ที่นี่ ที่ใด” เซี่ยหยวนที่ได้สติก่อนเอ่ยถามออกมา

“ข้าบอกพวกท่านแล้ว ตอนที่ข้าตกน้ำข้าได้ตายไปแล้ว ที่แห่งนี้เป็นมิติเวลาที่เทพชะตาเกิดเห็นใจข้าจึงได้มอบมาให้” เซี่ยหรูอวี้เดินนำทั้งสองไปที่เรือนพักของนาง

ตู้เหลียนไร้สิ้นเรี่ยวแรงที่จะเดิน เมื่อรู้ว่าบุตรสาวของนางได้ตายไปครั้งหนึ่งแล้ว เซี่ยหยวนจำต้องประคองมารดาเดินตามน้องสาวเข้าไปในเรือน

ทั้งสองไม่ได้มองสำรวจอย่างที่ควรจะทำ เพราะยังตกใจเรื่องที่หรูอวี้นางพูดเมื่อครู่ไม่หาย พอเข้ามานั่งด้านในเรือนพักจึงได้ตกตะลึงกับข้าวของเครื่องใช้อีกรอบ

“ข้าจะบอกสิ่งที่ท่านสงสัย หลังจากที่พวกท่านฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ” ทั้งสองพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แม้จะมีความสงสัยในสิ่งต่างๆ ไม่น้อย

หรูอวี้เล่าเรื่องจากความทรงจำเดิมที่นางตกลงไปในน้ำ โดยฝีมือของเซี่ยหรันเซียนที่เรียกนางไปเพื่อชมปิ่นเนื้องามที่นางเพิ่งจะได้มา แต่เซี่ยหรูอวี้ไม่คิดว่ามีคุณหนูจวนอื่นอยู่ด้วย ในตอนที่นางเอื้อมมือไปรับปิ่นจากมือของเซี่ยหรันเซียนตามคำสั่งของนาง

เซี่ยหรันเซียนก็ร้องขึ้นเพื่อเรียกทุกคนที่อยู่ในศาลาให้มาที่ริมน้ำ โดยทุกคนคิดว่าเซี่ยหรูอวี้จะแย่งของจากมือของเซี่ยหรันเซียนจึงได้เกิดการกระชากผลักตัวกันขึ้น เซี่ยหรูอวี้ก็พลาดท่าตกลงไปในน้ำ

กว่าที่สาวใช้ของนางจะเข้ามาช่วยนางขึ้นจากน้ำได้ก็กินเวลาไปนานแล้ว คนอื่นรวมทั้งเซี่ยหรันเซียนก็ตกใจจนได้ถอยกลับไปอยู่ภายในศาลาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกันแล้ว

“ช่างเลือดเย็นนัก” เซี่ยหยวนตบโต๊ะเสียงดัง เพียงแค่ฟังเรื่องราวเท่านี้ เขาก็อยากจะออกไปขอความเป็นธรรมให้น้องสาวแล้ว

“ท่านพี่อย่าได้มีโทสะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง” หรูอวี้ไม่ต้องการให้พี่ชายนางเข้ามายุ่ง ในเมื่อนางมีหนทางให้จัดการกับสองแม่ลูกและคุณหนูจวนอื่นได้อย่างง่ายดาย

เซี่ยหรูอวี้เล่าเรื่องต่อหลังจากนั้น ที่นางพบท่านเทพชะตาจนได้มิติแห่งนี้ นางรู้เรื่องภายหลังที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยนำความฝันที่นางเห็นมาเล่าให้ทั้งสองฟัง แต่เรื่องที่นางเป็นนักฆ่า นางไม่ได้เอ่ยถึง ด้วยกลัวว่าทั้งสองจะกลัวนางไปด้วย

“หากเป็นที่เจ้าว่า พี่ก็คิดว่าคงต้องเตรียมการแล้ว” เซี่ยหยวนไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายเช่นนั้นอีก เขาเชื่อในคำพูดน้องสาวไม่น้อย เพราะนางมีมิติที่ได้มาจากเทพชะตา

แตกต่างจากตู้เหลียนที่ยังอาลัยอาวรณ์ในตัวผู้เป็นสามี ดูเหมือนบุตรของนางทั้งสองคนจะสังเกตเห็นความลังเลในตัวของมารดาเช่นกัน

"หากท่านแม่ยังไม่เชื่อในคำข้า ท่านลองขอให้ท่านพ่อสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงน้ำชาดูก่อนก็ได้เจ้าค่ะ” หรูอวี้เชื่อว่า เซี่ยถงวู่ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ตรวจการ จะต้องปล่อยผ่านเรื่องในจวนไปอีกตามเคย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ตอนจบ

    อันอ๋อง ยอมเข้าไปอยู่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจ้าวลู่ฉือตั้งแต่วัยสิบสองหนาว แม้เขาจะมิได้แสดงออกว่าพึงใจในตัวของซูซินมากนัก แต่ก็ลอบหาทางพบนางอยู่เสมอ“หึ อันอ๋องร้ายนัก ข้ารึก็มัวแต่ระวังเจ้าลูกเต่าจวนอื่น” จ้าวลู่ฉือสบถออกอย่างหัวเสียเมื่อเขารู้เรื่องจากหรูอวี้ว่า ทั้งสองเหมือนจะมีใจให้กัน“ท่านพี่ ซินซินนางถึงวัยออกเรือนแล้ว อันอ๋องเองก็อยู่ในสายตาของท่านมาตลอด ท่านยังมิวางใจอีกรึ”“พี่ยังอยากให้ซินซินอยู่กับพี่และเจ้าไปอีกหลายปี”“เหอะ ท่านจะให้นางแก่ตายคาจวนหรืออย่างไร ข้าตัดสินใจแล้ว หากซินซินนางเลือกอันอ๋องข้าก็ไม่ขัดขวาง ท่านก็ปล่อยวางได้แล้ว” หรูอวี้มองสามีที่ผมเริ่มจะขาว ของนางอย่างมีโทสะนางอยากจะถามเขาเสียเหลือเกินว่าจะต้องรอให้เขาลงหลุมก่อนรึ ถึงจะยอมให้บุตรสาวออกเรือนได้เมื่อคำเด็ดขาดหลุดออกมาจากปากของหรูอวี้ จ้าวลู่ฉือก็ไม่อาจเอ่ยแย้งได้ พออันอ๋องมาเอ่ยเรื่องทาบทามที่จวน จ้าวลู่ฉือจึงบังคับให้เขาสาบานต่อฟ้าดินว่าจะมีเพียงบุตรสาวของตนเพียงหนึ่งเดียวในตำหนัก“เปิ่นหวางสาบานต่อหน้าฟ้าดิน ชั่วชีวิตนี้จะมีเพียงซินซินหนึ่งเดียว และจะไม่ทำให้นางต้องช้ำใจเป็นอันขาด”สามเดือนต

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   จ้าวซูซิน

    หรูอวี้นางคิดว่า มีเพียงฝาแฝดทั้งสองเป็นบุตรก็เพียงพอแล้ว เพียงเลี้ยงเขาน้องก็ไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอันใดได้ จึงมิได้คิดเรื่องที่จะมีบุตรอีกเลย“ท่านแม่จะมีน้องสาวให้ข้ารึขอรับ” จ้าวหลิงฮุ่ยเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่ใสซื่อจ้าวหลิงเทียนก็มองมาทางหรูอวี้ด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย แม้ไม่ได้พูดออกมา ก็รู้ว่าเขาอยากจะมีน้องสาวตัวน้อยเช่นเดียวกัน“ใช่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย” นางลูบหัวบุตรทั้งสองอย่างรักใคร่“มีน้องชายก็ได้ขอรับ ข้าชอบทั้งหมดที่เป็นน้องของข้า” จ้าวหลิงฮุ่ยฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าเอ็นดู“ยินดีด้วยขอรับท่านแม่ทัพ” ตลอดทางนับตั้งแต่เดินเข้าจวนมา เขาอดจะสงสัยไม่น้อยที่บ่าวไพร่ ต่างเข้ามาแสดงความยินดี ราวกับว่าเขาได้เลื่อนตำแหน่งเสียอย่างงั้นแต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อยามนี้เขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ที่ไม่อาจจะมีตำแหน่งใดสูงได้มากกว่านี้อีกแล้ว“เกิดเรื่องใดขึ้น” เขาเอ่ยถามบ่าวแล้ว แต่ก็ไม่ได้คำตอบ ได้แต่บอกให้เขากลับไปฟังเรื่องราวที่เรือนของฮูหยินเองเสียงพูดคุยหัวเราะของคนในเรือนของหรูอวี้ ทำให้จ้าวลู่ฉือที่เดินทางกลับมาจากค่ายทหารนอกเมืองยืนยิ้มตามไปด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ของเขา ม

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   จ้าวหลิงเทียน จ้าวหลิงฮุ่ย

    เรื่องนี้ทำให้ตู้เหลี่ยงพอใจอยู่ไม่น้อย ด้วยตัวเขาเองก็เตรียมชื่อไว้ให้เหลนชายทั้งสองเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจ้าวลู่ฉืออยากจะตั้งเองหรือไม่“จ้าวหลิงเทียน จ้าวหลิงฮุ่ย ชอบหรือไม่เล่า” เขาเอ่ยเรียกเหลนชายทั้งสอง พร้อมทั้งมองอย่างรักใคร่จ้าวหลิงเทียนผู้พี่ จ้าวหลิงฮุ่ยผู้น้อง หัวเราะจนเห็นเหงือกของตน สร้างความอิ่มเอมใจให้กับทุกคนในห้องโถงจนมีรอยยิ้มไปตามๆ กันแต่แล้วความครื้นเครงก็หยุดลง เมื่อพ่อบ้านจ้าว เข้ามาแจ้งเรื่องที่เซี่ยถงวู่มาขอพบตู้เหลี่ยงและตู้เหลียนที่หน้าจวนตู้เหลี่ยงส่งฝาแฝดให้แม่นมพาออกไปด้านนอกทันที ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังอย่างมีโทสะ“เดรัจฉาน!!! ยังมีหน้ามาขอพบข้าอีกรึ”“ท่านตา อย่าได้มีโทสะเจ้าค่ะ หากท่านไม่ต้องการพบหน้าก็เพียงแค่ให้บ่าวหน้าจวนไล่ไปก็เท่านั้น ไยจะต้องทำให้ตนเองขุ่นใจด้วย” หรูอวี้เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางเหลือบมองมารดาก่อนจะพูด ก็เห็นว่านางไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นดีใจที่เซี่ยถงวู่มาขอพบ จึงได้เบาใจลง“เป็นเช่นที่อวี้เออร์นางว่า หากท่านอาจารย์ไม่ต้องการจะพบ ข้าจะออกไปจัดการให้ท่านเองขอรับ”“อืม...ลำบากเจ้าแล้ว” เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าตู้เหลี่

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   เพียงแค่ชิมเท่านั้น

    “สวรรค์” บ่าวไพร่และเสี่ยวฟ่านที่ได้พบเห็นคุณชายน้อยของตนก็ได้แต่อุทานออกมาอย่างแปลกใจนี่มันเด็กเพียงคลอดเสียที่ไหน ทั้งสองราวกับเด็กครบเดือนแล้ว ดวงตาที่กวาดมองไปทั่ว ราวกับรู้เรื่องราวและรับรู้สิ่งที่พวกเขาเอ่ยพูดกัน“พาไปให้อวี้เออร์นางดูก่อนเถิด” จ้าวลู่ฉือเขี่ยแก้มบุตรชายทั้งสอง ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในห้อง ที่สาวใช้ทำความสะอาดร่างกายของหรูอวี้เรียบร้อยแล้ว“ฮูหยินช่างมีบุญนัก แม้แต่กลิ่นน้ำคลอดของนางก็ไม่เหม็นเช่นที่ข้าเคยพบเจอ ดูเหมือนว่าจะคลายกลิ่นดอกบัวเสียด้วยซ้ำ” หมอตำแยเอ่ยพูดคุยถึงเรื่องความน่าอัศจรรย์นี้กันจ้าวลู่ฉือ เห็นหรูอวี้นั่งพิงหัวเตียงชะเง้อคอมองมาทางประตูก็อมยิ้มมองนาง“เจ้าอยากเห็นลูกใช่หรือไม่” เขารับเด็กทั้งสองคนมาจากป้าจิ้นและเสี่ยวซี ก่อนจะเดินเข้าไปหาหรูอวี้ที่เตียงหรูอวี้เม้มปากแน่น มองเด็กน้อยที่อยู่ในห่อผ้าที่แขนของจ้าวลู่ฉือ“ลูกข้า...ช่างตัวเล็กนัก” นางไม่รู้ว่าจะเอ่ยเช่นไรไม่คิดด้วยว่าในชีวิตนางจะให้กำเนิดเด็กน้อยออกมาได้ หรูอวี้มองเด็กทั้งสองด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำ ความรู้สึกแปลกใหม่เกิดขึ้นกับนาง จนนางไม่อาจจะอธิบายได้ความรัก ความหวงแหน ห

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   เทพเซียนลงมาเกิดหรือเนี่ย

    “อันใดกัน มีเรื่องที่เจ้าจัดการไม่ได้ด้วยรึ” ฮ่องเต้ไม่อยากจะเชื่อ ว่าสหายรักจะจัดการเรื่องหยุมหยิมเช่นนี้ไม่ได้“มีเพียงเรื่องของนางที่ไม่อาจจัดการได้” เขาไม่เคยเอาชนะนางได้เลย นับตั้งแต่ที่พบเจอนางในครั้งแรก“เพ้ย สตรี อย่างไรก็ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของสามี เจ้าตามใจนางเกินไปแล้ว”“พูดไป พระองค์ก็ไม่เข้าพระทัย กระหม่อมกลับจวนก่อนพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวลู่ฉือลุกขึ้นจะเดินออกจากวังหลวง“ให้เจิ้นช่วยพูดดีหรือไม่” สตรีในวังนับร้อย เขายังจัดการได้“นางไม่ได้อยู่ให้พระองค์พูด พระองค์จะช่วยได้อย่างไร”“ห๊ะ!!! ถึงกลับหนีไปเลยรึ”จ้าวลู่ฉือส่ายหัวอย่างปลงตก แล้วเดินออกจากห้องตำราของฮ่องเต้กลับจวน หากนางหนีไปเช่นผู้อื่น เขายังตามกลับมาได้ แต่นี่ นางเล่นหายไปในมิติ เขาจะตามนางได้อย่างไรหรูอวี้ที่เก็บน้ำหวานจากดอกบัวจนเบื่อแล้ว นางจึงได้ออกมาด้านนอก พอออกมาถึงก็ถูกจ้าวลู่ฉือที่นั่งรอนางอยู่รวบตัวกอดรัดไว้แน่น“อวี้เออร์ อย่าได้ทำกับข้าเช่นนี้อีก อย่าได้หายไปโดยไม่บอกข้า เรื่องคุณหนูที่มากวนใจเจ้าวันนั้นข้าจัดการให้ตระกูลของพวกนางจับนางแต่งออกไปแล้ว ยามนี้ไม่มีผู้ใดกล้ามากวนใจเจ้าอีกแล้ว” เขาซุกใบหน้าลงก

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวน

    หรูอวี้ตบไปที่ใบหน้าของคุณหนูหั่วเต็มแรง มีดสั้นถูกวางจ่ออยู่ที่คอของคุณหนูหั่ว หากนางขยับตัวเล็กน้อยคงได้เห็นเลือดอย่างแน่นอน“ข้าไม่ถือ หากเจ้าจะใช้มารยาเพื่อได้เข้าตระกูลจ้าว แต่ในเมื่อเจ้าปากกล้ากับข้าเช่นนี้ ข้าคงต้องทำให้เจ้ารู้เสียแล้วว่าข้าเป็นเช่นไร” หรูอวี้ขยับข้อมือเพียงเล็กน้อย คมมีดก็บาดเข้าคอของนางจนเลือดซึมออกมา“ขะ ข้ากลัวแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ” นางเอ่ยขอร้องอย่างลนลาน“อวี้เออร์ ข้าจัดการเอง” จ้าวลู่ฉือเดินเข้ามาจับข้อมือของนางไว้“หึ” นางสะบัดมือของเขาออก ก่อนจะปามีดสั้นไปตรงกลางโต๊ะที่พวกคุณหนูคนอื่นนั่งอยู่ แล้วเดินออกจากห้องโถงไปอย่างไม่สบอารมณ์จะเรียกว่านางหึงหวงเขาเสียจนหน้ามืดก็ได้ที่ลงมือเช่นนั้น แต่คุณหนูหั่วก็ปากดีเสียจนนางควบคุมอารมณ์ไม่อยู่หรูอวี้ไล่ป้าจิ้นกับเสี่ยวซีที่ตามนางมาที่เรือนอย่างเป็นห่วงออกไป ก่อนจะเข้าไปสงบอารมณ์ในมิติของนางจ้าวลู่ฉือยืนมองคุณหนูที่รอพบเขาที่ละคน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา“เป็นบิดาของพวกเจ้า หรือตัวพวกเจ้าที่ใจกล้าทาเยือนจวนของข้ากัน” เขาเอ่ยถามออกมาด้วยเสียงเหยียบเย็นบางคนที่หวาดกลัวจนตัวสั่นก็โยนเรื่องราวทั้งหมดไปให้ผู้เป

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ตาข้าเป็นอันใดไม่รู้

    เซี่ยหรันเซียนเหมือนจะรู้ว่ามีคนจ้องมองมาทางนาง นางจึงหันไปมอองทางรถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเห็นว่าด้านในมีหรูอวี้ที่ยกยิ้มมุมปาก มองมาที่นางราวกับว่ากำลังเยาะเย้ยอยู่ ก็เผลอกรีดร้องออกมา“กรี๊ดดดด จะ เจ้า” นางชี้มือที่ทางหรูอวี้ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวอย่างน่าหวาดกลัว“พาข้าลงไป” หรูอวี้บอกเส

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   เห็นหรือไม่ ว่านางมีสภาพเช่นไร

    จวนตระกูลเซี่ยหลังจากที่จ้าวลู่ฉือกลับไปก็เกิดเรื่องราวใหญ่โต เมื่อเซี่ยถงวู่ฟื้นขึ้นมาหลังจากที่เขาสลบไป ก็ไปที่จวนของสวีเหมยลี่ทันที“เจ้าไปที่จวนตระกูลจ้าวเพื่ออันใด!!!” เขาบีบต้นแขนของนางไว้แน่น“เหตุใดข้าจะไปไม่ได้ นังหรูอวี้ได้ดีเป็นถึงฮูหยินท่านแม่ทัพ นางต้องช่วยเซียนเซียนของข้าได้” นางกรีดร

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ข้าเพียงลองให้ดู ว่าดีเพียงใด

    ตอนนี้ทั้งจ้าวลู่ฉือและหรูอวี้กำลังเป็นที่พอพระทัยของฮ่องเต้ หากรู้ว่าฮูหยินของตนทำให้จ้าวลู่ฉือเกือบจะเสียบุตรไป เขาคงได้ถูกริบตำแหน่งคืนอย่างแน่นอน“ข้าให้เวลาเจ้าสองวัน หากยังมิจัดการสวีเหมยลี่ให้ข้า ข้าจะมาจัดการทั้งตัวเจ้าและนางด้วยตนเอง” จ้าวลู่ฉือเหยียบไปที่อกของเซี่ยถงวู่อีกครั้ง ก่อนจะปราย

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ตระกูลตู้มาถึงแล้ว

    “เอาเถิด นับจากนี้พวกเจ้าเป็นคนของข้า ข้าก็จะเรียกพวกเจ้าเช่นนี้ หากพวกเจ้าเชื่อฟังข้า ทำตามที่ข้าบอก ต่อไปจะไม่มีผู้ใดรังแกเจ้าได้ หากอยากเรียนข้าจะส่งให้เรียน หรือจะเป็นทหารข้าก็จะไม่ห้าม”“จะ จริงหรือขอรับนายหญิง”“อืม...ข้าไม่เคยพูดปด แต่ว่า...ข้าไม่ชอบคนขโมยของ หรือหากคิดจะหักหลังข้า หากพวกเจ้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status