Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2025-12-31 16:24:10

ใครใช้ให้เจ้า….ฮึ่ม!

ทางด้านเหรินเฮ่าเทียนเริ่มการตรวจวัดชีพจรให้กับซื่อจื่อสุ่ยหยางเจียง

ส่วนทางด้านเกาหนี่ว์เฉินนั้นกำลังจิบน้ำชารอคู่หมั้นจนกระเพาะนางเต็มไปด้วยน้ำชาแล้ว

กั๋วกงฟู่เหรินเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าให้สาวใช้ เร็วทันใจ สาวใช้ก็ถือสิ่งที่เตรียมเอาไว้มามอบให้สตรีวัยกลางคน เกาหนี่ว์เฉินดวงตาจับจ้องของในมือกั๋วกงฟู่เหริน คาดเดาความคิดและท่าทางของสตรีวัยกลางคนในใจ

ติดสินบนข้าหรือ

“คุณหนูรองเกา ข้าได้หยกน้ำงามจากทางเหนือมา จะใส่เองก็ดูขัดกับอายุ ครั้นจะมอบให้บุตรหลานบ้านตัวเองก็ไม่มีใครเป็นสตรี ผิวคุณหนูเกาเนียนดั่งหยกขาวเหมือนงาช้าง มอบให้คนที่คู่ควรในใจก็ไม่เสียดายแล้ว”

เกาหนี่ว์เฉินเหลือบตามองกำไลหยก

ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับเมื่อเห็นหยกสีขาวอมชมพู สีที่นางไม่เคยมีในการครอบครองมาก่อน

กั๋วกงฟู่เหรินเห็นเช่นนั้นมุมปากพลันผุดยิ้ม ยื่นกำไลให้เข้าใกล้สาวน้อยมากขึ้น เกาหนี่ว์เฉินรีบยื่นมือไปรับเอาไว้แล้วสวมเลยตรงนี้

เรื่องนี้อยู่เหนือความคาดหมายกั๋วกงฟู่เหรินนิดหน่อย เมื่อหญิงสาวมองมาก็มอบรอยยิ้มกว้างให้

“งามมาก เข้ากับคุณหนูที่สุด”

เกาหนี่ว์เฉินยกแขนขึ้นให้แดดส่อง ยิ่งใส่ยิ่งชอบ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกงามตัดกับผิวได้ดี

“เข้ากันจริง ๆ ด้วย”

ร่างเพรียวบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ย่อกายลงทำความเคารพกั๋วกงฟู่เหริน เอ่ยขอบคุณเสียงอ่อนหวาน

“ขอบคุณฟู่เหริน ข้าจะใช้อย่างดีเลยเจ้าค่ะ”

“คุณหนูนั่ง”

กั๋วกงฟู่เหรินรับคำขอบคุณแล้ว

นางเห็นหญิงสาวกำลังดีใจจึงพูดเรื่องที่เป็นจุดประสงค์หลักของวันนี้

“หากวันหน้าจวนกั๋วกงชวนคุณหนูเกามาจิบชาทาน ขนมที่นี่คงไม่ปฏิเสธคำเชิญใช่หรือไม่”

เกาหนี่ว์เฉินพยักหน้ารับไปส่ง ๆ ตอนนั้นนางยังไม่ได้คิดอันใด กอปรกับมีสาวใช้เดินมาบอกนางว่าเหรินเฮ่าเทียนรออยู่ที่หน้าจวนแล้ว กั๋วกงฟู่เหรินถึงได้ปล่อยนางไป

หน้าจวน…

“กำไลมาจากไหน!”

ประโยคแรกที่เหรินเฮ่าเทียนถามนางก็เป็นการถามกึ่งตวาดแล้ว

“กั๋งกงฟู่เหรินให้เจ้าค่ะ นางยังบอกข้าอีกด้วยว่าหากครั้งต่อไปเชิญมาจิบชาทานขนมที่นี่ หวังว่าข้าจะไม่ปฏิเสธ”

รอยยิ้มงดงามเริ่มอันตรธานเพราะสีหน้าที่กำลังเก็บกดความโกรธของชายหนุ่ม ตอนนี้เองที่นางเริ่มรู้ตัวว่าการรับกำไลและตอบรับคำชวนจากกั๋งกงฟู่เหรินคือสิ่งที่ไม่ควร

เหรินเฮ่าเทียนเก็บอารมณ์ความโกรธเอาไว้ ดึงแขนนางให้ขึ้นไปบนรถม้าก่อนแล้วค่อยขึ้นมาตามหลัง ออกคำสั่งคนบังคับรถม้าเสียงเข้ม

เมื่อรถม้าออกตัวก็ระเบิดใส่นาง…

“ใครใช้ให้เจ้ารับของไปทั่ว!”

เกาหนี่ว์เฉินสะดุ้งเฮือก ไม่ได้ตั้งตัวว่าจะได้รับการตวาดใส่เช่นนี้จากชายหนุ่ม

“ไยต้องตวาดใส่ข้าด้วย”

“เพราะเจ้าไม่รู้เรื่อง ทุกอย่างต้องมีการแลกเปลี่ยน เจ้ารับกำไลนางมาแล้ว คิดหรือยังว่าจะคืนอะไรให้นางไป”

เกาหนี่ว์เฉินจับกำไลไว้แน่น จะให้คืนอันใดก็ได้ แต่นางจะไม่ยอมส่งกำไลข้อมือคืนแน่

ท่าทางเช่นนี้ยิ่งทำให้เหรินเฮ่าเทียนโมโห ยื่นมือไปบีบข้อมือนางข้างที่สวมกำไล

“โอ๊ย~ข้าเจ็บเจ้าค่ะ!”

“เจ็บก็ดีจะได้ไม่ต้องเอาตัวเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“เรื่องอันใดเจ้าคะ ข้ายังไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่างก็โดนท่านโมโหใส่เช่นนี้แล้ว ข้าก็ต้องมีสิทธิ์รู้หรือไม่!”

เหรินเฮ่าเทียนสูดหายใจเข้าลึก สะบัดข้อมือเล็กทิ้งไปแล้วกอดอกหลับตา ข่มกลั้นอารมณ์

“เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”

เอา! แล้วข้าก็โดนอารมณ์เสียใส่ไปทั้งอย่างนี้หรือ

“เพราะไม่รู้อันใดสักอย่างถึงได้รับกำไลมา…ทำไมเจ้าคะ! หรือเป็นกำไลติดสินบน”

เหรินเฮ่าเทียนลืมตา ในตอนนั้นเองที่หญิงสาวได้ข้อสรุป ในหัวใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งแล้วโยนหินถามทาง

“หรือฝู่กั๋งกงรั้งเฮ่าเทียนเกอเอาไว้เพื่อกระทำการบางอย่างเช่น…ตรวจร่างกาย”

ม่านตาชายหนุ่มขยายขึ้น ตอนนี้เองที่เกาหนี่ว์เฉินได้ข้อสรุป ยิ่งเขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธนางยิ่งมั่นใจในคำสันนิษฐานของตัวเอง

“เจ้าไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้ เป็นอันว่า…หากกั๋วกงฟู่เหรินมอบอะไรให้ห้ามรับเป็นอันขาด ส่วนกำไลนี่ก็เอาไปคืนเสีย ข้าจะหาอันใหม่ให้”

“ไม่เจ้าค่ะ รับมาแล้ว ส่งคืนไปไม่เสียน้ำใจแย่หรือ อีกอย่างจวนนั้นจะคิดอย่างไรที่ข้าปฏิเสธน้ำใจ นี่ไม่ใช่หมายถึงเฮ่าเทียนเกอก็ปฏิเสธให้การช่วยเหลือด้วยหรือ”

เหรินเฮ่าเทียนนิ่งไปเพราะที่หญิงสาวกล่าวมาก็ไม่ใช่ว่าจะผิดไปเสียทีเดียว

“หึ! เห็นแก่ได้”

แม้จะไม่บังคับนางเอาของไปคืนแล้ว แต่เขาก็ยังปากร้ายใส่นาง หญิงสาวเพิกเฉยในท่าทางของเขา ขอเพียงนางไม่ต้องคืนของ เขาจะทำสิ่งใดต่อนางได้ทั้งนั้น

ภายในรถม้าตกอยู่ในความเงียบเพราะชายหนุ่มหลับตากอดอก ท่าทางที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี่ยงการสนทนากับหญิงสาว

หากเป็นก่อนหน้านี้เกาหนี่ว์เฉินย่อมรู้สึกอึดอัดกับท่าทางของเขาอยู่บ้าง แต่วันนี้นางอารมณ์ดีที่ได้รับกำไลข้อมือ ถอดกำไลออกจากข้อมือแล้วขัด ๆ ถู ๆ อยู่เช่นนั้น

เหรินเฮ่าเทียนที่รู้สึกบรรยากาศในรถม้าเงียบไป ไม่เหมือนทุกครั้งที่นั่งรถม้าด้วยกันแล้วนางมักจะชวนสนทนาเขาจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก็เห็นว่าความสนใจของนางทั้งหมดอยู่ที่กำไลหยกขาวอมชมพูในมือ

ชอบจนยอมสงบปากสงบคำเลยหรือ

“อะแห่ม!”

ชายหนุ่มกระแอมหนึ่งครั้งเรียกความสนใจ เกาหนี่ว์เฉินจึงละความสนใจจากการขัดกำไลชั่วครู่ เหลือบตาขึ้นมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าตั้งคำถาม

“ก็แค่กำไลหยกทั่วไป แม้สีจะหายากหน่อย แต่เจ้าต้องหลงใหลเพียงนี้เชียวหรือ”

“ของใหม่ก็ต้องเห่อเป็นธรรมดา”

“อ้อ! หากเก่าแล้วเจ้าก็ไม่สนใจใช่หรือไม่”

เกาหนี่ว์เฉินเอียงคอคิด

“ก็อาจจะสนใจอยู่ แต่สนใจน้อยลง ส่วนกำไลวงนี้ก็คงสนใจไปอีกนานเลยเจ้าค่ะ” ว่าแล้วนางก็เริ่มการขัดกำไลต่อ ไม่พอยังอ้าปากออกแล้วพ่นลมร้อนใส่ให้กำไลพอชื้น เมื่อขัดจะได้เงาขึ้น

เหรินเฮ่าเทียนเห็นเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา

แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาก็หายไป!

“ทำไม”

“เฮ่าเทียนเกอหัวเราะเพราะข้าหรือเจ้าคะ”

คำถามนี้ทำเขาชะงักไป ชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจในตัวเองเช่นกัน แต่ใจเป็นอย่างไรเขาไม่สนใจเพราะเขาจะไม่ยอมจนมุมเป็นอันขาด

“ใช่ ตลกคนที่เห็นแก่สิ่งของนอกกาย ไม่พอ…ยังมิใช่ของตัวเองอีกด้วย!”

ข้าสดใสของข้าอยู่ดี ๆ เป็นเขามาทำลายความสดใสของข้าอีกจนได้

“พูดกับข้าดี ๆ บ้างมิได้หรือเจ้าคะ”

“...”

“แค่พูดกับข้าดี ๆ สักประโยคมันพูดยากนักหรือ กับคนอื่นเหตุใดถึงมีแต่คำพูดดี ๆ ให้ แต่กับข้า…” เกาหนี่ว์เฉินไม่พูดต่อ เม้มปากแน่นสะกดกลั้นอารมณ์น้อยใจที่ชายหนุ่มเห็นแล้วใจวูบโหวงไปครู่หนึ่ง

“กับเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดดี ๆ ด้วย ไม่ต้องมาบีบน้ำตาใส่ข้า สตรีเช่นเจ้าไม่คู่ควรกับน้ำตาที่สุด ข้าไม่หวั่นไหวให้กับน้ำตาของเจ้าแน่”

เกาหนี่ว์เฉินกะพริบตาไล่น้ำตา นั่งเม้มปากหายใจเข้าออกแรงตลอดทั้งทางจนกระทั่งถึงจวนตระกูลเกา

เหรินเฮ่าเทียนเตรียมลงจากรถม้าไปส่งนางเหมือนทุกที ทว่าหญิงสาวกลับชิงเขาลงก่อน จังหวะลุกขึ้นเกือบชนกันจนเขาต้องเป็นฝ่ายนั่งลงที่เดิม

“ไม่ต้องไปส่งเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากเห็นหน้าท่านแล้ว”

ประโยคนี้ของนางทำชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง จนกระทั่งตั้งสติได้แล้วเขาก็แค่นยิ้ม

“เหอะ! คิดว่าข้าอยากไปส่งเจ้านักหรือ เป็นแบบนี้ก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องฝืน”

เหรินเฮ่าเทียนออกคำสั่งให้คนบังคับรถม้าออกรถได้

เกาหนี่ว์เฉินที่คาดหวังให้เขาลงจากรถม้ามางอนง้อนางถึงกับหน้าสั่น

“บุรุษบ้า! แกล้งเข้าใจหรือไม่เข้าใจกันแน่ สตรีบอกว่าไม่อยากเห็น เหตุใดยังไม่รีบมาง้อ”

เกาหนี่ว์เฉินกระทืบเท้าเร่า ๆ อยู่หน้าจวน เวรยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูใหญ่ลอบมองหน้ากัน จนกระทั่งคุณหนูของจวนตวัดสายตามามอง พวกเขาถึงได้หลุบตาลงต่ำไม่สบตา ภาวนาให้ตัวเองกลืนไปกับประตูจนคุณหนูรองไม่รับรู้การคงอยู่ เพราะหากคุณหนูเห็นแล้วขัดตา หลับหูหลับตาลงโทษขึ้นมาได้เดือดร้อนกันถ้วนหน้า

“อยากจะกรี๊ดให้เสียงแตก บุรุษอะไรทำให้อารมณ์เสียได้ตลอด แต่งกันไปจะรอดหรือไม่ ข้าไม่เป็นบ้าตายพอดีหรือ อะ…” เกาหนี่ว์เฉินกรี๊ดได้เพลงครึ่งเสียงเท่านั้นก็เงียบไป “ไม่เอา ไม่กรี๊ดแล้ว เหนื่อย เจ็บคอ”

เกาหนี่ว์เฉินลูบคอตัวเองแล้วเดินผ่านประตูที่เวรยามทั้งสองเปิดเอาไว้ให้ ผ่านชายหนุ่มทั้งสองไปโดยที่ไม่ได้ออกคำสั่งใดทั้งสิ้น ดวงตาสองคู่สานสบกันอีกครั้งก่อนที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 65

    “ใช่! หากไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตรงหน้ามีอยู่จริงหรือไม่”หมับ!ว่าแล้วสุ่ยหยินเหอก็ยื่นมือไปจับใบหน้านิ่ม มือข้างซ้ายเพียงจับเบา ๆ แต่เมื่อนางทำตาโตใส่เขาเพราะความไม่ตั้งตัว เขาก็ใช้มืออีกข้างกุมแก้มนางเอาไว้“มีอยู่จริง เจ้าไม่ได้เป็นภาพลวงตา”ดวงตาที่สั่นไหวเต็มไปด้วยเคลื่อนอา

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 64

    ๖๑กำไลสีที่ข้าจะเลือกใส่ตลอดไปสุ่ยหยินเหอกำลังอยู่ในช่วงเหี่ยวเฉาที่สุดในชีวิต เขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาเกาหนี่ว์เฉินที่งานเลี้ยงน้ำชา แต่สุดท้ายเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเขาคลาดกับนางไม่ได้พบกันอีกและตั้งแต่งานเลี้ยงน้ำชาวันนั้นเขาก็ไม่เจอนางอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เหรินเฮ่าเทียนกลับเ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 63

    เสี่ยวหลีเมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ตบหน้าเสี่ยวหรานเกาหนี่ว์อิงห้ามด้วยเสียงไม่ได้ เดินเข้าไปแยกตัวทั้งสองออกจากกัน“หยุด! เสี่ยวหราน…พอแล้ว!”“นางตบบ่าวเจ้าค่ะคุณหนู หากบ่าวไม่ได้ตบนางคืน ไฟแค้นไม่มีทางทุเลาลงได้แน่เจ้าค่ะ”เสี่ยวหรานสะบัดตัวออกจากการดึงรั้งของเจ้านาย พุ่งตัวเข้าไปตบเสี่ยวหลีจนอีกฝ่าย

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 62

    ๖๐ไม่ทุบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเกาหนี่ว์เฉินเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงก็ตอบรับงานเลี้ยงจวนเสนาบดีเจียงอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชา จัดในเรือน ไม่เข้าใกล้สระน้ำเพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเช่นครั้งที่ตกสระบัว“ไม่มีแม้แต่อ่างบัว คุณหนูเจียงรอบคอบยิ่งแล้ว คงกลัวเราลงไปเล่นในสระน้ำอีกกระมัง”เก

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 61

    ๕๙นางไม่ปฏิเสธข้ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ เกาหนี่ว์เฉินไม่ออกไปไหน อยู่ใช้เวลากับท่านตาและหลานน้อยอยู่อาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มให้สาวใช้ช่วยเก็บของเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงต้าเหอป๋ายฟู่หลู่เข้าออกจวนตระกูลเถี่ยแทบทุกวัน แต่ไม่เจอตัวเกาหนี่ว์เฉินเลยสักหนสุ่ยหยินเหอมาเดินเล่นที่ทุ่งนาบ่อยครั้ง แต่มาครั้งใ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 60

    ๕๘เลือกใครก็สวมกำไลสีนั้นเกาหนี่ว์เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะประทินโฉมให้เสี่ยวเป่าช่วยหวีผมให้ก่อนนอน ส่วนนางนั่งมองกล่องเครื่องประดับสามกล่อง มีกำไลหยกสามวงวางอยู่ในนั้นสามวงสามสี…ขาว แดง เขียว!“คุณหนูจะทำอย่างที่คุณชายป๋ายกล่าวหรือไม่เจ้าคะ สวมกำไลวงใดเลือกคุณชายคนนั้น”“สวมกำไลก็แค่กุศโลบายที่อยากไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status