Masuk
ฮึก! ออกไป...
ฉันส่ายหน้า ยกมือไหว้ลุงเด่นชัยด้วยเสียงสั่นเครือ นอกจากเขาจะไม่เห็นใจแล้ว ยังใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองมาที่ร่างเปลือยเปล่าของฉันด้วยท่าทางที่หื่นกระหาย "หนูมายั่วฉันเองนี่ วันนี้แม่หนูไม่อยู่...เรามาเล่นเกมกันเถอะ" "เกมอะไร! ฉันไม่เล่นอะไรทั้งนั้น ฮึก!" "อย่าดื้อกับลุงสิ รู้ไหมกว่าลุงจะเลี้ยงหนูโตมาได้ขนาดนี้หมดเงินไปเท่าไหร่ ไม่คิดจะตอบแทนกันหน่อยหรอ" "ตอบแทนแบบนี้นะหรอ ฉันไม่ยอมหรอก!" หมับ! "กรี๊ดดดดด ฮืออออ" ลุงเด่นชัยคว้าเอวฉันไว้ขณะที่ฉันกำลังจะวิ่งออกไปจากห้องนอน "พูดดีๆคงไม่รู้เรื่อง" "อร๊ายยย ปล่อยนะ" ปึง! ลุงเด่นชัยจับแขนทั้งสองข้างกระแทกลงที่นอนอย่างแรง สูดดดดดดด เขาซุกใบหน้าที่เต็มไปด้วยไรเคราลงมาที่ซอกคอขาว ริมฝีปากดูดเม้มพร้อมทั้งพ่นลมหายใจแรงๆ โดยไม่สนใจคนที่กำลังดิ้นพล่านอย่างฉันเลยสักนิด "อื้อออ" "ยิ่งโตมากก็ยิ่งหอม วันนี้ขอเอาให้หนำใจเลยแล้วกัน!" "อย่านะ ฮือออ ลุงจ๋าอย่าทำหนูเลย...สงสารหนูเถอะนะ ฮึก!" "ไม้นี้ใช้ไม่ได้ผลอีกแล้วล่ะ" "ไอ้แก่..." "ฮ่าๆ ลุงออมมือให้หลายรอบแล้ว คราวนี้ไม่ยอมใจอ่อนแล้ว หึๆ" "ปล่อยกู! ปล่อยยย" "เงียบ! มึงแหกตาดูโน้น" มันชี้ไปที่ชั้นวางของมันมีกล้องตัวหนึ่งตั้งอยู่ ฉันรู้ได้ทันทีว่ามันจะแบล็คเมล์ฉันเป็นแน่ "เลว!" "คนเลวคนนี้...อีกหน่อยก็จะได้เป็นผัวหนูแล้วนะ ไหนลองเรียกสิ ผัวขา..." "ไม่เรียกโว้ย" "ปากดีแบบนี้ลุงชอบบบ" มันซุกหน้าลงมาอีกครั้ง ผลัดสูดดมซอกคอของฉันสลับซ้ายขวา "อื้มมม ไม่ดิ้นแล้วหรอ" "ฮึก!" "บอกแล้วไงว่าเล่มเกมสนุกๆไม่ต้องร้อง" " " ไร้เสียงสะอึกสะอื้นแต่น้ำตายังคงไหลไม่ขาดสาย "ดี พูดง่ายๆแบบนี้สิ" จ้วบ จ้วบ "อื้อออ" ปากหนาครอบครองยอดประทุมถัน มันใช้ลิ้นตวัดยอดดอกบัวอันแดงระเรื่อ ดูดเม้มสลับไปมาโดยที่ยังกดมือทั้งสองของฉันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย "อื้อออ" จ้วบ จ้วบ "อ๊ะ อย่าาาา" ฉันสะดุ้งเมื่อถูกเขากัดเบาๆ มืออีกข้างเลื่อนมาประคองใบหน้าฉันเอาไว้แล้วประกบปากจูบ มือที่ถูกปลดปล่อยทำหน้าที่ผลักเขาออกโดยอัตโนมัติแต่ก็ถูกเขากดไว้เหมือนเดิมในเวลาต่อมา "อย่าดื้อกับลุง ไม่งั้นคริปหนูได้ว่อนเต็มโซเชียลแน่" "ฮึกกก" เสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นอีกครั้ง ฉันกำหมัดแน่น ข่มความโกรธเอาไว้ในใจ มันเกิดขึ้นกับฉันหลายครั้งแล้วแต่ฉันเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นจากที่แม่ของฉันแต่งงานใหม่กับลุงเด่นชัย ก่อนหน้านั้นครอบครัวเรามีความสุขปกติดีจนฉันอายุได้20ปีบริบูรณ์ ลุงเด่นชัยก็เริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบโดนตัว พยายามเอาตัวเองมาอยู่ใกล้ๆเพื่อจะลวนลาม ฉันเคยเอาไปเล่าให้แม่ฟังแต่แกไม่เชื่อหาว่าฉันคิดมากเกินไปจนหลังๆฉันเลยไม่พูด แต่นับวันลุงเด่นชัยเริ่มรุกหนักขึ้น จนมาถึงวันนี้ฉันคิดว่าคงไม่รอดแล้วแน่ๆ จ้วบ จ้วบ "อื้อออ" "คิดอะไรอยู่เหรอ" "เปล่า...อ๊ะ! หยุดเถอะ " "อยู่นิ่งๆ" เขาพาร่างกายที่แข็งแกร่งแทรกกลางระหว่างลำตัวของฉัน เขาคงถอดเสื้อผ้าออกจนหมดในขณะที่ฉันกำลังนึกย้อนไปในอดีต "ฮือออ ลุงปล่อยหนูไปเถอะ" ลำตัวที่เปลือยเปล่าแนบชิดอยู่บนตัว ฉันสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนอยู่ด้านล่างได้ทันที "ลูกลุงมันตื่นเต็มที่แล้วล่ะ" "ถอยไปนะ!" "ลองจับดูสิ" เขาลงไปนอนข้างๆแล้วจับมือฉันไปวางบนท่อนเอ็นที่มันกำลังชูชันขึ้น "ซี๊ดดดส์" เขาจับมือฉันให้ชักท่อนเอ็นขึ้นลงช้าๆโดยที่ออกเสียงครางไปด้วย "อูยยยยยย" "พอเถอะ ถ้าแม่มาเห็นลุงได้ตายแน่" "นังดาวนะเหรอ...ลุงให้แม่แกไปเฝ้าป้าที่โรงบาล กลับอีกทีก็พรุ่งนี้โน้น" "นี่! เป็นแผนของลุงเหรอ" "ใช่ ลุงไม่ไหวแล้ว อ๊าส์" "อื้อออ" เขาดึงฉันเข้าไปจูบพร้อมกับมือก็สาวท่อนเอ็นให้เขาไปด้วย ฉันยอมรับว่าตอนนี้เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาแล้วจริงๆ ทำไมฉันต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วย! จ้วบ จ้วบ "อ๊างงง เสียว...ขอแรงกว่านี้" มือที่สาวท่อนเอ็นให้เขาก็ยังคงทำอยู่อย่างนั้น ปากที่จูบแลกลิ้นกันก็ยังคงไม่ยอมปล่อย "อ๊ะ อื้ออออ" เขาขึ้นคล่อมตัวครอบริมฝีปากลงมาบนยอดประทุมถันอีกครั้ง จ้วบ จ้วบ ปลายลิ้นร้อนไล่เลียตามแผ่นผิวกายไปซุกซอกทุกมุมแต่ไม่วายที่จะทำรอยแดงเอาไว้หลายจุด "อ๊ะ อย่าทำ" "อื้มมม" จนปลายลิ้นไล่ลงเนินอวบที่มีไรขนประปราย เขาแทรกลิ้นกลางกลีบทั้งสองข้างก่อนจะดูดเม้มและลากลิ้นไล่ขึ้นลง ตวัดปลายลิ้นเขี่ยเม็ดมะตูมที่กำลังนูนเด่นออกมาสีแดงตุ๋นน่าลิ้มลอง "อ๊าส์ อื้ออออ" "ชอบละสิ หึ" เขาทำแบบนั้นอยู่พักใหญ่จนฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะฉี่แตก ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะนี่...มันคือครั้งแรกของฉันเหมือนกัน "อ๊ะ อื้อออ" "ทำไม จะเสร็จเหรอ" แพล๊บ แพล๊บ "หนูไม่รู้ อ๊ะอ๊าส์" "อื้มมลุงรู้" แล้วเขาก็ตวัดปลายลิ้นรัวๆพร้อมกับพยายามสอดนิ้วเข้ามาในช่องที่คับแคบ "อ๊างงง อื้ออลุง" "อ๋อยยย ลุงเสียวตามเลยเนี่ย" "อื้ออออ อ๊าาาๆๆๆ" จ้วบ จ้วบ ลุงเด่นชัยชักนิ้วเข้าออกพร้อมกับตวัดปลายลิ้นรัวๆ ไม่กี่นาทีต่อมาฉันก็น้ำแตกเป็นครั้งแรก แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าเสร็จของผู้หญิงหนะ "อ๊างงง อ๋อยยย อึก!" ฉันตัวกระตุกอยู่พักใหญ่ จนลุงเด่นชัยขึ้นคร่อมอีกครั้ง เขาเอาท่อนเอ็นที่แข็งจนมีน้ำปริ่มออกมาจากปลาย แล้วถูปากทางเข้าที่คับแคบของฉันจนมันเปียกแฉะ นิ้วใหญ่ถูกสอดเข้ามาก่อนเขาชักเข้าออกอยู่สองสามครั้ง จนแน่ใจว่าท่อนเอ็นของเขาจะเข้าได้มันถูกเสียบเข้ามาทันที สวบ "โอ้ยยย" "เจ็บเหรอ" ตรับ ตรับ "อื้อออ" "ทนหน่อยแล้วกัน" สิ้นคำ เขากระแทกท่อนเอ็นลงมาแบบไม่มีคำว่าอ่อนโยนเลยสักนิด ขาทั้งสองข้างถูกฉีกออกและเกยขึ้นบนบ่า โดยที่มือสากจับเอาไว้แน่ ตรับ ตรับ "อ๊างงง ไม่คิดว่าจะแน่นขนาดนี้" "อ๊าส์ๆ ลุงเบาหน่อย" "ไม่ทันแล้ว" ตรับ ตรับ "อ๋อย อย่าดันแรง จะฉีกไหมเนี่ย" "อ๊างงง ก็ให้มันฉีกสิวะ!" "อื้ออออ อ๊ะๆๆ" "แน่นเปรี๊ยะ" เพลี้ยะ! "ตีทำไมเจ็บ" "อื้มมม ลุงหมั่นเขี้ยว โอ้ววว" ตรับ ตรับ "อื้อออ ซี๊ดดดส์" ตุ้บ! "นี่พวกแก...ทำอะไรกัน!" "แม่!/เห้ย!" #ม่านฟ้า"พ่อคะ! ปลดมันเลยค่ะ!" พิศมัยเสริมขึ้นเสียงแหลม "ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ควรอู่ในกองทัพ!"หมวดภรัณยืดอกตรง ยืนวันทาหัตถ์ทำความเคารพอย่างสงบนิ่ง เตรียมจะเอ่ยปากรับผิดชอบ...ทว่า เสียงก้าวขาหนักแน่นของขุนพลกลับดังขึ้นขัดจังหวะ อดีตนายทหารเสือเดินก้าวเข้ามาข้างหน้า ทอดสายตามองท่านนายพลและลูกสาวด้วยนัยน์ตาคมกริบดุดันจนท่านนายพลเดชาถึงกับชะงักกึกไป!"คำสั่งคุ้มกันส่วนตัว... หรือคำสั่งบีบบังคับให้ออกเดทกับลูกสาวท่านกันแน่ครับท่านนายพล?"น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของขุนพล ดังก้องไปทั่วห้องทำงาน!"แกเป็นใคร?!" นายพลหน้าซีดลงเล็กน้อย ตวาดกลับด้วยความหงุดหงิด "นี่มันเรื่องภายในกองทัพ คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง!"ขุนพลยิ้มมุมปากเบาๆ ยื่นซองเอกสารตราครุฑสีทองวางลงบนโต๊ะทำงานของท่านนายพลอย่างสงบนิ่ง"ผมคือ ขุนพล อดีตผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษชายแดน..." ขุนพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "และซองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าท่าน... คือสายตรงจาก ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนร่วมรุ่นของผม ที่เพิ่งลงนามย้ายหมวดภรัณกลับเข้าสู่หน่วยรบหลัก และขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ผิดของ
ภรัณยิ้มรับด้วยความพองโตในหัวใจ แม้ในใจลึกๆ จะมีความปรารถนาอยากกอดอยากชิดใกล้หญิงสาวผู้เป็นดวงใจมากเพียงใด แต่สุภาพบุรุษและเกียรติของนายทหารผู้ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีก็ทำให้เขาสะกดกั้นความรู้สึกไว้ ชายหนุ่มกุมมือเธอแนบแก้มเบาๆ อย่างนุ่มนวลที่สุด ไร้ซึ่งความฉวยโอกาสหรือการล่วงเกินใดๆ"คืนนี้ช่างฟ้าขึ้นไปนอนบนห้องให้สบายใจเถอะครับ" ภรัณเอ่ยเสียงหวานอบอุ่น "ผมจะนอนเฝ้าบ้านอยู่ตรงโซฟานี้เอง ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่ในระเบียบ ไม่ล่วงเกินหรือทำอะไรให้ช่างฟ้าและคุณพ่อต้องหนักใจแน่นอนครับ"ทอฟ้ามองเห็นความสุภาพ ซื่อตรง และความเป็นสุภาพบุรุษแท้จริงในดวงตาของนายทหารหนุ่ม ความกังวลและความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์พลันละลายหายไปจนสิ้น เธอโน้มตัวลงประจูบจุมพิตแก้มของภรัณเบาๆ เป็นตราประทับขอบคุณ"ฝันดีนะคะหมวดภรัณ... พักผ่อนให้สบายนะคะ" ทอฟ้ากระซิบข้างหูด้วยความขวยเขิน ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไม้ชั้นบนไปทันทีภรัณเอามือจับแก้มข้างที่โดนหอม หลุดยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนโซฟาไม้สัก ซุกกายใต้ผ้าห่มหนากลิ่นหอมอบอุ่น สายลมยามดึกพัดพริ้วพาเอาความสงบและสายใยรักอัน
ที่ระเบียงชั้นบน... ทอฟ้า ในชุดเสื้อยืดสบายๆ เพิ่งเดินออกมาเก็บผ้าที่ตากไว้ริมระเบียง เธอชะงักกึกทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของหมวดภรัณยืนตากฝนอยู่หน้าร้าน สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางม่านฝนยามดึก"หมวดภรัณ...?" ทอฟ้าพึมพำเสียงแผ่วพร่า หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง "มาทำไมป่านนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้นะ..."ยังไม่ทันที่ทอฟ้าจะได้เดินก้าวลงบันได ร่างสูงใหญ่ของ ขุนพล ก็เดินก้าวออกมาจากมุมมืดหน้าร้าน ชายหนุ่มในวัยห้าสิบกว่ายืนกอดอก นัยน์ตาคมกริบดุดันประดุจพญาเสือจ้องมองนายทหารหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางสายฝน โดยมี ทัพฟ้า เดินถือแป๊บเหล็กตามออกมาคุมเชิงอยู่ข้างๆ"หมวดภรัณ..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสู้เสียงฝน "เที่ยงคืนป่านนี้... ทหารที่ต้องอยู่เวรคุ้มกันลูกสาวท่านนายพลอย่างแก มาทำอะไรที่นี่?"ภรัณยืดอกตรง สู้สายตาคมกริบของอดีตนายทหารเสืออย่างไม่เกรงกลัว เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดินที่แฉะชุ่มน้ำฝนต่อหน้าขุนพลและทอฟ้าที่กำลังวิ่งลงมาจากบันได!"ผม... ถอนตัวจากภารกิจนั้นแล้วครับท่าน!" ภรัณเค้นเสียงตะโกนตอบฝ่าสายฝนคำตอบนั้นทำให้ทอฟ้าชะงักกึกอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย! นัยน์ต
"ถ้าหมหมวดจัดการภารกิจของหมวดเสร็จสิ้น และยังคงมั่นใจว่าหัวใจของหมวดอยู่ที่นี่..." ทอฟ้าทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มหวานสว่างไสวทาบทาใบหน้า "เมื่อนั้นค่อยกลับมาคุยกันนะคะ... แต่ในระหว่างนี้ ขอให้หมวดตั้งใจทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูพิศมัยให้ดีที่สุดเถอะค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม หมุนตัวเดินก้าวขึ้นบันไดบ้านไม้ไปอย่างสง่างาม ไร้การเหลียวหลังกลับมามองภรัณยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา หยาดน้ำตาผสมผสานไปกับไอฝนที่ไหลผ่านแก้ม ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นดินอย่างหมดแรง หัวใจตื่นรู้และเจ็บปวดอย่างที่สุด ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับยิ่งรักและเคารพในตัวหญิงสาวคนนี้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า!ยามดึก... สายฝนซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่หยดจากชายคาบ้านเป็นระยะม่านฟ้าเดินก้าวเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว ร่างบางของคุณแม่วัยสี่สิบกว่ายังคงงดงามละมุนละไม เธอนั่งลงบนเตียงข้างๆ ทอฟ้าที่กำลังนั่งทอดสายตามองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ม่านฟ้าขยับเข้าไปโอบรั้งลูกสาวคนโตเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกอย่างนุ่มนวลทอฟ้าซบหน้าลงกับแผงอกอบอุ่นของแม่ หยดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นมานานหลายวัน บัดนี้ไ
"เสาร์นี้..." ภรัณกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยถามด้วยความหวังอันริบหรี่ "เสาร์นี้ที่เราเคยมีนัดไปทานข้าวในเมืองตามที่คุณพ่ออนุญาต... เรายังไปกันเหมือนเดิมได้ไหมครับ?"ทอฟ้าทอดสายตามองเขานิ่งๆ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วยิ้มหวานฉ่ำ"คงต้องขอโทษด้วยนะคะหมวดภรัณ พอดีวันเสาร์นี้ฟ้าติดงานด่วนค่ะ มีลูกค้านำรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาทำเครื่องยนต์ใหญ่สองคัน ฟ้าคงต้องอยู่อู่นักทำยาวทั้งวัน... หมวดเอาเวลาว่างไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุณหนูพิศมัยให้เต็มที่เถอะนะคะ จะได้ไม่เสียงานหลวง""ช่างฟ้า...""ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฟ้าขอตัวไปทำงานต่อนะคะ อะไหล่สิบล้อยังรอใส่อยู่ค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องเครื่องรถกระบะ ปล่อยให้หมวดภรัณยืนตื่นตะลึงและโดดเดี่ยวอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มเอื้อมมือไขว่คว้าได้เพียงสายลมว่างเปล่าขุนพลและม่านฟ้าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่บนระเบียงชั้นสอง สบตากันด้วยความถอนหายใจยาว ม่านฟ้ากุมมือสามีไว้แน่น รู้ดีว่าลูกสาวของเธอได้เลือกเส้นทางที่จะ 'ปกป้องหัวใจตัวเอง' แล้วอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ข่าวคราวเรื่องการติดส้นและชิดใกล้ระหว่างหมวดภรัณกับคุ
ยิ่งเธอเสียใจ... เธอยิ่งยิ้มหวานยิ่งเธอเจ็บปวด... เธอยิ่งนิ่งเงียบ"ถ้าพี่ฟ้าไม่ชอบ ก็บอกปะป๊าสิ" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงเข้ม "ปะป๊าแค่ยกหูโทรศัพท์สายเดียวถึงเพื่อนเก่าในกองทัพ คำสั่งย้ายหมวดภรัณก็ยกเลิกได้แล้ว ทำไมต้องยอมให้ยายคุณหนูนั่นเอาหมวดไปใช้อย่างกับคนรับใช้ด้วย?""อย่าทำแบบนั้นนะทัพ!" ทอฟ้าหันมามองน้องชาย สายตาหวานเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "ปะป๊าสละยศทหาร ใช้ชีวิตเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างสงบสุขมาเป็นสิบๆปี เพื่อพวกเรา เพื่อครอบครัว เราจะไม่เอาเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปรบกวนปะป๊า และพี่ก็จะไม่ใช้เส้นสายของใครไปแทรกแซงหน้าที่ของหมวดภรัณด้วย""แต่หมวดภรัณกำลังโดนยัยนั่นจีบอยู่นะพี่!" ทัพฟ้าโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโหแทนพี่สาว "เมื่อเย็นพวกลุงกันลุงทศขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านพักรับรอง เห็นยัยคุณหนูพิศมัยนั่นเดินเกาะแขนหมวดภรัณชวนไปกินข้าวในเมือง หมวดก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ก็ต้องเดินตามไป เพราะเป็นคำสั่งดูแลความปลอดภัย!"หัวใจของทอฟ้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วแผงอกราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าใบหน้าสวยงามยังคงเรียบเฉย ไร้ร่องรอยการสั่นไหว เธอค่อยๆวา
3วันผ่านไป... ม่านฟ้าถูกขังอยู่ภายในห้องเป็นเวลา3วันเต็มโดยที่สิงห์ยังเมตตาเอาข้าวและน้ำมาให้ตลอด เธอคาดเดาความคิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เขาเจอเธอ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายบุคลิกและยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเธอว่าท่านนายพลก็ไม่สามารถมาช่วยเธอได้ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่าสองพ่อลูกอาจจะมีความสัมพัน
"ดุจังเลยครับ" สิงห์ยิ้มที่มุมปาก "งั้นก็รีบกินรีบกลับเลยค่ะ" "พี่ล้อเล่นน่า" "หนูง่วงเเล้วอ่ะ" หญิงสาวยกมือปิดปากหาวหวอดๆ "นอนก็ได้นะเดี๋ยวพี่กินเสร็จล็อคประตูให้ครับ" "แน่ใจนะว่าพี่จะไม่แอบทำอะไรหนู" "มองพี่เป็นคนแบบนั้นหรอครับ" "เปล่าค่ะ ถ้างั้นกินเสร็จแล้วฝากเก็บด้วยนะคะ" "ได้ครับ" เธอ
เขาเอื้อมมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของม่านฟ้าเอาไว้ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างล่วงรู้ความคิด เธออาจจะไม่เหมือนแก้วตาผู้หญิงที่เขาเคยรักก็ได้ "พี่สิงห์เป็นอะไรไปคะ" เธอเอามือแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย "พี่ไม่เป็นไรครับ" "แน่ใจนะคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวหนูทำเสร็จแล้วยกไปให้ค่ะ" "ขอ
"นังลูกไม่รักดี! แกรีบเก็บกระเป๋าแล้วออกไปจากบ้านฉัน!" ผู้เป็นแม่พูดไปพร้อมกับปาดน้ำตา "แต่แม่ ลุงเด่นชัยมันปล้ำฉันนะแม่ไล่ลูกตัวเองออกไปแล้วมันล่ะ?" ม่านฟ้ามองผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ "แค่แกออกไปจากที่นี่ ทุกอย่างมันจะดีขึ้น" ดาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้สนใจลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอ







