Beranda / รักโบราณ / นักฆ่าล่าพยัคฆ์ / ตอนที่  4  งานเลี้ยงสกุลเพ่ย

Share

ตอนที่  4  งานเลี้ยงสกุลเพ่ย

last update Tanggal publikasi: 2025-02-27 00:37:29

 

เหลามาม่าเกือบจะหยุดหายใจ ไม่คิดว่าอวิ๋นซีจะหักมือของนางรำต่อหน้านาง 

“เหลามาม่า เช่นนั้นก็ลองให้นางทดสอบก่อนเป็นไร”

“ชะ เช่นนั้นเจ้าก็ลองดูพวกนางรำก่อน หากว่าเจ้าทำได้ข้าจะ… จะยอมรับเจ้า”

“ก็แค่นี้ ทำไมต้องให้ข้าพูดมากด้วย”

สาวใช้ที่พานางมาหันมายิ้มและเลี่ยงออกมายืนมอง เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลง นางรำที่เหลือก็เริ่มร่ายรำ อวิ๋นซีมองพร้อมกับยืนหาวไปด้วยจนจบเพลง เหลามาม่าไม่มีความมั่นใจเลยสักนิดว่านางจะทำได้

“เอาล่ะ ทีนี้เจ้าก็ลองร่ายรำให้ข้าดูสิ ว่าเมื่อครู่นี้เจ้าจดจำได้มากน้อยเท่าใด หากเจ้าจดจำได้เกินสองในสี่ข้าจะรับเจ้าเอาไว้เพื่อไปแสดงในงานเลี้ยงสกุลเพ่ย”

“ก็ได้”

เพียงเพลงเริ่มบรรเลง อวิ๋นซีก็ร่ายรำตามจังหวะ เหลามาม่าถึงกับตกตะลึงเพราะท่วงท่าและการร่ายรำของนางงดงามจนน่าเหลือเชื่อ นางรำที่ยืนมองอยู่เดิมทีก็แอบปรามาสนางเอาไว้ถึงกับตกใจไปตาม ๆ กัน

“ไม่น่าเชื่อเลย”

พัดในมือของนางตกลงไปอีกครั้ง สาวใช้คว้ากลับมาได้และยื่นส่งไปให้นางและกระซิบ

“ที่เหลือก็ฝากท่านด้วย วันนี้พวกข้าคงต้องขอตัวก่อน”

“ไปเถอะ ๆ ที่เหลือข้าจัดการเอง”

เหลามาม่าพูดกับสาวใช้แต่สายตานางมิได้มองไปที่ทั้งคู่ เพราะตอนนี้นางมองท่วงท่าร่ายรำที่อ่อนช้อยราวกับไร้กระดูกของหลิ่วอวิ๋นซีตรงหน้า เมื่อเพลงจบก็ปรบมือด้วยความพอใจอย่างที่สุด

“ยอดเยี่ยม! พวกเจ้ารีบ ๆ เข้ามาวัดตัวให้นางสิ ข้าจะต้องตัดชุดนางรำให้นาง เร็วเข้า การแสดงชุดนี้จะต้องยอดเยี่ยมตรึงใจคนทั้งเมืองหลิงโจวเป็นแน่”

ตำหนักท่านอ๋อง

“งั้นหรือ ขอบใจเจ้ามาก อย่าลืมส่งคนติดตามด้วย”

“เพคะ”

สาวใช้เดินออกไปแล้ว เสี่ยวอวี้จึงได้เดินสวนเข้ามา

“ทูลท่านอ๋อง ข่าวจากหอหรงเยว่พ่ะย่ะค่ะ”

“คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ระหว่างเดินทาง น้องเก้าก็ยังสามารถหาข่าวให้ข้าได้ตลอด ขอบใจมาก”

“งานเลี้ยงสกุลเพ่ยอีกสามวัน พระองค์จะเสด็จหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ครั้งนี้ข้าคิดว่าเพ่ยหนานน่าจะเป็นเป้าหมายรายต่อไป เตรียมคนของเราให้พร้อม ข้าจะไปงานเลี้ยงด้วยตัวเอง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

สามวันถัดมา / สกุลเพ่ย

งานเลี้ยงสกุลเพ่ย ขุนนางฝ่ายตุลาการของหลิงโจวถูกจัดขึ้นทุกปีก่อนจะเข้าฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่า มารดาของใต้เท้าเพ่ยหนานที่เป็นขุนนางมาร่วมสามสมัยของหลิงโจว

“เชิญ ๆ ทุกท่านอย่าได้เกรงใจ เชิญ”

“นายท่าน ท่านอ๋องเสด็จมาถึงแล้วขอรับ”

“เร็วเข้า ข้าจะไปรับเสด็จ ทุกท่านเชิญด้านใน”

ใต้เท้าเพ่ยเดินออกมายังด้านหน้าจวนเพื่อรอรับเสด็จท่านอ๋อง เมื่อรถม้าของวังหลวงจอด ท่านอ๋องก็เสด็จลงมาโดยมีเสี่ยวอวี้คอยคุ้มกัน

“ถวายบังคมท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

“ใต้เท้าเพ่ยอย่าได้เกรงใจ วันนี้ข้ามาร่วมอวยพรให้กับฮูหยินผู้เฒ่า”

“เป็นพระกรุณาแล้ว ท่านแม่ต้องดีใจเป็นแน่เชิญท่านอ๋องเสด็จด้านในเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านอ๋องเสด็จเข้าไปในจวน บรรดาแขกและขุนนางทั้งหลายที่รอรับเสด็จก็เริ่มแยกย้ายไปนั่งตามที่นั่งของตัวเอง งานเลี้ยงจึงได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ 

ด้านนอก

“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้ารีบเตรียมตัว จวนจะได้เวลาแล้ว ซีซีเจ้าพร้อมนะ ตื่นเต้นหรือไม่”

“ข้าพร้อมแล้ว”

เหลามาม่าเดินมาถามอวิ๋นซีที่อยู่ด้านใน ทั้งหมดลุกขึ้นและเดินไปประจำที่ ไม่นานก็จะเริ่มทำการแสดง

“เป็นอย่างไรบ้างเสี่ยวอวี้”

“ยังไม่มีสิ่งใดผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านอ๋องยกสุราขึ้นมาดื่ม เมื่อนักดนตรีเริ่มบรรเลง นางรำก็เริ่มเดินเข้ามา ท่านอ๋องหันไปมองยังการแสดงและต้องตกใจเมื่อเห็นหลิ่วอวิ๋นซีที่แต่งชุดสตรีเป็นครั้งแรก 

“นั่นมัน… ให้ตายเถอะท่านอ๋อง…”

เสี่ยวอวี้หันไปมองท่านอ๋องที่ยกจอกสุราค้างเอาไว้เมื่อมองไปยังสายลับของพระองค์ที่ส่งเข้าไปยังหอลั่วฟาง วันนี้นางสวมชุดนางรำสีแดงและแต่งหน้าด้วยชาดสีสด

ความงดงามและท่าทางที่อ่อนช้อยนั้นราวกับคนละคนกับอวิ๋นซีที่อยู่ในวัง เมื่อนางเริ่มร่ายรำ ทุกสายตาก็เริ่มหันมาสนใจที่นางรำอีกครั้ง

“ยอดเยี่ยมไปเลย นางรำคนกลางผู้นั้นร่ายรำได้งามนัก”

“ใต้เท้าซ่ง อย่าบอกนะว่าท่านเองก็สนใจนาง”

“อะฮึ่ม! พวกท่านนี่ใช้ไม่ได้เลยนะ ยังเอ่ยถึงสตรีเช่นนี้ระวังเถิดกลับจวนแล้วจะมีปัญหากับฮูหยิน”

“กล่าวเกินไปแล้ว เพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น ฮ่า ๆ”

“อย่ากระนั้นเลย จะไม่ให้พวกข้าชื่นชมก็คงจะแปลก แม้แต่ท่านอ๋องยังให้ความสนพระทัยมองตาไม่กะพริบ”

คำพูดนั้นไม่ได้เกินจริงเมื่อเหล่าขุนนางหันไปมองที่เฉินตงหรานที่นั่งอยู่ที่ประทับกลางห้องโถง 

‘คิดไม่ถึงว่าเวลาสวมชุดสตรี ก็จะเป็นสตรีได้เช่นกัน’

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ข้ารู้แล้ว”

เมื่อจังหวะเพลงดังขึ้นพร้อมเสียงกลอง อาวุธลับนับสิบก็พุ่งเข้ามาในห้องโถง สร้างความแตกตื่นให้กับแขกในงานจะกระเจิดกระเจิงไปคนละทาง อวิ๋นซีใช้เพียงอาภรณ์ยาวสีแดงสดปัดอาวุธเหล่านั้นไปทางอื่นจนมันปักไปที่เสาด้านข้าง 

“อารักขา!”

ผู้คนต่างหลบไปคนละทาง มีเพียงท่านอ๋องที่ยังคงประทับอยู่ที่เดิมโดยมีหลิ่วอวิ๋นซีใช้เพียงอาภรณ์แดงปัดอาวุธที่กำลังโจมตีเข้ามา

“ระวัง!”

อวิ๋นซีเอี้ยวกายและตีลังกาเพื่อหลบอาวุธลับของอีกฝ่าย ผ้าแดงที่พันเอาไว้ถูกตัดขาด ตัวนางจึงได้หล่นลงมา ท่านอ๋องพุ่งกายเข้าไปและรับร่างนางลงมาได้ทันเวลา

 กลิ่นกายหอมกรุ่นท่ามกลางความวุ่นวายของงานเลี้ยงแต่กลับทำเอาพระทัยของอ๋องอุดรผู้แกร่งดุจหินผา รู้สึกสั่นกระตุกอย่างรุนแรงเพียงมีนางอยู่ในอ้อมกอด

“ท่านอ๋อง”

“เอ่อ…”

“ปล่อยข้าไปฆ่าพวกมันก่อน”

“ฆ่าหรือ”

“ฉึก! ฉึก!”

“ฟิ้ว!”

ร่างของคนร้ายสามคนถูกอาภรณ์แดงของนางฟาดไปโดนเสากลางห้องโถงจนกระอักเลือด อีกสองคนถูกเข็มพิษทิ่มแทงไปที่คอหอยและล้มลงในทันที

เฉินตงหรานที่ยืนนิ่งมองและยกเพียงกำปั้นขึ้นมาเมื่อคนร้ายบุกจู่โจมด้านหลัง เพียงหมัดเดียวก็กระเด็นและร่วงลงที่พื้นทันที แต่สายตาของพระองค์กลับไม่ได้มองไปที่คนร้ายที่พึ่งจัดการไปเลยแม้แต่คนเดียว

“ดุดัน เด็ดขาดยิ่งนักหลิ่วอวิ๋นซี… ข้าคิดไว้ไม่ผิดจริง ๆ”

บนหลังคาจวนสกุลเพ่ย

“เฮ้อ เหตุใดพี่สามได้นั่งจิบสุราอยู่คนเดียวสบาย ๆ แต่ข้ากับท่านข้าต้องมาอยู่บนนี้ด้วยนะ”

“เจ้าว่าเขาสบายงั้นหรือ”

“หืม เริ่มแล้วสินะ สกุลเพ่ยเป็นเป้าหมายในครั้งนี้จริง ๆ ด้วย พี่ห้าพวกเราไม่ไปหรือ”

“ไม่รีบ รอละครจบก่อนสิ”

“ท่านจะใจเย็นไปหรือไม่ ด้านในนั้นคือพี่สามของเราเชียวนะ”

“แล้วอย่างไรเล่า เจ้าคิดว่าพยัคฆ์อุดรที่เจ้าเล่ห์มากแผนการอย่างพี่สามมิได้เตรียมการมาล่วงหน้าหรอกหรือ”

“มันก็ใช่… เสียงนั่น”

“งานเลี้ยงจริง ๆ เริ่มแล้วสินะ”

คนร้ายชุดดำสองคนถูกผูกรัดด้วยผ้าแดงของอวิ๋นซีอยู่กลางห้องโถง ท่านอ๋องเดินเข้ามาหาพวกมัน

“เจ้าทำงานให้กับผู้ใด”

“ระวัง! พวกมันจะกินยาพิษ”

“ฉึก!”

เข็มเงินในมือของอวิ๋นซีพุ่งไปยังคอหอยของทั้งคู่ในทันที ทั้งสองหมดสติลงไปตรงหน้าจนเสี่ยวอวี้ถึงกับลูปแผงคอด้วยความหวาดเสียว ท่านอ๋องหันไปมองนางอีกครั้ง

“ข้ายังไม่ทันได้สั่งเลย”

“หรือท่านจะปล่อยให้มันตายก่อน ดูที่ไหล่ของพวกมันก็รู้แล้วว่าเป็นคนของหอฟงหรูหรือไม่”

ท่านอ๋องหันไปมองเสี่ยวอวี้เพื่อให้เขาจัดการกรีดชุดของคนร้ายเพื่อดูรอยสัก แต่กลับไม่พบสิ่งใด

“ไม่ใช่หอฟงหรู”

“ช่วยด้วยเจ้าค่ะ! ฮูหยินผู้เฒ่าแย่แล้ว!”

เสียงตะโกนด้านนอกดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงดาบ ท่านอ๋องหันไปมองแต่อวิ๋นซีล่วงหน้าไปก่อนเขาเสียแล้ว

“รีบร้อนอีกเช่นเคย…ตามนางไป!”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อทั้งหมดวิ่งออกมาด้านนอกก็พบว่าเรือนด้านหลัง ซึ่งเป็นเรือนพักของฮูหยินผู้เฒ่ามีบุรุษสองคนยืนอยู่ตรงหน้า เมื่ออวิ๋นซีเห็นก็พุ่งเข้าโจมตีพวกเขาทันที

“ช้าก่อนอวิ๋นซี!”

เข็มเงินในมือนางยั้งได้ทันเวลาเมื่อทั้งสองหันกลับมา ท่านอ๋องถึงกับถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่าหลิ่วอวิ๋นซีใจร้อนกว่าที่เขาคิด

“พวกท่านเป็นใคร เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้”

“แม่นางแล้วเจ้าเล่าเป็นผู้ใดกัน หากอยากจะถามนามผู้อื่นเจ้าก็น่าจะแนะนำตัวเองก่อนตาม…. มารยาท พี่ห้า ๆ ช่วยข้าด้วย”

เข็มเงินจ่ออยู่ที่คอหอยของอีกฝ่าย แม้จะยังไม่ปักลงไปแต่ก็ทำให้เขาเกิดความกลัวขึ้นมานิดหน่อย ไม่คิดว่านางรำผู้นี้จะเคลื่อนไหวประดุจสายลม เพียงพริบตาเดียวก็ถึงตัวเขาทั้งสองแล้ว

“เคลื่อนไหวดุจสายลม ดุดันราวเมฆาพิโรธมาพร้อมกับเข็มเงินวารี แม่นางคือศิษย์หญิงเพียงคนเดียวของอาจารย์ภูตเข็มพิสดาร “ไป๋ลู่ตง” สินะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนพิเศษ 2

    พยัคฆ์ที่รอเวลาเช่นนี้มีหรือที่จะพลาดโอกาส เขารีบลุกขึ้นและโอบรอบเอวพระชายาของตนเองเอาไว้ในทันที และหันไปลาฝ่าบาทกับฮองเฮาที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้าง ๆ ฝ่าบาท“ในเมื่อเป็นประสงค์ของพระชายา เช่นนั้นกระหม่อมคงต้องขอทูลลาก่อน เอาไว้เราค่อยมานั่งสนทนากันใหม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไปเถอะ ๆ พวกเจ้ารีบไปเถอะไป ให้ตายเถอะเรื่องเช่นนี้นางก็กล้าพูดออกมา เห็นทีคงปล่อยให้ท่องยุทธภพนานเกินไปสินะ ไม่เหลือคราบองค์หญิงแห่งแคว้นเลยสักนิด”""เช่นนั้นทูลลาเพคะ / พ่ะย่ะค่ะ""อวิ๋นซีและท่านอ๋องกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากตำหนักของฝ่าบาทไป เมื่อยิ่งได้มอง กงซุนหลิงเฮ่อก็เริ่มถอนหายใจพร้อมกับส่ายศีรษะให้กับทั้งสองคนที่พึ่งออกจากตำหนักไป“โตแล้วนะนั่น ยังทำนิสัยไม่ต่างกับเด็ก ๆ เลย”“ฝ่าบาทเป็นห่วงนาง แต่กลับพูดเรื่องนี้ขึ้นมา คงกลัวว่าในวันข้างหน้าซีเอ๋อร์จะลำบากเมื่อท่านอ๋องจำเป็นต้องรับพระสนมสินะเพคะ”“ใช่แล้วเพียงแต่ว่าคนอย่างซีเอ๋อร์น่ะ ยอมหักไม่ยอมงอ นางเคยยอมให้ผู้ใดที่ไหน แค่ทะเลาะกับสนมจิ่วครั้งนั้น ถึงกับยอมทิ้งฐานะองค์หญิงออกผจญใต้หล้ากับอาจารย์ไป๋ ข้าก็แค่หาทางรอดให้ท่านอ๋องเท่านั้นแต่เจ้าดูสิ พวกเขาเข้ากันดีกว่าที่ข้

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนพิเศษ 1 

    แคว้นจ้าว / สุสานจักรพรรดิ“ซีเอ๋อร์”ท่านอ๋องหันมาประคองกอดพระชายา ที่ยืนร้องไห้หลังจากที่ทำพิธีสักการะอดีตองค์จักรพรรดิเสร็จแล้ว“หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ ที่จริงก่อนที่จะเดินทางมาถึงหม่อมฉันฝันถึงเสด็จพ่อครั้งหนึ่ง”“งั้นหรือ แล้วเจ้าฝันว่าอย่างไรบ้างเล่า พระองค์มาให้กำลังใจหรือว่า… มาบอกลา”“ไม่ใช่เพคะ พระองค์เดิมมากอดหม่อมฉันเอาไว้ แล้วบอกว่า…”‘ใช้ชีวิตให้ดี แม่กับพ่อจะอยู่กับเจ้าตลอดไป….’ท่านอ๋องฟังที่พระชายากล่าวก็ดึงนางเข้ามากอด แม้นใบหน้าของอวิ๋นซีจะนิ่งแต่กลับมาน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ตงหรานพานางเดินออกมาหน้าสุสานจักรพรรดิ และทอดสายพระเนตรมองไปยังด้านหน้าซึ่งเป็นดินแดนทุ่งน้ำแข็งของแคว้นจ้าวที่รุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ “มีคนเคยกล่าวว่าคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นบุพการี พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ญาติพี่น้องทุกคนต่างก็ไม่เคยจากเราไปไหน ทุกคนอยู่รอบ ๆ กายเราอยู่เสมอเพียงแค่เรามองไม่เห็นแต่หากใช้หัวใจสัมผัส ก็จะรับรู้ถึงความรักของพวกเขาได้ทันที”“เช่นนั้นเองหรือเพคะ หม่อมฉันก็คงต้องคิดเช่นนั้น”“เหตุใดแม้แต่ตอนร้องไห้เจ้าก็ยังงดงามไม่สร่าง เห็นทีว่าข้าคงจะหลงพระชายาของตัวเองจนมิอาจห้ามใจได้แล้ว”

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์     ตอนที่  48  ค่ำคืนแห่งรักนิรันดร์ (ตอนจบ)

    ห้องส่งตัวถึงเวลาฤกษ์ส่งตัวท่านอ๋องก็เดินเข้ามา แม่สื่อจัดการปิดประตูทันที อวิ๋นซีที่นั่งรออยู่ในห้องพร้อมกับสาวใช้อาลี่และอาเวิน เมื่อเจ้าบ่าวเข้ามาพวกนางก็เดินออกไปทันที “ซีเอ๋อร์ เจ้ารอข้านานหรือไม่”“ไม่เพคะ มีอาลี่กับอาเวินนั่งคุยเป็นเพื่อน หม่อมฉันรอได้… เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนี้”ท่านอ๋องหันมามองเจ้าสาว ที่จริงเขามิใคร่อยากจะบอกกับนางเท่าใดนัก เนื่องเพราะมิใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรงเท่าใด อีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันมงคลของเขากับนาง“ช่างเถอะ ข้าคงดื่มมากเกินไป เจ้าคงจะเหนื่อยแล้วสินะ เราไปแช่น้ำอุ่นสักหน่อยดีหรือไม่”“ท่านดื่มมาหนักหรือเพคะ"“เปล่าหรอกข้ากลัวว่าเจ้าจะปวดเมื่อยน่ะ พิธีการในวันนี้ค่อนข้างจุกจิกและวุ่นวาย ก็เลยคิดว่าเจ้าจะเหนื่อย”“ตงหราน ท่านมีเรื่องอะไรในใจอย่างนั้นหรือ”“ข้า…”“หากท่านไม่พูด เกรงว่าคืนนี้ข้าจะให้ท่านนอนเฝ้าห้องส่งตัวเพียงลำพัง”“ไม่นะ! ข้าพูดแล้ว ๆ เจ้าก็อย่าขู่ข้านักเลยน่า คืนนี้เป็นคืนเข้าหอเจ้าสาวจะทิ้งไปได้เช่นไร ผิดธรรมเนียม”“เช่นนั้นก็พูดออกมา เราเข้าพิธีคำนับฟ้าดินกันไปแล้วก็ถือเป็นสามีภรรยากันถูกต้อง ท่านสาบานด้

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนที่  47   งานอภิเษก

    แม้นจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่เมื่อต้องมาสู้ศึกบนเตียงกับพยัคฆ์ที่หิวโหยอย่างเฉินตงหราน ก็ทำเอาอวิ๋นซีหมดเรี่ยวแรงไปได้เช่นกัน “พระองค์หยุดพักบ้างเถิด หม่อมฉันง่วงเต็มทีแล้ว”“เช่นนั้นก็ได้”เกือบฟ้าสางกว่าท่านอ๋องจะยอมให้นางนอนพัก แม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะค่อย ๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้นางก่อนจะนอน แต่ด้วยสติที่แทบจะไม่เหลือจึงไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลืมตา ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบเพียงเตียงที่ว่างเปล่า ท่านอ๋องออกไปประชุมราชสำนักแต่เช้าแล้ว“คนบ้าอะไรกัน ข้านอนหลับหมดเรี่ยวแรงแต่กลับยังตื่นไปประชุมเช้าได้อีกงั้นหรือ ไม่ยุติธรรมเลย”สิบวันถัดมาฤกษ์อภิเษกถูกส่งมาจากโหรหลวงจากวังหลวง พระราชทานโดยฮ่องเต้ซึ่งเป็นพระเชษฐาองค์โตของเหล่าท่านอ๋องทั้งสี่ ในครั้งนี้ฝ่ายกรมพิธีการของวังหลวงเฉินซานมาด้วยตัวเอง และส่งชุดแต่งงานพระราชทานมาพร้อมกับช่างภูษาอีกกว่าสามสิบชีวิต เพื่อช่วยจัดงานอภิเษกที่ยิ่งใหญ่นี้ให้สมเกียรติของทั้งสองแคว้น“เนื่องจากฮองเฮาประสูติพระธิดาอีกพระองค์ซึ่งนับเป็นองค์หญิงลำดับที่สองในราชวงศ์เฉิน “เฉินลู่หมิง” จึงมิอาจมาร่วมงานมงคลในครั้งนี้ของท่านอ๋องได้ กระหม่อมเป็นตัว

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนที่  46  หวานชื่นมิลืมเลือน (NC)

    อวิ๋นซียิ้มแต่มิได้พูดอะไรตอบกลับไป นางรู้สึกว่ามีบางอย่างกั้นเอาไว้ที่คอ หากแค่เพียงเอ่ยออกไปคงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ทำได้เพียงแค่พยักหน้าเพื่อเป็นคำตอบให้เขาเท่านั้น“ซีเอ๋อร์… ข้ารักเจ้ายิ่งนัก”“ข้าเองก็รักท่าน” “อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว พวกเราก็รีบเข้าไปข้างในกันดีกว่า เดี๋ยวเจ้าจะไม่สบาย” “ท่านก็แค่จะหาเรื่องกินเต้าหู้ข้าเท่านั้น”“อย่าทำเป็นรู้ดี ข้าอยากทำมากกว่านั้นเยอะเลยพระชายาที่รัก เจ้าคงต้องทำใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะ”ท่านอ๋องรวบตัวนางขึ้นมาอุ้มและพาเดินเข้าไปด้านในตำหนักทันที ท่านอ๋องทั้งสามพร้อมกับฝ่าบาทที่นั่งอยู่ที่ตำหนักรับรองหันไปมอง เฉินรั่วเฟิงเป็นคนเอ่ยขึ้นคนแรก“พี่สามเขาไม่คิดบ้างเลยหรือว่านี่มันค่อนข้างผิดธรรมเนียมไปสักหน่อย มิใช่ว่าจะต้องมีพิธีซ่อนเจ้าสาวหรือแยกกับพระชายาก่อนเข้าพิธีหรอกหรือ แต่นี่เขาแทบไม่ห่างจากว่าที่พระชายาของเขาเลยนะ”“เฮ้อ… น้องเก้าเจ้าอิจฉาก็ยอมรับมาตรง ๆ เถอะน่า”“พี่แปดท่านพูดก็พูดเรื่อยเปื่อย ข้าน่ะหรือจะอิจฉาเขา ความรักคือเรื่องวุ่นวายข้าไม่สรรหามาให้ปวดหัวหรอก ดูอย่างโม่ชิงเซียนสิ ผิดหวังถึงกับต้องออกบวชเลยนะ เพราะรู้ว่าสู้พี่สะใภ้ไ

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนที่  45  คืนสุขสู่หลิงโจว

    โม่หยางหันมาคุกเข่าทั้งน้ำตา เขารู้ดีอยู่แล้วว่าบิดาไม่พ้นโทษตายอยู่แล้วจึงมิได้คิดจะกล่าวโทษท่านอ๋อง“ท่านอ๋องขอพระองค์โปรดให้กระหม่อม ได้มีโอกาสจัดงานศพให้บิดาเพื่อแสดงความกตัญญูเป็นครั้งสุดท้ายด้วยพ่ะย่ะค่ะ โทษหลังจากนี้กระหม่อมยินดีที่จะรับผิดแทนบิดาแต่เพียงผู้เดียว”โม่หยางคุกเข่าและกราบลงแนบพื้นอีกครั้ง อวิ๋นซีจับแขนท่านอ๋องเอาไว้แน่น “คุณชายโม่เป็นผู้ที่ช่วยให้พวกเราทลายคลังอาวุธและบอกที่ซ่อนของกองกำลังของสกุลโม่ทั้งหมด ท่านควรจะให้โอกาสเขา อีกอย่างผู้ที่ทำผิดมีเพียงบิดาของเขา แม้แต่โม่ชิงเซียนก็ไม่รู้เรื่อง”“ข้าเข้าใจที่เจ้าจะพูด ข้าไม่ได้จะลงโทษเขา”ท่านอ๋องเดินมาและจับตัวโม่หยางขึ้นมาทันที พร้อมกับอนุญาตสิ่งที่เขาขอ“โม่หยาง เจ้าเป็นบุตรกตัญญู เป็นผู้ที่ช่วยข้าเรื่องเบาะแสของกบฏและยังช่วยจับตัวผู้กระทำผิด คำขอของเจ้าข้าอนุญาต ส่วนเรื่องความผิดบิดาของเจ้ารับไปทั้งหมดแล้ว พาศพเขากลับไปทำตามที่สมควรเถอะ”“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ขุนนางที่เข้าร่วมกับกบฏในครั้งนี้มีทั้งสิ้นสิบเจ็ดคน ทุกคนถูกประหารและครอบครัวถูกเนรเทศออกจากหลิงโจวเพื่อเป็นการลงโทษ มีการแต่งตั้งขุนนางใหม่อีกหลายคนในร

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนที่  22  เหนื่อยหรือไม่ (NC)

    อวิ๋นซีเองก็มิได้อยากจะทนแล้วเช่นกัน นางเองก็อยากปลดปล่อยอารมณ์ไปพร้อม ๆ กับเขา “กอดข้าเถิดเพคะ”“คนดีของข้า เช่นนั้นข้าจะถอดผ้านี้ออก จากนี้เจ้าจะได้ไม่ลืมว่าข้า “รัก” เจ้ามากเพียงใด"ท่านอ๋องดึงผ้าผูกตาของนางออกและดึงนางขึ้นมาจูบ อวิ๋นซีตะลึงกับรูปร่างของบุรุษหนุ่มที่เปลือยเปล่าตรงหน้า แม้ว่าจะเ

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนที่  21   ท่านคิดเช่นไรกับข้า (NC)

    “แล้วเหตุใดพระสนมที่อยู่ในวัง ถึงอยากจะสังหารอาจารย์ของเจ้าเล่า นี่มันไม่ไร้เหตุผลไปหน่อยหรือ”“เรื่องนั้นย่อมมีเหตุผล หากว่าได้ข้อมูลของคนทั้งสี่นี้มาแล้ว ข้าจะต้องไปจากที่นี่”“อะไรนะ! แต่เจ้ารับปากแล้วว่าจะไม่ไปนี่ เหตุใดกลับคำพูดอีกแล้วเล่า”“มิได้หมายถึงตอนนี้ ข้ายังไม่ได้ข้อมูลจากท่านเลย ว่าแ

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์     ตอนที่  20   ไม่อยากอยู่กับข้าหรือ

    เมื่อประตูปิดลง หัวใจของอวิ๋นซีก็ราวกับจะโบยบินตามท่านอ๋องออกไปพร้อมกับเสียงประตู นางเลือกที่จะปิดประตูหัวใจนี้ตั้งแต่แรกเพียงเพราะความกลัว เมื่อหันมามองเรื่องที่เขียนในรายงานก็ยิ่งทำให้ความแค้นนี้โถมกระหน่ำทับลงมาอีกรอบ“อาจารย์ไป๋ลู่ตงเดินทางไปเป่ยหลาน ครั้งสุดท้ายที่มีผู้คนพบเห็นเขาคือหลังสงคราม

  • นักฆ่าล่าพยัคฆ์    ตอนที่  19   ปล่อยก็โง่น่ะสิ

    หลิ่วอวิ๋นซีวิ่งออกไปจากห้องทรงงาน และกลับไปที่ห้องของตัวเอง เมื่อเข้าไปถึงก็รีบดึงของออกมาเพื่อเก็บใส่ห่อทันที“เฉินตงหราน ไม่คิดว่าจะเป็นคนเช่นนี้ ข้าไม่อยู่แล้วคนสารเลว!”“คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ เปิดประตูให้พวกข้าเข้าไปได้หรือไม่เจ้าคะ คุณหนู”นางรู้ดีว่าอาลี่และอาเวินแม้ว่าจะดูแลนาง และพูดคุย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status