LOGINหลัวหยางโหวได้ยินคำพูดของสาวใช้ก็รู้เจตนาของนางทันที ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่คล้ายถูกสาวใช้ในจวนของตนเองหักหลัง แต่เขาก็มิได้คิดต่อว่านาง เพราะอย่างไรสาวใช้ผู้นี้ก็เป็นสาวใช้ในเรือนตะวันตก การที่นางจงรักภักดีต่อหลิวหลิงลี่ก็ถือเป็นเรื่องดี และเขาเองก็สบายใจที่มีสาวใช้เช่นนี้คอยดูแลภรรยารัก“เย็นนี้ข้าจะกินข้าวกับนายหญิงของเจ้า”หลัวหยางโหวเอ่ยตอบหลังจากได้ยินเสียงหัวเราะของสตรีด้านในห้องเงียบลง เขารู้ได้ทันทีว่าสตรีทั้งสามในห้องได้ยินเสียงของสาวรับใช้ด้านนอกเอ่ยเตือนแล้ว“เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะรีบไปเตรียมให้เดี๋ยวนี้” กล่าวจบสาวใช้ก็ยอบตัวลงแล้วก้าวเท้าถอยหลังไปสามก้าว ก่อนหมุนตัวเดินจากไปเมื่อหลัวหยางโหวเข้ามาด้านในห้อง จงเอ่ากับเสี่ยวหลี่ที่รู้แล้วว่าหลัวหยางโหวมาที่เรือน ก็รีบเดินถอยหลังออกมาด้านนอก ปล่อยให้เจ้านายทั้งสองได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันครั้นทั้งสองได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง เสียงในห้องก็พลันเงียบลง สำหรับหลัวหยางโหวอากาศที่ปลอดโปร่งอุณหภูมิค่อนข้างเย็น กลับกลายเป็นขมุกขมัว ร้อนระอุราวขุมนรกขึ้นมาภายในชั่วอึดใจเดียว ต่างกับหลิวหลิงลี่ที่ยังคงรู้สึกเป็นปกติเดิมทีหลังจากหลิวหลิงลี
“นายหญิงช่างเมตตาหลิงเยว่ยิ่งนัก ไม่เพียงแต่เติมสินเดิมให้นาง วันนี้หลิงเยว่จะออกเรือน นายหญิงยังมาแสดงความยินดีด้วยตัวเองอีก” หนึ่งในสาวใช้ที่มาช่วยจางหลิงเยว่แต่งตัวเก็บข้าวของเอ่ยขึ้นส่วนสาวใช้คนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสิ ข้าอิจฉาเจ้าจริง ๆ นะหลิงเยว่” สาวใช้อีกคนเอ่ยกับจางหลิงเยว่ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะงุมงำพูดถึงเรื่องนี้ต่อเมื่อได้ยินคนเอ่ยชมหลิวหลิงลี่ จางหลิงเยว่ก็ได้แต่ปั้นหน้ายิ้ม ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความโกรธ นางระบายความอัดอั้นด้วยการกำมือแน่นขึ้นกว่าเก่า จนเล็บจิกเข้าเนื้อเลือดไหลซึมออกมา“พวกเจ้าอย่าได้อิจฉาไปเลย หากต่อไปพวกเจ้าแต่งงานออกเรือน ข้าเองก็จะเพิ่มสินเดิมให้พวกเจ้าเช่นกัน ถึงอาจไม่ได้มากเท่าหลิงเยว่ แต่ก็พอให้บ้านสามีไม่กล้ารังแกพวกเจ้าแน่นอน” หลิวหลิงลี่เอ่ยพร้อมฉีกยิ้มกว้างเหล่าสาวใช้ได้ยินก็รีบคุกเข่า พร้อมกับเอ่ยเสียงดัง “ขอบคุณนายหญิงเจ้าค่ะ”เหล่าสาวใช้รู้ดีว่าคำพูดนี้ของหลิวหลิงลี่มิใช่พูดออกมาเล่น ๆ เพื่อให้พวกนางมีความหวัง เพราะตั้งแต่หลิวหลิงลี่เข้าจวนมา ก็เพิ่มเงินและให้ของรางวัลมีค่ากับบ่าวและสาวใช้ในจวนหลัวไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ในเรื
เสี่ยวหลี่ที่เพิ่งกลับมาจากการไปนั่งฟังเรื่องเล่าในโรงน้ำชา ตามคำสั่งของหลิวหลิงลี่ บังเอิญได้เห็นขุนนางจากเมืองหนานเหลียน เดินออกมาจากเรือนตะวันออก จึงยืนดักรอสาวใช้จากเรือนตะวันออกที่เดินไปส่งขุนนางผู้นั้นที่หน้าประตูเพียงแค่สาวใช้จากเรือนตะวันออกเดินกลับมา เสี่ยวหลี่ก็ไม่รอช้าก้าวเท้าถี่เดินมาดักหน้าของสาวใช้ผู้นั้นเอาไว้ ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น“บุรุษเมื่อครู่เป็นขุนนางจากเมืองหนานเหลียน ใช่หรือไม่?” เสี่ยวหลี่ถามให้แน่ใจว่านางจำคนไม่ผิดสาวใช้จากเรือนตะวันออกเห็นว่าเป็นสาวใช้คนสนิทของนายหญิง ก็ไม่รีรอที่จะตอบคำถาม เพราะยามนี้เรื่องที่หลิวหลิงลี่ตั้งครรภ์ทายาทตระกูลหลัวรู้กันไปทั่วทั้งจวนแล้ว และด้วยสถานการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ก็สามารถยืนยันได้ชัดเจน ถึงความมั่นคงของตำแหน่งนายหญิงที่หลิวหลิงลี่นั่งอยู่ ดังนั้นการที่ไม่เป็นปรปักกับเสี่ยวหลี่ ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับนาง“ใช่แล้ว เขาคือขุนนางจากเมืองหนานเหลียน”“เขามาส่งสินสอดให้จางหลิงเยว่อย่างนั้นหรือ?” เสี่ยวหลี่ถามด้วยความตื่นเต้น“เจ้าเดาถูกแล้ว และเย็นนี้คุณชายซางก็จะนำเกี้ยวมารับจางหลิงเยว่ด้วย” สาวใช้จาก
กว่าที่หลัวหยางโหวจะอุ้มหลิวหลิงลี่มาถึงเรือนตะวันตก หญิงสาวก็เผลอหลับไปในอ้อมกอดของเขาแล้ว ชายหนุ่มจึงปล่อยให้หญิงสาวได้พักผ่อน ไม่เพียงเท่านั้นเช้าวันต่อมาก็ยังห้ามมิให้ใครเข้าไปรบกวนจนกว่านางจะตื่น ทว่าก็ไม่ลืมที่จะสั่งให้จงเอ่าเตรียมอาหารเอาไว้ให้ภรรยารัก ก่อนที่เขาจะออกจากจวนไปจัดการงาน และสะสางบัญชีแค้นที่เมื่อคืนไม่ได้ลงมือการชำระแค้นในครั้งนี้ของหลัวหยางโหวไม่สามารถทำซึ่ง ๆ หน้าได้ เพราะไม่เช่นนั้นบทลงโทษที่ภรรยาเขาตัดสินไปเมื่อคืนก็จะกลายเป็นเพียงคำพูดไร้ค่า และต่อไปในภายภาคหน้าก็จะไม่มีผู้ใดเชื่อฟังคำพูดของนางหลัวหยางโหวสั่งคนให้ไปเตรียมจัดหาสตรีจากเมืองทั้งสาม ที่เซียวเหออวี่ เหลียงซิงเยว่ และหวงสือลิ่ว อาศัยอยู่ และอีกสองเดือนให้หลังจากนี้ ให้สตรีเหล่านั้นไปยั่วยวนคุณชายบ้าตัณหาทั้งสามเพื่อลวงไปฆ่า แล้วปล่อยข่าวว่าคุณชายทั้งสามไปยุ่งกับภรรยาของผู้อื่น จนสามีของพวกนางทนไม่ไหว จึงสังหารพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมเพื่อระบายโทสะส่วนซางเซิ่นจือนั้นหลัวหยางโหวไม่คิดสังหารให้ตายในทันที เพราะเจ้าเมืองหนุ่มต้องการจะให้ซางเซิ่นจืออยู่ทรมานจางหลิงเยว่ ไปจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะทนไม่ไหว แล้วตา
“เจ้าโดนตบจนสมองกลับไปแล้วสินะ หรือไม่ก็เป็นพวกที่ชอบทระนงตัวว่าตนเองเก่งและฉลาดเกินใคร จึงได้คิดว่าท่านโหวไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในจวน ช่างโง่เขลาและน่าขันยิ่งนัก” จงเอ่าเอ่ยเสียงเหยียดหยาม สีหน้าดูแคลนอีกฝ่ายอย่างชัดเจนจางหลิงเยว่หน้าตาตื่นด้วยความกลัว เมื่อได้ยินว่าหลัวหยางโหวทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว แต่ทว่าเพียงไม่กี่ลมหายใจ ใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้น สตรีตระกูลจางคิดว่าที่หลิวหลิงลี่เลือกจัดการนางด้วยวิธีนี้ แทนที่จะสังหารนางตามความผิดที่นางก่อ ทั้ง ๆ ที่รู้เรื่องราวทั้งหมดดี แต่กลับซ้อนแผนให้นางเสียความบริสุทธิ์ นั่นเป็นเพราะสตรีจากตระกูลหลิวกลัวว่าชายหนุ่มเจ้าของจวนจะเอ่ยขอชีวิตของนางเอาไว้ ดังนั้นหลิวหลิงลี่จึงทำให้นางแปดเปื้อน เพื่อไม่ให้หลัวหยางโหวคิดรับนางเป็นอนุ และทำให้นางอยู่ในจวนแห่งนี้ไม่ได้อีกต่อไป“เช่นนี้นี่เอง! ถึงว่านายหญิงของพวกเจ้ามิว่าเช่นไร ก็ไม่ยอมปล่อยให้ข้าอยู่ที่จวนหลัว” จางหลิงเยว่ยิ้มร้ายก่อนเอ่ยต่อ“ยิ่งเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าก็ยิ่งสมควรสำเหนียกตัวเองให้ดีมิใช่หรือ เพราะการที่ท่านโหวไม่ลงโทษข้า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าข้าทำอันใดลงไป อาจเป็นเพราะท่านโหวก็มีใจให
“ในเมื่อทุกอย่างคลี่คลายแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็พาลี่เอ๋อร์กลับไปพักผ่อนที่เรือนของนางเถอะ นางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อีกอย่างเรือนนี้ข้าว่าไม่เหมาะกับคนท้องเท่าใดนัก” เมื่อเฉินอี้เหรินได้คำตอบ ก็ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของลูกสะใภ้“ขอรับท่านแม่” หลัวหยางโหวรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว เพราะเขาเองก็อยากอยู่กับภรรยาตามลำพัง เพื่อจะเอ่ยขอโทษที่ทำให้นางกับลูกเกือบไม่มีชีวิตรอดเมื่อมารดาเดินออกไปจากห้อง หลัวหยางโหวก็หันมาเอ่ยกับคนที่ยืนอยู่ในห้อง “พวกเจ้าก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ”เมื่อได้ยินคำสั่งของหลัวหยางโหว คนสนิททั้งห้าของเขากับหลิวเลี่ยงลี่และเผยไจ่เหวิน ก็ได้แต่โค้งตัวคำนับก่อนจะหมุนตัวก้าวเท้าเดินออกไป เหลือเพียงสวีจิ้งมู่ที่ยังยืนลังเลอยู่หลิวหลิงลี่ไม่รอให้สวีจิ้งมู่เอ่ยออกมาก่อน เพราะสีหน้าของเขาสามารถอธิบายได้อย่างดีว่า กำลังรู้สึกผิดที่วางแผนการได้ไม่รัดกุม จนทำให้นางต้องเกิดเรื่องจนเกือบสูญเสียบุตรไป“คุณชายสวีหากท่านอยากขอโทษ ก็อย่าเลย ข้ารู้ว่าที่ท่านทำเพราะเจตนาดี ดังนั้นข้าไม่ถือสาท่านหรอก หากไม่ได้ท่านสืบหาคนปล่อยข่าว ป่านี้ข้าอาจพลาดท่าเสียทีให้กับแผนสกปรกของจางหลิงเยว่ไปแล้ว ไม่เพ







