Partager

บทที่ 4

last update Date de publication: 2025-12-31 16:24:39

๔

พื้นที่เหลือเท่าไรก็ประโคมเข้าไป

เช้าวันต่อมา…

“คุณหนูเจ้าคะ กำไลงดงามนัก เพิ่งได้รับมาใหม่หรือเจ้าคะ บ่าวไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

เสี่ยวเป่าสาวใช้คนสนิทของเกาหนี่ว์เฉินเอ่ยขึ้นในยามที่เห็นกำไลหยกขาวอมชมพูที่วางอยู่บนโต๊ะ ยามนี้นางกำลังช่วยทำผมให้คุณหนูไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาจวนเสนาบดีที่เชิญทั้งเกาหนี่ว์เฉินและเกาหนี่ว์อิงไปด้วย

เพื่อไม่ให้คุณหนูแพ้ นางบรรจงมวยผมนุ่มสลวยเป็นช่อบุปผา ปักด้วยปิ่นหยกแกะสลักเป็นรูปดอกเหมยอีกสามชิ้น ในขณะที่เสี่ยวเป่ากำลังหยิบปิ่นชิ้นที่สี่ขึ้นมาปักมวยผมมือเรียวก็ยกขึ้นห้าม

“พอแล้ว หนักศีรษะนัก ไม่เอาปิ่นแล้ว”

“แต่คุณหนูใหญ่ก็ไปด้วยนะเจ้าคะคุณหนู หากโดนทุกคนในงานเปรียบเทียบขึ้นมาจะทำอย่างไร”

คำพูดนี้ทำให้เกาหนี่ว์เฉินเห็นภาพสตรีในงานชมบุปผาปิดริมฝีปาก ซุบซิบถึงนางกับพี่สาวแล้วหัวเราะ สายตาที่มองมามีแต่ความตลกขบขันนั้นทำให้หญิงสาวตัดสินใจไม่ปักปิ่นเพียงเท่านี้

“คุณหนู เสร็จหรือยังเจ้าคะ”

ยามแม่นมเหยามาดูผลงานของบุตรสาวก็ถึงกับตะลึง ตีแขนเสี่ยวเป่าที่ปักปิ่นให้คุณหนูเยอะเพียงนี้

“เสี่ยวเป่า! เจ้าอยากให้คุณหนูโดนมองเป็นเครื่องประดับเคลื่อนที่หรือ ไยปักปิ่นให้คุณหนูเยอะเพียงนี้”

เสี่ยวเป่าโอดครวญเบา ๆ

“ท่านแม่ ตีข้าแรงเกินแล้วเจ้าค่ะ”

“สมควรโดน ใครใช้ให้เจ้าประโคมปิ่นไว้บนศีรษะคุณหนูเยอะเพียงนี้”

คำว่า ‘ใครใช้ให้’ สะกิดใจเกาหนี่ว์เฉินยิ่งแล้ว เพราะทำให้นางนึกถึงคำพูดของเหรินเฮ่าเทียน

‘ใครใช้ให้เจ้ารับของไปทั่ว!’

“บอกข้าดี ๆ ก็ได้เจ้าค่ะท่านแม่ ไม่ถูกใจตรงไหนข้าจะแก้ให้ ไม่เห็นต้องลงมือหนักเพียงนี้”

แม่นมเหยามองข้ามท่าทางลูบแขนขึ้นลงตรงที่โดนตบเบา ๆ เกาหนี่ว์เฉินมองสถานการณ์ผ่านกระจก ความรู้สึกของสาวใช้คนสนิทนางเข้าใจอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง คนที่ทำอะไรก็ไม่ถูกใจใคร เช่นยามที่นางทำอะไรก็ขัดหูขัดตาเหรินเฮ่าเทียนไปเสียหมด

“ข้าชอบแบบนี้ แม่นมเหยาอย่าตำหนินางเลย”

เกาหนี่ว์เฉินเองก็รู้สึกว่าแบบนี้เยอะไปหน่อย แต่เพื่อให้สาวใช้คนสนิทได้รับคำชมจากมารดาของตัวเองบ้าง นางถึงตอบสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกทั้งยังแสดงออกว่าพอใจเป็นอย่างมาก

“หากคุณหนูมั่นใจและพอใจ นมก็ไม่ขัดเจ้าค่ะ”

แม่นมเหยาตวัดสายตาไปมองหน้าบุตรสาว ถลึงตาใส่นางไปหนึ่งครั้ง

“รอดตัวไป!”

คำนี้ไม่ควรจะเป็นคำชม แต่เสี่ยวเป่ากลับดีใจจนยิ้ม เกาหนี่ว์เฉินเห็นเช่นนั้นดวงตาพลันเป็นประกาย แต่เมื่อแม่นมเหยามองมา นางก็หลุบตาลงแล้วยื่นมือไปหยิบกำไลหยกขาวมาสวมข้อมือเอาไว้

“คุณหนู กำไลนี่…”

แม่นมเหยาตกใจเมื่อเห็นกำไลหยกขาวชมพูอันคุ้นตา หลงคิดไปแล้วว่าเป็นของ…

“ไม่ใช่ของท่านแม่ แค่คล้ายกันเท่านั้น”

เพราะเช่นนี้ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็ไม่ยอมคืนกำไลให้กั๋วกงฟู่เหริน ต่อให้นี่จะเป็นของที่คล้ายคลึงกันก็ตาม

“ที่แท้ก็เป็นของคล้ายกัน ว่าแต่คุณหนูเอากำไลมาจากไหนหรือเจ้าคะ”

“กั๋วกงฟู่เหรินให้มาเมื่อวาน”

ร่างบางหยัดกายขึ้นเต็มความสูง หมุนตัวเองอยู่หน้ากระจกครู่หนึ่งก็เดินนำทุกคนออกไปจากห้องนอน

“ไปเถอะ! ใกล้ได้เวลาแล้ว”

เสี่ยวเป่าคนที่จะติดตามคุณหนูไปในวันนี้รับคำ เดินตามเกาหนี่ว์เฉินไปจนกระทั่งมาถึงหน้าจวน นางมองผลงานการจับสีเสื้อผ้าให้คุณหนูที่ด้านในชุดตัวในเป็นสีชมพูเข้ม ตัวนอกเป็นสีชมพูอ่อน ปักลายบุปผาช่อใหญ่ เด่นสะดุดตาทั้งชุดทั้งเครื่องประดับบนศีรษะ

คราวนี้จะบอกว่าไม่เด่นไม่ได้แล้ว

“อะ!”

เสี่ยวเป่าหลุดเสียงร้องเบา ๆ เพราะเกือบเดินชนเกาหนี่ว์เฉินที่อยู่ ๆ ก็หยุดเดิน

เมื่อเสี่ยวเป่ามองไปตามสายตาคุณหนูก็เห็นว่าดวงตาคู่งามกำลังจัับจ้องร่างบางของเกาหนี่ว์อิงที่กำลังก้าวข้ามธรณีประตูใหญ่

ตามธรรมเนียมแล้วภรรยาหลวงและบุตรเท่านั้นถึงจะสามารถเดินเข้าออกประตูใหญ่ได้ คนที่ละเว้นธรรมเนียมนี้ก็คือท่านพ่อผู้แสนดีของนาง เขาอ้างว่าเกาหนี่ว์อิงสูญเสียมารดาตั้งแต่ยังเด็ก ยอมผ่อนปรนให้เกาหนี่ว์อิงทัดเทียมกับบุตรภรรยาเอกทุกอย่าง

เกาหนี่ว์เฉินอดเสียดสีบิดาในใจไม่ได้ว่า คนที่สูญเสียมารดาไปตั้งแต่เล็กไม่ได้มีเพียงเกาหนี่ว์อิงเท่านั้น…

แต่เป็นนางด้วย!

“หนี่ว์เฉินมาแล้วหรือ”

เกาหนี่ว์อิงส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้น้องสาวแต่กลับได้รับใบหน้าเรียบเฉยตอบกลับมาแทน

ไม่พอยามที่เกาหนี่ว์เฉินก้าวเท้าข้ามธรณีประตูออกมา นางยังไม่เหลือบแลพี่สาว ก้าวขึ้นรถม้าก่อนโดยไม่แม้แต่จะทักทาย ทำใบหน้าที่ติดรอยยิ้มเมื่อครู่ค่อย ๆ เลือนหาย

“คุณหนู…”

เสี่ยวหรานสาวใช้คนสนิทของเกาหนี่ว์อิงแสดงท่าทางไม่พอใจแทนเจ้านาย แต่ก็ได้รับการส่ายหน้าเบา ๆ มาจากเกาหนี่ว์อิง

“ไปเถอะ”

เสี่ยวหรานเก็บท่าทางฮึดฮัด เดินไปข้างรถม้า ยื่นมือให้คุณหนูจับตอนที่เหยียบตั่งขึ้นไปนั่งบนรถม้า

เกาหนี่ว์เฉินนั่งกอดอกหลับตา นางเรียนรู้วิธีนี้มาจากเหรินเฮ่าเทียน เมื่อใดที่ต้องโดยสารม้ากับคนที่ทำให้รู้สึกอึดอัดก็หลับตาใส่เสียเลย

รถม้าเริ่มเคลื่อนไปตามทาง…

“หนี่ว์เฉิน วันนี้แต่งกายงดงามนัก ปิ่นประดับศีรษะมีแต่เล่มงาม ๆ หาได้ยากในเมืองหลวง”

ข้าเข้าใจความรู้สึกเฮ่าเทียนเกอแล้ว

เกาหนี่ว์เฉินจำต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อพี่สาวอายุห่างกันเพียงเดือนเท่านั้นชวนสนทนา

“ท่านตาส่งมาให้”

เกาหนี่ว์เฉินตอบกระชับ ข้อมูลถูกต้องไม่แต่งเติม ดวงตาคู่เฉี่ยวจับจ้องใบหน้าหวานที่ยังคงหน้าม้าไว้เช่นเดิม

วันนี้เกาหนี่ว์อิงมาในชุดสีเขียวที่ด้านในถัดจากชุดตัวในสีขาวเป็นสีเขียวตั๊กแตน ชุดตัวนอกสุดเป็นสีเขียวอ่อน เนื้อผ้าบางปักลายบุปผาไว้ตรงไหล่และแขนเสื้อ

ยามยกมือขึ้นทีจะเห็นความงามของลายปักประณีตในด้ายสีขาว ใช้สายขาดเอวเป็นสีไข่ โดยรวมแล้วเรียบร้อยอ่อนหวาน ปักเครื่องประดับศีรษะเพียงหวีสับไว้ตรงมวยผมตรงกลาง เก็บผมเรียบร้อยปักป่ินเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น

ภาพลักษณ์โดยรวมแล้วดูอ่อนเยาว์กว่าเกาหนี่ว์เฉิน!

อาจเป็นเพราะเกาหนี่ว์เฉินปล่อยผมแล้วรวบไว้ครึ่งหนึ่งทำเป็นช่อบุปผาจึงดูเป็นสาวกว่าเกาหนี่ว์อิงที่มวยคล้ายเด็กสาวตัวน้อย ทั้งที่ผ่านวัยปักปิ่นมาสามปีแล้ว

“ดูงดงามนัก ท่านตาของเจ้าใส่ใจยิ่ง ส่งเครื่องประดับมาให้แต่ละชิ้นมีแต่งดงามควรเมือง”

ท่านตาของเกาหนี่ว์เฉินเป็นพ่อค้าอัญมณีที่เดินทางไปทั่วแผ่นดินใหญ่เพื่อค้าขายอัญมณีโดยพาบุตรสาวไปด้วย

เกาอวี้หมิงพบรักกับมารดาเกาหนี่ว์เฉินก่อนที่เขาจะสอบติดสำนักหมอหลวง เกาอวี้หมิงมีวันนี้ได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการสนับสนุนของพ่อตา!

“ข้าให้สักชิ้นดีหรือไม่ โตจนจะออกเรือนได้อยู่แล้วยังทำผมเหมือนเด็กน้อย”

เสี่ยวเป่าส่งสีหน้าเหนือกว่าเสี่ยวหรานทันทีเพราะได้รับคำชมจากคุณหนูไม่พอ คุณหนูของนางยังเสียดสีคนอื่นกลับไปด้วย นางจึงรู้สึกเหนือเสี่ยวหรานอยู่ขั้นหนึ่ง

เสี่ยวหรานเห็นเช่นนั้นก็เม้มปาก ห้ามตัวเองเป็นอย่างยิ่งไม่ให้เผลอหลุดพูดออกไปว่า ‘ใครจะเหมือนคุณหนูของเจ้า เครื่องประดับเคลื่อนที่’

“หนี่ว์เฉินมีใจแล้ว แต่นี่เป็นเครื่องประดับที่ท่านตามอบให้เจ้า ข้าไม่รับจะดีที่สุด”

“ไม่อยากรับหรือไม่ชอบเครื่องทอง ใครจะมองว่าเราแก่ก็อย่าได้ใส่ใจ ดีกว่าไปให้ใครดูถูก เพราะฉะนั้นมีเท่าไรประโคมให้เต็มที่”

เกาหนี่ว์อิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะถามถึงกำไลหยกในข้อมือน้องสาวเพราะไม่เห็นนางใส่เครื่องหยกมานานแล้ว เกาหนี่ว์เฉินมองตามสายตาพี่สาวแล้วบอกที่มา

“กั๋วกงฟู่เหรินมอบให้เมื่อวาน”

เมื่อน้องสาวเล่าเพียงเท่านี้ เกาหนี่ว์อิงก็ไม่ถามซอกแซก รถม้ากลับมาเงียบสงบอีกครั้งจนกระทั่งถึงจวนอัครมหาเสนาบดีที่ตอนนี้มีรถม้าจอดอยู่เต็มพื้นที่บริเวณหน้าจวนแล้ว

เสี่ยวเป่าลงจากรถม้าก่อนตามมาด้วยเกาหนี่ว์เฉินเสี่ยวหรานและเกาหนี่ว์อิง หน้าประตูใหญ่มีการต่อแถวตรวจเทียบเชิญ สองพี่น้องรอให้คนอื่นเข้าไปทั้งหมดก่อนเพราะไม่อยากเบียดเสียดต่อแถว

เมื่อคนน้อยแล้วถึงค่อยก้าวเดินเข้าไปหาบ่าวชาย เสี่ยวเป่ายื่นเทียบเชิญให้เขาตรวจก่อนที่จะได้รับการผายมือเชื้อเชิญเข้าไปด้านใน

“เชิญคุณหนูด้านในขอรับ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 65

    “ใช่! หากไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตรงหน้ามีอยู่จริงหรือไม่”หมับ!ว่าแล้วสุ่ยหยินเหอก็ยื่นมือไปจับใบหน้านิ่ม มือข้างซ้ายเพียงจับเบา ๆ แต่เมื่อนางทำตาโตใส่เขาเพราะความไม่ตั้งตัว เขาก็ใช้มืออีกข้างกุมแก้มนางเอาไว้“มีอยู่จริง เจ้าไม่ได้เป็นภาพลวงตา”ดวงตาที่สั่นไหวเต็มไปด้วยเคลื่อนอา

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 64

    ๖๑กำไลสีที่ข้าจะเลือกใส่ตลอดไปสุ่ยหยินเหอกำลังอยู่ในช่วงเหี่ยวเฉาที่สุดในชีวิต เขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาเกาหนี่ว์เฉินที่งานเลี้ยงน้ำชา แต่สุดท้ายเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเขาคลาดกับนางไม่ได้พบกันอีกและตั้งแต่งานเลี้ยงน้ำชาวันนั้นเขาก็ไม่เจอนางอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เหรินเฮ่าเทียนกลับเ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 63

    เสี่ยวหลีเมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ตบหน้าเสี่ยวหรานเกาหนี่ว์อิงห้ามด้วยเสียงไม่ได้ เดินเข้าไปแยกตัวทั้งสองออกจากกัน“หยุด! เสี่ยวหราน…พอแล้ว!”“นางตบบ่าวเจ้าค่ะคุณหนู หากบ่าวไม่ได้ตบนางคืน ไฟแค้นไม่มีทางทุเลาลงได้แน่เจ้าค่ะ”เสี่ยวหรานสะบัดตัวออกจากการดึงรั้งของเจ้านาย พุ่งตัวเข้าไปตบเสี่ยวหลีจนอีกฝ่าย

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 62

    ๖๐ไม่ทุบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเกาหนี่ว์เฉินเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงก็ตอบรับงานเลี้ยงจวนเสนาบดีเจียงอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชา จัดในเรือน ไม่เข้าใกล้สระน้ำเพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเช่นครั้งที่ตกสระบัว“ไม่มีแม้แต่อ่างบัว คุณหนูเจียงรอบคอบยิ่งแล้ว คงกลัวเราลงไปเล่นในสระน้ำอีกกระมัง”เก

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 61

    ๕๙นางไม่ปฏิเสธข้ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ เกาหนี่ว์เฉินไม่ออกไปไหน อยู่ใช้เวลากับท่านตาและหลานน้อยอยู่อาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มให้สาวใช้ช่วยเก็บของเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงต้าเหอป๋ายฟู่หลู่เข้าออกจวนตระกูลเถี่ยแทบทุกวัน แต่ไม่เจอตัวเกาหนี่ว์เฉินเลยสักหนสุ่ยหยินเหอมาเดินเล่นที่ทุ่งนาบ่อยครั้ง แต่มาครั้งใ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 60

    ๕๘เลือกใครก็สวมกำไลสีนั้นเกาหนี่ว์เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะประทินโฉมให้เสี่ยวเป่าช่วยหวีผมให้ก่อนนอน ส่วนนางนั่งมองกล่องเครื่องประดับสามกล่อง มีกำไลหยกสามวงวางอยู่ในนั้นสามวงสามสี…ขาว แดง เขียว!“คุณหนูจะทำอย่างที่คุณชายป๋ายกล่าวหรือไม่เจ้าคะ สวมกำไลวงใดเลือกคุณชายคนนั้น”“สวมกำไลก็แค่กุศโลบายที่อยากไ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 28

    “เช่นนั้นเรากลับไปเมื่อไร ข้าจะพูดถึงเรื่องถอนหมั้นกับท่านแม่ แต่ข้ายังอยากขอโอกาสให้ได้อยู่ในชีวิตของเจ้า ข้าจะไม่หวงก้าง จะเข้าหาในจังหวะที่เจ้าเปิดโอกาส จะไม่ทำให้เจ้าอึดอัดใจ” คำว่าจะคือสิ่งแทนอนาคต เช่นนั้นข้าควรให้โอกาสเขาได้ลองพยายามดูดีหรือไม่ “ข้า…” ข้าจะให้โอกาสเขาดีหรื

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 36

    ๓๔ดีใจที่มีคนเป็นห่วงเพิ่มมาหนึ่งคนระหว่างที่เหรินเฮ่าเทียนกำลังทำหน้าที่เป็นหมอรักษาคนอยู่นั้น เกาหนี่ว์เฉินก็พาสุ่ยหยินเหอมานั่งรอที่กระโจมรับแขก“เมื่อคืนเจ้านอนที่นี่หรืออาเฉิน”“ใช่ นอกจากกระโจมนี้ก็ไม่มีที่อื่นอีกแล้ว”สายตาที่กำลังสำรวจรอบกระโจมอยู่ชะงักทันทีเมื่อคิดว่าเหรินเฮ่าเทียนก็อยู่ท

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 37

    ๓๕เมื่อโดนกันออกเป็นพี่ชายคนหนึ่งเหรินเฮ่าเทียนสอนเคล็ดวิธีต้มยาสมุนไพรแก่อาลา ให้ผู้ป่วยดื่มยาหม้อแรกเสร็จแล้วก็เดินออกจากกระโจมประมุขเผ่าออกมาด้านนอกที่ตอนนี้พระอาทิตย์โผล่พ้นเหนือภูเขา ส่องแสงอ่อน ๆ ไล่ไอหมอกที่ปกคลุมพื้นที่ป่าไม่บ่อยนักที่เขาจะได้สัมผัสไอหมอกใกล้ชิดเช่นนี้ในขณะที่กำลังชื่นชม

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 58

    ๕๖มาทีหลังใช่ว่าจะทำคะแนนมิได้เหรินเฮ่าเทียนในฐานะที่เป็นหมอคนเดียวในจวนนี้รีบเก็บความเสียใจเอาไว้ เดินเข้ามาหาสาวใช้ ทวนคำพูดที่จับได้จากประโยคเมื่อครู่“เลือดหรือ”“เจ้าค่ะคุณชาย ฟู่เหรินตกเลือดเจ้าค่ะ”เถี่ยซือไม่มีเวลาคิดมากแล้ว เชิญเหรินเฮ่าเทียนไปตรวจอาการของภรรยา“เหรินไท่ยี หากข้าเชิญท่านไ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status