Share

ตอนที่2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-11 12:35:10

ตอนที่ 2

ลมยามค่ำพัดผ่านระเบียงเรือนหอ เรือนเหลียนฮัว ซึ่งแยกจากเรือนหลักทางฝั่งซ้ายของจวนติ้งถิงโหว เป็นเรือนส่วนตัวของ สวีเฟิ่งเยี่ยน ที่ติ้งถิงโหวบังคับให้หลานชายหัวดื้อย้ายเข้ามาอยู่หลังจากเขากลับมาจากชายแดน ซึ่งก็เป็นเวลากว่าสามปีแล้ว

หลิงเซียวนั่งนิ่งอยู่นานจนเมื่อย แต่ไม่กล้าขยับไปไหน เดิมทีเผยโหย่ว สาวใช้ที่ติดตามนางลงจากบนเขาไท่ซานอยู่ด้วยมาตลอดหนึ่งปี ทว่าไม่กี่วันก่อน นางอนุญาตให้อีกฝ่ายแต่งงานกับคนรักเช่นท่านมือปราบแห่งศาลต้าหลี นามอวี่ สือซาน ไปแล้ว เพราะหลิงเซียวไม่รู้อนาคตตนเองในจวนแห่งนี้เลยไม่อยากรั้งสาวใช้ที่นับถือราวพี่สาวไว้ข้างกายอีกฝ่ายแต่งไปกับบุรุษที่มีอนาคตสดใสดีกว่า ดังนั้นใยยามนี้นางจึงเหลือตัวคนเดียวจริง ๆ สินเดิมก็น้อย สาวใช้จากบ้านเดิมไม่มี นางช่างเป็นสะใภ้ใหม่ที่จนเสียจริง

คิดแล้วเหมือนจะขำ แต่ก็ขำไม่ออก พอนึกถึงเผยโหย่วกับสือซานก็อดอิจฉาพวกเขาทั้งสองไม่ได้ ทั้งคู่พบรักกันตั้งแต่หกเดือนก่อนหลังลงจากที่นางถูกท่านย่าส่งคนไปรับลงเขามาอยู่จวนกู้ ถึงเผยโหย่วเกิดและเติบโตในชนชั้นทาส แต่สุดท้ายกลับได้ออกเรือนกับบุรุษที่รักและรักนางตอบ

…บางครา หลิงเซียวก็อยากเป็นเพียงสตรีจากตระกูลชนชั้นกลาง…

แต่เลือกเกิดไม่ได้ มิหนำซ้ำยังเกิดในตระกูลกู้ที่ท่านย่าเป็นใหญ่ ท่านพ่อไม่รัก ท่านแม่ก็จากไปเร็ว “อย่าบั่นทอนใจตัวเองสิ หลิงเซียว”

พอเริ่มจะฟุ้งซ่านนางจึงพึมพำเตือนตนเอง อารามเมี่ยวถังที่นางอยู่มานานเก้าปีสอนเสมอว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และคนที่ทำร้ายตัวเองได้มากสุดก็คือตัวเราเอง คนอื่นจะดูถูกหรือหมิ่นแคลนอย่างไรก็ได้ แต่ตนนั่นแหละห้ามดูถูกตัวเอง

เลือกเกิดไม่ได้แล้วอย่างไร ดูเผยโหย่วสิ นางก็เลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกเส้นทางชีวิตและคนข้างกายได้ เจ้าเองก็ห้ามยอมแพ้เช่นกันนะหลิงเซียว

เมื่อปลุกกำลังใจตัวเองแล้ว หลิงเซียวก็เริ่มคิดวางแผนชีวิตต่อ สามีไม่รัก นางไม่คิดน้อยใจ เพราะตัวนางเองก็ไม่ได้รักเฟิ่งเยี่ยนเช่นกัน ที่ยอมแต่งด้วยเพราะดีกว่าไปเป็นอี๋เหนียงชายแก่วัยเจ็ดสิบ ไหนยังมีโอกาสได้ดูแลร้านสมุนไพรเก่าแก่เช่น ‘ร้านเหอเซียงหยู๋’ นั่นก็เส้นทางที่นางเลือกเอง

ความรักกินแทนข้าวไม่ได้ สวมให้อุ่นแทนอาภรณ์ยิ่งไม่ได้แต่หากนางมีเงิน จะซื้ออันใดย่อมได้ทั้งหมด

นั่งอยู่กับความเงียบเนิ่นนานร่วมสองชั่วยาม ต้นยามซวี สาวใช้นามกุ้ยอิงวัยราวสิบสี่ปีจากจวนติ้งถิงโหว นำโจ๊กร้อนพร้อมอ่างทองเหลืองและผ้าเช็ดตัวเข้ามาให้เจ้านายใหม่ของตนเอง

“ตั้งแต่นี้ท่านโหวให้บ่าวรับใช้และติดตามฮูหยินเจ้าค่ะ หากฮูหยินแม่ทัพต้องการสิ่งใด เรียกใช้กุ้ยอิงได้ทุกเมื่อเจ้าค่ะ” สาวใช้ตัวน้อยที่เพิ่งถูกเลือกขึ้นจากลูกทาสพูดด้วยท่าทางประหม่า

“ได้ ขอบใจเจ้ามาก กุ้ยอิง” หลิงเซียวไม่รู้จะพูดอะไรอีกตอบไปเท่านั้นก็เงียบ นกุ้ยอิงจึงโค้งกายแล้วรีบถอยออกไป ประตูปิดลงหนักแน่น ทิ้งให้ห้องหอเงียบงันดังเดิม

แสงเทียนมงคลสีแดงวูบไหวบนโต๊ะกลม กลิ่นกำยานอ่อน ๆ ลอยคลุ้ง หลิงเซียวยังคงนั่งอยู่บนเตียง ผ้าคลุมหน้าแดงปิดใบหน้า หัวใจที่เคยเต้นแรงจนเจ็บซี่โครงก็ค่อย ๆ สงบลง

จนยามห้าย เสียงเอ็ดอึงของน้องชายและสหายของเจ้าบ่าวดังใกล้เข้ามา ฝีเท้าหนักและเสียงพูดคุยโฉ่งฉ่างกับเสียงหัวเราะครึกครื้นดังมาถึงจนหลิงเซียวเกร็งตัวขึ้นมาโดยปริยาย หัวใจกลับมาเต้นถี่รัวเหมือนจะกระเด็นออกจากทรวงอีกครา

“พี่ใหญ่! จะรีบหนีไปไหน พี่สะใภ้ไม่หนีไปไหนหรอก ข้ายังดื่มไม่หนำใจ!” เสียงสวีเฟิ่งชิว ญาติผู้น้องจากบ้านสี่ดังนำ ก่อนประตูเรือนเหลียนฮัว จะถูกผลักเปิดเล็กน้อยอย่างไม่สุภาพนักเพราะคนผลักเมามาย

“ข้าไม่ได้หนี!” เฟิ่งเยี่ยนตอบเสียงทุ้มต่ำอย่างหงุดหงิด “ตามข้ามาทำไม!”

“ก็มาตามท่านไปดื่มสุรามงคลต่อ ไม่เมาไม่เลิกสิ!” กัวเหิงหลี่ สหายสนิทผสมโรง หานอวิ๋นจิ้งก็หัวเราะลั่นตาม

“ปล่อยพี่ใหญ่ไปเถอะ พวกท่านกลับไปดื่มกับข้าก็พอ” เป็นสวีเฟิ่งหยวน น้องชายแท้ ๆ ที่อ่อนกว่าสวีเฟิ่งเยี่ยนอยู่สี่ปีเอ่ยขึ้นบ้าง

“ใช่ พวกเจ้ากลับไปดื่มกับอาหยวนเถอะ” เฟิ่งเยี่ยนกัดฟันพูด เบื่อหน่ายญาติและสหายที่มอมสุราเขาจนน่าต่อยทีละคน

“หรือว่าท่านกลัวพี่สะใภ้ใหญ่?” เฟิ่งชิวแกล้งแหย่

“แม่ทัพอวี้หลินผู้สังหารศัตรูเป็นใบไม้ร่วง แต่พอแต่งงานกลับกลัวฮูหยินจนขาสั่น!” กัวเหิงหลี่ปิดท้าย ก่อนเสียงหัวเราะชุดใหญ่จะดังครืนจนหลิงเซียวได้ยินชัดเจน

“พวกเจ้าออกไป!” เฟิ่งเยี่ยนขึ้นเสียงอยากเตะทุกคนให้พ้น จนสวีเฟิ่งหยวนรีบเรียกบ่าวชายหลายคนมาช่วยไล่ขี้เมาออกจากหน้าเรือนหอช่วยพี่ใหญ่ของเขาอีกแรง

“ไปได้แล้ว อย่ารบกวนพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ของข้า” เฟิ่งหยวนพูดด้วยความใจเย็นตามแบบหมอหลวงผู้เปี่ยมเมตตา แม้ในใจอยากสาดยาสลบพวกนี้เต็มที

“ไปก็ได้! พรุ่งนี้หวังว่าท่านจะออกจากห้องหอไหวนะพี่ใหญ่!” เฟิ่งชิวยังคงตะโกนทิ้งท้าย

อวิ๋นจิ้งไม่ยอมน้อยหน้า “จริง! ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะตื่นไปฝึกองครักษ์ใหม่ไหวไหม อาเยี่ยน! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

เสียงเหล่านั้นค่อย ๆ ไกลออกไป ความเงียบกลับคืนสู่เรือนเหลียนฮัวอีกครั้ง เฟิ่งเยี่ยนปิดประตู โบกมือไล่บ่าวไพร่ให้แยกย้ายพักผ่อน ก่อนเดินตรงไปยังห้องหอด้านใน

เงาร่างสูงแปดฉื่อทอดยาวบนประตูขณะเขาหยุดยืน ปลายนิ้วแข็งกร้าวผลักบานประตูเปิดออกอย่างช้า ๆ …

แอ๊ด…

เสียงบานประตูเลื่อนเปิดไม่ดังนัก แต่กลับสะเทือนถึงหัวใจเจ้าสาว ยิ่งได้ยินเสียงก้าวเท้าหนักแน่นใกล้เข้ามา หลิงเซียวก็ยิ่งเผลอกำกระโปรงเจ้าสาวแน่น

เฟิ่งเยี่ยนเขาคือแม่ทัพแห่งหน่วยอวี้หลิน หน่วยองครักษ์ที่นับว่าเหี้ยมโหดนัก และสำหรับหลิงเซียวก่อนแต่งงานบุรุษผู้นี้นางเคยเห็นเพียงไกล ๆ เมื่อเดือนก่อนเท่านั้นเขามีรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างดั่งภูผา เทียบกับนางที่บอบบางสูงแค่หกฉื่อแล้วต่างกันจนทำให้นางหวาดกลัวค่ำคืนแรกนี้เหลือเกิน

เท้าแกร่งก้าวมาหยุดตรงหน้าภายในพริบตา เจ้าบ่าวของนางไม่พูดแม้ครึ่งคำ เขาทำเพียงเอื้อมหยิบคันชั่งมาแตะผ้าโปร่งแดงบนศีรษะนางตามธรรมเนียม แล้วเปิดออกช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อน

แสงเทียนสะท้อนดวงตาเข้มลึกของเขา นิ่ง…แต่ร้อนแรงจนหลิงเซียวสะดุ้ง นางสบตาได้เพียงเสี้ยวลมหายใจก็ต้องก้มหน้าหนี หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดมานอนกองแทบเท้าเจ้าบ่าว

ฝ่ายสวีเฟิ่งเยี่ยนนั้นเดิมทีเขาตั้งใจเพียงทำพิธีให้ครบแล้วแยกไปนอนที่ห้องหนังสือ แต่ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวมาตลอดทั้งวันนี้ช่าง…

...งดงามยิ่งนัก

ผิวขาวนวล แก้มที่ดูนุ่มเด้งสีชมพูระเรื่อชวนให้ลองสัมผัส ดวงตากลมใสเหมือนกวางน้อยที่พอสบตาเขาก็รีบก้มหลบ เพียงเท่านี้หัวใจแม่ทัพหนุ่มวัยยี่สิบสามปีก็กระตุกวาบ แล้วร่างกายส่วนล่างก็ตอบสนองขึ้นมาในทันทีราวกับตายอดตายอยากมาแรมปี

“หึ…เจ้าสาวที่ท่านปู่หามาให้ นับว่าไม่เลวเลย แค่เห็นหน้าก็ทำให้ข้าเกิดอารมณ์ได้ตั้งแต่แรกพบ”

ประโยคแรกที่เขาเอ่ยกลับหยาบคายเสียจนหลิงเซียวเผลอขมวดคิ้ว นางแต่งมากับตัวอันใดกันแน่…ยังไม่ทันคิดต่อ เฟิ่งเยี่ยนก็ดึงปลายคางนางให้เงยขึ้นสบตา

นางเคยอยู่ในอารามแม่ชี ไม่เคยใกล้บุรุษใดมาก่อน ยิ่งต้องอยู่สองต่อสองเช่นนี้ ร่างกายถึงได้แข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเมื่อเขาโน้มตัวลงใกล้และจับคางแน่นขึ้น นางก็ยิ่งสั่นทั้งตัว

“กลัว?”

นางไม่ตอบ แต่ดวงตาหลบเลี่ยงก็บอกหมดทุกอย่าง เฟิ่งเยี่ยนยกมุมปากน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะอยากแกล้ง ทว่าภาพตรงหน้ามันยั่วยวนเขาจนแทบทนไม่ไหว ฮูหยินตัวน้อยช่างมีกิริยายั่วกำหนัดโดยธรรมชาติดียิ่ง

เฟิ่งเยี่ยนไม่พูดพร่ำ ปลายนิ้วของเขาลูบไล้จากคางลงสู่ลำคอขาว ก่อนค่อย ๆ เอื้อมมือแตะสายผูกชุดเจ้าสาวชั้นนอก ทำเอาหัวใจของหลิงเซียวเต้นผิดจังหวะ

“มาเถอะ คืนนี้…พวกเรามาอุ่นเตียงให้ร้อนระอุกันดีกว่า”

“!!!”

หลิงเซียวสะดุ้ง ยังไม่ทันอุทาน สายคาดเอวแดงก็ถูกกระชากแล้วเหวี่ยงลงไปบนพื้น ก่อนอาภรณ์ชิ้นถัดมาก็ร่วงตามลงไปติดๆ นางรีบยกแขนปิดหน้าอกตามสัญชาตญาณ แต่เฟิ่งเยี่ยนกลับคว้าข้อมือนางไว้รวดเร็วราวนักรบควบคุ้มม้าศึกพยศ เขากดมือสองข้างของนางลงบนหน้าอกแกร่งของเขาหลิงเซียวยิ่งสะดุ้ง

“อย่าปิด” เสียงทุ้มต่ำเหมือนคำสั่งจากปีศาจใต้พิภพ “ข้าต้องการเห็นทุกส่วนบนร่างของเจ้าให้ชัดเจนดีสิว่าคุ้มกับสินสอดไม่น้อยที่ท่านปู่เสียไปหรือไม่”

เสียงหัวใจของหลิงเซียวเต้นดังจนหูอื้อ นางทั้งกลัว ทั้งอับอาย ทั้งไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ลมหายใจร้อนของเขาไล่มาที่แก้มจนมือที่ถูกจับกดเอาไว้ตรงหน้าอกแกร่งก็ร้อนตามไปด้วย

เฟิ่งเยี่ยนโน้มตัวลงอีกนิด ใกล้จนหน้าอกของนางเกือบสัมผัสแผงอกของเขา กลิ่นกายอบอุ่นผสมเหงื่อเจือสุราจาง ๆ แตะปลายจมูกนางเป็นกลิ่นแบบบุรุษที่ผ่านสนามรบมาหลายปีนั้นช่าง ดิบ เถื่อน จนหลิงเซียวหายใจสะดุด

“สายตาของเจ้า…” เขาพึมพำพลางแตะคางนางเบา ๆ “ไม่เหมือนที่ข้าเคยคิดไว้”

“ม…ไม่เหมือนอย่างไรเจ้าคะ” นางถามสั่น ๆ เพราะพยายามซ่อนความแตกตื่นพยายามท่องเอาไว้ว่านางเลือกทางนี้เองห้ามกลัว ห้ามนึกเสียใจ

“ข้าคิดว่าเด็กสาวที่อยู่สำนักอารามซือไท่ถึงเก้าปี คงมองข้าด้วยสายตาตัดใจจากทางโลกแล้ว”

เขาเอียงหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบแตะเรียวปากของนาง หลิงเซียวผงะหลบแทบหงายไปบนเตียง

“แต่ดวงตาเจ้ากลับมีชีวิต…เหมือนลูกกวางน้อยกลัวว่าข้าจะทำเจ้าแตกสลาย”

ฟังเฟิ่งเยี่ยนกล่าวใบหน้าหลิงเซียวยิ่งร้อนเห่อ ไม่อาจสงบได้เลยแม้เคยถูกสอนให้สงบเยือกเย็นในอาราม

“หากกลัวก็พูดออกมาได้” เขาเอ่ยเสียงแหบ “แต่อย่างหนึ่งที่เจ้าต้องรู้ไว้…”

มือใหญ่ลากจากลำคอนางลงสู่ไหล่เปลือย คล้ายกำลังตรวจสอบความนวลเนียนของผิวราวหยกเนื้อดี ว่ามันยอดเยี่ยมดังที่ตาเขาเห็นหรือไม่

“ข้าไม่ได้ใจเย็นอย่างที่เจ้าอาจคาดหวัง เพราะข้าเป็นทหาร ไม่อ่อนโยน…ไม่ถนอมเจ้าราวถนอมบุปผาเช่นบุรุษอื่นในตระกูลสวี”

เขาไม่ได้ข่มขู่ หากแต่ต้องการบอกให้รู้ว่าต่อจากนี้สามีของนางเป็นเช่นไร ซึ่งคำเตือนนี้ทำเอาหัวใจหลิงเซียวร่วงไปครึ่งดวง ริมฝีปากสั่นจนหายใจไม่ทั่ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 2/2

    “ตอนนี้ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ท่านก็เป็นคนละคนกับวันนั้น ข้าไม่ถือโทษท่านตั้งแต่ปีแรกหลังแต่งงานแล้ว ท่านเปลี่ยนไปมาก…จนข้ารู้สึกว่า หากวันหนึ่งข้าต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีท่าน ข้าคงลำบากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”รอยยิ้มลึกปรากฏบนใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยน เขาเอื้อมมือเกลี่ยไรผมบนลำคอของนาง“จริงสิช่วงหลังมานี้เจ้าเวลาเจ้าโกรธกลับไม่เคยตะโกนคำรุนแรงใส่ข้าแม้แต่ครั้งเดียวเป็นเพราะเหตุใดกันหรือ”หลิงเซียวหัวเราะหึเบาๆ“ข้าไม่ชอบให้ท่านด่าข้า ดังนั้นข้าจึงไม่ทำแบบนั้นกลับ ข้ากลัวท่านทำข้าเจ็บ ข้าย่อมไม่อยากทำให้ท่านเจ็บเช่นกัน ใจเขาใจเรา…ข้าเชื่ออย่างนั้นมาตลอด”คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นทำให้หัวใจของเฟิ่งเยี่ยนกระตุก เขาดึงมือของนางมากุมไว้ทั้งสองข้าง ราวต้องการยืนยันว่าตนโชคดีนักที่นางให้โอกาสเขา“หลิงเซียว…” เสียงของเขาแผ่วต่ำ เกือบกลายเป็นกระซิบ“ข้าขอบคุณเจ้ามากกว่าใคร ขอบคุณที่อดทน ขอบคุณที่ยังยื่นมือให้คนเช่นข้า”นางยังไม่ทันตอบ ริมฝีปากอุ่นของเขาก็แตะลงบนหน้าผากอย่างนุ่มนวล ก่อนค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะข้างแก้ม สัมผัสนั้นมิได้เร่งรีบ หากแต่แนบแน่นจนหัวใจนางสั่นวูบหลิงเซียวหลบสายตาไม่ได้ เมื่อเขาเอียงหน้าเ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนพิเศษ 1/2

    ตอนพิเศษผ่านไปครึ่งปีหลังจากสวีเฟิ่งเยี่ยนกับกู้หลิงเซียวตัดสินใจจับมือกันเดินไปข้างหน้า ชีวิตของทั้งสองสงบมั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กิจการร้านยาเหอเซียงหยู๋ที่เริ่มตั้งหลักได้มั่นคงตั้งแต่ปีก่อน บัดนี้ยิ่งรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ลูกค้าจากเมืองใกล้เคียงแวะเวียนมาซื้อยาล้วนชมว่าตัวยาของร้านคุณภาพดี ซื่อสัตย์ ราคาเหมาะสม ทำให้หลิงเซียวเอ่ยปากปรึกษากับเฟิ่งเยี่ยนต้องให้คนไปเปิดสาขาเพิ่มอีกสองแห่ง เพียงไม่นานชื่อเสียงของร้านก็ขยายไปไกลจนแม้แต่ต่างแดนยังรู้จักร้านขายยาเหอเซียงหยู๋นี้ท่านปู่ในวัยหกสิบสองผู้ดูแลกิจการของตระกูลมาตลอด เห็นงานของหลิงเซียวและเฟิ่งเยี่ยนก้าวหน้าเช่นนี้ก็ยิ่งพอใจ วันหนึ่งท่านเรียกทั้งคู่เข้าจวน พูดอย่างจริงใจว่าต้องการยกกิจการร้านค้าอื่นๆ อีกหลายชนิดให้หลิงเซียวดูแลเพิ่ม ทั้งร้านผ้า ร้านชา รวมถึงโรงเก็บสินค้าของตระกูล เพราะเห็นว่านางมีความสามารถและซื่อสัตย์แต่หลิงเซียวกับเฟิ่งเยี่ยนกลับรีบปฏิเสธโดยพร้อมเพรียง นางเอ่ยกับท่านปู่อย่างสุภาพว่า“กิจการของตระกูลมีมากมาย ข้าไม่อาจรับทั้งหมดไว้ เฟิ่งหยวนจะแต่งฮูหยินในอีกไม่นานนี้แล้ว ท่านปู่ควรมอบกิจการบางส่วนให้

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 2/2

    คืนนั้นหลิงเซียวถูกสามีให้ใช้ปาก ใช้มือ และใช้เรือนกายเอาอกเอาใจอยู่นานเสียหนึ่งชั่วยาม กว่าจะได้เอนกายนอนอย่างสงบ…ก็เป็นครั้งแรกที่เขายอมปล่อยนางหลับก่อนโดยไม่ลากเข้าสมรภูมิรบไปอีกหลายยกวันต่อ ๆ มา ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสงบราบรื่น ร้านเหอเซียงหยู๋และสวนสมุนไพรทั้งในเมืองนอกเมืองอยู่ภายใต้การดูแลของหลิงเซียวเต็มตัว ท่านปู่และผู้อาวุโสในตระกูลสวีทั้งหลายไว้ใจนางอย่างหมดหัวใจสองปีผ่านไป หลิงเซียวรู้ตัวว่าตนเปิดใจให้สามีมากกว่าแต่ก่อนเสียอีก แม้จะยังไม่ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยคำรักก่อน เฟิ่งเยี่ยนก็ไม่บังคับ เพียงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนจนใครต่อใครลือกันทั่วจวนและในค่ายว่าแม่ทัพอยู่ใต้อำนาจภรรยาอย่างสิ้นเชิงเขากลับยืดอกยอมรับอย่างไม่อาย “พวกเจ้าพึ่งรู้หรือ ข้าอยู่ใต้ฝ่าเท้าฮูหยินมาตั้งนานแล้ว”เสียงโห่แซวตามมาไม่ขาดสาย แต่คนหน้าด้านเช่นเขาหาได้สนใจไม่แม้แต่น้อยคืนนั้นเป็นคืนวสันต์อีกครั้ง คืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท แสงตะเกียงในห้องนอนถูกหรี่จนอบอุ่น เฟิ่งเยี่ยนเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วดึงภรรยาเข้ามากอดจากด้านหลัง กลิ่นสมุนไพรจากเสื้อผ้าของนางทำให้เขาใจอ่อนทันที“วันนี้ข้าคิดถึงเจ้านัก” เขาก้มจุมพิตแผ่นหล

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนจบ 1/2

    ตอนจบยามเหยียนลมเย็นพัดเข้ามาทางหน้าต่าง แต่ความร้อนในอกของแม่ทัพสวีกลับเดือดพลุ่งจนหลิงเซียวต้องเหลือบมองอยู่หลายครั้ง หลังคดีในจวนสงบเรียบร้อย ทั้งป้ายวิญญาณถูกตั้งเข้าที่ สุสานมารดาถูกบูรณะเสร็จสิ้น เดิมทีเฟิ่งเยี่ยนคิดว่าเรื่องทุกอย่างสงบแล้วเขากับ หลิงเซียวจะได้ปรับความเข้าใจกันอย่างแท้จริง ทว่า...เจียงถิงถิง...สตรีผู้เป็นเพียงรักเก่าแถมอีกฝ่ายเคยหักหลังเขาอย่างเลือดเย็นไม่พอหลังถูกเขาจับได้นางยังประกาศว่าตลอดมาไม่เคยรักเขามาก่อน ที่คบหาล้วนหลอกใช้ ทำเอาเขาเสียผู้เสียคนเป็นปีกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้แต่คราวนี้พอตนกลายเป็นหญิงหม้ายสามีขับออกจากจวนนางกลับหน้าไม่อายคอยตามตื๊อเขาไม่พอ ยังไปก่อกวนหลิงเซียวถึงที่ร้าน แล้วกล่าวหาว่าฮูหยินเขาใจแคบไม่ยอมให้สามีรับอี๋เหนียง หางานให้เขาโดยแท้คิดว่าจัดการจวี๋ซื่อไปแล้วชีวิตเขาจะสงบสุข ดันลืมจัดการเจียงถิงถิงเสียได้ อาจเป็นเพราะเขาเห็นนางไม่สำคัญกระมังจึงลืมไปง่ายดาย แต่ในยามนี้หลิงเซียวกำลังจ้องเขาตาเขียวปั๊ด เฟิ่งเยี่ยนหายใจไม่ทั่วท้องแล้วจริงๆ“ว่าอย่างไรเจ้าค่ะ จริงหรือที่ท่านแม่ทัพคิดจะรับแม่นางเจียงเป็นอี๋เหนียง?”ขนหลังต

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 2/2

    หลังพวกเขาขุดศพขึ้นมาได้ในคืนนั้น ทุกอย่างก็ประจักษ์แจ้งทั้งหลักฐานและพยาน ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดความจริงได้อีกต่อไป กระดูกที่ถูกพิษจนดำคล้ำ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแต่ยังมองเห็นชัดว่าผู้ตายต้องทรมานเพียงใดก่อนสิ้นใจ ใบหน้าของเฟิ่งเยี่ยนกับเฟิ่งหยวนขณะยืนมองศพของมารดาถูกยกขึ้นจากดินนั้นซีดเผือดยิ่งกว่าคืนหิมะ ตะเกียงที่จิ่งหมัวมัวถือส่องสว่างเพียงเล็กน้อย แต่ความจริงที่เปิดเผยกลับหนักจนทุกคนแทบหายใจไม่ทั่วท้องรุ่งเช้าวันต่อมา ในช่วงยามอู่ สือซานนำกังลังพร้อมทหารเฝ้าศาลต้าหลี่มาถึงจวนติ้งถิงโหวทันที พวกเขาได้รับคำสั่งจากทางการให้จับกุมจวี๋ซื่ออย่างเร่งด่วนโดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า จวี๋ซื่อที่กำลังนั่งดื่มยาคลายอาการปวดศีรษะอยู่ในห้องโถงยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อบานประตูถูกผลักเปิดกว้าง เสียงประกาศกร้าวดังขึ้น“จวี๋ซื่อ แห่งสกุลสวี รับคำสั่งศาลต้าหลี่ ต้องถูกควบคุมตัวในข้อหาฆ่าคนตาย ปลอมหลักฐาน และปิดบังความผิดของตนมานานหลายปี!”จวี๋ซื่อหน้าเปลี่ยนสีในชั่วพริบตา มือที่ถือถ้วยน้ำชาสั่นจนหกเลอะโต๊ะ นางมองรอบตัวอย่างหาที่พึ่ง แต่บ่าวที่เคยภักดีล้วนหลบสายตาทั้งหมด ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อ

  • ท่านแม่ทัพหย่ากับข้าเถอะ!   ตอนที่30 1/2

    ตอนที่ 30หลังจัดการหลอกให้หลินซื่อออกมาจากจวนสำเร็จ ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่จวี๋ซื่อคาดหวังไว้แต่แรกอันที่จริงนางวางแผนนี้มานานจนแทบจำไม่ได้ว่าวันใดเริ่มคิดอยากกำจัดศัตรูหัวใจตนเองเสียทีวันนั้น จวี๋ซื่อสั่งให้บ่าวที่ไว้วางใจ พาหลินซื่อไปยังบ้านร้างนอกกำแพงเมือง ความเงียบงันของสถานที่เหมาะสำหรับจัดการใครสักคน หลินซื่อเองย่อมไม่คิดว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายในชีวิต ตั้งแต่ออกจากจวนก็ยังคิดว่าจวี๋ซื่อคงหวังดีต่อตนเองจากใจทว่าเมื่อถูกเชื้อเชิญให้นั่งพัก และถ้วยชาถูกยื่นให้ นางก็รับมันมาดื่มด้วยความเกรงใจ ไม่ทันคิดว่ากลิ่นหอมของใบชานั้นแฝงกลิ่นยาพิษที่ร้ายกาจเพียงใด ไม่นานนัก ร่างของหลินซื่อก็ล้มลงอย่างใกล้สิ้นลมหายใจ ดวงตาเบิกขึ้นครั้งสุดท้ายเห็นใบหน้าของจวี๋ซื่อยืนเหนือหัวของตน รอยยิ้มที่เคยเห็นว่าอ่อนหวาน กลับดูเหมือนคนที่รอวันกำจัดศัตรูมานาน“ข้ารอเวลานี้มาหลายปี” จวี๋ซื่อพูดเบาๆ คล้ายพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับคนที่กำลังจะตาย “ในที่สุดก็สมหวังสักครา”พอหลินซื่อสิ้นใจ นางก็สั่งบ่าวชายสามคนให้ช่วยกันย้ายศพไปฝังด้านหลังเรือนร้างราวกับฝังสุนัขหนึ่งตัว แม้แต่ดินที่กลบก็ยังขรุขระราวกับชีว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status