เข้าสู่ระบบนาตาลีเป็นไฮโซสาวแสนสวยเคยมีผลงานในวงการบันเทิงมาก็หลายชิ้น อาทิเช่น เดินแบบ แสดงเอ็มวี จึงไม่แปลกหากไปไหนมาไหนจะมีผู้คนให้ความสนใจหันมามองหรือเข้ามาขอถ่ายรูป ดังเช่นตอนนี้ที่พนักงานในแผนกการตลาดกำลังวิ่งเข้ามากรี๊ด
สาวสวยมั่นใจมากส่งยิ้มไปให้สองคน ในมือก็ถือแฟ้มเอกสารขนาดหนาจั่วหัวว่าเป็นเอกสารสัมมนาทั่วไป
“คุณนาตาลี ทายาทร้านเพชรมูลค่าหลายร้อยล้าน”
“กรี๊ด จริงด้วยแก! สวัสดีค่ะคุณนาตาลี ชื่อหมิงนะคะ เป็นแฟนคลับของคุณลีค่ะ”
“ดาด้าเองก็เป็นแฟนคลับเหมือนกัน ชุดที่ใส่ก็แบรนด์ของคุณลีนะคะเห็นไหมๆ ดาด้าชอบเซตที่คุณนาตาลีใส่ออกงานพร้อมคุณภพมากเลย แต่ราคาแรงเวอร์ไม่มีปัญญาซื้อใส่” สองสาวร้องกรี๊ดๆ ประจบประแจงเซเลปคนดัง
“ขอบคุณค่ะ ดีใจนะคะที่คุณสองคนชื่นชอบลี”
“เหมือนฝันเลย ตัวจริงคุณลีสวยมากเลยนะคะ สวยยิ่งกว่าในรูปซะอีกหมิงเคยเห็นบ่อยๆ”
“แล้วคุณนาตาลีมาถึงมาทำอะไรเหรอคะ มีอะไรให้เราสองคนช่วยหรือเปล่า”
“ลีมาหาเฟื่องลดาน่ะค่ะ เห็นว่าทำงานที่แผนกนี้ เผอิญว่าเขาลืมเอกสารไว้ในห้องพี่ภพ”
“ต๊าย! ในห้องทำงาน! ไปทำอะไรถึงลืมไว้ในนั้นล่ะ ไม่เป็นไรนะคะเดี๋ยวหมิงช่วยเอาไปคืนเอง คุณนาตาลีจะได้ไม่ต้องเสียเวลากับผู้หญิงชอบอ่อย” รับแฟ้มเอกสารฉบับนั้นมาถือเดินบิดสะโพกไปยังโต๊ะของเฟื่องลดา วางลงหนักมือพนักงานคนอื่นต่างให้ความสนใจ
“อะไรอีกหมิง” เฟื่องลดาตวัดสายตาดุๆ ขึ้นมามอง
“มีคนฝากมาให้ แล้วแอบบอกด้วยว่าอย่าอ่อยคุณภพให้มาก เพราะเขาคงไม่เอา”
“ถ้าเขาไม่เอาฉันแล้วเราจะมีลูกด้วยกันได้ยังไง ไม่รู้อะไรอย่าพูด”
“คุยอะไรกันเหรอคะ เสียงเบาจับใจความอะไรแทบไม่ได้”
“คุณนาตาลีเดินมาตรงนี้ทำไมคะ แถวนี้เชื้อโรคชอบอ่อยชอบจับผู้ชายรวยมันมีเยอะ ไม่ดีเลยค่ะ สกปรกจะตาย นังดาด้า ไหนน้ำหอมของหล่อนเอามาฉีดกลบกลิ่นเหม็นคาวหน่อยซิเดี๋ยวคุณลีเธอจะเหม็นสาบ” สั่งอะไรก็ได้อย่างนั้นจริงๆ ดาด้าควักน้ำหอมประจำตัวออกจากถุงเสื้อมาฉีดเหนือโต๊ะทำงานในปริมาณมากเกินไป กลิ่นฟุ้งจนฉุนจมูกสองสาวพนักงานจามแข่งกัน เหลือเพียงนาตาลีกับเฟื่องลดาที่สามารถเบือนใบหน้าไปทางอื่นหลบได้ทันละอองจึงไม่เข้าจมูก
นาตาลีรังเกียจพนักงานช่างประจบทั้งสอง มองพนักงานโต๊ะอื่นที่ชะเง้อคอมอง เชิดใส่ เร่งสาวเท้าเข้าไปใกล้เฟื่องลดากระซิบข่มขู่ “อย่ายุ่งกับพี่ภพอีก หัดเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้างไม่ใช่อยากจับเขาจนตัวสั่น”
“ฉันว่าคนที่อยากจับเขาจนตัวสั่นน่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ คุณนาตาลี”
“ฉันสวย เก่ง จัดว่าอยู่เกรดเดี๋ยวกับพี่ภพไม่ใช่ไม่สวย จน แถมการศึกษาต่ำแบบหล่อน”
“แล้วเรื่องฐานะล่ะคะ จัดว่าอยู่ในเกรดเดียวกันไหม”
“นังคนชั้นต่ำ! กล้าดียังไงถึงพูดกับฉันแบบนี้ ใครๆ เขาก็รู้ทั้งนั้นว่าครอบครัวฉันรวยมากแค่ไหน อย่ามาหาเรื่องอิจฉาฉันหน่อยเลย”
“ไม่เคยอิจฉาค่ะ ฉันไม่อยากพูดถึงใครไม่ดีแต่ถ้าคุณยังตามราวีไม่เลิกก็ไม่แน่หรอกนะ ฉันอาจจะหลุดปากบอกคนอื่นก็ได้ว่าธุรกิจของคุณกำลังจะจม ทุนหมด กำไรหาย ต้องวิ่งกู้ธนาคารกู้คนอื่นเป็นว่าเล่น เอาสิ ตบหน้าฉันเลยถ้าคุณคิดว่าสองมือของฉันจะไม่ตบคุณกลับไปบ้าง”
กายอรชรลุกขึ้นจากเก้าอี้เร็วจนล้อหมุนไถลถอยหลังไปชนโต๊ะใกล้เคียง ทุกคำพูด ทุกการกระทำของเฟื่องลดาไม่ได้แสดงออกเลยว่ากลัวฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นฝ่ายที่ไม่กล้าลงมือกลับเป็นนาตาลี เจ้าหล่อนกัดเสียงกรี๊ดไว้ในลำคอ ลดมือลงกำหมัดทุบลงบนเรียวขาตนเอง
“ฝากไว้ก่อนเถอะแก วันหลังฉันเอาคืนแกแน่!”
“คุณนาตาลีขา จะรีบไปไหนคะ ยังไม่ได้ขอถ่ายรูปเลย” ดาด้ากับหมิงยังไม่หายแพ้กลิ่นน้ำหอม ขณะนั้นหัวหน้าเดินเข้ามาหา
“เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกัน แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่มีงานทำหรือไง หยุดจามได้แล้วพี่จะเอางานวันนี้นะไม่ใช่วันพรุ่งนี้”
“ค่ะๆ หมิง รีบกลับไปปั่นงานกัน” ดาด้ารีบกุลีกุจอกระชากคอเสื้อเพื่อนสนิทดึงกลับ เสื้อรัดคอหมิงจนลิ้นห้อย
“สองคนนี้เป็นอะไรกัน บ้าๆ บอๆ ได้ทุกวัน แล้วกลิ่นอะไรเนี่ยฉุนจัง” หัวหน้าแผนกการตลาดเป็นผู้ชายใจดีอายุราวสี่สิบกรางๆ ประสบการณ์ทำงานสูง การศึกษาเองก็สูงเช่นเดียวกัน ชื่อพี่ต้น พี่ต้นยกมือขึ้นปัดกลางอากาศไล่กลิ่นไม่พึงปรารถนาเหนือโต๊ะ
“กลิ่นน้ำหอมของดาด้าน่ะค่ะ เขาฉีดแล้วแพ้ก็เลยจามแข่งกับหมิง ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แล้วหัวหน้าออกมาหาเฟื่องมีอะไรเหรอคะ”
“เกือบลืมเลย พี่จะออกไปหาลูกค้าเฟื่องไปกับพี่หน่อยนะ อีกประมาณครึ่งชั่วโมง คุยเสร็จก็คงเลิกงานพอดี แล้วนั่นแฟ้มอะไร”
“เอกสารสัมมนาของคุณแขไขค่ะ งานไม่รีบค่อยอ่านตอนไหนก็ได้ เฟื่องไปคุยงานกับหัวหน้าได้ค่ะ”
“หัวหินน่ะเหรอ งงดีนะ ทำแผนกการตลาดได้ไปช่วยงานฝ่ายบริหารเฉย เอาเถอะ พี่เดินออกมาบอกเท่านี้เตรียมตัวให้พร้อม”
“ได้ค่ะ” เฟื่องลดายิ้มรับ หัวหน้าเดินเร็วกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวส่วนเฟื่องลดาก็รีบเก็บแฟ้มงานใส่กระเป๋าผ้า ก่อนจะเร่งเคลียร์งาน ถึงเวลานัดหมายก็รีบเก็บของรวมถึงแล็ปท็อปถือติดมือออกไปพบลูกค้าด้วย หน้าที่หลักของเฟื่องลดาจะเป็นดูแลการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ติดต่องานทั้งภายในและภายนอกของบริษัท ดูเรื่องเอกสาร บางครั้งก็ต้องติดสอยห้อยตามออกไปพบลูกค้ารายเก่า รายใหม่ของบริษัทพร้อมกับหัวหน้า
เงินเดือนขยับเพิ่มสูงขึ้นทุกปีแต่ก็แลกมาด้วยการทำงานหนัก ช่วงปลายปีที่ผ่านมาพนักงานในบริษัทได้โบนัสกันอื้อซ่า มีแค่หล่อนคนเดียวที่ได้น้อยเพราะช่วงหนึ่งเคยขาดงานยาวไปสามเดือนจึงมีสถานะคล้ายกับพนักงานใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำงานในบริษัทเดิม
“พี่จะแวะกลับเข้าไปเอางานในบริษัทเฟื่องจะไปด้วยกัน หรือจะให้แวะส่งไหนบอกมาได้เลย”
“ฝากหัวหน้าแวะส่งป้ายรถเมล์ก็ได้ค่ะ เฟื่องอยากไปห้องสมุดมหา’ลัย บริษัทเราเคี่ยวมากถ้าไม่ติดมหาวิทยาลัยท็อปสองก็ไม่ให้ทุน”
“อย่าบ่น ยังดีที่เขาอนุโลมให้เรียนในประเทศได้ สมัยพี่นะบริษัทส่งออกนอกอย่างเดียวเลย และต้องเป็นท็อปเท็นของโลกเท่านั้น”
“แบบนั้นไม่ไหวหรอกค่ะ คงสู้ค่าครองชีพไม่ไหว เฟื่องอยากทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ขอบคุณมากค่ะหัวหน้า ขับรถดีๆ นะคะ”
“จ้า เฟื่องก็กลับบ้านดีๆ นะ พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัท”
รับไหว้พนักงานรุ่นน้อง มองน้องเดินลงจากรถจนกระทั่งยืนรอรถเมล์ถึงขับรถกลับไปยังบริษัท เฟื่องลดาเป็นเด็กน่ารัก ทำงานด้วยกันมานานตั้งแต่สมัยหล่อนเข้ามาฝึกงานช่วงปีสาม เสียดาย ไม่น่าพลาดท้องกับลูกชายเจ้าของบริษัท
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
‘นี่เธอ! เธอนั่นแหละ ชื่ออะไร เป็นเพื่อนกับน้องเอยใช่ไหม’ เป็นเสียงของรณภพไม่ผิดแน่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่หล่อนก็จำได้ เฟื่องลดาจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับหล่อนราวสามปีก่อน หล่อนหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการค้นหาอะไรบางอย่างยื่นมาตรงห
นาฬิกาปลุกสองรอบไม่ตื่นเดือดร้อนน้องยมต้องขึ้นมาตามถึงบนห้องนอนเพราะตอนนี้หกโมงครึ่งเข้าไปแล้ว เฟื่องลดาตื่นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เอ่ยขอบคุณแล้วฝากน้องให้ช่วยดูแลลูก เมื่อวานรณภพเปลี่ยนใจอุ้มลูกไปนอนด้วย สลับกันดูแล ส่วนถ้าวันไหนเขาอยากออกไปเที่ยวกลางคืน ไปสนุกตามประสาผู้ชายเขาก็ม
“คุณภพ คุณเมาแล้วนะ กลับกันเถอะ”“อย่ายุ่ง… จะนอน ไปไกลๆ เลยไป”เงยหน้าขึ้นมาตวาดใส่ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง แล้วนอนลงที่เดิม หน้าหล่อๆ ของเขาจมอยู่กับกองน้ำที่ละลายออกจากถังน้ำแข็ง สกปรกเปื้อนไปหมดเฟื่องลดามองภาพตรงหน้าด้วยความเพลียใจ ไม่รู้เลยว่าเข
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ







