Masuk'ลี่ตันหยง'พยายามเพ่งมองใบหน้าอีกฝ่าย แต่ว่าคนในชุดเกาะนั่งหันหลังให้นางจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าเจ้าของร่างใหญ่โตของเขาได้ หญิงสาวก้มหน้าลงพยายามสอดสายตามองผ่านช่องว่างใต้ท้องแขนของเขา ทว่าอีกฝ่ายคล้ายรู้ตัวว่ามีคนแอบมองใบหน้าที่แต่เดิมหันเพียงครึ่งเสี้ยวจึงหันหลังมามองนางเต็มๆ
ดวงตาสีดำขลับจ้องลึกกวาดมองสตรีตรงหน้า นางมีเคล้าลางความงามอย่างหาที่ติไม่ได้ ทั้งเส้นผมดำขลับเงางาม ดวงหน้าเรียวเล็กเรียวจิ้มลิ้มดวงตาเรียวสองชั้นทั้งจมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางรูปกระจับสีชาดราวกับเป็นตุ๊กตาเคลือบชั้นดที่หากไม่ถนอมก็จะแตกหักได้ง่ายๆ ภายใต้อาภรณ์สีดำเนินอกอวบอูมล้นทะลักอวดผิวขาวเนียนดั่งหยกมันแพะ เอวเล็กคอดกิ่วสะโพกผายกระโปรงยาวทำจากผ้าผืนบางจนเห็นเรียวยางามรำไร 'โจวซ่งเหริน'กลืนน้ำลายดังเอือก เขาจ้องนางไม่วางตาร่างกายร้อนผ่าวแทบจะทันทีที่เห็นสายตาของนางจ้องมองมาที่ตน เขาถลึงตาดุใส่นางก่อนหันหลังทำเป็นไม่สนใจแต่หากสังเกตจะเห็นว่าที่ใบหูของเขากำลังขึ้นสีแดงเถือก 'ลี่ตันหยง'ไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นมัน ประมุขหุบเขากลั่วหัวเราะขบขันในลำคอ 'คนโบราณต่อให้อายุมากขึ้นก็ยังขี้อาย' คืนนี้หญิงสาวไม่ได้กลับขึ้นเขา นางมองหาห้องที่ดูหรูหราที่สุดในเมื่องเพื่อใช้พักผ่อน แน่นอนนั่นเพราะนางรู้ว่าราตรีนี้จะมีแขกมาเยือน เงาร่างดำสูงใหญ่ยืนตะหง่านราวกับเป็นเทวรูปของเทพสักองค์หนึ่ง กลิ่นอายรอบกายแผ่กำจายไปทั่วห้อง หากใครที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอคงถูกจิตอันทรงพลังกดข่มจนกระอักเลือดตาย 'ลี่ตันหยง'มองผู้บุกรุกด้วยสายตาพราวระยับ รูปร่างสูงใหญ่ยามนี้ไม่ได้สวมชุดเกราะทำให้มองเห็นกล้ามเนื้อผ่านเสื้อผ้าผืนบางของอีกฝ่ายได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผ้าคลุมสีดำที่สวมยิ่งช่วยขับเน้นให้รูปร่างนั้นมีกลิ่นอายดุดันห้าวหาญเยี่ยงบุรุษเพศ "บอกสิ่งที่ท่านต้องการ"นางถามพร้อมขยับขาลงจากขอบเตียงโดยที่ยังจ้องแม่ทัพใหญ่ (ในที่นี้หมายถึงอายุนะคะ) ไม่ละสายตา ดวงตาสีดำขลับกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศัรษะจรดปลายเท้าก่อนยิ้มมุมปากอย่างพอใจ 'คนผู้นี้แม้อายุจะมากหน่อยแต่ทั้งรูปร่างหน้าตากลับยังอ่อนกว่าวัยอยู่มาก' ร่างสูงราวสามฉือก้าวไปยืนข้างเตียง ทอดสายตาลงต่ำมองสตรีที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง รูปร่างเพรียวบางของนางเมื่ออยู่ในชุดเสื้อผ้าผืนบางแล้วยิ่งขับเน้นให้สัดส่วนดูยวนตามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่ารูปร่างเช่นนี้ช่างเป็นการกระตุ้นใจชายยิ่งนัก อีกทั้งริมฝีปากบางสีแดงฉ่ำวาวจิ้มลิ้มนั้นก็ยิ่งเย้ายวนชวนให้ผู้คนย่ำยีเสียจริง 'โจวซ่งเหริน'หัวใจกระตุกวาบ นานมาแล้วที่เขาได้ยินคำเล่าลือของประมุขสาวจากหุบเขาพิษ นางสามารถทำให้ความปรารถนาของผู้คนสมหวังได้ขอเพียงแค่จ่ายค่าตอบแทนที่นางพอใจ และค่าตอบแทนก็ล้วนเป็นสิ่งที่หลายคนพึงพอใจจ่ายเช่นกัน แม้แต่ตัว'เขา'เองก็คิดว่ามิได้เสียหายหากจะจ่ายค่าตอบแทนให้นางเพื่อแลกกับอนาคตของบุตรชาย ตรงกันข้ามความพึงพอใจที่ได้ลิ้มรสหญิงงามแต่ร้ายกาจเช่นนางกลับเป็นการกระตุ้นให้บุรุษเช่นเขาตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ เมื่อคิดว่าอีกไม่นานหญิงงามตรงหน้าจะเป็นฝ่ายร่ำร้องอยู่ใต้ร่างตน ตัวตนของเขาก็ค่อยๆรู้สึกปวดหนึบที่ปลายส่วนหัวกระดกหงึกหงักพร้อมกับขยายใหญ่ขึ้น วงหน้าแข็งกร้าวดุดันก้มลงประชิดใบหน้างามเอ่ยน้ำเสียงติดแหบพร่า จมูกสูดเอากลิ่นกายหอมเข้าเฮือกหนึ่ง "ข้าต้องการอนาคตให้บุตรชาย" ทันทีที่ได้ยินคำขอของแม่ทัพใหญ่'ลี่ตันหยง'ถึงกับหลุดหัวเราะร่วน หญิงสาวหรี่ตามองใบหน้าดุดันของบุรุษตรงหน้าด้วยแววเสียดสีไม่ปิดบัง 'โจวซ่งเหริน'คิ้วกระตุกเกิดความรู้สึกไม่พอใจแต่เมื่อคิดจะอ้าปากกล่าวบางอย่างก็ได้ยินเสียงหวานใสดังมาเสียก่อน "อนาคตบุตรชายแบบไหนที่ท่านต้องการ? ความรุ่งโรจน์ในอำนาจ? ความสะดวกสบายในชีวิตหรือการได้ใช้ชีวิตอย่างสงบจวบจนวาระสุดท้าย?" 'ลี่ตันหยง'ไม่ปิดน้ำเสียงดูแคลนกับอีกฝ่าย เจตนาที่คิดใช้กับนางล้วนเห็นแจ้งแก่สายตา ทั่วทั้งสิบแผ่นดินใครบ้างไม่รู้ว่านางไม่คิดเอื้อมมือเข้าไปในราชสำนัก แม้แต่คนหูหนวกตาบอดยังต้องเคยได้ยินได้เห็นผ่านหูมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ผู้ชายคนนี้กลับยังกล้ามาต่อรองกับนาง น่าผิดหวังจริงๆ ขนาดองค์ชายห้านางยังทิ้งให้เขายืนเฝ้าตีนเขาเลย ประมุขสาวขมวดคิ้วไม่พอใจ "ข้าไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับทางราชสำนัก" นางปัดมือไปมาสีหน้าอารมณ์แสดงออกว่าไม่อยากสนใจร่างงามเย้ายวนผุดลุกจากเตียงเป้าหมายคือบานประตู 'โจวซ่งเหริน'เห็นดังนั้นก็รีบยื่นมือไปคว้าร่างหญิงสาว ใบหน้าดุดันไม่ยินยอมให้นางหนี "ได้ยินว่าเวลานี้องค์ชายห้าเฝ้ารอท่านที่ตีนเขามาหลายวันแล้ว" นางเลิกคิ้วเหลือบมองเจ้าของใบหน้าคมคายด้วยปลายหางตา ร่างบางจมหายเข้าไปในอ้อมกอดแกร่งที่โอบนางจากด้านหลัง ปลายเท้าของนางไม่ได้แตะโดนพื้นเพราะถูกอ้อมแขนแข็งแรงฉุดไว้ ต้นขาอ่อนรู้สึกถึงของแข็งดุนดันจนร้อนฉ่า 'อืม.....ก็ยอมรับนะว่ามันรู้สึกดีนิดหน่อย' ประมุขสาวหัวเราะต่ำ เกียดจริงๆร่างกายที่ถูกปลุกปั่นแค่เล็กน้อยก็เกิดอาการตอบสนองแล้วแบบนี้ ขณะที่นึกเย้ยหยันตนเองอยู่ในใจใบหน้างามก็ยังคงฉีกยิ้มหวานหยด นางเอี้ยวตัวหันหน้าเข้าหาบุรุษร่างสูงพร้อมใช้สองแขนโอบรอบลำคอบดเบียดหน้าอกนุ่มนิ่มกับแผงอกแกร่งแข็งขึงที่มีเสื้อผ้าเนื้อบางกั้นกลาง สัมผัสนุ่มหยุ่นทำเอาภายในลำคอแม่ทัพแห้งผากเผลอกอบกุมเนื้อแน่นบั้นท้ายข่มอารมณ์ เมื่อ'ลี่ตันหยง'ถูกฝ่ามือหยาบกระตุ้น อารมณ์หวาบหวามพลันปะทุ บริเวณในช่องท้องหมุนคว้างเกิดความรู้สึกซาบซ่านที่จุดกระสัน ร่องสาวมีน้ำใสไหลซึมเปรอะเปื้อนกางเกงชั้นใน นางกัดฟันข่มกลั้นอารมณ์ที่ถูกจุดในสายตาแม่ทัพใหญ่นี่ช่างเป็นภาพที่ยั่วยวนยิ่ง ด้วยประสบการณ์เขารู้ว่านางมารเกิดกำหนัดแล้ว ช่างเป็นสตรีที่ไฟจุดติดง่ายนัก เขากดร่างบางของนางบดเบียดแท่งเอ็นร้อน มันตอบสนองด้วยการกระดกหัวสู้เนินอวบผ่านเนื้อผ้า เสียงครางแว่วหวานร้องต่ำในลำคอก่อนนางมารจะเอ่ยคำพูดหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงติดแหบพร่า "ข้าไม่อาจให้อนาคตของบุตรชายท่านโลดแล่นอยู่ในราชสำนักได้ แต่เขาจะมีอำนาจเหนือผู้คนนับหมื่นแน่นอน" สิ้นสุดคำพูดนางก็ไม่อาจข่มกลั้นอารมณ์ความหวาบหวามได้ ใบหน้างามเหยเหเมื่อร่องสาวตรงกลางหว่างขาถูกดุ้นเอ็นใหญ่ถูไถติ่งเนื้อโดยตรง นางหลุดเสียงครางแหบพร่า อาภรณ์ถูกคนป่าเถื่อนฉีกทึ้งจนขาดวิ่นเผยอกอวบชูชันและผิวขาวเนียนดั่งหยกเนื้อดี ดวงตาคมประกายวาบ มันสั่นระริกราวกับดวงตาสัตว์ร้ายยามพบเจอเหยื่อชั้นดี 'โจวซ่งเหริน'โยนร่างสาวงามบนเตียงนุ่ม เขาเร่งถอดชุดของตนออกอวดรูปร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามไม่แพ้เด็กหนุ่ม บอกให้รู้ว่าแม้จะอายุกว่าสี่สิบปีแล้วแต่ยังคงดูแลร่างกายเสมอ ผิวสีทองแดงเสริมให้ร่างกายเขาดูดุดันแบบบุรุษฉกรรจ์ "ห้าปีที่ชายแดนเขาจะต้องไม่มีอุปสรรคอะไรมาขัดขวางทั้งสิ้น" 'ห้าปี'นั้นเพียงพอให้เขาได้เตรียมการบางอย่างได้สำเร็จ ขอแค่'องค์ชายใหญ่'ทนจนถึงตอนนั้นทุกอย่างก็จะเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ "ได้!! ห้าปีจากนี้บุตรชายท่านจะได้ใช้ชีวิตโดยไร้อุปสรรคใดๆมาขัดขวาง" หลังคำพูดยืนยันของนางริมฝีปากบางจิ้มลิ้มก็ถูกดูดกลืน ลิ้นเล็กๆทั้งถูกกวาดต้อนและดุดันจนตามไม่ทัน หัวสมองว่างเปล่า ร่างกายลอยคว้างกลางอากาศแล้วหล่นวูบลงมาจากนั้นถูกฉุดให้ลอยขึ้นไปใหม่ก่อนทิ้งให้ร่วงหล่นอีกครั้ง เนินเนื้อหน้าอกถูกบีบขย้ำรุนแรงเกิดเป็นรอยแดงลายนิ้วมือแต่ไม่นานก็จางหายไปครั้นเมื่อถูกบีบขย้ำอีกครั้งมันก็จะปรากฏออกมา ลำคอขาวผ่องถูกซุกไซร้ ปลายจมูกสูดดมขณะที่ริมฝีปากหนาดูดดุนจนเกิดเป็นรอยจ้ำช้ำเขียว 'ลี่ตัน'อดไม่ได้ที่จะหลุดกรีดร้องเสียงหลงนางถูกกระตุ้นอารมณ์จนสติกระเจิง ทันทีที่นิ้วร้ายบดขยี้ปลายถันช่องท้องก็พลันเกิดอาการเกร็งถี่ ร่องสาวฉ่ำเยิ้มเต็มไปด้วยหยาดน้ำสีใสข้นหนืดส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย 'โจวซ่งเหริน'เคลื่อนตัวลงต่ำแหวกขาเรียวออกแล้วก้มหน้าสูดกลิ่นกายสาวตวัดลิ้นเลียติ่งเนื้อที่เป็นจุดรวมความเสียว ได้ยินเสียงครางหวานแม่ทัพหนุ่มจึงครอบครองมันด้วยริมฝีปากทั้งหมด ทั้งดูดกลืนความหวานของน้ำหวานและใช้ปลายลิ้นสัมผัสปลุกเร้ายอดติ่งเนื้อก่อนสลับเปลี่ยนเป็นดูดกลืนมันจนเรียกเสียงกรีดร้องระงมจากเจ้าของร่างบาง 'ลี่ตันหยง'หอบหายใจหนัก นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งกาย เพียงแค่เขาใช้ลิ้นนางก็'สำเร็จ'ความใคร่ไปแล้ว น้ำหวานมากมายหลั่งไหลออกมาหลังจากร่างบางเกร็งกระตุกถี่ 'โจวซ่งเหริน'รู้ว่านางมารแตะขอบสวรรค์ไปแล้ว แม่ทัพใหญ่ใช้ลิ้นทะลวงเข้าไปในร่องกลีบกวาดหาน้ำรักที่นางผลิตออกมากลืนกินจนสะอาดก่อนแหงนมองใบหน้าแหยเกของนางมาร 'เพราะนางมารงดงามยั่วยวนเช่นนี้นี่เอง บุรุษมากมายถึงกับยอมลดศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับสิ่งที่พวกเขาปรารถนา สิ่งใดบ้างที่คนพวกนั้นสูญเสีย ก็แค่เชื้อพันธุ์ที่ไม่ต้องการเท่านั้นเมื่อแลกมาสิ่งเหล่านั้นย่อมคุ้มค่ายิ่งกว่า แท่งเอ็นร้อนใหญ่ถูกชักออกมาจ่อร่องกลีบสาว จับมันถูไถส่วนปลายหัวกับติ่งเสียวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดหัวมันแหวกผ่านร่องกลีบ สัมผัสนุ่มนิ่มบีบรัดจนแม่ทัพใหญ่กัดฟันแน่นเส้นเลือดบนขมับปูดโปน 'โจวซ่งเหริน'ครางต่ำในลำคอ เขากดท่อนเอ็นผ่านร่องกลีบอวบด้วยความลำบาก ทว่าไม่นานแท่งเอ็นร้อนก็ถูกดูดกลืนจนมิดลำ แม่ทัพใหญ่หยุดหอบหายใจโล่งอกเหลือบมองเจ้าของร่างบางที่ก้มมองจุดประสานระหว่างเขาและนาง สายตาของนางที่มองมันร้อนแรงราวกับจะแผดเผาร่างเขาให้เป็นจุล เหงือชื้นแฉะชโลมทั่วร่างบางขับให้ผิวขาวมันวาวสะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ แต่เดิมที่คิดว่าจะรอให้ร่องของนางปรับสภาพรองรับตัวตนของตนให้ได้ก่อน กลายเป็นว่าสายตาของนางกลับแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาจนไม่เหลือดี สัญชาตญาณดิบถูกปลุกกระตุ้นนำพาเอวแกร่งขยับไหวด้วยความรุนแรงดิบเถื่อน เสียงกระเนื้อดังลั่นผสานเสียงเตียงกระแทกผนังโยกคลอน ร่างบอบบางสั่นสะท้านทุกครั้งที่เอ็นร้อนพุ่งผ่านช่องทางเข้ามาด้านในจนรู้สึกว่ามันกำลังพุ่งชนอะไรบางอย่าง ความรู้สึกเสียววูบวาบแล่นไปทั่วร่างกายเหมือนถูกสายฟ้านับหมื่นผ่าลงมา กลางกายสาวร้อนผ่าว ช่องท้องมวนหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆนางจิกเล็บลงบนผิวเนื้อสีทองแดงส่งเสียงร้องครางอย่างลืมอายขาเรียวถูกจับพาดบ่า ร่องสาวรองรับการกระแทกหนักหน่วงน้ำขาวขุ่นไหลทะลักชโลมแท่งเอ็นร้อนขณะที่มันยังถูกกระแทกผลุบเข้าออกด้วยความเร็ว กลีบเนื้องามอ้าแบะกว้างร่องสวาทถูกใช้งานหนักจนบวมแดง'ลี่ตันหยง'ส่งเสียงร้องครางไม่หยุด ร่างกายบิดเร้าสะท้านความเสียวซ่านจนต้องขมิบตอดถี่ยิบ สมองนางขาวโพลนความรู้สึกคล้ายถูกเหวี้ยงขึ้นไปบนอากาศขณะที่กำลังเห็นขอบสวรรค์รำไรทุกอย่างพลันหยุดชะงักค้างเติ่ง นางมารปรือตามองเจ้าของร่างหนาอย่างไม่พอใจ ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแม่ทัพใหญ่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาพลิกร่างนางให้หันหลัง จากนั้นก็เสียบแท่งเอ็นร้อนที่แข็งแกร่งแทบปริแตกใส่เข้าไปในร่องกลีบสาวอีกครั้งก่อนขยับไหวโยกรุนแรงเสียงกรีดร้องดังลั่น ช่องทางคับแคบบีบตัวรุนแรง"ฮึม!!"นิ้วหยาบกดขยี่เม็ดติ่ง มืออีกข้างบีบขยำเนินอกอวบริมฝีปากหยักขบกัดแผ่นหลังบางจนเกิดรอยแดง'ลี่ตันหยง'ไม่ได้ห้ามปราบ รอยแดงจากการร่วมสวาทนางมีวิธีกำจัด ไม่ว่าจะมากมายแค่ไหนเพียงสามสี่วันก็หายโดยไม่ทิ้งร่องรอยให้ร่างกายของนางไม่น่าดู นางมารหอบหายใจถี่ นางหายใจแทบไม่ทันแรงกระแทกของบุรุษใหญ่ผู้นี้รุนแรงมากจนนางต้องอ้าปากหายใจช่วย น้ำลายที่กลืนไม่ทันไหลย้อ
'ลี่ตันหยง'พยายามเพ่งมองใบหน้าอีกฝ่าย แต่ว่าคนในชุดเกาะนั่งหันหลังให้นางจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าเจ้าของร่างใหญ่โตของเขาได้ หญิงสาวก้มหน้าลงพยายามสอดสายตามองผ่านช่องว่างใต้ท้องแขนของเขา ทว่าอีกฝ่ายคล้ายรู้ตัวว่ามีคนแอบมองใบหน้าที่แต่เดิมหันเพียงครึ่งเสี้ยวจึงหันหลังมามองนางเต็มๆดวงตาสีดำขลับจ้องลึกกวาดมองสตรีตรงหน้า นางมีเคล้าลางความงามอย่างหาที่ติไม่ได้ ทั้งเส้นผมดำขลับเงางาม ดวงหน้าเรียวเล็กเรียวจิ้มลิ้มดวงตาเรียวสองชั้นทั้งจมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางรูปกระจับสีชาดราวกับเป็นตุ๊กตาเคลือบชั้นดที่หากไม่ถนอมก็จะแตกหักได้ง่ายๆ ภายใต้อาภรณ์สีดำเนินอกอวบอูมล้นทะลักอวดผิวขาวเนียนดั่งหยกมันแพะ เอวเล็กคอดกิ่วสะโพกผายกระโปรงยาวทำจากผ้าผืนบางจนเห็นเรียวยางามรำไร'โจวซ่งเหริน'กลืนน้ำลายดังเอือก เขาจ้องนางไม่วางตาร่างกายร้อนผ่าวแทบจะทันทีที่เห็นสายตาของนางจ้องมองมาที่ตนเขาถลึงตาดุใส่นางก่อนหันหลังทำเป็นไม่สนใจแต่หากสังเกตจะเห็นว่าที่ใบหูของเขากำลังขึ้นสีแดงเถือก'ลี่ตันหยง'ไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นมัน ประมุขหุบเขากลั่วหัวเราะขบขันในลำคอ 'คนโบราณต่อให้อายุมากขึ้นก็ยังขี้อาย'คืนนี้หญิงสาวไม่ได้กล
'ต้าขุ่ย'เป็นองครักษ์ที่ติดตามข้างกาย'ลี่ตันหยง'แทบจะตลอดเวลา ทุกครั้งที่นางออกนอกหุบเขานอกจาก'ต้าขุ่ย'แล้วยังมี'ตงหลิว'และ'ไป๋หลิว'ติดตามไปด้วยเสมอ ทั้งสามคนล้วนเป็นผู้ติดตามฝีมือดี'ไป๋หลิว'เป็นสตรีคนเดียวที่นางยอมให้อยู่ข้างกายผู้เดียว นางเก่งกาจเรื่องลอบสังหารและสืบหาข้อมูล ขณะที่'ตงหลิว'เชี่ยวชาญการจู่โจมจากระยะไกลถนัดการวางแผน ไม่รู้ว่าในสมองคนผู้นี้บรรจุอะไรไว้บ้าง ตลอดเวลามักมีแผนการให้นางคลายเครียดเสมอ ส่วน'ต้าขุ่ย'เป็นบุรุษรูปร่างใหญ่โตกำยำพละกำลังมหาศาล นางจึงเก็บเขาไว้ใกล้ตัวสุดเพราะเขาสามารถคุ้มครองนางจากนักฆ่าที่เหล่าศัตรูส่งมาได้ดี อีกทั้งยังสามารถปลดปล่อยความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของนางได้อีกด้วยมือหยาบลูบไล้เรียวขาของนางก่อนจะกระชากขาสองข้างให้อ้าออกแล้วจับมันเกี่ยวไว้กับเอวสอบ กระทำเพียงครั้งเดียวลำเอ็นแข็งขืนก็มุดเข้าไปในร่องฉ่ำน้ำจนสุดลำ ขนาดเท่ากับกระบอกไม้ไผ่ทำเอา'ลี่ตันหยง'ผวาเผลอสูดหายใจเฮือกหนึ่ง สองแขนเรียวโอบกอดลำคอแกร่งทันทีริมฝีปากจิ้มลิ้มเตรียมอ้าปากบริภาษการกระทำดิบเถื่อนของอีกฝ่าย ทว่าเพียงแค่นางอ้าปากเล็กน้อยก็พลันถูกริมฝีปากหนากดทับอย่างรวดเร็ว ต่อมาล
นิ้วมือหยาบกร้านสัมผัสไปทั่วร่าง 'ลี่ตัน'สะท้านไหวเฮือกไม่เข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้า ขณะที่กำลังพยายามทำความเข้าใจภาพความทรงจำมากมายก็ผุดขึ้นมาในสมอง 'นี่ไม่ใช่ความทรงจำของนาง!' ตอนนั้นเองที่นิ้วหยาบจ้วงลึกเข้ามาในร่างกาย 'ลี่ตัน'สะดุ้งเฮือกหลุดร้องเสียงหลง"นายเป็นใคร? ออกไปนะ!""........."ไม่มีคำตอบจากผู้ชายคนนั้น นอกจากเสียงหอบหายใจถี่กระชั้น ลมหายใจร้อนเป่ารดเนินอกเปล่าเปลือยที่ถูกแหวกออกเมื่อไหร่ไม่รู้ มือหนาหยาบยังลูบไล้ไปทั่วทั้งยังบีบขย้ำสลับไปมาบางครั้งยังเลื่อนขึ้นมาบีบขยี้ที่ปลายถันเล็กๆเบาๆ"อื้อ!"'ลี่ตันหยง'หอบหายใจถี่ พยายามดันร่างของผู้ชายที่คร่อมทับตนเองออก ทว่าเรี่ยวแรงของนางช่างน้อยนิดซ้ำสุดท้ายยังถูกอีกฝ่ายรวบแขนทั้งสองข้างไว้เหนือหัวอีกต่างหาก"ปล่อย!"เสียงของนางสั่นระริก ขนาดตนเองยังรู้สึกได้คำสั่งจึงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด นางพยายามดิ้นรนอย่างหนักแต่กลับถูกสัมผัสเล้าโลมจนหมดเรี่ยวแรงต่อต้าน "ปล่อย.....นะ""หยงเอ๋อร์ของพี่..... อย่ากลัว"เสียงนั้นฟังดูปลอบประโลมในทีทั้งยังมีมือหนาลูบหัวเบาๆ'ลี่ตันหยง'ไปไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า นางอยากขัดขืนทว่าร่างกายกลับโอนอ่อนผ
เขตชายแดน รอยต่อระหว่าง'แคว้นเซี่ย'และ'แคว้นจ้าว'ณ.หุบเขาพิษ ที่ตำหนักประมุขหุบเขาผู้มีสมญานาม'จ้าวพิษ' บังเกิดเสียงร้องคำรามต่ำดังรอดออกมาจากบานประตูสลักให้ได้ยิน เสียงนั้นฟังดูทั้งทรมาณและสุขสมในทียากแยกแยะ ทว่ากลับไม่มีใครคร้านจะให้ความสนใจ สาวใช้และบ่าวรับใช้ต่างพากันเร่งฝีเท้าหลบออกห่างจากตำหนัก'จ้าวพิษ'ราวกับเสียงนั้นสามารถนำพาความเดือดร้อนมาให้ แม้แต่องครักษ์ลับที่หลบซ่อนตัวตามต้นไม้ใกล้ยังพากันถอยห่างออกไปภายในห้องนอนโอ่อ่าหรูหรา บนเตียงหยกฉลุลายมงคลประดับอัญมณี ม่านบางสีชมพูปักลายดอกท้อพริ้วไหว ด้านในปรากฏกลุ่มเงารางเลือนหากเพ่งมองให้ดีๆจะเห็นเป็นร่างอรชรอ้อนแอ้นขยับขึ้นลงไปมา'ลี่ตันหยง'ขยับควบอยู่บนร่างบุรุษรูปงาม ผิวขาวเนียนของนางเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเกาะพริ้ม ทุกครั้งที่ควบทยานเส้นผมสีดำเงาก็จะแผ่สยายราวกับม่านน้ำตก ใบหน้าของนางแดงก่ำที่ริมฝีปากสีแดงสดแม้มเป็นเส้นตรง สองมือกำขยำแผงอกแข็งของคนใต้ร่าง นางสูดหายใจหอบหลับตาพริ้มตกอยู่ในห้วงอารมณ์รันจวญแท่งเอ็นร้อนตั้งโด่เด้งสวนช่องทางคับแน่นตอดรัดขมิบ ความเสียวซ่านพุ่งทยานขึ้นสูงสร้างน้ำหวานสีใสข้นหนืดไหลเยิ้มทั่วหว่างขา ยา







