LOGINห้องสมุดมหาวิทยาลัยในยามเย็นบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีประชาชนหรือนักศึกษาพลุกพล่านเท่าไหร่อาจเพราะยังไม่ใช่ช่วงสอบ เฟื่องลดาเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยนี้จึงทำบัตรสมาชิกยืมหนังสือได้ เฟื่องลดาเป็นคนความจำดี อ่านหนังสือเร็ว ทำช็อตโน้ตได้เนื้อหาครบถ้วนทุกเล่ม หล่อนอ่านหนังสือที่รณภพซื้อให้รวมถึงที่สั่งจากอินเทอร์เน็ตหมดแล้ว เห็นว่ามันสิ้นเปลืองเงินเปล่าๆ จึงเปลี่ยนมายืมจากห้องสมุด อุ้มหนังสือกองใหญ่มาวางบนโต๊ะ เปิดอ่านสารบัญและเนื้อหาคร่าวๆ ทุกเล่ม เพื่อจะเทียบเคียงกันว่าเล่มไหนคุ้มค่ากว่ากัน ใบหน้าสวยก้มลงมองใกล้หนังสือมากจนชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามลุ้นตาม ไอ้ครั้นจะเลือกทุกเล่มก็คงจะไม่มีเวลาอ่านไหนจะต้องทำงาน เลิกงานก็เลี้ยงลูก ลูกหลับถึงมีเวลาอ่านหนังสือ เสาร์อาทิตย์ก็รับจ้างงานนอกบริษัท ทำฟรีแลนซ์หลายอย่างเพื่อจะมีเงินเก็บสะสมเยอะๆ
ถือเป็นความโชคดีของเฟื่องลดาเรื่องเงินทองเพราะหลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหญ่คุณๆ ทั้งสองก็ออกค่าใช้จ่ายแทนทั้งหมด หล่อนแทบจะไม่ต้องควักกระเป๋าเงินตัวเองเลย ยกเว้นแค่เวลาเห็นของเล่นน่ารักราคาไม่แพง แล้วอยากซื้อมาให้ลูกเล่น เฟื่องลดารู้ว่าไว้ใจคุณแขไขกับท่านเจ้าสัวได้พวกท่านสองคนไม่มีวันยอมให้หลานลำบากแน่ แต่ก็ยังอยากหาเงินให้ได้เยอะๆ ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่ออนาคตของลูก เพราะไม่รู้เลยว่าลูกจะมีความสุขหรือเปล่าหากวันใดวันหนึ่งพ่อของแกเกิดมีภรรยามีลูกใหม่ ชีวิตหรูหรามีเงินทองใช้ไม่ขาดมือแต่ขาดความสุขที่แท้จริงยังไงก็คงมีบ้างที่อยากหาสถานที่อื่นคอยพักพิงหัวใจ เฟื่องลดาจึงฝันไว้ว่าอยากซื้อบ้านสักหลังเป็นชื่อของตัวเอง
ความตั้งใจแรกคือขออยู่กับลูกช่วยเลี้ยงลูกจนแกโตพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ อาจจะสักสามขวบสี่ขวบ หล่อนไม่รู้อนาคตว่าตัวเองจะติดลูกจนตัดใจทิ้งแกไม่ได้หรือเปล่า มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เสียใจและลำบากใจมากๆ แต่ก็ต้องทำให้ได้เพราะระลึกว่านั่นไม่ใช่บ้านของตัวเอง การจะไปเป็นกาฝากฝังตัวอยู่กับคนอื่นนานๆ เจ้าบ้านที่ไหนจะอยากให้อยู่ด้วย ไม่มีหรอก ถึงพวกท่านจะใจดีก็ต้องมีเบื่อหน่ายบ้าง สิ่งเดียวที่จะช่วยยกระดับชีวิตผู้หญิงจนๆ อย่างหล่อนก็คือการศึกษา จะเรียนเก่งหรือไม่ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดอย่างน้อยก็ต้องมีวุฒิปริญญาโท อัปเงินเดือน อัปตำแหน่งให้สูงขึ้น อย่างน้อยเวลาลูกเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังจะได้ไม่ต้องอายว่ามีแม่ไม่เอาไหนยกมาพูดอวดเพื่อนไม่ได้
“เล่มนี้ดีนะครับเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษด้วย เหมาะกับเด็กบริหารภาคอินเตอร์”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นราวกับกระซิบ เฟื่องลดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองและในวินาทีนั้นชายแปลกหน้าก็ส่งรอยยิ้มหวานละมุนละไมมาให้ตนเอง สมองหล่อนเบลอไปชั่วขณะเพราะเผลอคิดถึงเรื่องต่างๆ จนจับต้นชนปลายไม่ถูก ยังมองหน้าเขาเหมือนไม่มั่นใจว่าเมื่อสักครู่เขาพูดกับตนเองจริงๆ เหรอ เขาคุยโทรศัพท์หรือกำลังพูดคนเดียวหล่อนจะได้ไม่ตอบ หน้าตาหล่อนคงจะแสดงออกว่างง เขาจึงยิ้มกว้างมากกว่าเดิมแล้วเริ่มต้นแนะนำตัว
“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ เผอิญว่าผมเห็นคุณเลือกหนังสือไม่ถูกก็เลยลองแนะนำ ขออนุญาตนะครับ…”
ชายคนนั้นวางหนังสือในมือลงก่อนจะเอื้อมมาหยิบหนังสือหล่อนไปเปิดสารบัญช่วยเลือก เปิดๆ ปิดๆ และจดช็อตโน้ตเล็กๆ สำหรับบทที่ควรอ่าน รวมถึงจดลิสเว็บไซต์ภาษาอังกฤษสำหรับหาความรู้เพิ่มเติมใส่กระดาษมาให้ เฟื่องลดารับมาไล่สายตาอ่านทีละบรรทัดด้วยความแปลกใจ ไม่รู้จักกันซะหน่อยแล้วทำไมเขาถึงรู้ความคิดว่าหล่อนกำลังสนใจหนังสือประเภทไหน
“ขอบคุณนะคะ ไว้กลับไปฉันจะลองเข้าเว็บไซต์ตามที่คุณแนะนำ”
“ด้วยความยินดีครับ ถ้าคุณอ่านทั้งหมดที่ผมแนะนำจะเข้าเรียนต่ออะไรก็ไม่มีปัญหา”
“ทำไม… คุณถึงคิดว่าฉันจะหาหนังสืออ่านเพื่อเรียนต่อล่ะคะ”
“ตลกแล้วคุณ จำผมไม่ได้เหรอครับ ผู้ชายใส่ฮู้ดที่นั่งข้างคุณไฟล์ทกลับจากฝรั่งเศสกลางปีที่แล้วไง แล้วเราก็บังเอิญเจอกันอีกครั้งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนตอนที่คุณมายื่นใบสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโท วันนั้นคุณใส่เสื้อสีครีมกางเกงขายาวสีดำผมยังไม่ลืมเลย”
“บังเอิญจังเลยนะคะ แต่เสียดายจังที่ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้ แล้ววันนั้นคุณก็ไปสมัครเรียนต่อเหมือนกันเหรอคะ”
“เปล่าครับ ผมเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาที่คุณไปสมัคร” ตอบคำถาม ‘ว่าที่ลูกศิษย์’ แบบไม่มีกั๊ก ทำคนถามเกือบตกเก้าอี้เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าบนโลกจะมีเรื่องอะไรที่บังเอิญได้มากขนาดนี้
เฟื่องลดาคอยส่งยิ้มเจื่อนๆ ไปให้อาจารย์หนุ่มที่ถ้าไม่บอกว่าเป็นอาจารย์ก็คงจะคิดว่าเขาเป็นคุณชายหมอหลุดออกมาจากนิยายเซตสุภาพบุรุษอะไรสักอย่างที่ฉายทางช่องสาม เขาเป็นคนหน้าตาดีผิวพรรณดีคล้ายมีเชื้อสายทางจีน ดวงตาคู่นั้นกลมสวยไร้รอยย่นและรอยคล้ำ ทว่ากลับมีแว่นสายตากรอบเล็กคอยปิดบังความสวย
“อ๋อ เป็นอย่างนั้นเองเหรอคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ได้หนังสือครบแล้วฉันขอไปยืมกับบรรณารักษ์ก่อนแล้วจะกลับบ้านเลย”
“บ้านอยู่เลย?” รู้ว่าไม่ควรเล่นมุกนี้แต่อาจารย์หนุ่มกลับเล่นแถมยังหัวเราะตบท้ายใส่มุกตัวเองอีก อารมณ์ประมาณว่าเล่นมุกแป๊กในกลุ่มเพื่อนแล้วตัวเองต้องแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อจะได้ไม่เสียหน้า
“ผมล้อเล่นครับ ผมเองก็จะไปยืมเล่มนี้พอดีช่วยถือนะครับ ถือว่าเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันหวังว่าคุณจะไม่รังเกียจ”
“ได้ค่ะ” แม้จะเกรงใจแต่เฟื่องลดาคิดว่าถึงปฏิเสธไปเขาก็อยากช่วยเหลืออยู่ดีจึงยอมแบ่งให้เขาช่วยถือเล่มบางๆ แค่เล่มเดียวเท่านั้น รวบหนังสือไม่ใช้กลับไปวางบนชั้นก่อนจะกลับมาหยิบเล่มที่เหลือรวมถึงกระเป๋าผ้าสะพายข้างสีขาวซีดที่เกือบจะขาดเพราะข้างในบรรจุเอกสารสำนักงานรวมถึงคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาเอาไว้
เฟื่องลดาเดินตามหลังอาจารย์หนุ่มลงบันไดมายังชั้นล่างสุดเพื่อทำเรื่องขอยืมหนังสือ ตอนนี้หกโมงกว่าๆ แล้วผู้เข้ามาใช้บริการยังคงบางตาเช่นเดิม แต่ด้านนอกคึกคัก เพราะมีกิจกรรมมหาวิทยาลัยให้นักศึกษามาตั้งบูธขายของกัน
“เกือบลืมแนะนำตัวเลย ผมชื่อบอลนะครับ แล้วคุณชื่ออะไรเหรอครับ”
“เฟื่องลดาค่ะ เรียกเฟื่องเฉยๆ ก็ได้”
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
‘นี่เธอ! เธอนั่นแหละ ชื่ออะไร เป็นเพื่อนกับน้องเอยใช่ไหม’ เป็นเสียงของรณภพไม่ผิดแน่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่หล่อนก็จำได้ เฟื่องลดาจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับหล่อนราวสามปีก่อน หล่อนหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการค้นหาอะไรบางอย่างยื่นมาตรงห
นาฬิกาปลุกสองรอบไม่ตื่นเดือดร้อนน้องยมต้องขึ้นมาตามถึงบนห้องนอนเพราะตอนนี้หกโมงครึ่งเข้าไปแล้ว เฟื่องลดาตื่นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เอ่ยขอบคุณแล้วฝากน้องให้ช่วยดูแลลูก เมื่อวานรณภพเปลี่ยนใจอุ้มลูกไปนอนด้วย สลับกันดูแล ส่วนถ้าวันไหนเขาอยากออกไปเที่ยวกลางคืน ไปสนุกตามประสาผู้ชายเขาก็ม
“คุณภพ คุณเมาแล้วนะ กลับกันเถอะ”“อย่ายุ่ง… จะนอน ไปไกลๆ เลยไป”เงยหน้าขึ้นมาตวาดใส่ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง แล้วนอนลงที่เดิม หน้าหล่อๆ ของเขาจมอยู่กับกองน้ำที่ละลายออกจากถังน้ำแข็ง สกปรกเปื้อนไปหมดเฟื่องลดามองภาพตรงหน้าด้วยความเพลียใจ ไม่รู้เลยว่าเข
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ







