تسجيل الدخولใครจะคาดคิดว่าเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากพิธีปักปิ่น ชีวิตของ ‘ลี่ชิงหย่า’ กลับมีอันต้องผกผัน นางไม่เพียงแค่มองเห็นเงาดำแห่งความตาย แต่ทันทีที่พบและแตะต้องตัวของ ‘จอมยุทธ์หญิง’ ในวัดนอกเมืองจีชาง นางยังสามารถมองเห็นนิมิตซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นกับอีกฝ่าย ยัง...เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีวิญญาณของคุณหนูอันผู้นั้นมาขอความช่วยเหลือ กระทั่งทำให้นางต้องเดินทางมายังหานซาน ทั้งนี้ก็เพื่อตามหาสาเหตุแห่งความยุ่งเหยิง ที่สำนักเมฆหวนนางได้พบกับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้อย่าง ‘เยี่ยสวิน’ ชายหนุ่มผู้ซึ่งชาวยุทธ์กล่าวขานถึงว่า สูงส่ง หล่อเหลา เย็นชา ฝีมือล้ำเลิศ กระทั่งถูกเขาดึงเข้าไปพัวพันในแผนการอันพลิกผัน ไหนจะภาพนิมิตที่ชัดเจนแล้วว่าเขาก็คือสามีในอนาคตของนาง เพราะในนิมิตนั้น มีแม้กระทั่งภาพของบุตรชายตัวอวบอ้วนของนางและเขาด้วย!!!
عرض المزيدท่ามกลางสายฝนโปรยปรายยามบ่าย รถม้าหรูหราท่ามกลางการคุ้มกันอันแน่นหนา กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าขึ้นไปยังหนึ่งในยอดเขาแห่งหานซาน
มองจากจุดที่ต่ำกว่าทุกคนในขบวนเดินทางสามารถชื่นชมทิวทัศน์อันงดงาม ซึ่งมีเพียงสำนักเมฆหวนเท่านั้นที่ครอบครอง
สำนักเมฆหวนคือหนึ่งในสามสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า ศิษย์ทุกคนล้วนยึดถือคุณธรรมและความถูกต้อง กฎต่างๆ ศิษย์ทุกคนล้วนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ยุทธภพซึ่งเต็มไปด้วยยอดฝีมือ ต่างให้ความสำคัญกับคุณธรรมน้ำมิตร สามสำนักใหญ่ซึ่งตั้งตัวเป็นฝ่ายธรรมะ ต่างก็มีศิษย์ที่เข้ามาร่ำเรียนฝึกยุทธ์มากกว่าสามร้อยคน และในทุกๆ สิบปีจะจัดการประลองเพื่อเลือกจ้าวยุทธจักร
สำนักเมฆหวนส่งเทียบเชิญเพื่อจัดการชุมนุมขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับการประลองเลือกจ้าวยุทธจักรคนต่อไป เนื่องจากเสิ่นอิงต้องการก้าวลงมาจากตำแหน่งจ้าวยุทธจักร
“คุณหนูปิดม่านเถิดเจ้าค่ะ ฝนตกเช่นนี้ท่านเพิ่งอาการดีขึ้นอาจเป็นไข้ขึ้นมาอีก” เสี่ยวเถากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล นางอยู่ข้างกายผู้เป็นนายมานาน รู้ขีดจำกัดของอีกฝ่ายมากกว่าเจ้าตัวก็ว่าได้
“เรามาถึงแล้วกระมัง” ลี่ชิงหย่าปล่อยม่านรถม้าลง
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเถายื่นเตาอุ่นมือให้ผู้เป็นนาย จากนั้นจึงกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้อีกฝ่าย “ฝนตกอากาศชื้นเช่นนี้ท่านอาจล้มป่วยลงอีกได้” นางพึมพำเพราะไม่เห็นด้วย เรื่องที่ผู้เป็นนายเดินทางมายังหานซานในช่วงเวลานี้
“หลีกเลี่ยงไปก็เท่านั้น หากจะหาคำตอบมีเพียงต้องมาด้วยตัวเองหาไม่ข้าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อย่างไร”
ลี่ชิงหย่าถอนหายใจออกมาเสียงเบา ห้าเดือนก่อนนางเพิ่งอายุครบสิบห้าย่างเข้าสู่วัยออกเรือน หลังเข้าพิธีปักปิ่นเช้าวันถัดมานางรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับตัวเอง
ดวงตาของนางมองเห็นบางอย่าง เงาดำซึ่งปกคลุมเหนือศีรษะของคนที่กำลังจะสิ้นอายุขัย ซึ่งหากนางแตะต้องสัมผัสคนผู้นั้น นางก็จะมองเห็นเหตุการณ์ตายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น
บิดามารดาของนางหวาดหวั่นแตกตื่น ตัวนางเองก็ทุกข์ทนกระทั่งไม่อาจหลับตานอน ดังนั้นจึงเอาแต่เก็บตัวเงียบๆ อยู่ในจวนไม่ก้าวออกไปไหน ทั้งนี้ก็เพราะกลัวว่าตัวเองจะเห็นในสิ่งที่ไม่ควร
โบราณกล่าวไว้ความสงสัยสามารถฆ่าคนตายได้
...มีอยู่ครั้งหนึ่งนางต้องการพิสูจน์ ดังนั้นทันทีที่มองเห็นเงาดำปกคลุมศีรษะของสาวใช้ในจวน นางจึงลองจับตัวอีกฝ่ายและมองเห็นว่าสาวใช้ผู้นั้นจะจมน้ำตาย
ลี่ชิงหย่าให้สาวใช้ผู้นั้นมาอยู่ข้างกาย โดยกำชับเสี่ยวเถาช่วยจับตาดูอยู่ไม่ห่าง จริงดังคาดสาวใช้ผู้นั้นมักจะชอบแอบลงไปเก็บเม็ดบัวในสระ ดังนั้นจึงตกลงไปในน้ำ
เสี่ยวเถาที่จับตาดูให้คนช่วยขึ้นมาได้ เงาดำนั้นหายไปทันทีราวกับสิ่งที่ลี่ชิงหย่าเคยเห็นนั้นไม่มีอยู่จริง เพียงแต่หลังจากนั้นลี่ชิงหย่ากลับล้มป่วยลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ร่างกายของนางอ่อนแอซูบซีด เรี่ยวแรงถดถอย กระทั่งไม่อาจลงจากเตียงเป็นเวลาถึงสามเดือน หมอฝีมือดีหลายคนที่บิดาของนางเชิญมาต่างก็ส่ายหน้า เพราะอาการของนางนั้นไม่มีใครล่วงรู้ถึงสาเหตุ ดังนั้นจึงไม่อาจรักษาให้ถูกวิธี ได้แต่ประคองอาการไปเรื่อยๆ
น่าประหลาด...ทันทีที่ครบสามเดือน ลี่ชิงหย่ากลับหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับว่าก่อนหน้านี้นางไม่ได้เจ็บป่วยกระทั่งล้มหมอนนอนเสื่อ
หลังจากนั้นหญิงสาวจึงตระหนักว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชะตาผู้อื่น จะส่งผลกระทบต่อตัวนางเองโดยตรง
นับจากเกิดเรื่องครั้งนั้น ลี่ชิงหย่าเล่าให้บิดาและมารดาฟัง ทั้งสองสั่งห้ามไม่ให้นางทำอะไรโง่งม ส่วนนางเองก็ไม่ได้อยากหาเรื่องใส่ตัว จึงไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้อื่นอีก
กระทั่งวันหนึ่งนางออกไปไหว้พระที่วัดนอกเมือง บังเอิญได้พบกับกลุ่มขอทานน้อย ซึ่งกำลังแบ่งข้าวของที่เพิ่งขโมยมาได้ จังหวะนั้นมีจอมยุทธ์หญิงผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น นางเข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายถูกขอทานน้อยเหล่านั้นขโมยของสำคัญมา
ขอทานน้อยเหล่านั้นวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ห่อของร่วงลงบนพื้นตรงหน้า ลี่ชิงหย่าก้มลงเก็บ และในช่วงจังหวะที่ยื่นห่อของคืนให้อีกฝ่าย หญิงสาวบังเอิญสัมผัสถูกมือของจอมยุทธ์หญิงผู้นั้นเข้า
ภาพที่นางเห็นแตกต่างไปจากครั้งแรกที่นางยื่นมือเข้าช่วยสาวใช้ในจวน จอมยุทธ์หญิงผู้นั้นไม่ได้มีเงาดำของความตายปกคลุมศีรษะ หากแต่ภาพที่เห็นนั้นคืออีกฝ่ายครอบครองบางอย่างที่สำคัญ กระทั่งพยายามซุกซ่อนเอาไว้ที่ไหนสักแห่ง ก่อนที่จะถูกทำร้ายและนอนหลับไม่ได้สติ บนแท่นหินในโถงถ้ำสักที่
‘แม่นางท่านนี้ ปล่อยมือเถิด’
จอมยุทธ์หญิงผู้นั้นขมวดคิ้วมองลี่ชิงหย่า
‘ขออภัย’
“นั่นเพราะอาจารย์เคยกินของไม่ดีเข้าไป ดังนั้นจึงได้รับพิษ ดวงตาข้างหนึ่งจึงกลายเป็นสีแดง หากพวกเจ้าไม่อยากเป็นอย่างอาจารย์ คราวหน้าคราวหลังอย่าได้หยิบอะไรเข้าปากสุ่มสี่สุ่มห้าโดยเด็ดขาด”ลี่ชิงหย่าหัวเราะ เช่นกันกับคนในหมู่บ้านหญิงสาวมองบรรยากาศเป็นกันเองของชาวบ้านที่นี่ หัวใจของนางอบอุ่นและสงบลงเป็นอย่างมาก คราแรกยังกังวลว่าทุกคนที่นี่จะรังเกียจและหวาดกลัว ถึงอย่างนั้นนางกลับพบว่านางคิดมากไปเองระหว่างเดินเท้ากลับไปยังกระท่อม เยี่ยสวินจูงมือลี่ชิงหย่าก้าวเดินไปตามทางเดินช้าๆ มือข้างหนึ่งของเขาถือโคมไฟเพื่อส่องทาง“ข้าชอบที่นี่” เขากล่าว “เจ้าเล่า”“ข้าเองก็เช่นกัน ข้าชอบผู้คนที่นี่ ชอบบรรยากาศสงบเงียบ ชอบที่พวกเขาต่างก็ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไร้ซึ่งการแก่งแย่ง”เยี่ยสวินพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าว่าจะสร้างเล้าไก่ จะเลี้ยงแม่ไก่เอาไว้สักหลายตัว เจ้าชอบกินไข่ไก่หรือไม่ หากเรามีไก่ตัวผู้หลายตัวข้าจะทำน้ำแกงให้เจ้าในหน้าหนาว”“ข้าชอบกินน้ำแกง” ลี่ชิงหย่ายิ้มกว้าง “หากท่านเลี้ยงไก่ ข้าจะปลูกผัก ลำธารใกล้แค่นั้นคงไม่ลำบากเท่าไรนัก ยังมีบรรดาฮูหยินทั้งบอกข้าว่าด้านหลังไม่ไกลมีไผ่หวาน ข้าจะไปนำมาผัด ท่
จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาจนถึงมือของลี่หลันเยว่ นางที่ครรภ์นูนป่องเปิดออกอ่านในทันที ในนั้นคือเรื่องที่นางส่งคนไปสืบ หลังจากได้รับข่าวจากบิดามารดาว่าผู้เป็นน้องสาวออกเรือนไปกับบุตรชายคหบดีตระกูลหลี่หลี่เฟิ่ง บุตรชายคนรองของตระกูลหลี่แห่งฉีซาน เมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างไปจากหานซาน เขาแต่งลี่ชิงหย่าเป็นฮูหยินจากนั้นทั้งสองก็ย้ายไปตั้งถิ่นฐานยังแดนใต้ของแคว้น เลี้ยงแกะในทุ่งหญ้า ใช้ชีวิตอย่างชนเผ่าที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งนอกเหนือไปจากนั้นก็ไร้ซึ่งร่องรอยอื่น ไม่มีผู้พบเห็นเพราะนานๆ ครั้งขบวนชนเผ่าที่เต็มไปด้วยฝูงแกะจะเข้ามาในเมืองพร้อมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อกักตุนเสบียง ทำให้แยกไม่ออกว่าใครเป็นใครลี่หลันเยว่หลับตาลงแน่นเพื่อไล่หยาดน้ำตา นางลูบครรภ์ของตนเองด้วยหัวใจบีบรัด เป็นนางเองที่บีบให้น้องสาวต้องแต่งออกไปไกลถึงขนาดนั้น เพียงเพื่อให้ลืมเลือนเยี่ยสวิน บุรุษซึ่งเป็นรักแรกของลี่ชิงหย่าถึงตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าน้องสาวจะมีความสุข หวังว่าบุตรชายตระกูลหลี่ผู้นั้นจะดีต่อน้องสาวของตนให้มาก ชดเชยความรู้สึกผิดในใจของนางบนรถม้ากลางเก่ากลางใหม่ที่แล่นไปตามถนนขรุขระ ลี่ชิงหย่านั่งพิงไหล่เยี่ยสวินซึ่ง
พูดจบเขาก็จุมพิตริมฝีปากอิ่ม ดูดกลืนปลายลิ้นอ่อนนุ่มที่กำลังกล่าวบางอย่าง รับรู้ว่านางกำลังดิ้นรนเพราะตระหนักว่านี่หาใช่ความฝันไม่หญิงสาวถูกเขากอดและพลิกร่างขึ้นทาบทับ ความอบอุ่นจากร่างนางส่งไปยังร่างเย็นเยียบ กระทั่งไม่นานร่างทั้งร่างของเขาก็เริ่มอบอุ่น นางกอดเขาเอาไว้แน่น ราวกับหากปล่อยเขาจะหายตัวไปเยี่ยสวินจุมพิตปลายจมูกเล็ก แนบหน้าผากลงไปยังหน้าผากนวล “ข้ากลับมาแล้ว ชิงชิง เจ้า...แต่งให้ข้าเถิดนะ เราสองคนออกไปตามหาสถานที่แห่งนั้นด้วยกัน”ลี่ชิงหย่าน้ำตาซึมค่อยๆ รับรู้ความจริงว่าเขากลับมาจริงๆ นี่หาใช่ความฝันไม่“ท่านหายไปไหนมา เหตุใดกลับมาช้าเช่นนี้ สองเดือนมานี้ข้า...ข้าเห็นชัดว่าท่าน” นางสะอื้นไม่อาจพูดต่อจนจบ“เยี่ยสวินตายไปแล้วจริงๆ” เขากระซิบ “ท่านพ่อของข้าเป็นคนพาข้ากลับมา”“ท่านพ่อ” ลี่ชิงหย่าทวนอย่างเหม่อลอย “ท่านพ่อของท่านมาที่นี่ เขายังนำกระบี่อวิ๋นเฟิงมามอบให้ข้า”“ข้ารู้”“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”เยี่ยสวินพลิกร่างนอนลงกับเตียง สองแขนรั้งลี่ชิงหย่าขึ้นนอนทาบทับเขาเอาไว้ด้านบน ยังไม่ลืมที่จะดึงผ้านวมขึ้นห่มให้นางอีกทอดหนึ่งเพื่อให้ความอบอุ่น“ชิงชิง หากข้ากลายเป็นกึ่งมนุษย
ในยามที่กล่าวประโยคนั้น นางเหลือบมองกระบี่ในมือของชายวัยกลางคนแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ กระบี่ที่อีกฝ่ายถืออยู่นั้น คล้ายกระบี่อวิ๋นเฟิงของเยี่ยสวิน เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่าลึกๆ แล้วในใจหวังว่าในกล่องไม้จะเป็นกระบี่อวิ๋นเฟิง ทั้งที่ตระหนักว่าเป็นไปไม่ได้ กระบี่อวิ๋นเฟิงนับเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักเฟิงเยี่ยน ดังนั้นพวกเขาจะมอบให้นางได้อย่างไร“ข้ารั้งอยู่ที่ซีโจวนับเดือน แต่กลับไม่เคยพบท่านสักครั้ง”“ข้าเพิ่งกลับมาหานซานเมื่อไม่นานมานี้” เขากล่าว“ข้าขอละลาบละล้วงได้หรือไม่ ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสเดินทางไปที่ใดหรือ” “ข้าหรือ” เขาหัวเราะ ท่าทางดูใจดีจนลี่ชิงหย่ารู้สึกผิดที่หวาดระแวงอีกฝ่าย “ข้าก็...ออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้า ถึงคราวข้าถามเจ้าบ้าง ข้าไม่ยอมเสียเปรียบเจ้าหรอกนะ”“เจ้าค่ะ” ลี่ชิงหย่ายิ้มกับอารมณ์ขันของชายวัยกลางคน“เพราะอะไรในวันนั้นจึงเลือกเดินออกมาจากสำนักเมฆหวนมา ทั้งยังกล้าติดตามคนของสำนักเฟิงเยี่ยนไป กล้ารั้งอยู่จนเสร็จสิ้นงานศพ เจ้ามิใช่ไม่กระจ่างหรือว่าในวันหน้าอาจสร้างความบาดหมางกับพี่สาว”ลี่ชิงหย่าชะงักไปครู่ใหญ่กระทั่งรอยยิ้มระบายทั่วใบหน้า “ข้าไม่อยากทำสิ่งที่ข้าจะเสีย
ด้านหลังชายหนุ่มเสิ่นอิง เยี่ยอวิ๋น กู้เจี้ยน รวมไปถึงเสิ่นซีเองก็ตามมาถึงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นต่างฝ่ายต่างก็ทำได้เพียงหยั่งเชิงกันไปมาเท่านั้น“ส่งชิงเสวี่ยมาให้ข้า!” เสิ่นอิงก้าวเข้ามาหาเยี่ยสวิน“ท่านพ่อ” เสิ่นซีมองบิดาด้วยดวงตาผิดหวัง “ท่านทำเช่นนี้ด้วยเหตุใด ทั้งที่ทุกวันนี้ท่านก็เป็นถึงจ้าวยุท
ลี่ชิงหย่าชะงักไปเล็กน้อย ในใจของนางอุ่นวาบ เยี่ยสวินไม่ได้บอกใครเรื่องที่นางมองเห็นภาพนิมิต แม้แต่คนใกล้ตัวเขาอย่างเหวินหลาน“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าไหนเลยจะมองเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น ข้าถูกดึงเข้าไปก็เพราะความบังเอิญทั้งนั้น หลังจากท่านล่อมือสังหารกลุ่มหนึ่งไปแล้ว ยังมีมือสังหารอีกกลุ่มดักรอข้ากับเ
พลังยุทธ์และวิญญาณกระบี่ที่ได้รับมานั้น จะทำให้เขากลายเป็นจอมมารคนต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย หากเขาเลือกเดินทางสายมารและลงมือสังหารผู้คน เขาจะเดินตามรอยจอมมารแห่งเป่ยเปียน แต่หากเขาสามารถควบคุมพลังยุทธ์ในกายเอาไว้ ไม่แน่ว่าเขาอาจสามารถใช้ชีวิตธรรมดาเช่นคนทั่วไป...เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามายังหน้าห้อง เยี่ย
ลี่ชิงหย่ากอดก่ายเขาเอาไว้ไม่ปล่อย นางสอดท่อนขากอดรัดเอวสอบ ตอบรับจังหวะตอกตรึงที่ยิ่งมาก็ยิ่งหนักหน่วง เสียงลมหายใจแตกพร่าของเขาเป่ารดลำคอ ท่อนขาเรียวงามข้างหนึ่งถูกยกขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาประชิดเข้ามาพร้อมกับจังหวะรุกเร้ารุนแรง“ชิงชิง...”เขากระซิบเรียกนาง เอวสอบถาโถมเข้าหากายสาว หยาดเหงื่อหยดลงไปย

















