Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2024-11-07 22:35:40

“ท่านประมุขคะ”

“เจ้ากลับไปยังสำนัก ส่วนข้าจะเข้าไปในหมู่บ้าน”

“แต่...ท่านประมุข ท่านจะไปคนเดียวหรือคะ”

“ข้าจะไปสืบเรื่องการตายของคนจากวังหลวง มีคนป้ายสีว่าข้าเป็นคนปลิดชีพคนพวกนั้น หากรู้ว่าเป็นผู้ใดข้าจักไม่เก็บมันไว้ให้เป็นขวากหนามของพรรคเรา”

“แต่ตอนนี้ท่านยังอยู่ในช่วงเวลาของการฝึกวรยุทธขั้นสุดท้ายนี่ไม่ใช่หรือคะ”

“ข้าจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่ราตรี”

“แล้วจะให้ข้าเรียนต่อท่านเพ่ยหลินว่าเช่นไร”

“บอกเพียงว่าข้ามีธุระสำคัญที่ต้องสะสาง...เจ้าไปได้แล้ว”

สิ้นคำสั่งเหมยเหม่ยก็ค้อมศีรษะลงอีกครั้งโดยไม่ตั้งคำถามใดก่อนจะใช้วิชาตัวเบาลอยละลิ่วข้ามหลังคาอารามวัดหายไปในเงามืดใต้แสงจันทร์เสี้ยว ฟางซินก้มมองตัวเองที่บัดนี้เหลือเพียงชุดเสมือนหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา เรือนผมยาวเงางามดำขลับมุ่นไว้เหนือศีรษะปราศจากเครื่องประดับอลังการอย่างประมุขพรรคมาร นางหันกลับไปมองอารามเล็กก่อนก้าวลงไปตามทางเดินลาดชันของหุบเขาในหมู่เมฆเพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านด้านล่าง

*************************

“ท่านแม่ทัพเฉิง...ข้าเห็นแสงคบเพลิงอยู่ไม่ไกล เราเดินทางจวนถึงหมู่บ้านแล้วขอรับ”

หวังซื่ออยู่บนหลังม้ารีบหันไปรายงานต่อบุรุษร่างสูงบนหลังอาชาสีเผือกซึ่งอยู่ในชุดดำโพกผ้าบนศีรษะและใบหน้ามิดชิดเห็นแต่ดวงตาดำยาวรี่องประกายเมื่อเห็นแสงไฟส่องสว่างอยู่ไม่ไกลตามคำบอกกล่าว

“รีบไปกันเถิดท่านแม่ทัพเฉิง จากนี้ไม่ไกลเราก็จะถึงหมู่บ้านแล้ว”

“หวังซื่อ”

เฉิงจิ้นเหอส่งเสียงก่อนบังคับม้าคู่ใจให้หยุดนิ่งและเปิดผ้าปิดใบหน้าหล่อเหลาราวเทพออก หวังซื่อบังคับม้าให้หยุดตาม

“มีอะไรหรือท่านแม่ทัพ”

“ข้าเพียงอยากเตือนเจ้าว่าอย่าได้กล่าวถึงยศชั้นตำแหน่งของข้าเมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน เวลานี้ข้ามิใช่แม่ทัพ ขุนศึกแห่งองค์จักรพรรดิ์ เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่มาจากหมู่บ้านอื่นนามว่าจิ้นเหอ”

“ต้อขออภัยขอรับ ท่านเฉิงเตือนข้าหลายหนแต่ข้าก็ยังเผลอตัว”

“และตอนนี้เจ้าก็คือหวังซื่อ สหายของข้า อย่าได้ลืมว่าเรามายังหมู่บ้านใกล้เขตหวงซานเพื่อจุดประสงค์อันใด”

“ไม่ลืมขอรับ ว่าเรามาที่นี่ก็เพื่อตามล่าฆาตกรฆ่าคนในวังหลวงที่เดินทางมายังวัดโค้วอิงยี่...เอ้อ...รวมทั้งแม่นางซูฉี คู่หมายของท่าน”

เสียงตอนท้ายของหวังซื่ออ่อนลง หากแต่คำกล่าวนั้นจุดประกายกล้าคมในแววตาของเฉิงจิ้นเหอให้โพลงขึ้นราวเปลวไฟ เขาคือแม่ทัพแห่งวังหลวงผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนแม้อายุเพียงสามสิบปี ด้วยวรยุทธและชั้นเชิงการรบกล้าแกร่งหาใครเทียม

ทว่าแม่ทัพผู้เกรียงไกรกลับต้องพบความผิดหวังรุนแรงหลังเดินทางกลับจากการออกศึกปราบชนเผ่าน้อยที่แข็งข้อต่อองค์ซ่งไท่จู่ เมื่อการศึกรวบรวมดินแดนถวายองค์ฮ่องเต้สิ้นสุดลงเฉิงจิ้นเหอกลับได้รับข่าวร้ายว่า เว่ยซูฉี บุตรสาวคนเดียวของอัครเสนาบดีซึ่งเป็นคู่หมายของเขาถูกปลิดชีพพร้อมทหารติดตามขณะเดินทางมายังไม่ทันถึงวัดโค้วอิงยี่บนยอดเขางังฮ้วยฮง

มีนายทหารที่รอดชีวิตไปได้เพียงคนเดียวนำความรายงานต่อวังหลวงว่าฆาตกรคือคนจากพรรคมารแห่งเขาหวงซานซึ่งเป็นที่หวั่นเกรงของผู้คนในยุทธภพ นั่นคือ...นางมารหมื่นบุปผา

เฉิงจิ้นเหอเก็บความอาฆาตแค้นและขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากองค์ฮ่องเต้เดินทางมาเพื่อตามล่าคนกระทำความผิดด้วยตัวเองโดยมิได้นำพานายทหารติดตามให้เอิกเกริก มีเพียงหวังซื่อ คนสนิทติดตามมาด้วยเพื่อมิเป็นที่สงสัยแก่คนทั่วไป

เฉิงจิ้นเหอตั้งปณิธานไว้แก่ใจว่าหากพบนางมารผู้เป็นฆาตกรอำมหิตก็จะฆ่านางด้วยมือตัวเอง จักสับร่างของนางเป็นหมื่นชิ้นแล้วโยนทิ้งลงในหุบเหวที่ลึกที่สุดบนยอดเขาหวงซานเพื่อให้สมกับความเคียดแค้นที่นางพรากลมหายใจหญิงคนรักไปจากเขา

“ไปกันเถอะจิ้นเหอ”

หวังซื่อรีบชักชวนแต่ก็ต้องชะงักเมื่อแม่ทัพหนุ่มร้องขึ้นว่า

“เดี๋ยวก่อนหวังซื่อ...ข้าเห็นว่าตรงนั้นมีใครยืนอยู่”

“ไหนท่าน?...อา...จริงด้วย”

หวังซื่อชะเง้อมองแล้วดึงบังเหียนบังคับม้าคุ่ใจก้าวตามอาชาของแม่ทัพหนุ่มซึ่งเหยาะย่างล่วงหน้าตรงไปยังแสงที่วาบจากคบฟส่องสว่างในมือของชายสามคนกำลังยืนล้อมหญิงนางหนึ่งตรงกลาง ทั้งหมดหันมาทางคนทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้าหยุดลง หนึ่งในชายสามคนจ่อคบเพลิงและหรี่ตามองก่อนคำรามดัง

“พวกเจ้าสองคนเป็นใคร หากมิใช่คนแถวนี้ก็จงรีบผ่านไปเสียให้พ้น!”

“แล้วพวกเจ้าเล่าเป็นใครกัน ใยจึงยืนล้อมหญิงเพียงคนเดียว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางมารหมื่นบุปผา   83

    “ต่อชีวิตเช่นนั้นหรือ?”“มันเป็นคัมภีร์ที่มีทั้งความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดหากซุกซ่อนไว้ด้วยความแหลมคมอย่างที่สุด ครั้งหนึ่งฟางซินช่วยชีวิตท่านไว้ด้วยการถ่ายพลังลมปราณให้และพลังที่ไหลวนในตัวของท่านคือลมหายใจสุดท้ายของนาง”“แต่ตอนนี้ฟางซินอ่อนแอเหลือเกิน”“คนที่ต้องสังเวยชีวิตให้การฝึกวรยุทธ์จากคัมภีร์เฟิงเหลยคือผู้ตัดขาดตัวเองจากคนอื่นโดยปราศจากการเรียนรู้อย่างถ่องแท้ พวกเขาคิดเพียงว่าเมื่อสูญเสียสิ่งหนึ่งไปคือสูญสิ้นทั้งหมดหากทว่ามิใช่ แม้ฟางซินยอมสละทุกอย่างต่อท่านหากนางก็ยังมิสิ้นลมหายใจ นั่นเป็นเพราะนาง...ยังมีท่าน...แม่ทัพเฉิง จงพาฟางซินเดินทางไปยังบูรพทิศในยามตะวันทอแสง ท่านต้องอยู่เคียงข้างนางเสมอ อย่าได้ทอดทิ้งฟางซินเพราะท่านคือผู้นำพาหัวใจของนางและนางก็เปรียบเสมอโคมทองส่องสว่างในหัวใจของท่านไปยังสุดเขตแดนเพื่อตามหาปัญญาชนในสายลมหนาว พวกเขาจะรับรู้เรื่องราวของพวกท่านโดยมิต้องเอ่ยปากบอกเล่าใดๆ”“ปัญญาชนในสายลมหนาว...หนทางนั้นยาวไกลหรือไม่กว่าที่ข้าและฟางซินจะได้พบ”“หากท่านพร้อมยอมเสียสละเพราะมันอาจหมายถึงตลอดชีวิตของท่าน...และนาง”“เสียสละเช่นนั้นหรือ”“จิ้นเหอ...ท่านจะทำอะไร”ฟางซ

  • นางมารหมื่นบุปผา   82

    “เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว ฟางซิน”เสียงที่เปล่งออกมายังความประหลาดใจแก่จิ้นเหอด้วยเป็นสรรพเสียงที่ดังกังวานไปถึงเบื้องนอกเมื่อครู่ นางอยู่ในนี้แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีคนเข้ามาในหอตะวันตก“นั่งก่อนเถิด...เจ้าทั้งสอง”นางเชื้อเชิญพลางผายมือเรียวบางไปเบื้องหน้า แม่ทัพหนุ่มก้าวไปหยุดอยู่ห่างออกมาสามสี่ก้าวก่อนค่อย ๆ วางร่างของฟางซินลงก่อนเขาจะหย่อนตัวนั่งเคียงข้างหญิงสาว จิ้นเหอพินิจร่างบอบบางของผู้อยู่เบื้องหลังเตาเหล็ก เจ้าของใบหน้างดงามราวเด็กสาวและแววตาน้ำตาลแวววาวเจิดจรัสราวกับมีรัศมีบางอย่างเปล่งออกมา“ฟางซินบอกข้าว่าท่านคือเทพพยากรณ์”“เรียกข้าว่าจิว”นางกล่าวขณะหยิบกลีบดอกไม้โรยลงในเตาบังเกิดควันพวยพุ่งก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว“ฟ้าดินเท่านั้นลิขิตชีวิต ข้ารู้เท่าที่ข้ารู้แต่มิอาจล่วงรู้ความลับสวรรค์”“เช่นนั้นท่านก็คงรู้แล้วว่าที่เรามาที่นี่ก็เพื่อสิ่งใด...ข้าคือ เฉิงจิ้นเหอ แม่ทัพแห่งองค์ซ่งไท่จู่”“แม่ทัพเฉิง ข้าเคยบอกฟางซินแล้วว่าวันหนึ่งนางต้องกลับมาหาข้า”“และเป็นดังเช่นท่านกล่าวไว้จริงๆ”ฟางซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา ทว่าน่าประหลาดที่รู้สึกถึงเรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับมากกว่าเก่าเมื่อเข้

  • นางมารหมื่นบุปผา   81

    หวังซื่อถาม หลวนคุนลุกขึ้นยืนและยืดไหล่หลังตรงอย่างสง่า เขาเชิดหน้าขึ้น“ข้าจะบอกทุกคนว่า....ลุงของข้าประมือกับนางมารหมื่นบุปผา ต่างคนต่างพลาดพลั้งเสียทีต่อกันทำให้ลุงของข้าและประมุขพรรคมารต่างสิ้นลมด้วยกันทั้งคู่”คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบกริบด้วยยอมจำนนต่อสติปัญญาของหลวนคุน ทุกคนรู้ว่าเขามิได้ปกป้องตัวเองด้วยเกรงถูกมองว่าเณรคุนเพราะหากมิทำเช่นนี้ก็จะเกิดข้อสงสัยแก่ผู้ที่มีใจภักดิ์ดีต่อเจ้าสำนักเฟิงอี้ที่สิ้นลมไปแล้วอย่างไป่เจี้ยนได้ ขณะนั้นจิ้นเหอกลับกอดฟางซินแนบแน่นยิ่งขึ้น เขากระซิบกับนางด้วยเสียงแม้ห้าวหนักทว่าอ่อนหวานยิ่งนัก“ฟางซิน...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หวงซานนี้จะถล่มฤาแผ่นฟ้าจะแหลกสลายลง หากข้าก็จะขออยู่เคียงข้างเจ้า...มิหนีไปไหน”หลังจากนั้นมินานที่หลวนคุนเป็นผู้นำทุกคนกลับไปยังพรรคเฟิงอี้ ทั้งแม่ทัพเฉิงจิ้นเหอ หวังซื่อผู้ติดตาม หยางเซิงไต้ซือ รวมทั้งเหมยเหม่ยที่คอยดูแลฟางซินซึ่งนางอ่อนแรงลงทั้งจากลมปราณปรวนแปรและจากการใช้กำลังที่เหลือเพียงน้อยนิดต่อสู้กับทั้งไป๋เจี้ยนและมี่อิง นางทิ้งพรรคบุปผาสวรรค์ที่บัดนี้ยังมิมีผู้ใดขึ้นเป็นประมุขไว้เบื้องหลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังหอตะวันตก

  • นางมารหมื่นบุปผา   80

    แม่ทัพหนุ่มร้องด้วยความตกใจก่อนคว้าร่างของหญิงสาวที่ทรุดฮวบไว้ในอ้อมแขน นางลืมตาขึ้นมอง สติของนางยังคงอยู่หากแต่จิ้นเหอนั้นกอดร่างเล็กบอบบางไว้แนบแน่น“ฟางซิน...เจ้าเป็นอะไร”“ลมปราณในกายของนางกำลังปรวนแปร มันค่อย ๆ ทำลายตัวเองทีละน้อย”หยางเซิงไต้ซือตอบขณะก้าวเข้ามา จิ้นเหอแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“นี่เป็นเพราะนางฝึกพลังลมปราณจากคัมภีร์เล่มนั้น และเป็นเพราะข้าที่ทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้ มิมีวิธีใดเลยหรือที่จะช่วยรักษาชีวิตของนางไว้ให้ยืนยาวกว่านี้”ไต้ซือเฒ่าระบายลมหายใจขณะทำสีหน้าครุ่นคิด“เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินมี่อิงเอ่ยถึงเทพพยากรณ์ ข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวบุคคลผู้นี้ ผู้ซึ่งอาจช่วยฟางซินได้”“แต่ท่านไต้ซือบอกกับข้านี่มิใช่หรือว่าผู้ฝึกวิชาจากคัมภีร์ฟ้าคำรามหากสูญเสียพรหมจรรย์แล้วจะมิมีทางช่วยให้พ้นจากความตายได้”เหมยเหม่ยรีบเข้ามาดูอาการของฟางซินที่นอนหายใจรวยรินในอ้อมกอดของจิ้นเหอ หยางเซิงไต้ซือส่ายหน้า“ที่ข้าบอกจ้าเช่นนั้นเพราะมันเป็นเรื่องเล่ามาช้านาน ข้าเองมิเคยแน่ใจว่าเทพพยากรณ์มีอยู่จริง คนทั้งยุทธภพร่ำลือถึงบุคคลผู้มีญาณวิเศษ มองเห็นอนาคต บางคนว่าเป็นหนุ่มรูปงามราวเทพบ

  • นางมารหมื่นบุปผา   79

    มี่อิงตื่นตระหนกเมื่อรู้สึกปวดปลาบตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงท้ายทอย ความเจ็บปวดนั้นราวกับมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงอยู่บนหัวของนาง“อะ...อะไรกันนี่...อะไรกัน!!”ครานี้นางเป็นฝ่ายอุทานขึ้นบ้างเมื่อโลหิตมิใช่หยาดเดียวหยดลงมาอาบเต็มใบหน้าสวยที่บิดเบี้ยวด้วยความหวั่นกลัวและเจ็บปวด มี่อิงพยายามจะถอดมาลาประดับผมออกแต่สายเกินไปเมื่อนางรู้ตัวแล้วว่ากำลังต้องพิษร้ายจากมาลาของประมุข นางกรีดร้องเสียงดัง“กรี๊ด!...ทำไมเป็นเช่นนี้...ฟางซิน...เจ้าใช่ไหม...เจ้าวางยาพิษในมาลานี่ใช่ไหม!”“มิใช่ข้าดอกมี่อิง” ฟางซินตอบด้วยน้ำเสียงอันแน่วนิ่ง “หากแต่นี่คือสิ่งที่ผู้มิใช่ประมุขมิมีวันรู้เกี่ยวกับการได้ครอบครองเสื้อคลุมและมาลาของประมุขพรรคบุปผาสวรรค์”“มะ...มิรู้เช่นนั้นรึ...มิรู้อันใด...โอย...ข้ามิรู้สิ่งใด”มี่อิงร่ำร้องและพยายามถอดมาลาออกจากหัวของนางเพราะความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ใบหน้าบิดเบี้ยวของนางอาบด้วยโลหิตแดงฉานที่ไหลหลั่งลงอาบเสื้อคลุมขนาดที่คนติดตามคอยรับใช้ยังถอยหนีด้วยความสะพรึงกลัว ฟางซินก้าวไปหยุดตรงหน้าบันไดซึ่งทอดตัวขึ้นไปสู่บัลลังค์ทองงาช้าง นางส่ายหน้าไปมาขณะมี่อิงซวนเซจนล้มนั่ง โลหิตมากม

  • นางมารหมื่นบุปผา   78

    “ท่านมีบุญคุณต่อข้าใยจะมิสำนึก แต่หากมิทำเช่นนี้แล้วก็มิมีวันที่จะหยุดความทะเยอทะยานของท่านได้ อภัยให้ข้าด้วย...ท่านลุง”หลวนคุนนั่งคุกเข่าและวางคันธนูลงข้างลำตัว ไป๋เจี้ยนเหยียดปากทั้งน้ำกบดวงตา“ข้ามินึก...ทั้งที่มีคนเตือนข้าแล้วว่าให้ระวังคนใกล้ตัว...ข้านึกไปมิถึง...นึกมิถึงเลยจริง ๆ ว่าที่แท้...คนใกล้ตัวก็คือ...เจ้า...”เจ้าสำนักเฟิงอี้ตาเหลือกถลนเมื่อผ่อนลมหายใจสุดท้ายด้วยมิทานทนต่อความเจ็บปวดจากดอกศรที่ปักเข้าบนอกด้านซ้ายพอดิบพอดีก่อนจะล้มตึงลงนอนคว่ำหน้าดวงตาเบิกค้างและผู้ที่ตกใจมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นมี่อิงที่ผงะงันและถอยไปเบื้องหลัง“ไป๋เจี้ยน...”จิ้นเหอครางชื่อเจ้าสำนักเฟิงอี้ที่ขาดใจตายลงต่อหน้าอย่างมิน่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ขณะฟางซินปรี่เข้าไปหา ทั้งสองกอดกันแนบแน่นราวกับได้เกิดใหม่“หลวนคุน...ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”หวังซื่อเอ่ยกับหลวนคุนแต่ไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงมี่อิงกังวานขึ้น“ถึงมิมีไป๋เจี้ยนแล้วแต่พวกเจ้าหยุดข้ามิได้ดอก!”นางมารดอกไม้เงินเหยียดยิ้มเยาะก่อนหันไปยังคนสนิทอีกสองคนที่ยังไม่ยอมออกไปจากห้องโถงใหญ่ดังคนอื่น ๆ ที่แตกตื่นวิ่งหนีออกไปเกือบสิ้น หญิงสา

  • นางมารหมื่นบุปผา   66

    ฟางซินกอดเขาตอบและจุมพิตปลายคางจิ้นเหอเบา ๆ“ถึงทำเช่นนั้นได้ข้าก็คงมิอาจทำได้ลง”“ด้วยเหตุผลอันใด”“เพราะข้ารักท่าน...ได้ยินหรือไม่เล่าว่า...ข้ารักท่าน”แม้เขาจะมิตอบกลับมาเฉกเดียวกันหากแต่หญิงสาวกลับมีความสุขและความอิ่มเอมใจยิ่งนักที่ได้เปิดเผยความนัยต่อเขาแม้รู้อวสานแห่งโชตชะตาคืบใกล้เข้ามาทุกขณะ และ

  • นางมารหมื่นบุปผา   65

    นางปรารถนาได้เอ่ยคำว่า รัก และแม่ทัพหนุ่มก็ปรารถนาอย่างเหลือล้นที่จะเอื้อนเอ่ยคำเดียวกัน หากต่างคนต่างสบประสานสายตาท่ามกลางเพลิงพิศวาสที่กระพือโหม และมีเพียงภาษากายเท่านั้นเป็นประจักษ์พยานต่อหัวใจทั้งสองที่แนบสนิทชิดกัน จิ้นเหอหอบหายใจสะท้อนและจุมพิตนางซ้ำ ๆ ขณะค่อย ๆ แทรกท่อนขาแกร่งลงตรงหว่างขาเรีย

  • นางมารหมื่นบุปผา   59

    “หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ามันรนหาที่ ที่ตายนับหมื่นมีแต่อุตส่าห์ดั้นด้นมาตายถึงพรรคมาร” จิ้นเหอเห็นเช่นนั้นก็ขบกรามดังกรอด “นี่เป็นความจริงที่คนพรรคบุปผาสวรรค์มิเคยฟังผู้ใด ฆ่าคนเป็นผักปลาจิตใจอำมหิต สมแล้วที่คนทั้งยุทธภพเกลียดชังนักหนา ที่ข้ามาก็เพื่อขอตัวหวังซื

  • นางมารหมื่นบุปผา   47

    เหมยเหม่ยแทรกขึ้นอย่างเหลืออด ยิ่งมองเห็นความชิงชังที่แสดงออกทางสายตาของแม่ทัพหนุ่มนางก็ยิ่งเดือดแค้นทว่าฟางซินกลับยกมือขึ้นห้ามผู้ติดตามของนางอย่างเยือกเย็น“ช่างเถิดเหมยเหม่ย ข้ารู้ซึ้งดีถึงความแค้นของจิ้นเหอ เขาสูญเสียคนที่เขารักเหมือนข้าที่ต้องสูญเสียพ่อและแม่”“และความแค้นต้องสางด้วยความแค้นเท่าน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status