مشاركة

ตอนที่1

last update تاريخ النشر: 2025-12-11 12:34:40

ตอนที่ 1

แสงอาทิตย์ยามอู่ร้อนแรงเจิดจ้า เสียงประทัดและเสียงดนตรีดังสะท้านไปทั่วถนนจากจวนรองเจ้ากรมโยธากู้ กู้อวี้จิ่ว มุ่งสู่จวนติ้งถิงโหว สวีฟ่านเย่ ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวใหญ่โตเคลื่อนผ่านอย่างเอิกเกริก ไม่ต้องเอ่ยก็รู้ว่าวันนี้คือวันมงคลสำคัญ

หน้าจวนฝ่ายเจ้าบ่าวถูกประดับด้วยผ้าแพรแดงและตัวอักษรซังฮี่อย่างอลังการ เพราะนี่คืองานแต่งของหลานชายคนโตของติ้งถิงโหว แม้เจ้าบ่าวจะกำพร้ามารดาหายสาบสูญบิดาตายจาก แต่ท่านปู่รักและ ในตัวเขามาก งานแต่งจึงยิ่งใหญ่ไม่แพ้ขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง

สองฝั่งถนนแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มารอดู ไม่เพียงชาวบ้านแต่แขกผู้มีเกียรติจากแทบครึ่งมหานครฉางเล่อก็มารวมตัวกัน ยาวไปจนถึงลานหน้าจวนติ้งถิงโหว ต่างรอคอยดูขบวนเจ้าสาวของสองตระกูลผู้มีอำนาจแห่งแผ่นดินต้าเฉิง

เมื่อหัวขบวนหยุดอยู่หน้าใหญ่ประตูจวน ร่างเจ้าบ่าว สวีเฟิ่งเยี่ยน หลานชายนอกคอกของติ้งถิงโหว ผู้เลื่องลือไปทั่วเมืองว่าเหี้ยม โหด เย็นชา และแข็งกร้าวราวน้ำแข็งนั่งบนหลังอาชาสีน้ำตาลเข้มอย่างองอาจ และในแผ่นดินนี้มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่เขายอมเกรงใจ

แม้สกุลสวีจะเป็นตระกูลหมอหลวงคู่บัลลังก์ของหยางตี้ฮ่องเต้มาหลายสิบปี ดังนั้นสวีเฟิ่งเยี่ยนซึ่งเป็นหลานชายคนโตเหมาะสมที่สุดจะสืบทอดวิชาแพทย์จากท่านปู่เช่นติ้งถิงโหว แต่เขากลับเลือกจับดาบตั้งแต่อายุหกขวบ พอครบสิบสามก็แอบหนีไปเป็นทหาร ไม่ยอมเข้าสำนักแพทย์หลวงตามที่ถูกเคี่ยวเข็ญ ทั้งยังปฏิเสธการเตรียมตัวเป็นติ้งถิงโหวซื่อจื่อตามที่บิดาผู้ล่วงลับก่อนวันอันควรส่งต่อให้

เฟิ่งเยี่ยนเลือกเส้นทางของตนเองไปอยู่ชายแดน ทนลำบากเสี่ยงชีวิตนานหกปีจนขึ้นเป็นแม่ทัพหลังสร้างผลงานปราบศัตรูเช่นแคว้นเหลียง กระทั่งบังเอิญช่วยชีวิตไม่จื่อจ้าวหานและองค์หญิงโซ่วหนิงซึ่งแอบหลบหนีไปท่องเที่ยวชายแดนไม่เปิดเผยฐานะจากโจรภูเขา ทำให้ฮ่องเต้เห็นความสามารถและเรียกกลับมารับตำแหน่งแม่ทัพหน่วยอวี้หลินในวัยเพียงยี่สิบเอ็ด จึงได้กลับสู่เมืองหลวงอีกครั้ง

วันนี้เขาสวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงเข้มปักลายนกยวนยางคู่ สง่างามไม่แพ้ใคร ทว่าบนใบหน้าใต้หมวกกว้างกลับไร้รอยยิ้ม ริมฝีปากเม้มตึง ดวงตาคมเย็นชาเห็นได้ชัดเจ้าบ่าวผู้นี้ ไม่เต็มใจแต่งงานเลยแม้เพียงเสี้ยวเดียว

ซึ่งทุกคนก็พอจะรู้สาเหตุอยู่บ้าง เนื่องจากเขามีหญิงคนรักที่คบกันมากว่าสองปี ทว่านางเป็นลูกหลานตระกูลเจียง ศัตรูเก่าแก่ของติ้งถิงโหว ท่านหัวหน้าหมอหลวงเฒ่าจึงไม่ยอมให้หลานชายแต่งกับลูกหลานของคู่อริเด็ดขาด

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นงานแต่งที่เจ้าบ่าวไม่ได้เลือก เจ้าสาวก็เป็นผู้ที่ติ้งถิงโหวเห็นชอบเอง หากเฟิ่งเยี่ยนไม่ยอมแต่ง เขาจะถูกบังคับให้ลาออกจากกองทัพที่รัก และกลับมาเป็นว่าที่ติ้งถิงโหวซื่อจื่อ ต้องดูแลร้านยาสมุนไพรของสกุลสวีแทนตำแหน่งแม่ทัพอวี้หลินอันทรงเกียรติ

เรื่องนี้…แม่ทัพหนุ่มวัยยี่สิบสามไม่มีวันยอม!

เขาดื้อกับท่านปู่ได้ แต่ขัดพระบัญชาของหยางตี้ฮ่องเต้ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อท่านปู่เป็นขุนนางที่ฮ่องเต้ให้เกียรติอย่างสูง เมื่อผู้เฒ่าไปขอร้อง ฮ่องเต้ย่อมคล้อยตาม แม้จะเสียดายฝีมือของเขามากก็ตาม

จึงไม่แปลกที่วันนี้เฟิ่งเยี่ยนหน้าบึ้งจนใครเห็นก็รู้ว่าอยากพังงานวิวาห์ให้รู้แล้วรู้รอด หากไม่ติดว่าตำแหน่งแม่ทัพค้ำคออยู่ คงได้เห็นเขาควบม้าออกนอกเมืองไปนานแล้ว เมื่อทนแต่งไม่ได้ ก็แน่นอนว่าหลังแต่ง…กรรมทั้งปวงย่อมตกที่เจ้าสาวเต็มๆ

งานแต่งนี้เพิ่งเริ่มก็ขื่นขมแล้ว

และสิ่งที่ทุกคนคิดก็ตรงกับใจเขาไม่มีผิด ยิ่งเฟิ่งเยี่ยนรู้ว่าเจ้าสาวยอมแต่งเพราะมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน เขายิ่งรังเกียจนางเข้าไปใหญ่ ท่านปู่เขายอมควักสินสอดไม่น้อย ยังถึงขั้นช่วยรับรองบุตรชายคนที่สามของใต้เท้ากู้เข้าสำนักศึกษาหลวงเพื่อแลกหลานสาวคนโตของตระกูลกู้มาเป็นสะใภ้

สตรีเช่นนี้…ในสายตาเขาใครจะไม่ดูแคลน

‘คอยดูเถอะ ข้าจะทรมานให้นางร้องขอหย่าให้ได้ภายในสามวัน!’

เพราะหากนางเป็นฝ่ายร้องขอ เขาย่อมไม่ผิดทั้งต่อท่านปู่และต่อฮ่องเต้ ดีที่เขาฉลาดพอ รีบตอบตกลงแต่งก่อนที่ฮ่องเต้จะประทานสมรส ไม่งั้นคราวนี้ได้ย่อมเป็นเขาที่ถึงคราวซวย เพราะสมรสพระราชทาน…หย่าไม่ได้!

แต่ความจริงก็คืองานแต่งวันนี้มิใช่แค่เจ้าบ่าวที่ไม่เต็มใจ ฝั่งเจ้าสาวเองก็ถูกบีบบังคับไม่ต่างกัน กู้หลิงเซียว ผู้เป็นเจ้าสาว นั่งนิ่งอยู่ในเกี้ยวหรูหราที่ประดับผ้าโปร่งแดง ได้ยินทั้งเสียงกลอง เสียงฝีเท้า และเสียงซุบซิบเรื่อยมาตลอดทาง นางกำมือบนตักแน่นเพียงเพื่อยืนยันว่าตนยังมีชีวิตมิได้กลายเป็นตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ตัวหนึ่งที่ถูกยัดขึ้นเกี้ยวมา

หลิงเซียวเป็นบุตรีคนโตของใต้เท้ากู้ รองเจ้ากรมโยธา ชาติกำเนิดดีแต่โชคชะตาไม่เคยเมตตา ความผิดพลาดเมื่ออายุหกขวบทำให้ลบไม่ออกนางเผลอผลักมารดาเลี้ยงตกสะพานจนแท้งลูก บิดากับท่านย่าโกรธจัดจึงส่งนางขึ้นอารามซือไท่เมี่ยวถังบนเขาไท่ซาน อยู่ยาวนานเก้าปีเต็ม

เด็กหญิงที่เพิ่งเสียมารดาไม่ถึงปีก็ถูกส่งขึ้นเขาลำพัง ต้องทนกับความเงียบเหงาและความโดดเดี่ยวกัดกินหัวใจวันแล้ววันเล่า จนครบเก้าปี นางเติบโตในอารามกับสาวใช้นามเผยโหย่วเพียงสองคน ภายใต้กฎระเบียบอันเคร่งครัด เพิ่งถูกรับตัวกลับจวนเมื่อปีก่อนเพราะถึงวัยปักปิ่น

ท่านย่าต้องการให้หลิงเซียวออกเรือน ตอบแทนที่เกิดมาเป็นคนสกุลกู้ ต้องเรียนตำราสอนสตรีและเรียนรู้ชีวิตอย่างคนทั่วไปเสียที ไม่ใช่นักบวชหญิงที่สวดมนต์ตลอดวัน หนึ่งปีที่อยู่จวนกลับถูกท่านย่ากับแม่เลี้ยงเข้มงวดหนักกว่าเดิม

หลิงเซียวรู้ดีว่านางไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่ก้าวลงจากเขา บิดาห่างเหิน ฝั่งญาติสกุลเดิมของมารดาก็ลืมนางไปนานแล้ว นางกลายเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ มีเพียงเผยโหย่วที่เคียงข้าง หากท่านย่าไม่คิดดองกับสกุลใหญ่ติ้งถิงโหว นางคงยังติดอยู่บนเขามิได้ลงมาเป็นแน่

สองเดือนก่อน นางถูกบีบให้เลือกระหว่างแต่งเป็นฮูหยินแม่ทัพสวีบุรุษหนุ่มอนาคตไกลที่หยางต้ฮ่องเต้เมตตาและไท่จื่อหยางหลงรักใครประดุจพี่น้อง หรือเป็นฮูหยินรองของสหายบิดา ผู้มีอายุเกือบเท่าท่านปู่ที่ล่วงลับไปแล้ว ตัวเลือกหลังนี้ถึงไม่ใช่หลิงเซียวก็คงไม่มีวันยอม ดังนั้นก่อนยื่นข้อเสนอท่านย่าย่อมรู้ว่านางจะเลือกทางใด แต่เหตุผลสำคัญที่หลิงเซียวตอบตกลงแต่งกับสวีเฟิ่งเยี่ยน เพราะติ้งถิงโหวรับปากว่าจะให้นางเข้าไปดูแลร้านสมุนไพรเหอเซียงหยู๋

เก้าปีในอาราม นางไม่ได้แค่สวดมนต์กลับศึกษาการปรุงยา เก็บสมุนไพรขายประทังชีวิต ทั้งนางและสาวใช้ บิดากับท่านย่าแทบไม่ส่งเงินมาให้ตลอดหลายปี คงคิดว่าเมื่ออยู่ในอารามก็คงจะมีข้าวกินและมีอาภรณ์สวมเพียงพอกระมัง

ดังนั้นตลอดมาหลิงเซียวจึงมีความฝันอยากเปิดร้านขายสมุนไพร ยิ่งมีสวนสมุนไพรเป็นของตนเองยิ่งดี แต่ทุกความฝันหลิงเซียวรู้นางมีราคาต้องจ่ายและครั้งนี้ราคาที่นางต้องจ่ายก็คือแต่งงานกับบุรุษที่มีคนรักอยู่แล้ว อนาคตนางจึงเตรียมใจแต่แรกแล้วว่าตนเองคงไม่ได้ความรักจากสามีเป็นแน่

แต่ไม่เป็นไร ไม่ได้ความรัก ขอเพียงนางได้เงินทองก็พอแล้ว ไม่มีความรักนางอยู่ได้พิสูจน์มาแล้วตลอดเก้าปีบนเขา แต่ไม่มีเงินนางลำบากมาก หลิงเซียวจึงขอเลือกมีเงินไม่เอาความรัก!

คิดถึงตรงนี้ ขบวนเกี้ยวก็มาถึงหน้าประตูตระกูลสวีพอดี บรรยากาศคึกคักจนพื้นดินสั่น

“เจ้าสาวลงจากเกี้ยว!” เสียงบ่าวผู้ทำพิธีดังขึ้นปลุกหลิงเซียวออกจากห้วงคำนึง หญิงสาววัยสิบหกปีขยับก้าวลงจากเกี้ยวด้วยฝีเท้ามั่นคงเพราะนางเลือกแล้ว

ปลายผ้าแพรแดงในมือตึงเมื่อเจ้าบ่าวกระชากราวกับเขาลืมตัว หลิงเซียวมองผ่านผ้าโปร่งแดงนางเห็นเพียงมือแกร่งจับผ้าไว้มั่นราวกับกำลังบังคับม้าพยศไม่อ่อนโยนแต่ไม่หยาบคาย เป็นสัมผัสของผู้ที่ทำแค่ตามหน้าที่หลังจากเขาคงตั้งสติได้ว่าตกอยู่ในสายตาของแขกมากมาย

หลิงเซียวคิดไม่โกรธเคืองที่ตนเองถูกกระชากจนเกือบล้ม เพราะตนเองก็ทำตามหน้าที่เช่นกัน แม้หัวใจเต้นแรงเหมือนกลองรบ นางยังคงยืดหลังตรง จากนั้นสูดลมหายใจเข้าท้องเติมกำลังใจให้ตนเอง

เสียงซุบซิบสองข้างทางดังระงม แต่เงียบลงทันทีเมื่อนางก้าวเข้าสู่พรมแดงยาวสุดสายตาเหมือนเส้นชะตาที่หลิงเซียวเลือกแล้ว ไม่ว่าภายหน้าจะเจอสิ่งใดยากลำบากขนาดไหนนางจะไม่เสียใจ

“เจ้าสาวเดินข้ามกระถางไฟเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย!” ผู้เฒ่านำพิธีประกาศ

เปลวไฟเต้นรำในสายลม เงานางทอดยาวบนพื้นแดง กลิ่นควันผสมไม้หอมชวนขลัง หลิงเซียวสูดลมหายใจ จับปลายแพรแดงแน่น ยกชายกระโปรงเพียงเล็กน้อยก่อนก้าวข้ามไฟที่เหมือนตัดอดีตทั้งมวลทิ้ง

ทันทีที่เท้าแตะพื้นอีกฝั่ง เสียงไชโยดังลั่น สาวใช้โปรยกลีบโบตั๋นแดงราวสายโลหิตตามธรรมเนียม

บ่าวชายสองคนยกถาดทองมาวางตรงหน้า เจ้าบ่าวขยับเข้ามาใกล้เพียงเล็กน้อยเหมือนทำหน้าที่บังลมให้ผ้าไม่ปลิว

“โปรยธัญพืช นำพาความอุดมสมบูรณ์และลูกหลาน”

ในถาดมีข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ลูกเดือย ถั่วแดง สัญลักษณ์แห่งความเจริญงอกงาม เสียงเมล็ดพืชหล่นกระทบพรมแดงเบาๆ แต่สะท้อนไปถึงหัวใจของคู่บ่าว-สาวชัดเจนนัก

เจ้าบ่าวยืนอยู่ข้างๆ ไม่แตะต้องนางสักนิด แต่การมีอยู่ของเขาหนักแน่นพอจะรู้สึกได้ทะลุผ้าโปร่งว่าเขาไม่พึงใจนางมากเพียงใด แต่แล้วอย่างไร เพียงไม่พึงใจหากเขายังไม่ทำร้ายนาง หลิงเซียวอดทนได้

เมื่อโปรยธัญพืชเสร็จ เส้นทางสู่ประตูเฮ้อเหมินเปิดตรงหน้าประตูชีวิตคู่ที่ไม่มีใครถามว่าพร้อมหรือไม่ เสียงนินทาก็เริ่มขึ้นอีก

“แม่ทัพสวีไม่ยิ้มเลยสักนิด”

“ใครจะยิ้มออกล่ะ แต่งกับสตรีที่ตนเองไม่ได้รัก”

“นั่นสิ แต่คุณหนูใหญ่กู้ผู้นี้ก็เห็นแก่ผลประโยชน์ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตนเองไปตัดวาสนารักของผู้ใดเข้า”

“นางคงกลัวจะได้แต่งไปเป็นอี๋เหนียงกระมัง เห็นว่าใต้เท้ากู้ส่งบุตรสาวคนนี้ไปอยู่อารามเมี่ยวถังตั้งเก้าปี”

“หากเป็นข้าก็เลือกแต่งกับท่านแม่ทัพสวี ใครจะอยากแต่งไปเป็นอี๋เหนียงของตาเฒ่าวัยใกล้ตายกัน”

ถ้อยคำเหล่านั้นพัดผ่านหูหลิงเซียวเหมือนลมหนาว นางไม่หยุดฟัง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันบั่นทอนใจอยู่เล็กน้อย ทว่าแววตาใต้ผ้าคลุมหนายังคงนิ่ง...นิ่งอย่างที่ตลอดเก้าปีนางถูกฝึกมานานในฐานะซือไท่

เฟิ่งเยี่ยนเดินนำ หลิงเซียวเดินตามร่างกายของทั้งสองห่างเพียงไม่กี่คืบ แต่หัวใจของเขาและนางกลับห่างกันราวพันลี้

พิธีการทั้งหมดดำเนินเร็ว ทั้งคู่คุกเข่าไหว้ฟ้า ไหว้ดิน ไหว้บรรพชน และไหว้กันเอง เฟิ่งเยี่ยนทำทุกขั้นตอนราวกับเขาไร้ความรู้สึก ขนาดไม่คิดจะมองเจ้าสาวของตนเองตรงๆ แต่มีจังหวะหนึ่งที่ปลายนิ้วของทั้งสองแตะกันในยามที่รับถ้วยชามงคลโดยบังเอิญทำเอาท่านแม่ทัพหนุ่มรู้สึกราวตนเองถูกเข็มนับพันแทงจากปลายนิ้วสู่หัวใจเลยรีบถอยห่างเจ้าสาวราวกับโดนถ่านแดงๆ

ไม่นานพิธีก็สิ้นสุด แสงโคมทั่วจวนไล่เงาทั้งคู่ยาวไปบนพื้นหิน พ่อบ้านใหญ่ลู่เค่อประกาศ เสียงดังกังวาน “ส่งเจ้าสาวเข้าห้องหอ!”

เสียงโห่ร้องดังทันที งานเลี้ยงคึกคัก แขกเหรื่อทยอยดื่มกิน ลุ้นให้เจ้าบ่าวรีบไปหาเจ้าสาวเพื่อแกล้งหยอกเย้าตามธรรมเนียม

แต่ในห้องหอ มีเพียงความเงียบ สาวใช้ในจวนติ้งถิงโหวเปิดประตูพาหลิงเซียวเข้าไปแล้วถอยออก ทิ้งให้นางนั่งอยู่บนเตียงแดงปักลายนกยวนยางคู่ แสงเย็นยามพลบค่ำสะท้อนผ้าไหมระยิบระยับ

หลิงเซียววางมือลงบนตัก สูดลมหายใจลึก แม้หวาดกลัวคืนเข้าหอแต่นางไม่คิดถอยหนี แต่พอคิดไปถึงท่าทางรังเกียจสามีแปลกหน้านางก็มีความหวังอยู่เล็กน้อยว่าคืนนี้เฟิ่งเยี่ยนอาจไม่เข้าหอกับตนเอง แต่สุดท้ายไม่ว่าเจ้าบ่าวจะตัดสินใจอย่างไรนางก็ทำได้เพียง เตรียมรับมือเท่านั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 2/2

    “ตอนนี้ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ท่านก็เป็นคนละคนกับวันนั้น ข้าไม่ถือโทษท่านตั้งแต่ปีแรกหลังแต่งงานแล้ว ท่านเปลี่ยนไปมาก…จนข้ารู้สึกว่า หากวันหนึ่งข้าต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีท่าน ข้าคงลำบากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”รอยยิ้มลึกปรากฏบนใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยน เขาเอื้อมมือเกลี่ยไรผมบนลำคอของนาง“จริงสิช่วงหลังมานี้เจ้าเวลาเจ้าโกรธกลับไม่เคยตะโกนคำรุนแรงใส่ข้าแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเพราะเหตุใดกันหรือ”หลิงเซียวหัวเราะหึเบาๆ“ข้าไม่ชอบให้ท่านด่าข้า ดังนั้นข้าจึงไม่ทำแบบนั้นกลับ ข้ากลัวท่านทำข้าเจ็บ ข้าย่อมไม่อยากทำให้ท่านเจ็บเช่นกัน ใจเขาใจเรา…ข้าเชื่ออย่างนั้นมาตลอด”คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นทำให้หัวใจของเฟิ่งเยี่ยนกระตุก เขาดึงมือของนางมากุมไว้ทั้งสองข้าง ราวต้องการยืนยันว่าตนโชคดีนักที่นางให้โอกาสเขา“หลิงเซียว…” เสียงของเขาแผ่วต่ำ เกือบกลายเป็นกระซิบ“ข้าขอบคุณเจ้ามากกว่าใคร ขอบคุณที่อดทน ขอบคุณที่ยังยื่นมือให้คนเช่นข้า”นางยังไม่ทันตอบ ริมฝีปากอุ่นของเขาก็แตะลงบนหน้าผากอย่างนุ่มนวล ก่อนค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะข้างแก้ม สัมผัสนั้นมิได้เร่งรีบ หากแต่แนบแน่นจนหัวใจนางสั่นวูบหลิงเซียวหลบสายตาไม่ได้ เมื่อเขาเอียงหน้าเ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 1/2

    ตอนพิเศษผ่านไปครึ่งปีหลังจากสวีเฟิ่งเยี่ยนกับกู้หลิงเซียวตัดสินใจจับมือกันเดินไปข้างหน้า ชีวิตของทั้งสองสงบมั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กิจการร้านยาเหอเซียงหยู๋ที่เริ่มตั้งหลักได้มั่นคงตั้งแต่ปีก่อน บัดนี้ยิ่งรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ลูกค้าจากเมืองใกล้เคียงแวะเวียนมาซื้อยาล้วนชมว่าตัวยาของร้านคุณภาพดี ซื่อสัตย์ ราคาเหมาะสม ทำให้หลิงเซียวเอ่ยปากปรึกษากับเฟิ่งเยี่ยนต้องให้คนไปเปิดสาขาเพิ่มอีกสองแห่ง เพียงไม่นานชื่อเสียงของร้านก็ขยายไปไกลจนแม้แต่ต่างแดนยังรู้จักร้านขายยาเหอเซียงหยู๋นี้ท่านปู่ในวัยหกสิบสองผู้ดูแลกิจการของตระกูลมาตลอด เห็นงานของหลิงเซียวและเฟิ่งเยี่ยนก้าวหน้าเช่นนี้ก็ยิ่งพอใจ วันหนึ่งท่านเรียกทั้งคู่เข้าจวน พูดอย่างจริงใจว่าต้องการยกกิจการร้านค้าอื่นๆ อีกหลายชนิดให้หลิงเซียวดูแลเพิ่ม ทั้งร้านผ้า ร้านชา รวมถึงโรงเก็บสินค้าของตระกูล เพราะเห็นว่านางมีความสามารถและซื่อสัตย์แต่หลิงเซียวกับเฟิ่งเยี่ยนกลับรีบปฏิเสธโดยพร้อมเพรียง นางเอ่ยกับท่านปู่อย่างสุภาพว่า“กิจการของตระกูลมีมากมาย ข้าไม่อาจรับทั้งหมดไว้ เฟิ่งหยวนจะแต่งฮูหยินในอีกไม่นานนี้แล้ว ท่านปู่ควรมอบกิจการบางส่วนให้

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 2/2

    คืนนั้นหลิงเซียวถูกสามีให้ใช้ปาก ใช้มือ และใช้เรือนกายเอาอกเอาใจอยู่นานเสียหนึ่งชั่วยาม กว่าจะได้เอนกายนอนอย่างสงบ…ก็เป็นครั้งแรกที่เขายอมปล่อยนางหลับก่อนโดยไม่ลากเข้าสมรภูมิรบไปอีกหลายยกวันต่อ ๆ มา ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสงบราบรื่น ร้านเหอเซียงหยู๋และสวนสมุนไพรทั้งในเมืองนอกเมืองอยู่ภายใต้การดูแลของหลิงเซียวเต็มตัว ท่านปู่และผู้อาวุโสในตระกูลสวีทั้งหลายไว้ใจนางอย่างหมดหัวใจสองปีผ่านไป หลิงเซียวรู้ตัวว่าตนเปิดใจให้สามีมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก แม้จะยังไม่ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยคำรักก่อน เฟิ่งเยี่ยนก็ไม่บังคับ เพียงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนจนใครต่อใครลือกันทั่วจวนและในค่ายว่าแม่ทัพอยู่ใต้อำนาจภรรยาอย่างสิ้นเชิงเขากลับยืดอกยอมรับอย่างไม่อาย “พวกเจ้าพึ่งรู้หรือ ข้าอยู่ใต้ฝ่าเท้าฮูหยินมาตั้งนานแล้ว”เสียงโห่แซวตามมาไม่ขาดสาย แต่คนหน้าด้านเช่นเขาหาได้สนใจไม่แม้แต่น้อยคืนนั้นเป็นคืนวสันต์อีกครั้ง คืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท แสงตะเกียงในห้องนอนถูกหรี่จนอบอุ่น เฟิ่งเยี่ยนเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วดึงภรรยาเข้ามากอดจากด้านหลัง กลิ่นสมุนไพรจากเสื้อผ้าของนางทำให้เขาใจอ่อนทันที“วันนี้ข้าคิดถึงเจ้านัก” เขาก้มจุมพิตแผ่นหล

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 1/2

    ตอนจบยามเหยียนลมเย็นพัดเข้ามาทางหน้าต่าง แต่ความร้อนในอกของแม่ทัพสวีกลับเดือดพลุ่งจนหลิงเซียวต้องเหลือบมองอยู่หลายครั้ง หลังคดีในจวนสงบเรียบร้อย ทั้งป้ายวิญญาณถูกตั้งเข้าที่ สุสานมารดาถูกบูรณะเสร็จสิ้น เดิมทีเฟิ่งเยี่ยนคิดว่าเรื่องทุกอย่างสงบแล้วเขากับ หลิงเซียวจะได้ปรับความเข้าใจกันอย่างแท้จริง ทว่า...เจียงถิงถิง...สตรีผู้เป็นเพียงรักเก่าแถมอีกฝ่ายเคยหักหลังเขาอย่างเลือดเย็นไม่พอหลังถูกเขาจับได้นางยังประกาศว่าตลอดมาไม่เคยรักเขามาก่อน ที่คบหาล้วนหลอกใช้ ทำเอาเขาเสียผู้เสียคนเป็นปีกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้แต่คราวนี้พอตนกลายเป็นหญิงหม้ายสามีขับออกจากจวนนางกลับหน้าไม่อายคอยตามตื๊อเขาไม่พอ ยังไปก่อกวนหลิงเซียวถึงที่ร้าน แล้วกล่าวหาว่าฮูหยินเขาใจแคบไม่ยอมให้สามีรับอี๋เหนียง หางานให้เขาโดยแท้คิดว่าจัดการจวี๋ซื่อไปแล้วชีวิตเขาจะสงบสุข ดันลืมจัดการเจียงถิงถิงเสียได้ อาจเป็นเพราะเขาเห็นนางไม่สำคัญกระมังจึงลืมไปง่ายดาย แต่ในยามนี้หลิงเซียวกำลังจ้องเขาตาเขียวปั๊ด เฟิ่งเยี่ยนหายใจไม่ทั่วท้องแล้วจริงๆ“ว่าอย่างไรเจ้าค่ะ จริงหรือที่ท่านแม่ทัพคิดจะรับแม่นางเจียงเป็นอี๋เหนียง?”ขนหลังต

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 2/2

    หลังพวกเขาขุดศพขึ้นมาได้ในคืนนั้น ทุกอย่างก็ประจักษ์แจ้งทั้งหลักฐานและพยาน ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดความจริงได้อีกต่อไป กระดูกที่ถูกพิษจนดำคล้ำ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ยังมองเห็นชัดว่าผู้ตายต้องทรมานเพียงใดก่อนสิ้นใจ ใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยนกับเฟิ่งหยวนขณะยืนมองศพของมารดาถูกยกขึ้นจากดินนั้นซีดเผือดยิ่งกว่าคืนหิมะ ตะเกียงที่จิ่งหมัวมัวถือส่องสว่างเพียงเล็กน้อย แต่ความจริงที่เปิดเผยกลับหนักจนทุกคนแทบหายใจไม่ทั่วท้องรุ่งเช้าวันต่อมา ในช่วงยามอู่ สือซานนำกังลังพร้อมทหารเฝ้าศาลต้าหลี่มาถึงจวนติ้งถิงโหวทันที พวกเขาได้รับคำสั่งจากทางการให้จับกุมจวี๋ซื่ออย่างเร่งด่วนโดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า จวี๋ซื่อที่กำลังนั่งดื่มยาคลายอาการปวดศีรษะอยู่ในห้องโถงยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อบานประตูถูกผลักเปิดกว้าง เสียงประกาศกร้าวดังขึ้น“จวี๋ซื่อ แห่งสกุลสวี รับคำสั่งศาลต้าหลี่ ต้องถูกควบคุมตัวในข้อหาฆ่าคนตาย ปลอมหลักฐาน และปิดบังความผิดของตนมานานหลายปี!”จวี๋ซื่อหน้าเปลี่ยนสีในชั่วพริบตา มือที่ถือถ้วยน้ำชาสั่นจนหกเลอะโต๊ะ นางมองรอบตัวอย่างหาที่พึ่ง แต่บ่าวที่เคยภักดีล้วนหลบสายตาทั้งหมด ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 1/2

    ตอนที่ 30หลังจัดการหลอกให้หลินซื่อออกมาจากจวนสำเร็จ ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่จวี๋ซื่อคาดหวังไว้แต่แรกอันที่จริงนางวางแผนนี้มานานจนแทบจำไม่ได้ว่าวันใดเริ่มคิดอยากกำจัดศัตรูหัวใจตนเองเสียทีวันนั้น จวี๋ซื่อสั่งให้บ่าวที่ไว้วางใจ พาหลินซื่อไปยังบ้านร้างนอกกำแพงเมือง ความเงียบงันของสถานที่เหมาะสำหรับจัดการใครสักคน หลินซื่อเองย่อมไม่คิดว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายในชีวิต ตั้งแต่ออกจากจวนก็ยังคิดว่าจวี๋ซื่อคงหวังดีต่อตนเองจากใจทว่าเมื่อถูกเชื้อเชิญให้นั่งพัก และถ้วยชาถูกยื่นให้ นางก็รับมันมาดื่มด้วยความเกรงใจ ไม่ทันคิดว่ากลิ่นหอมของใบชานั้นแฝงกลิ่นยาพิษที่ร้ายกาจเพียงใด ไม่นานนัก ร่างของหลินซื่อก็ล้มลงอย่างใกล้สิ้นลมหายใจ ดวงตาเบิกขึ้นครั้งสุดท้ายเห็นใบหน้าของจวี๋ซื่อยืนเหนือหัวของตน รอยยิ้มที่เคยเห็นว่าอ่อนหวาน กลับดูเหมือนคนที่รอวันกำจัดศัตรูมานาน“ข้ารอเวลานี้มาหลายปี” จวี๋ซื่อพูดเบาๆ คล้ายพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับคนที่กำลังจะตาย “ในที่สุดก็สมหวังสักครา”พอหลินซื่อสิ้นใจ นางก็สั่งบ่าวชายสามคนให้ช่วยกันย้ายศพไปฝังด้านหลังเรือนร้างราวกับฝังสุนัขหนึ่งตัว แม้แต่ดินที่กลบก็ยังขรุขระราวกับชีว

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่17 2/2

    “ยิ่งนายท่านมาที่จวนแต่ไม่แวะกลับเรือน พวกบ่าวไพร่ปากมากยิ่งพูดว่าฮูหยินคงทำเรื่องผิดต่อนายท่านจนท่านทนไม่ไหวรอรับ”เฟิ่งเยี่ยนหรี่ตาเย็นเฉียบทันที “ข้านะหรืออยากหย่ากับฮูหยิน บิดามันเถอะ มีแต่นางนะสิที่ขอหนังสือหย่าลือกันไปซี้ซั้วจริง”สวีเฟิ่งเยี่ยนคำรามเสียงต่ำจนอู่ถงหายใจสะดุดติดตามมาเป็นสิบปีเ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่16 2/2

    ข่าวลือเรื่องท่านแม่ทัพกับฮูหยินอาจจะหย่ากันเพราะทะเลาะกันรุนแรงเมื่อครึ่งเดือนก่อนจนเขาไม่กลับเรือนทุกคนล้วนรับรู้หมดทั้งจวน พอเห็นภาพ ท่านแม่ทัพอุ้มฮูหยินกลับจวนมุ่งหน้าไปยังเรือนเหลียนฮัวจึงต่างก็แยกเป็นสองฝ่ายทันที ฝ่ายหนึ่งปากเสียยิ่งกว่าแมลงวันในครัว เสียงกระซิบที่คิดว่าเบา แต่จริง ๆ ดังพอจะไ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่ 21 2/2

    เมื่อรถม้าจอดสนิทหน้าประตูจวนของมือปราบอวี่ หลิงเซียวก้าวลงมาอย่างสงบ สายตากวาดมองสภาพเรือนเบื้องหน้า จวนแห่งนี้มีขนาดกลาง ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าดังตระกูลขุนนางใหญ่ หากแต่มีระเบียบแบบแผนในแบบของผู้มีอาชีพมือปราบของศาลต้าหลี่ ทั้งกำแพงจวนและบานประตูไม้ไม่หรูหรา แต่สะอาดสะอ้าน บ่งบอกว่ามีคนดูแลอย่างดี รอ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-25
  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่9

    ตอนที่ 9แต่สุดท้ายหลิงเซียวก็ได้รู้ว่าตัวบัดซบนามสวีเฟิ่งเยี่ยนไม่เคยรักษาคำพูด เพราะทันทีหลังมื้อค่ำ เขาก็จับนางกินแทนของหวานล้างปากอย่างไม่ปรานี และนับแต่นั้น หากเขาไม่มีงานราชการให้ค้างในค่ายแม่ทัพหนุ่มก็กลับเรือนติ้งถิงโหวทุกคืน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่เขาเสพติดร่างกายนางนัก ชอบร่วมรักกับนางจน

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status