Masuk“นายท่านครับ เราจะกลับกันเลยไหมครับ” เอกภพเอ่ยถามแผ่วเบา
“รออีกสักครู่” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “นายท่านเป็นห่วงเธอเหรอ” เอกภพเอ่ยถามอีกครั้ง “พรุ่งนี้ให้มารีส่งคอลเลคชั่นเพนท์เฮ้าส์ที่ใกล้บ้านฉัน มาให้ฉันดูที่บ้านด้วย” ลัคนัยเอ่ยบอก “ครับท่าน” เอกภพเอ่ยบอกเช่นนี้ “และอีกอย่างหนึ่งให้คนของเราสืบด้วยว่าใครที่ส่งคนมาทำร้ายเธอ” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ครับท่าน” ลัคนัยมองเข้าไปยังชั้นสองของบ้านชั่วครู่ และไฟในบ้านก็ดับลง เขาจึงก้าวเดินเข้าไปในรถตู้หรูสีดำทันที แล้วรถทั้งสามคันก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไปจากหน้าบ้านของเธอ เด่นจันทร์แหวกม่านออกเล็กน้อย เพราะเธอได้ยินเสียงรถเคลื่อนออกไปจากหน้าบ้านทำให้เธอถอนหายใจยาวๆ และนั่งลงบนเตียงสีชมพูของเธอด้วยความเคร่งเครียด เธอทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงสองเหตุการณ์ที่ทำให้เธอแทบช็อก แต่เธอกลับดึงสติไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นเธอคงเป็นบ้าแน่ๆ แต่ตอนนี้เธอจะทำเช่นไร ที่จะหาเงินหมื่นหนึ่งคืนเจ้าหนี้ได้กันเล่า ค่าน้ำ ค่าไฟ เธอยังไม่ได้จ่ายแม้แต่บาทเดียว อีกทั้งยังมีรองเท้าขาดๆ และเล็กเกินไปของน้องชายที่เธอยังไม่ได้ซื้อให้ ที่จ่ายไปแล้วคือ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์มือถือ และค่ากิน ที่ไม่รู้ว่าจะถึงสิ้นเดือนหรือเปล่า ทำให้เธอปวดหัวกับเงินเดือนที่ชักหน้าไม่ถึงหลังจริงๆ เด่นจันทร์จอดรถที่สำหรับพนักงาน เธอเห็นว่าที่ลานจอดมีรถจอดอยู่ไม่กี่คัน เพราะเธอมาเร็วกว่าทุกวัน และตอนนี้ก็แค่บ่ายสองเอง เธอจึงดับเครื่องลง ก้าวลงจากรถ เธอกลับเห็นเอกภพก้าวเดินมาหาเธอ เธอจึงยกมือไหวเขาทันที “นายท่านเรียกเธอให้ไปหา” เอกภพเอ่ยบอกเธอเช่นนี้ “นายท่านมีอะไรหรือคะ” เด่นจันทร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ฉันก็ไม่รู้หรอก เธอไปเดี๋ยวก็รู้เอง” “ค่ะ” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก้าวเดินตามเอกภพไปยังรถตู้หรูคันสีดำ บอดี้การ์ดชุดดำเปิดประตูรถตู้ให้เธอ เธอเห็นว่าชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาว ติดกระดุมจากด้านล่างขึ้นมาสามเม็ด เผยให้เห็นซิกแพคเป็นลอน เขาไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ ลัคนัย ภานุมาศ เจ้านายของเธอเอง เขานั่งอยู่ที่เบาะสีดำกำลังดื่มวิสกี้ที่อยู่ในแก้ว เธอเองก็ยกมือไหว้เขาตามมารยาททันที “สวัสดีค่ะ” เด่นจันทร์เอ่ยบอกเช่นนี้ “ขึ้นมาสิ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอจึงขึ้นมาแต่โดยดี มานั่งอีกฝั่งด้านข้าง “นายท่านคะ จะพาฉันไปไหนคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ไม่ถามสักเรื่องจะได้ไหม” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอจึงหุบปากเงียบสนิท วาโยก้าวเดินขึ้นมานั่งด้านหลังเขา และบอดี้การ์ดชุดสูทอีกหนึ่งคนมานั่งด้านหลังเธอ “เอาหน่อยไหม” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย และยกแก้ววิสกี้ให้เธอ “ขอบคุณค่ะ ฉันไม่ดื่ม” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มันมาบ่อยไหม” เขาเอ่ยถาม ขณะดื่มวิสกี้จนหมดแก้ว “ใครคะ” “ชายสองคนที่มาเมื่อวาน” “ไม่ค่อยได้เจอค่ะ เพราะฉันกลับมาถึงก็เช้าแล้ว” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เธอกับน้องอยู่กันแค่สองคน ไม่กลัวเหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กลัวค่ะ แต่ทำอย่างไงได้ เงินเดือนก็ไม่ได้มากมาย ยังมีค่าเช่าบ้าน ค่ารถ ค่ากิน ค่าโทรศัพท์ของฉัน และน้องอีก น้องของฉันอยู่แค่มอหนึ่ง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “แล้วพ่อแม่ของเธอ พวกเขาไปไหน” เขาเอ่ยถาม “แม่ฉันเสียตั้งแต่ฉันห้าขวบ เพราะเธอเป็นมะเร็ง ส่วนพ่อของฉันก็ประสบอุบัติเหตุตอนที่ฉันอยู่มอหก และเป็นวันสุดท้ายที่ฉันสอบเสร็จพอดี” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหมองเศร้า เขามองใบหน้าเธอชั่วครู่ แล้วหันไปมองตึกสูงหลายสิบชั้นย่านสาทร ขณะที่รถตู้หรูกำลังเลื่อนเข้าไปในหน้าตึก ประตูรถก็เปิดประตูออกโดยอัตโนมัติ เอกภพก้าวลงจากรถทันที “เธอลงไปก่อน” ลัคนัยเอ่ยบอกเช่นนี้ เธอจึงลุกขึ้นก้าวลงจากรถ เธอเห็นพนักงานสาวสวยในชุดสูทกึ่งทางการเดินเข้ามา และยกมือไหว้ลัคนัยที่ก้าวลงมายืนข้างๆ เธอ “สวัสดีค่ะ คุณลัคนัย ดิฉัน น้ำหนึ่ง จะพาท่านไปดูโครงการดีไลฟ์ของเราค่ะ” หญิงสาวพนักงานเอ่ยบอก “ดูแค่ห้องก็พอ” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ค่ะท่าน เชิญด้านใน” พนักงานเอ่ยบอก แล้วเธอเดินนำทางเข้าไปด้านใน เด่นจันทร์จึงก้าวเดินเข้าไปในคอนโดหรูหรา เธอมองไปโดยทั่วที่นี่ดูหรูหราอย่างมาก และออกแนวคลาสสิก มีเลาจน์เครื่องดื่ม และขนมทานเล่นอยู่ด้านซ้ายมือ อีกทั้งมีน้ำพุตรงกลางที่พวยพุ่งขึ้นไปถึงตึกห้าชั้นเห็นจะได้ เธอเดินตามพนักงานและลัคนัย มองเห็นสวนขนาดเล็กอยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนด้านขวาเป็นบ่อปลาคราฟหลากหลายสีสัน จนเดินมาถึงกระจกบานใหญ่ก่อนถึงลิฟต์ พนักงานอธิบายว่าเป็นกระจกนิรภัย ไม่สามารถทุบทำรายได้ อีกทั้งลิฟต์นี้เป็นลิฟต์ส่วนตัว มีเพียงเจ้าของห้องที่จะเปิดได้ “ที่นี่มีทั้งหมดหกสิบเก้าชั้น สี่ชั้นบนสุดเป็นเพนท์เฮ้าส์ และชั้นบนสุดชั้นที่หกสิบเก้าเป็นห้องที่ท่านจองเอาไว้ ดิฉันขอพูดสิ่งอำนวยความสะดวกในตึกแห่งนี้ ชั้นแรกเป็นเคาน์เตอร์ของพนักงานต้อนรับมีเลาจน์ขนาดใหญ่ให้ใช้บริการ อีกทั้งยังฟรีไวไฟทุกชั้น ชั้นที่สองเป็นห้องออกกำลังกายและห้องซาวน่าที่นี่ห้าปีจ่ายเพียงครั้งเดียวในราคาห้าหมื่น ชั้นห้าเป็นร้านไทย และร้านอาหารญี่ปุ่น ชั้นที่หกถึงชั้นที่สิบเป็นเลาจน์เครื่องดื่ม และร้านอาหาร ชั้นที่สิบเอ็ดจนถึงชั้นที่สี่สิบเป็นห้องพัก ชั้นที่สี่สิบเอ็ดเป็นสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกาย ชั้นที่สี่สิบห้าไนต์คลับค่ะ” พนักงานเอ่ยบอกเช่นนี้ เมื่อเข้าไปด้านในนั้น เอกภพก้าวเดินมาพร้อมกับเธอและลัคนัยด้วย พนักงานชายที่อยู่หน้าลิฟต์ก้มหัวให้ลัคนัยราวกับรู้ว่าเขาคือใคร พนักงานสาวกดรหัสลิฟต์ มันคือรหัสห้องสี่ตัว ไม่ช้าลิฟต์ก็เปิดออก ลัคนัยก้าวเดินเข้าไป เธอจึงก้าวเดินตามพร้อมกับเอกภพ ไม่ช้าลิฟต์ก็เปิดออกมาเธอมองไปในห้องด้วยความตกตะลึงในความหรูหราเกินคำบรรยาย ฟังก์ชันจัดเต็ม มีเนื้อที่ถึงสี่ร้อยตารางเมตร แบ่งออกเป็นสองชั้น ราวกับว่าเป็นบ้านเดี่ยว ทั้งกว้างใหญ่โล่งโปร่ง พนักงานคนเดิมอธิบายต่ออีกว่า ห้องนี้มีทั้งหมดสองชั้น ด้านขวามือมีครัวไทย และครัวนอกครบครัน มีห้องน้ำสองที่ในชั้นล่างที่ตรงห้องรับแขก และข้างห้องอาหาร ทางด้านซ้ายมีห้องแม่บ้านและห้องซักรีด พนักงานเดินไปเปิดม่านสีเทาเห็นว่าด้านนอกมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พอสมควร และมีเจ้าหน้าที่มาดูแลทุกอาทิตย์ให้อีกด้วย “ขอบคุณมาก ออกไปก่อน” ลัคนัยเอ่ยบอกเช่นนี้ พนักงานสาว เอกภพและเด่นจันทร์ก้าวเดินไปที่ลิฟต์ แต่ทว่า “เด่นจันทร์ เธออยู่ก่อน” ลัคนัยเอ่ยบอกเธอเช่นนี้ เธอจึงเดินมาหาเขาเวลาล่วงเลยมาถึงสามเดือน ก่อนถึงวันแต่งงานก่อนหนึ่งอาทิตย์ลัคนัยมองเด่นจันทร์ที่นั่งหลับอยู่ข้างตนเองหลังจากกระบี่ เพื่อไปดูงานที่โรงแรม ออกจากสนามบินได้ไม่นานเธอก็หลับพิงไหลของเขา มืออีกข้างโอบไหล่ของเธอเอาไว้“นายครับ จับตัวคนร้ายได้แล้วครับ” ปลาวาฬบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มันอยู่ที่ไหน” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อืม...แด๊ดดี้...” เด่นจันทร์ร้องด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับคนละเมอทำให้เขาหันไปสนใจเธอ และลูบหัวเธอแผ่วเบา“นอนเถอะที่รัก” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย เด่นได้ยินว่านายจับใครได้” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย มันหนีไปได้ครับ” ปลาวาฬเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“จับมาให้ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เด่นจันทร์ฉันจะพาเธอไปส่งที่บ้าน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เธอกลับจับมือของเขาไว้แน่น“เด่นจะอยู่กับนาย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง“แต่...” ไม่ทันที่เขาพูดจบ เธอกลับพูดขึ้นมา“เป็นตาย เราจะอยู่ด้วยกัน เด่นจะไม่นั่งเฉยๆ อยู่ที่บ้านแน่” เธอบอกด้วยสายตาตั้งมั่น“ก็ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกังวลและจนปัญญาที่จะเถียงต่อไปรถหรูสามคันขับมายังโกดังร้างอยู่ที่ท่
“นายปล่อยเด่นไว้แถวนี้เถอะ เด่นจะได้ไม่เป็นภาระนาย” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เขายิงปืนเป็นระยะ เธอหลบกระสุนเช่นกัน“ไม่ได้ถ้าเธอตาย ฉันก็ตายเช่นกัน ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาวิ่งไปตามทาง ขณะที่ยิงสกัดเป็นระยะ จนคนขับมอเตอร์ไซค์ตกลงมาจากรถ ทำให้รถเสียหลักล้มลง เขาวิ่งมาเธอมายังท่าเรือมองหันกลับไปไม่มีใครตามมาแล้ว เธอจึงทรุดลงที่พื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่ง“ไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยมีเขาประคอง แล้วหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมากดโทรออก“พิกัดท่าเรือหลังโรงแรม” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ และกดวางสายลงทันที“เด่นจันทร์เด่นไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอ“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกและจับมือเรียวของเธอเดินไปตรงไฟที่สว่าง แต่เธอกลับได้กลิ่นคาวเลือดโชยมา เธอมองไปที่ต้นแขนของเขาที่มีเลือดซึมออกมาจากเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท เธอจึงปล่อยมือของเขา แล้วมองไปที่ต้นแขนแกร่งมีผ้าฉีกขาดจากหัวกระสุน“นายโดนยิง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“ฉันไหว” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นรถเก๋งสี่คันรวมถึงรถเก๋งหรูมา
“เธอไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกัน” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ ทำให้เธอสงสัยว่าเขาจะพาเธอไปไหน“ไปไหนกันคะ”“ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะไปรอที่ด้านล่าง รีบลงมาหล่ะ ฉันหิวมาก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และปิดตาลงข้างหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าคำพูดของเขานั้นสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเธอนั้นไม่ได้สวมใส่สิ่งใดเลย มีเพียงผ้าห่มเท่านั้นที่ปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนก้าวเดินมาหาเธอที่เตียงนอน และจูบลงแผ่วเบาที่หน้าผาก“อย่าให้ขึ้นมาตามเอง รู้ใช่ไหมถ้าฉันขึ้นมาตามเอง วันนี้เธอจำไม่ได้ออกจากห้องแน่” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโทนต่ำครางในลำคอ ขณะที่มือหน้าของเขาเลื่อนผ้าห่มหนาลงมา เธอจึงเลื่อนขึ้นมาปิดหน้าอกในทันที เขากลับเผยรอยยิ้ม และก้าวเดินจากไป เธอมองเขาที่เดินออกไปแล้ว ทำให้เธอถอนหายใจยาวๆ กับเจ้านายจอมหื่น หรือว่าที่สามีของเธอจอมเงี่ยนหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น เขาพาเธอขึ้นรถเก๋งหรูคันสีดำ รถขันนี้ขับไปยังย่านสุขุมวิท จนกระทั่งมาจอดหน้าร้านตัดชุดแต่งงาน อีกทั้งหน้าร้านยังมีติดป้ายชนะเลิศชุดแต่งงานที่สหรัฐอเมริกา เมื่อบอดี้การ์ดเปิดประตูให้เขาและเธอ เธอจึงก้าวลงมาพร้อมก
“อา...”เธอครางกระเส่า ขณะที่สอดความเป็นชายไปจนมิดลำ“เด่นจันทร์” เขาเอ่ยเรียกเธอแผ่วเบา“ว่าไงคะ” เธอเอ่ยถาม ขณะที่กระแทกช้าๆ บนความเป็นชายของเขา“ฉันรักเธอนะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“นายบอกเด่นไปแล้ว”“ฉันอยากบอกเธอทุกวัน” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มือเรียวของเธอจับบ่าของเขากระแทกลงอย่างหนักหน่วง“ซี๊ด...อา...”ลมหายใจที่หอบกระเส่าของเธอทำให้เขาเด้งก้นในเธอใต้น้ำด้วยเช่นกัน ขณะที่ริมฝีปากหนากำลังขบบนปลายยอดและใช้ลิ้นบรรเลง เธอจึงแอ่นอกให้เขาเล่นลิ้นได้หนำใจ“แด๊ดดี้...เด่น...เสียว...อา...โอ้...”“ฉันรักเธอนะ”เขาเอ่ยบอกเธอด้วยคลั่งไคล้ในตัวเธอ รวมไปถึงความรักทั้งหมดที่เขามีให้จนเปี่ยมล้น ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้จากเขาไป เธอเป็นผู้หญิงที่เขารักและอยากรวมชีวิตไปจนตาย“ซี๊ด...อา...แด๊ดดี้...แด๊ดดี้...”เธอกรีดร้องด้วยความสุขหฤหรรษ์ที่เขาได้มอบให้เธอจนล้นทะลัก มือเรียวจิกลงบนไหล่กว้าง ขณะที่เขาจูบงับซอกคอเป็นรอยคิดมาร์กเพิ่มจากรอยเดิม มาที่เนินอกอวบอิ่มด้วยเช่นกัน“โอ...โอ...เด่นจันทร์...”“อร๊าย...อา...”เด่นจันทร์ปลดปล่อยสายธารของเธอทันที และก้มลงจูบริมฝีปากของเขา เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงป
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย“ทำไม”“เดี๋ยวเด่นมีอะไรให้นายดู” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง มองวิวกรุงเทพที่เปิดม่านทั้งหมดได้ร้อยแปดสิบองศา เธอไม่รอช้าที่จะก้าวเดินไปยังกล่องพัสดุขนาดใหญ่พอสมควร ที่อยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาตัวยาว เธอจึงหยิบกล่องพัสดุขึ้นมาทันที“มันคืออะไร” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เดี๋ยวนายก็เห็นเองค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ฉันไม่ชอบเซอร์ไพรส์เลย” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่ก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวเขาก้าวเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ทอดสายตามองขวดคริสตัลที่วางอยู่ในชั้นโชว์หลากหลายสี มีทั้งวิสกี้บรั่นดี จิน วอสก้า เตกีลา ลิเคียว และรัมวางเรียงรายกันอยู่หลายสิบขวด เขาหยิบขวดคริสตัลที่มีวิสกี้ออกมาวางบนโต๊ะ แล้วหยิบแก้วทรงสั้น ลักษณะเป็นสีเหลี่ยม ใส่วิสกี้เพียงก้นแก้ว แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาจากลิ้นชักใช้ปากกาเขียนตัวหนังสือ พอเขียนเสร็จเขาเอาแก้วคริสตัลทับเอาไว้เขาเดินไปเปิดม่านเลื่อนกระจก ก้าวเดินไปยังห้องข้างๆ แล้วเปิดไฟสีแดงทำให้เห็นของในห้องเธอก้าวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวมองไปยังรอบห้องไม่เห็นเขา
“เด่นจันทร์ ฉันจะเข้าเลขสี่แล้วนะ เธอจะให้ฉันสี่สิบก่อนหรือไง” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ห้าสิบก็ยังไม่สาย นายยังหนุ่มอยู่แบบนี้” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“เมื่อกี้ฉันบอกให้เรียกฉันว่าอะไร” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“แด๊ดดี้” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงยั่วยวน และก้าวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที“ปล่อยให้ท้องก่อนแต่งเลยดีไหม”“สวัสดีครับพี่เด่น สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ ขอโทษที่ไม่ได้ไปหาที่ไนต์คลับเพื่อให้ของขวัญ ช่วงนี้ผมทำงานที่โรงหนัง ขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องทำงานพิเศษ ผมส่งของขวัญให้พี่อุดม แล้วบอกให้พี่เขาไปส่งที่บ้านของพี่นัย” วิศรุจเอ่ยบอกเธอผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยน้ำเสียงเบิกบาน“ไม่เป็นไรจ้ะ แค่โทรมาอวยพรก็ดีแล้ว แล้วทำงานได้กี่วันแล้ว ไม่เห็นนายบอกพี่เลย”“ทำงานเข้าเดือนที่สองแล้วครับ ผมเลยซื้อของขวัญให้พี่ ผมคิดว่าพี่ต้องชอบ” “ขอบคุณมากนะ”“ผมบอกพี่นัยว่าเดี๋ยววันอาทิตย์ผมจะไปหาพี่ พี่รอดูเซอร์ไพรส์ของผมได้เลย” “พูดชื่อนายพี่เหมือนสนิทกันเลยนะ”“พี่นัยบอกให้ผมเรียกเขาแบบนี้ เมื่อวานพี่นัยได้ซื้อแท็บแล็ตรุ่นใหม่ให้ผม เขาเห็นว่าผมใช้มานานมากแล้ว จนถลอกทั้งหมด” “
พอถึงหน้าประตูเธอกลับมีใบหน้าที่ซีดเผือด เพราะประตูถูกล็อกจากด้านใน เธอหมายจะหันกลับไปหาเขา แต่ทว่าเขากลับใช้มือลูบไล้เรียวแขน อีกทั้งสัมผัสกลิ่นแอลกอฮอล์และลมหายใจอุ่นๆ ที่อยู่ข้างซอกคอระหง“เด่นจันทร์ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเดินหนีฉัน เหมือนที่เธอทำกับฉันในตอนนี้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำน้ำเสียงโทนต่ำขึ้น
เมื่อถึงหน้าห้องแห่งหนึ่งแม่บ้านที่ยืนอยู่หน้าห้องเปิดประตูให้เด่นจันทร์ เธอจึงก้าวเดินเข้ามาในห้องแห่งนี้ เธอมองเข้ามาในห้องนี้ เป็นห้องสีขาวขนาดใหญ่พอสมควรตบแต่งสไตล์แวร์ซายส์ อีกทั้งยังมีเครื่องใช้สอยอย่างครบครัน เธอมองไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่แปดฟุต ห้องน้ำกระจกใสมองทะลุเข้าไปในห้องเห็นทุกอย่างแจ่ม
“มีอะไรให้ฉันช่วยคะ” เด่นจันทร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“เธอว่าห้องนี้สวยไหม” ลัคนัยเอ่ยถามขึ้นมา ขณะที่มองไปโดยรอบห้อง“สวยดีค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เธอคิดว่าผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กผู้ชายหนึ่งคน รวมถึงคนจะมาอยู่ร่วมด้วย พวกเขาจะอยู่กันได้ไหม” เขาเอ่ยถาม“ได้สิคะ ถ้าอยากจะอยู่”“ถ้าเป็นเธอ เ
วันศุกร์ที่แจ่มใสของเดือนมกราคม ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลานอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกว้างยาวถึงแปดฟุต ด้านขวามือของเขามีหญิงสาวเรือนร่างเปลือยเปล่าที่นอนกอดเขาอยู่ ส่วนหญิงสาวอีกคนที่ใส่จีสตริงสีดำตัวจิ๋วและถุงน่องตาข่าย มือของเธอมีกุญแจมือข้างหนึ่ง ทั้งสามคนหมดแรงกับเซ็กส์อันหนักหน่วงตลอดคืนที่ผ่านมาท







