Beranda / รักโบราณ / นางกำนัลสายดอง / กลิ่นจากรอยร้าว

Share

กลิ่นจากรอยร้าว

last update Tanggal publikasi: 2026-10-14 23:40:22

เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้

เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”

“พอสำหรับผักชุดนี้”

“แล้วอีกสองไหเล่า”

“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”

“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”

“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”

อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไห

เสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งของเรือนท้ายวัง

“นี่คือผักดองชุดแรกของพวกเราสินะ”

“ใช่”

“ถ้ามันอร่อย ข้าขอเป็นคนแรกที่ได้ชิม”

“หากมันอร่อยจริง เจ้าก็เป็นคนแรกที่ได้ชิม”

“แล้วถ้าไม่อร่อยเล่า”

“เจ้าก็ยังเป็นคนแรกที่ได้ชิมอยู่ดี” เสี่ยวชุนเบิกตากว้าง “หลินอวี้เหนียง เจ้าเห็นข้าเป็นหนูทดลองหรืออย่างไร”

“ข้าเห็นเจ้าเป็นสหายที่ไว้ใจได้ต่างหาก” คำตอบนั้นทำให้ เสี่ยวชุน ชะงัก ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ก็ได้ ข้าจะยอมเป็นหนูทดลองให้เจ้าสักครั้ง แต่ถ้ารสชาติแย่จนกินไม่ได้ เจ้าต้องรับผิดชอบหาอาหารอย่างอื่นมาเลี้ยงข้า”

“ตกลง”

อวี้เหนียง ยิ้มรับ ก่อนยกไหไปวางในมุมที่เย็นและไม่โดนแดดโดยตรง นางตรวจดูตำแหน่งอีกครั้ง แล้วจึงปัดมือที่เปื้อนเกลือออกจากกัน งานในวันนั้นเสร็จสิ้นลงเพียงเท่านี้

ทั้งสองไม่มีเครื่องปรุงหรูหรา ไม่มีภาชนะใหม่เอี่ยม และไม่มีใครรับรองว่าผักดองชุดแรกจะออกมาดี แต่สำหรับ อวี้เหนียง นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด นางได้วัตถุดิบมาอย่างถูกต้อง ได้เริ่มลงมือทำ และได้บันทึกทุกอย่างเอาไว้แล้ว ที่เหลือก็มีเพียงเวลาและความอดทน

หลายวันผ่านไป เรือนท้ายวังกลับเข้าสู่ความเงียบตามเดิม เสี่ยวชุน ยังคงบ่นเรื่องอาหารในแต่ละมื้อ ส่วน อวี้เหนียง ก็ใช้เวลาว่างทำความสะอาดเรือน จัดเก็บสิ่งของ และตรวจดูไหดองเป็นระยะ นางไม่กล้าเปิดฝาบ่อยเกินไป เพราะรู้ว่าความสะอาดและการเก็บรักษามีผลต่ออาหารข้างใน แต่ก็ไม่อาจปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตรวจสอบได้เช่นกัน

ในที่สุด วันที่นางตั้งใจจะตรวจไหชุดแรกก็มาถึง

“วันนี้ใช่หรือไม่” เสี่ยวชุนถามตั้งแต่ยังไม่ทันล้างหน้าเสร็จ อวี้เหนียง พยักหน้า “วันนี้เราจะตรวจดูว่าผักเป็นอย่างไร”

“ในที่สุด! ข้ารอจนแทบลืมไปแล้วว่าเราเคยทำอะไรใส่ไหไว้”

เสี่ยวชุน รีบตามนางไปยังมุมเก็บไห แต่เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นผิดปกติบางอย่างก็ลอยมาแตะจมูกเสียก่อน

อวี้เหนียง ชะงักฝีเท้า กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นเค็มเปรี้ยวที่นางคาดหวัง หากเป็นกลิ่นอับชื้นจาง ๆ ซึ่งทำให้หัวใจของนางค่อย ๆ หนักอึ้ง

“อวี้เหนียง… เจ้าได้กลิ่นหรือไม่” เสี่ยวชุน ถามเสียงเบา

“ได้”

อวี้เหนียง ย่อตัวลงตรวจดูไหทันที นางพบว่าบริเวณใต้ฐานไหมีรอยเปียกชื้น น้ำซึมออกมาตามรอยร้าวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ จนพื้นไม้ใต้เปียกเป็นวงกว้าง สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที

“แย่แล้ว…”

นางรีบประคองไหขึ้นจากพื้นอย่างระมัดระวัง ตรวจดูรอยร้าวอีกครั้ง น้ำดองยังคงซึมออกมาไม่หยุด แม้จะเป็นเพียงรอยเล็ก ๆ แต่ก็เพียงพอจะทำให้ระดับน้ำภายในลดลง เมื่อเปิดตรวจดูอย่างละเอียด ผักบางส่วนที่อยู่ด้านบนเริ่มเปลี่ยนสภาพ ใบผักกาดขาวไม่สดแน่นเหมือนตอนแรก ส่วนผักบางชิ้นมีสีผิดไปจากเดิม

เสี่ยวชุน หน้าซีดเผือด “นี่มัน… เสียแล้วหรือ”

นางถอยหลังไปครึ่งก้าว มองไหที่ อวี้เหนียง ประคองอยู่ราวกับมันกำลังจะระเบิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ “ถ้าแม่ครัวใหญ่รู้เข้า เราต้องถูกตำหนิแน่ ๆ นางกำชับไว้แล้วว่าถ้ามีของเสียเกิดขึ้น เจ้าต้องรับผิดชอบเอง แล้วผักพวกนี้ก็เป็นของที่เราขอเขามาเสียด้วย…”

อวี้เหนียง ไม่ได้ตอบทันที นางกำลังตรวจดูรอยร้าวและสภาพของผักอย่างละเอียด ความผิดหวังแล่นผ่านดวงตา แต่ไม่นานนักนางก็รวบรวมสติกลับมา ความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว หากมัวแต่ตกใจ สิ่งที่เสียไปก็จะไม่มีวันกลับคืนมา

นางรีบวางไหลงบนพื้นแห้ง หาภาชนะสะอาดมารองน้ำที่ยังซึมออกมา ก่อนตรวจดูว่ารอยร้าวอยู่ตรงตำแหน่งใด และผักส่วนไหนได้รับผลกระทบบ้าง เสี่ยวชุน ยืนตัวแข็ง มือทั้งสองกำชายเสื้อแน่น

“อวี้เหนียง เราควรทำอย่างไรดี หรือว่าเราต้องทิ้งทั้งหมด”

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก มองไหใบแรกที่ตนตั้งใจทำอย่างเต็มที่ แล้วค่อย ๆ เช็ดน้ำที่เปื้อนปลายนิ้ว นางยังไม่รู้ว่าผักชุดนี้จะแก้ไขได้หรือไม่ และยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสาเหตุเกิดจากรอยร้าวเพียงอย่างเดียวหรือมีอย่างอื่นร่วมด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้แน่ หากยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ตรวจสอบให้ครบถ้วน นางก็จะไม่มีวันรู้ว่าตนเองผิดพลาดตรงไหน

อวี้เหนียง เงยหน้ามอง เสี่ยวชุน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ในแววตายังมีความกังวลอยู่ไม่น้อย

“อย่าเพิ่งทิ้ง บางทีเรายังแก้ได้”

ขณะที่น้ำดองยังคงซึมลงบนพื้นไม้ ไหใบแรกซึ่งเคยเป็นความหวังของพวกนางกลับกลายเป็นบททดสอบที่ไม่มีใครคาดคิด และนี่อาจเป็นเพียงความผิดพลาดครั้งแรกเท่านั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางกำนัลสายดอง   กลิ่นจากรอยร้าว

    เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”“พอสำหรับผักชุดนี้”“แล้วอีกสองไหเล่า”“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไหเสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้น

  • นางกำนัลสายดอง   รอยร้าวใต้ฐานไห

    ความหวังในไหดองเมื่อวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า อวี้เหนียง ก็เริ่มจัดการทันที นางตักน้ำสะอาดใส่อ่างใบใหญ่ ล้างผักทีละหัวอย่างละเอียด ตรวจดูตามซอกใบและรอยตำหนิ จากนั้นจึงแยกผักแต่ละชนิดออกจากกันเสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้ “เจ้าล้างผักพวกนี้สะอาดกว่าตอนข้าล้างหน้าตอนเช้าเสียอีก ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“ต้องสิ”“แต่เดิมมันก็เป็นผักที่คนอื่นคัดออกมาแล้วนะ”“เพราะคนอื่นคัดออก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องตรวจดูอีกครั้ง ผักที่มีรอยช้ำอาจซ่อนความเสียหายไว้ข้างใน หากนำไปดองรวมกับผักดี ก็อาจทำให้ทั้งไหเสียไปด้วย” อวี้เหนียงหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาตรวจดู ก่อนตัดส่วนที่ช้ำออกอย่างระมัดระวัง “การดองไม่ใช่เพียงใส่เกลือแล้วปิดฝารอ หากเลือกผักผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้เครื่องปรุงดีเพียงใดก็อาจไม่ได้ผล”เสี่ยวชุน มองกองผักแล้วพยักหน้าช้า ๆ “ฟังดูยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”“ถ้าอยากกินของที่เก็บไว้ได้นาน ก็ต้องยอมเสียเวลาในตอนแรก”“แล้วถ้าเราไม่เสียเวลา แต่เอาไปต้มกินเสียเลยล่ะ”“เช่นนั้นเราก็จะไม่มีผักดอง”“เจ้าช่างตอบได้ตรงประเด็นจริง ๆ” อวี้เหนียง หัวเราะ ก่อนส่งมีดเ

  • นางกำนัลสายดอง   บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

    “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”“เ

  • นางกำนัลสายดอง   ประตูห้องเครื่อง

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนักนางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาดนางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้าที่นี่คือวังหลวงแม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเลบิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย

  • นางกำนัลสายดอง   ดิน แสง และไหใบเก่า

    เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้วดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็กดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื

  • นางกำนัลสายดอง   เรือนร้างท้ายวัง

    ทางเดินด้านหลังวังหลวงทอดยาวคดเคี้ยวผ่านแนวกำแพงสีเทาอ่อน สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทว่าพอยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงผู้คนและความคึกคักจากเขตตำหนักชั้นในก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกทีหลินอวี้เหนียง ถือสัมภาระเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นำทาง ส่วน เสี่ยวชุน เดินอยู่ข้างกาย พลางหันกลับมองทางที่เพิ่งผ่านมาเป็นระยะ ราวกับหวังว่าจะมีใครเรียกพวกนางกลับไปเสียก่อน“อวี้เหนียง เจ้าว่าพวกเราต้องเดินอีกนานเท่าใด”“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากทางแล้ว คงใกล้ถึงแล้วกระมังเจ้าค่ะ”“ใกล้ถึง” เสี่ยวชุน ชะเง้อมองไปข้างหน้า ก่อนถอนหายใจยาว “เหตุใดเรือนพักของคนอื่นจึงอยู่ใกล้ตำหนัก ส่วนของพวกเรากลับต้องเดินไกลถึงเพียงนี้ หรือวังหลวงกลัวว่าพวกเราจะเดินเล่นมากเกินไป จึงตั้งใจส่งมาไว้ไกล ๆ กันนะ”อวี้เหนียงเหลือบมองนาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ระวังคำพูดด้วย หากผู้ใดได้ยินเข้า เกรงว่าพวกเราจะมีงานเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”เสี่ยวชุน รีบยกมือปิดปากทันที “ข้าลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในวังหลวง มิใช่ตลาดสดหน้าบ้าน”อวี้เหนียง หลุดยิ้มเล็กน้อย แม้ตนเองจะกังวลไม่ต่างกัน แต่การมีสหายร่วมทางที่พูดจาชวนหัวเราะอยู่ข้างกาย ก็ช่วยให้ความเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status