LOGIN"ม่านฟ้า!" ขุนพลกัดฟันแน่น พยายามยันกายลุกขึ้น แม้บาดแผลจะฉีดขาดและตึงเปรียบ มือหนาพยายามเอื้อมไปไขว่คว้าหญิงสาวสุดกำลัง "ปล่อย... เมีย... กู!"สิงห์แสยะยิ้มสมเพช ยกเท้าถีบเข้าที่อกของขุนพลจนลอยกระเด็นไปชนผนังบ้าน "แกแพ้แล้วไอ้ขุนพล... ม่านฟ้าต้องกลับไปอยู่กับฉัน!"สิงห์ช้อนอุ้มร่างไร้สติของม่านฟ้าขึ้นรถจี๊ปเร่งเครื่องบิดหนีออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงยิงปะทะด้านหน้าที่ค่อยๆสงบลงเมื่อพวกมันถอยกันไป กันและทศวิ่งกุมปืนตามออกมาทางหลังบ้าน เห็นขุนพลนอนกุมบาดแผลจมกองเลือดอยู่บนพื้น"ไอ้ขุนพล!" กันและทศรีบเข้าไปประคองเพื่อนรักทันที"มัน... มันเอาม่านฟ้าไปแล้ว..." ขุนพลเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก นัยน์ตาแดงชานด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้นสุดขีด "กู... กูต้องไปเอาม่านฟ้าคืนมา!"เปลือกตาบางของม่านฟ้าค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดศีรษะและกลิ่นยาสลบยังคงจู่โจมประสาทสัมผัส ภาพตรงหน้าคือห้องโถงกว้างในค่ายเก่าร้างกลางหุบเขา แสงไฟจากโคมไฟสลัวกระทบผนังปูนที่กัดกร่อนเธอพยายามเคลื่อนไหว แต่ข้อมือเรียวเล็กทั้งสองข้างกลับถูกพันธนาการด้วยเชือกป่านเส้นหนาผูกติดไว้กับเก้าอี้ไม้"ฟื้นแล
"พวกฉันลาออกจากราชการตามมึงมาแล้วเว้ยไอ้ขุนพล!" กันตะโกนบอกพลางยิงสู้ "จะปล่อยให้เพื่อนรักไปสร้างครอบครัวกลางทะเลทรายคนเดียวได้ยังไง!""เออ! พวกฉันมันพวกไม่ทิ้งเพื่อน!" ทศเสริมขึ้นพร้อมยิงขู่จนสิงห์และลูกน้องที่เหลือต้องทิ้งรถหลบหนีไปในความมืดของหุบเขาอย่างสะบักสะบอมสถานการณ์อันตรายคลี่คลายลงในพริบตา ขุนพลประคองม่านฟ้าลุกขึ้นยืน กอดร่างบางไว้แน่นด้วยความโล่งอก เพื่อนรักทั้งสองเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มจริงใจ"ขอบใจพวกมึงมาก..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มลึกจากใจ"เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นพาพวกฉันไปหาที่ตั้งหลักดีๆสักที่ก็แล้วกัน" ทศยิ้มรับพลางตบไหล่ขุนพลเบาๆขุนพลหันมากอบกุมมือเรียวเล็กของม่านฟ้า นัยน์ตาประสานกันด้วยความลึกซึ้งและมั่นคง เส้นทางข้างหน้าอาจยังไม่ง่ายดาย ทว่าด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวและมิตรภาพที่ไม่เคยทิ้งกัน พวกเขากระโดดขึ้นรถ มุ่งหน้าสู่อนาคตและชีวิตใหม่ที่เลือกด้วยตัวเองอย่างแท้จริงหลายเดือนผ่านพ้นไปหลังจากฝุ่นควันแห่งความวุ่นวายปัดผ่าน...ณ เมืองชายแดนอันสงบเงียบ แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านทิวเขา กระทบตัวบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กริมแม่น้ำ ลมพัดเอากลิ่นหอมของดอกไม้ป่าเจือจา
"หึ... แกกำลังจะขัดคำสั่งฉันเหรอ ขุนพล?" ท่านนายพลเค้นหัวเราะในคอ แววตาฉายความดุดัน "ฉันว่าจ้างเธอมาด้วยเงินมหาศาล สัญญาของเธอยังไม่หมด และฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกประการ""ท่านนายพลคะ..." ม่านฟ้าตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้หัวใจจะเต้นระทึก "หนูยินดีจะทำงานรับใช้หรือทำตามเงื่อนไขอื่นเพื่อชดใช้เงินสัญญา... แต่ขออย่าทำร้ายพี่ขุนพลกับคนในค่ายเลยนะคะ""หยุดพูดเลยม่านฟ้า!" ขุนพลหันมาดุเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้าท่านนายพล "เงินสัญญาเท่าไหร่... ผมจะชดใช้ให้ท่านเองทั้งหมด ด้วยเงินเก็บและเงินเบี้ยเลี้ยงสงครามของผม"ท่านนายพลอัดควันซิการ์เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นออกมาเป่ารดอากาศ เขามองขุนพล กัน และทศ ที่บัดนี้ก้าวเข้ามาขนาบข้างเพื่อนรักอย่างพร้อมเพรียง"พวกแกคิดว่าเงินมันซื้อทุกอย่างได้รึไง?" ท่านนายพลยิ้มเย็น ก่อนจะยื่นคำขาด "ก็ได้... ในเมื่อแกอยากเป็นอัศวินปกป้องแม่สาวน้อยคนนี้นัก ฉันจะยื่นคำขาดให้แกสองทางเลือก"บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมทะเลทราย"ข้อแรก... มารับเงินสัญญาคืน แล้วปล่อยม่านฟ้ากลับไปกับฉันวันนี้ เรื่องทุกอย่างถือว่าจบ แกยังคงเป็นทหารยศสูงที่มีอ
"หนู... หนูแค่ไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องของหนู" น้ำตาคลอเบ้า ม่านฟ้าก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด "หนูยินดีให้สิงห์จับตัวไป ถ้ามันจะยอมปล่อยชาวบ้าน...""หนูนี่มันโง่จริงๆ!" ขุนพลตัดบทเสียงดุดัน ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่งแน่นจนไร้ช่องว่าง "ข่าวลือนั่นมันแผนล่อหนูออกมาทั้งนั้น! ไม่มีตัวประกัน ไม่มีชาวบ้าน มีแต่กับดักของไอ้สิงห์!"ม่านฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "กะ...กับดักเหรอคะ?""ใช่! แล้วพี่ก็ไม่มีวันยอมแลกตัวหนูกับอะไรทั้งนั้น" ขุนพลใช้นิ้วเชิดคางมนขึ้น สบตากับเธอด้วยความลึกซึ้งและจริงจังจนหัวใจของม่านฟ้ากระตุกวูบ "ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็ไม่ปล่อยให้ใครเอาตัวหนูไปจากพี่เด็ดขาด จำไว้!"ยังไม่ทันที่ม่านฟ้าจะได้เอ่ยปากตอบ เสียงเงาร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนก็ก้าวออกมาจากเงามืดรอบซากอาคาร เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมของสิงห์ดังก้องขึ้นตามมาติดๆ"มากันครบเลยนะ... ทั้งคนทรยศ ทั้งศัตรูหัวหัวใจ" สิงห์แสยะยิ้มเล็งปืนตรงมาที่ทั้งคู่ "ขุนพล... แกเดินเข้ามาหาความตายเองนะ!"ขุนพลดันร่างของม่านฟ้าไปไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าปืนขึ้นคุมเชิงด้วยแววตาเยียบเย็
สิงห์แค่นหัวเราะในคออย่างเหี้ยมเกรียม มุมปากแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใครบอกว่าฉันจะบุกไปตรงๆให้เสียกำลังพลอีก? ในเมื่อไอ้ขุนพลมันอยากเป็นอัศวินปกป้องม่านฟ้านัก... ฉันก็จะใช้จุดอ่อนตรงนี้นี่แหละเล่นงานมัน"สิงห์เดินไปที่โต๊ะไม้ เขี่ยแผนที่ทหารของดินแดนต่างแดนขึ้นมาดูอย่างละเอียด นิ้วยาวชี้ลงไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงและน้ำดื่มของค่ายทหาร"ม่านฟ้ามันใจอ่อน... และไอ้ขุนพลมันก็คิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้" สิงห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแฝงความแค้น "ส่งคนของเราไปกระจายข่าวลือในหมู่ชาวบ้านแถบชายแดน บอกว่าเราจับชาวบ้านไว้เป็นตัวประกัน... ม่านฟ้าไม่มีทางนั่งดูอยู่เฉยๆ แน่ และเมื่อไหร่ที่มันก้าวขาออกจากค่ายอันปลอดภัยนั่น..."สิงห์เว้นจังหวะ มือหนาตบลงบนแผนที่ดัง ปัง!"วันนั้นจะเป็นวันที่ฉันได้ม่านฟ้ากลับคืนมา... ส่วนไอ้ขุนพลกับพวกเพื่อนๆของมัน ฉันจะฝังพวกมันไว้กลางทะเลทรายแห่งนี้ให้หมด!"แววตาของสิงห์ฉายความคลั่งไคล้ในความรักและเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด แผนการร้ายระลอกใหม่เพื่อแย่งชิงดวงใจกลับคืนมาได้เริ่มต้นขึ้นแล้วท่ามกลางความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำอีกครั้งต
แสงไฟจากโคมไฟสำรองในห้องใต้ดินส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของขุนพล ลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบถี่จากเหตุการณ์วิกฤตภายนอก ความเงียบสงบภายในบังเกอร์ทำให้เสียงหัวใจที่เต้นระทึกดังก้องชัดเจนขุนพลใช้นิ้วแกร่งเกลี่ยไรผมที่เปียกชื้นข้างแก้มเนียนของม่านฟ้าด้วยความอ่อนโยน แววตาดุดันที่เคยใช้ข่มขวัญศัตรูแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและปกป้อง"ขวัญเสียมากไหม... ม่านฟ้า" ขุนพลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมม่านฟ้าสบสายตากับเขา หัวใจดวงน้อยสั่นระรัว ร่างกายที่เคยเกร็งตระหนกค่อยๆ ผ่อนคลายลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคงของชายหนุ่ม"หนู... หนูตกใจค่ะ" ม่านฟ้าตอบเสียงแผ่ว สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้อกแกร่งของขุนพลกระตุกวูบ "หนูกลัวว่าสิงห์จะพาหนูกลับไป... หนูไม่อยากกลับไปอยู่ในกรงขังนั่นอีกแล้ว""ไม่มีใครเอาตัวหนูไปจากพี่ได้ทั้งนั้น" ขุนพลกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น พลางก้มลงประจูบจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม "อยู่ที่นี่ พี่จะปกป้องหนูเอง ไม่ว่าจะสิงห์ หรือใครก็ตาม""แต่ท่านนายพลจะยอมหรือคะ...""ช่างหัวท่านนายพลสิ" ขุนพลขัดขึ้นทันควัน แววตาฉายความเด็ดเดี่ยว "พี่ไม่สนว่าหนูจะเคยมาด้
"นังลูกไม่รักดี! แกรีบเก็บกระเป๋าแล้วออกไปจากบ้านฉัน!" ผู้เป็นแม่พูดไปพร้อมกับปาดน้ำตา "แต่แม่ ลุงเด่นชัยมันปล้ำฉันนะแม่ไล่ลูกตัวเองออกไปแล้วมันล่ะ?" ม่านฟ้ามองผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ "แค่แกออกไปจากที่นี่ ทุกอย่างมันจะดีขึ้น" ดาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้สนใจลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอ
ม่านฟ้าปล่อยโฮออกมาก่อนจะทรุดลงกับพื้น เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ทำของรักหลุดหายไป เธอเจ็บปวดและโทษตัวเองซ้ำๆอยู่อย่างนั้น Rrrrrrrr. เสียงโทรศัพท์เข้า หญิงสาวกดรับโดยที่ยังไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเป็นใคร "ฮัลโหลค่ะ" "ฉันจะโทรมาบอกว่า คนนั้นเขาติดธุระวันนี้เข้าไปไม่ได้...มะรืนเขาจะเข้าไปก็แล้วกันนะ"
"ชวนพี่ทศกับพี่กินไปด้วยดีไหมคะ หลายคนน่าจะสนุก" "ก็ดีครับ" "เรากลับเข้าไปในงานกันก่อนไหมคะ" "เดี๋ยวรออีกสักพักก็น่าจะเสร็จแล้ว" "เราต้องทำอะไรกันต่อไหมคะ" "ไม่ต้องทำอะไรครับ" ทั้งคู่ก็เดินกลับมาถึงที่เต้นท์พอดี "ไปไหนกันมาครับ" เสือเอ่ยทักถามทั้งสองก่อนที่สายตาจะหันไปมองม่านฟ้านิ่งๆ "ผมพา
ฮึก! ออกไป... ฉันส่ายหน้า ยกมือไหว้ลุงเด่นชัยด้วยเสียงสั่นเครือ นอกจากเขาจะไม่เห็นใจแล้ว ยังใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองมาที่ร่างเปลือยเปล่าของฉันด้วยท่าทางที่หื่นกระหาย "หนูมายั่วฉันเองนี่ วันนี้แม่หนูไม่อยู่...เรามาเล่นเกมกันเถอะ" "เกมอะไร! ฉันไม่เล่นอะไรทั้งนั้น ฮึก!" "อย่าดื้อกับลุงสิ รู้ไหมกว่าลุง







