แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 16:25:16

ในยามคับขันเลือกที่จะช่วยใคร

งานชมบุปผาวันนี้เต็มไปด้วยดอกกุหลาบเฉียงเวยสีชมพูหวานตามชื่อคุณหนูเจียงเฉียงเวย บุตรสาวของอัครมหาเสนาบดีเจียง

“หอมที่ถูกต้อง ตอนตั้งใจดมไม่ได้กลิ่น แต่พอไม่ได้ตั้งใจดมแล้วได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ บ่าวชอบกลิ่นแบบนี้เจ้าค่ะคุณหนู”

“ข้าก็ชอบ”

เกาหนี่ว์เฉินพยักหน้ารับเบา ๆ ขณะเดียวกันดวงตาก็กวาดมองไปโดยรอบชมบรรยากาศของงานและสีหน้าเบิกบานใจของทุกคน

งามชมบุปผาจัดขึ้นบริเวณสระบัว จุดความสนใจของทุกคนในตอนนี้คือกลางสระบัวที่มีศาลาหลังน้อยตั้งเอาไว้ เจียงเฉียงเวยยามนี้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางคุณหนูบุตรีขุนนาง สตรีบางคนมาเพื่อชมดอกกุหลาบที่แข่งกันอวดโฉมความงาม แต่คนในศาลานั้นมาเพื่อผูกมิตรกับบุตรสาวอัครมหาเสนาบดี

“หนี่ว์เฉิน เราอยู่บริเวณนี้เถิด ไม่ต้องเข้าไปในศาลานั้นหรอก” เกาหนี่ว์อิงเห็นคุณหนูสูงศักดิ์มากมายแล้วไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้

เกาหนี่ว์เฉินเองก็เห็นด้วยเช่นกันจึงพยักหน้ารับ ทั้งสี่ยืนชมดอกกุหลาบเฉียงเวยอยู่บริเวณนี้ ยังไม่ได้รับความสนใจจากใคร ทั้งยังไม่สนใจที่จะสนทนากับใครด้วย

สองพี่น้องตระกูลเกาเป็นบุตรสาวของหัวหน้าหมอหลวงที่ไม่ได้มีอำนาจในราชสำนักแต่ก็ไม่อาจไม่ผูกมิตรเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงต้องส่งเทียบเชิญไปให้ เท่านี้ก็เป็นการให้เกียรติมากแล้ว

เจียงเฉียงเวยแม้จะเห็นสองสาวจากตระกูลเกาเดินเข้ามาในงานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจทั้งยังไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว มองทั้งคู่ผ่าน ๆ จนกระทั่งได้ยินคำพูดนี้

“นั่นตู้เครื่องประดับเคลื่อนที่หรือไม่ เหตุใดประโคมปักปิ่นเต็มศีรษะเช่นนั้น”

“นั่นสิ คงไม่ได้อยากจะแย่งความสนใจกระมัง”

คำพูดซุบซิบนินทาจากสตรีสองคนลอยเข้าหูเจียงเฉียงเวย ในตอนนั้นเองที่ดวงตาคู่งามแต่งแต้มสีชมพูรอบดวงตาตวัดไปมองสตรีที่เป็นหัวข้อการสนทนา

พิศดูนางอย่างละเอียดมากขึ้นก็เห็นด้วยว่าเกาหนี่ว์เฉินในตอนนี้…เหมือนตู้เครื่องประดับเคลื่อนที่!

“ข้าได้ยินว่าท่านตาของเกาหนี่ว์เฉินเป็นพ่อค้าอัญมณีแคว้นต้าจิน ปักปิ่นมาเพื่อแสดงฐานะ คงกลัวใครไม่รู้ว่าตาเป็นคหบดีผู้มั่งคั่งกระมัง”

เกาหนี่ว์เฉินเช่นนั้นหรือ…หึ! แค่ชื่อก็ตั้งเป็นนางเซียนแล้ว ข้าไม่แปลกใจเลยที่เห็นนางประโคมปักปิ่นมาเต็มศีรษะเช่นนี้

“…คุณหนูเจียงดูให้ความสนใจสองคนนั้น”

เจียงเฉียงเวยตวัดสายตามามองคุณหนูบุตรสาวขุนนางที่นางไม่ทราบชื่อ

“ทุกคนดูให้ความสนใจนาง ปิ่นบนศีรษะนางสะดุดตาข้าไม่น้อย”

เมื่อดาวเด่นของงานให้ความสนใจใคร ทุกคนก็ย่อมให้ความสนใจด้วย บางคนที่หวังมาผูกมิตรกับบุตรีขุนนางชั้นผู้ใหญ่แอบอิจฉาสตรีตระกูลเกาที่ดึงดูดความสนใจจากคุณหนูเจียงได้ หนึ่งในนั้นคือพานอันเหว่ย คุณหนูที่มาจากตระกูลหมอหลวงเช่นกัน แต่บิดาของนางเป็นรองเจ้ากรมหมอหลวง

คนที่แอบเป็นคู่แข่งของเกาอวี้หมิงมาตลอด!

“ข้าไปชวนนางมาทางนี้ดีหรือไม่คุณหนูเจียง เราสองคนค่อนข้างสนิทกันเจ้าค่ะ”

“คุณหนูคือ…”

พานอันเหว่ยหน้าเสียเล็กน้อย เพราะสนทนากันมาครู่หนึ่งแล้ว เจียงเฉียงเวยไม่รู้จักนามนางไม่พอ

ยังไม่ถามไถ่อีก!

“ข้าพานอันเหว่ยเจ้าค่ะ”

“อ้อ ที่แท้ก็มาจากตระกูลหมอหลวงเช่นกัน มากันสองคนพี่น้อง ไม่มีใครสนทนาด้วยคงเหงาน่าดู”

พานอันเหว่ยสีหน้าดีขึ้นเพราะอย่างน้อยเจียงเฉียงเวยก็ยังรู้ว่านางมาจากตระกูลหมอหลวง

“เช่นนั้นข้าขอตัวไปชวนนางก่อนเจ้าค่ะ”

พานอันเหว่ยผงกศีรษะให้เจียงเฉียงเวยเล็กน้อย

ในจังหวะที่นางเดินออกจากกลุ่มไปนั้นได้มีเท้าหนึ่งยื่นออกมาขัดขานางเอาไว้

“กรี๊ด!”

ตู้ม~

แล้วนางก็เสียจังหวะตกสระบัวไปทั้งอย่างนั้น!

“ช่วยด้วย…”

พานอันเหว่ยดำผุดดำว่ายอยู่ในสระบัว คุณหนูแต่ละคนเป็นคุณหนูในห้องหอไม่สามารถว่ายน้ำได้ ทำได้เพียงแต่เรียกให้บ่าวช่วยเท่านั้น อีกทั้งต้องไม่ใช่บ่าวชายเพื่อไม่ให้พานอันเหว่ยเสียชื่อเสียง

“…เจ้าจะไปไหนหนี่ว์อิง”

เกาหนี่ว์เฉินรีบรั้งแขนพี่สาวเอาไว้เมื่อเห็นนางพุ่งตัวเข้าไปทางสระบัว

“ช่วยคน ข้าทนมองนางโดยที่ไม่ทำอะไรไม่ได้”

“เจ้าว่ายน้ำไม่เป็น ขอเตือนว่าอย่าทำอะไรโง่ ๆ เช่นการกระโดดลงไปช่วยนาง”

“ข้าไม่ทำแบบนั้นแน่ จะยื่นมือไปช่วยเท่านั้น”

เกาหนี่ว์เฉินกลอกตา ในใจคิด…

ได้โดนดึงตกสระไปด้วยกันพอดี

“เช่นนั้นเจ้ายื่นมือให้นางจับ ข้าจะจับมือเจ้าอีกที”

เกาหนี่ว์อิงไม่มีเวลาคิดแล้ว นางพยักหน้ารับก่อนที่สองพี่น้องจะรีบวิ่งเข้าไปข้างสระบัว

เกาหนี่ว์อิงยื่นมือไปคว้าเสื้อพานอันเหว่ยโดยที่เกาหนี่ว์เฉินจับข้อมือพี่สาวไว้อีกที

ใครจะคิดว่าคนที่ตะเกียกตะกายเพื่อจะเอาชีวิตให้รอดจะแรงเยอะกว่าที่คิด

“ว้าย”

ตู้ม!

สุดท้ายก็ดึงเกาหนี่ว์อิงตกลงไปในสระ เกาหนี่ว์เฉินที่ต้านแรงไม่ไหวก็ตกลงไปในสระด้วยเช่นกัน

“คุณหนู/คุณหนู”

สองสาวใช้เรียกคุณหนูของตัวเองเสียงผสาน ร้องตะโกนขอให้คนช่วยเพราะตนก็ว่ายน้ำไม่เป็นเช่นกัน

“งานชมบุปผาของข้ากลายเป็นอะไรไปแล้ว”

เจียงเฉียงเวยหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ในตอนที่นางกำลังหาทางออกไม่ได้นั้น พี่ชายของนางเจียงหนิงชวีและสหายอีกสองคนก็กระโดดน้ำลงไปช่วยทั้งสาม

ทุกคนเริ่มเบาใจว่าสระบัวตระกูลเจียงวันนี้จะไม่ได้กลืนกินชีวิตใคร จนกระทั่งบุรุษทั้งสามพาสตรีทั้งสามขึ้นมาจากสระบัวได้ คนที่เจียงหนิงชวีช่วยขึ้นมาคือพานอันเหว่ย ซึ่งนี่ไม่ได้ทำให้ผู้คนแปลกใจเท่ากับสองคู่นี้

เกาหนี่ว์เฉินถูกสุ่ยหยินเหอช่วยเอาไว้ แต่คนที่ช่วยเกาหนี่ว์อิงคือเหรินเฮ่าเทียน

“นั่นเหรินไท่ยีคู่หมั้นคุณหนูรองเกามิใช่หรือ เหตุใดเลือกช่วยพี่สาวของคู่หมั้นตัวเองก่อน”

“เจ้าอย่าคิดมาก อาจเป็นเพราะสถานการณ์คับขัน ตอนนั้นช่วยใครได้ก็คงช่วยไปก่อน”

สองเสียงนี้สนทนากันไม่เบานัก ใครที่ยืนอยู่ข้างสระบัวล้วนได้ยินแจ่มชัดเต็มสองหู ไม่เว้นเกาหนี่ว์เฉินที่ตอนนี้กำลังมองคู่หมั้นผ่านน้ำที่เกาะอยู่กับเปลือกตา น้ำที่ทำให้คนไม่รู้ว่าตอนนี้นางกำลังน้ำตาคลออยู่

“เฮ่าเทียนเกอ…”

“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ ไปเปลี่ยนชุดก่อน”

คำพูดของหญิงสาวถูกขัดโดยคู่หมั้นหนุ่ม จากที่น้ำตานางเพียงคลอเบ้าเท่านั้น ยามนี้ได้ไหลอาบหน้าแล้ว

เช่นเคยเพราะน้ำที่เปียกใบหน้า ใครจะดูออกว่านางกำลังร้องไห้

“ทุกคนตามข้ามาทางนี้”

เจียงหนิงชวีพาทุกคนไปเปลี่ยนชุดอีกทางหนึ่ง บุรุษทั้งสามส่งมอบคุณหนูทั้งสามให้สามใช้ของพวกนาง

ในตอนนั้นเองเกาหนี่ว์เฉินถึงได้สังเกตว่าคนที่มาช่วยนางเอาไว้เป็นใคร

“ขอบคุณคุณชายรองสุ่ยเจ้าค่ะ”

สุ่ยหยินเหอส่งยิ้มให้หญิงสาวทันทีเพราะไม่คิดว่านางจะจำเขาได้

“คุณหนูรองเกาไม่ต้องเกรงใจ เห็นคนประสบภัยตรงหน้าข้าย่อมช่วยอยู่แล้ว”

คำพูดนี้สะท้อนใจคนฟังยิ่งแล้ว

ขนาดคนนอกยังมีน้ำใจต่อข้าเพียงนี้ แต่คู่หมั้นของข้ากลับเลือกที่จะช่วยคนอื่นที่ไม่ใช่คู่หมั้นของตัวเองก่อน แบบนี้เป็นการวัดจิตใจกันหรือไม่ แท้จริงแล้วข้าในใจเขา มีน้ำหนักน้อยกว่าหนี่ว์อิง

“ขอบคุณอีกครั้งเจ้าค่ะ หากมีโอกาสข้าขอเลี้ยงอาหารท่านที่หอเฟิ่งหวงหนึ่งมื้อใหญ่”

เจียงหนิงชวีเป็นสหายกับสุ่ยหยินเหอมาหลายปี เขาเตรียมคำพูดไว้ปลอบใจเกาหนี่ว์เฉินแล้ว

ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากสหาย!

“ในเมื่อคุณหนูรองมีน้ำใจ ข้าก็จะรับน้ำใจนี้เอาไว้ ได้วันเมื่อใดเชิญคุณหนูส่งเทียบเชิญมาที่จวนฝู่กั๋วกงได้ ข้าว่างเสมอ”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อหญิงสาวตอบรับ นางก็เดินตามสาวใช้ไปอีกทางหนึ่งโดยก่อนไปไม่เหลือบตาไปมองคู่หมั้นแม้แต่น้อย

เหรินเฮ่าเทียนที่เห็นแววตาผิดหวังของหญิงสาวก็ยกมือขึ้นจับหัวใจของตัวเองเอาไว้

ไยข้ารู้สึกเจ็บปวดกับสายตานางเพียงนี้
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 65

    “ใช่! หากไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตรงหน้ามีอยู่จริงหรือไม่”หมับ!ว่าแล้วสุ่ยหยินเหอก็ยื่นมือไปจับใบหน้านิ่ม มือข้างซ้ายเพียงจับเบา ๆ แต่เมื่อนางทำตาโตใส่เขาเพราะความไม่ตั้งตัว เขาก็ใช้มืออีกข้างกุมแก้มนางเอาไว้“มีอยู่จริง เจ้าไม่ได้เป็นภาพลวงตา”ดวงตาที่สั่นไหวเต็มไปด้วยเคลื่อนอา

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 64

    ๖๑กำไลสีที่ข้าจะเลือกใส่ตลอดไปสุ่ยหยินเหอกำลังอยู่ในช่วงเหี่ยวเฉาที่สุดในชีวิต เขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาเกาหนี่ว์เฉินที่งานเลี้ยงน้ำชา แต่สุดท้ายเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเขาคลาดกับนางไม่ได้พบกันอีกและตั้งแต่งานเลี้ยงน้ำชาวันนั้นเขาก็ไม่เจอนางอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เหรินเฮ่าเทียนกลับเ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 63

    เสี่ยวหลีเมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ตบหน้าเสี่ยวหรานเกาหนี่ว์อิงห้ามด้วยเสียงไม่ได้ เดินเข้าไปแยกตัวทั้งสองออกจากกัน“หยุด! เสี่ยวหราน…พอแล้ว!”“นางตบบ่าวเจ้าค่ะคุณหนู หากบ่าวไม่ได้ตบนางคืน ไฟแค้นไม่มีทางทุเลาลงได้แน่เจ้าค่ะ”เสี่ยวหรานสะบัดตัวออกจากการดึงรั้งของเจ้านาย พุ่งตัวเข้าไปตบเสี่ยวหลีจนอีกฝ่าย

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 62

    ๖๐ไม่ทุบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเกาหนี่ว์เฉินเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงก็ตอบรับงานเลี้ยงจวนเสนาบดีเจียงอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชา จัดในเรือน ไม่เข้าใกล้สระน้ำเพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเช่นครั้งที่ตกสระบัว“ไม่มีแม้แต่อ่างบัว คุณหนูเจียงรอบคอบยิ่งแล้ว คงกลัวเราลงไปเล่นในสระน้ำอีกกระมัง”เก

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 61

    ๕๙นางไม่ปฏิเสธข้ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ เกาหนี่ว์เฉินไม่ออกไปไหน อยู่ใช้เวลากับท่านตาและหลานน้อยอยู่อาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มให้สาวใช้ช่วยเก็บของเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงต้าเหอป๋ายฟู่หลู่เข้าออกจวนตระกูลเถี่ยแทบทุกวัน แต่ไม่เจอตัวเกาหนี่ว์เฉินเลยสักหนสุ่ยหยินเหอมาเดินเล่นที่ทุ่งนาบ่อยครั้ง แต่มาครั้งใ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 60

    ๕๘เลือกใครก็สวมกำไลสีนั้นเกาหนี่ว์เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะประทินโฉมให้เสี่ยวเป่าช่วยหวีผมให้ก่อนนอน ส่วนนางนั่งมองกล่องเครื่องประดับสามกล่อง มีกำไลหยกสามวงวางอยู่ในนั้นสามวงสามสี…ขาว แดง เขียว!“คุณหนูจะทำอย่างที่คุณชายป๋ายกล่าวหรือไม่เจ้าคะ สวมกำไลวงใดเลือกคุณชายคนนั้น”“สวมกำไลก็แค่กุศโลบายที่อยากไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status