หน้าหลัก / โรแมนติก / นางร้ายทะลุมิติ ยุค70 / บทที่ 2 มันคือเรื่องจริงใช่ไหม

แชร์

บทที่ 2 มันคือเรื่องจริงใช่ไหม

ผู้เขียน: sanvittayam
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 09:54:32

บทที่ 2 มันคือเรื่องจริงใช่ไหม

หลังจากที่กลับมาจากงานเลี้ยงปิดกล้อง เอมมี่ดื่มไปพอประมาณดีที่มีคุณลุงคนขับรถขับมาให้ ไม่อย่างนั้นเธอได้ไปวัดแน่ๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านแทบจะเดินขึ้นห้องไม่ไหว จึงเป็นหน้าที่ป้าแก้วแม่นมของเธอพาขึ้นไปนอนบนห้อง

คืนนั้นเอมมี่ฝันแปลกๆ เหมือนเธอหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็นประเทศจีนเพราะเขาพูดภาษาจีนกันทั้งนั้น เป็นยุคที่ชาวบ้านต้องทำงานแลกแต้ม ยุวชนต้องออกจากมหาลัยเพื่อจะมาทำงานในทุ่งนาหรือแปลงเกษตรต่างๆตามที่รัฐจัดหาให้ที่เขาเรียกกันว่าคอมมูน อยู่ๆภาพก็ตัดไปที่บ้านหลังหนึ่ง

เอมมี่ยืนมองภาพนั้นด้วยความขัดใจ มีหญิงสาวอายุสิบหกถึงสิบเจ็ดปี โดนคนในครอบครัวใช้งานยิ่งกว่าทาส แต่เธอกลับไม่ปริปากเถียงสักคำ ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นน่ะเหรอนอนตีพุงจร้า เอมมี่รู้สึกขัดใจกับภาพที่เห็นมาก

“ทำไมไม่สู้ล่ะ สู้สิ เป็นแค่ลุงกับป้าสะใภ้ไม่ใช่พ่อแม่เสียหน่อยทำไมต้องยอม เป็นฉันไม่ได้หรอกแบบนี้ เอมมี่ตบคว่ำจริงๆ” เอมมี่อดพูดคนเดียวไม่ได้กับภาพที่เห็น โดนด่า โดนว่า โดนตีก็ยังยอม

“แล้วนั่นอะไร กินข้าวต้มที่มีแต่น้ำแทบจะนับเม็ดข้าว แล้วทำไมคนอื่นถึงกินดีกว่านี้ล่ะ หึ๊ย! รับไม่ได้ โอ๊ย!ขัดใจเหลือเกิน”

“ยายนั่นก็น่าตบเหลือเกิน รู้ทั้งรู้ว่าเป็นคู่หมั้นของลูกพี่ลูกน้องก็ยังยั่วอีก เฮ้อ! นี่มันอะไรกันเนี่ย ยุ่งเหยิงไปหมด”

ภาพที่เอมมี่ฝันถึงนั้นเป็นภาพความเป็นอยู่ของสาวน้อยคนนี้ช่างอนาถเหลือเกิน บ้านหลังออกจะใหญ่ทำไมถึงต้องมาอยู่ห้องเก็บของข้างๆห้องเก็บฟืนแบบนี้ ถ้าเป็นเธอหน่อยนะ แม่จะทวงคืนให้หมดทุกอย่างเลย อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็เชิญป้ายหน้าค่ะ สาวน้อยถ้าหากว่านี่เป็นเรื่องจริงอย่างที่คุณยายท่านนั้นบอก พี่อาจจะต้องไปอยู่ที่เดียวกับเรา หากว่าเราทั้งสองมีที่จะบุญได้เจอกัน พี่จะจัดการทุกอย่างแทนเราเอง พี่จะช่วยหนูเอง

เอมมี่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นมันจะเป็นความจริง เพียงแต่ไม่ได้มาอยู่ด้วยกัน กลับกลายเป็นเธอต้องมาอยู่ร่างนี้แทน หากว่าเอมมี่รู้ว่าต้องมาเป็นสาวน้อยคนนี้รับรองว่าบ้านหลี่แห่งนี้คงลุกเป็นไฟ

เช้าวันต่อมาวันนี้เป็นวันหยุดของนางร้าย และคิดว่าคงจะหยุดยาวเพราะเธอยังไม่รับเล่นละครต่อหลังจากที่เรื่องเดิมนั้นปิดกล้องไปแล้ว เอมมี่รู้สึกว่าหิวจึงลงมาหาอะไรกินข้างล่าง

“สวัสดีค่ะป้า วันนี้ทำอะไรกินคะหอมเชียว”

“วันนี้ทำข้าวต้มปลาทรงเครื่องค่ะ ป้าเห็นว่าคุณหนูบ่นอยากจะกินมาหลายวันแล้ว เมื่อเช้าป้าไปตลาดมาเจอปลาสดๆ เลยซื้อมาทำให้ค่ะ” ป้าแก้วหรือแม่นมของเอมมี่พูดด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นหนูขอถ้วยหนึ่งนะคะ เผื่อร่างกายจะได้สดชื่นขึ้นบ้าง เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย”

“คุณหนูนี่น้า ดีที่ตาแก่ขับรถให้ เมาขนาดนั้นจะกลับยังไงล่ะคะ คราวหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะคะ” ป้าแก้วเดินจากไป

เอมมี่ก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่แล้วเธอกลับทำช้อนตก เธอจึงก้มลงไปเก็บ เพียงแค่เธอพูดว่าเก็บในใจอยู่ๆช้อนก็หายไป ทำให้ตัวเอมมี่สะดุ้งแทบตกเก้าอี้ อยู่ๆ ที่มือเธอกลับมีดอกบัวสีขาวปรากฏขึ้น ทำให้เธอนึกถึงนิยายทะลุมิติที่เธอนั้นชอบอ่าน เธอจึงหลับตาแล้วนึกถึงดอกบัวที่มือของเธอ ภาพที่เธอเห็นนั้นเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ และเธอก็เห็นช้อนที่เธอตั้งใจจะเก็บอยู่ในนั้น

“นี่คือเรื่องจริงเหรอ ฉันจะมีชีวิตอยู่แค่เดือนเดียวอย่างที่คุณยายท่านนั้นบอกใช่ไหม”

ตอนนี้เอมมี่ตกใจจนหน้าซีด ไม่คิดว่าเรื่องที่เธอคิดว่าเป็นเรื่องตลกนั้นได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่นานเอมมี่เธอก็ตั้งสติได้ ก่อนจะรีบกลับขึ้นไปที่ห้องของตัวเองและดูรายการทรัพย์สินทั้งหมดของเธอ ซึ่งมันมีมากมาย

เมื่อตรวจดูรายการทรัพย์สินแล้วอย่างแรกที่เธอนึกถึงคือบริษัทของพ่อและแม่เธอ และคนที่เธอคิดถึงเลยคือคุณลุงไตรภพเพื่อนสนิทของคุณพ่อที่คอยดูแลเธอมาตลอดยามที่ไม่มีบิดามารดา คิดได้ดังนั้นเธอจึงหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูกดเบอร์คุณลุงไตรภพทันที เมื่อปลายสายมีคนรับเธอจึงพูดขึ้น

“คุณลุงคะ วันนี้คุณลุงอยู่บ้านไหม หนูจะเข้าไปหามีเรื่องสำคัญจะบอกค่ะ” เมื่อปลายสายตอบตกลงเอมมี่จึงวางสายก่อนจะรีบแต่งตัวและเตรียมเอกสารทั้งหมดเพื่อออกจากบ้านไปตามนัด

ป้าแก้วที่กำลังยกข้าวต้มมาให้เห็นว่าคุณหนูของเธอแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอกก็ถามขึ้น

“คุณหนูจะไปไหนคะ ไม่กินอะไรก่อนเหรอ”

“ไม่แล้วค่ะป้า หนูขอนมกล่องนึงได้ไหมคะ พอดีหนูพึ่งจะนึกได้ว่านัดกับคุณลุงไตรภพไว้ค่ะ” พูดจบเอมมี่ก็รอไม่นานเมื่อป้าแก้วเอานมมาให้เธอจึงเดินออกมาที่รถก่อนจะมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของไตรภพทันที

เอมมี่ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งก็ถึงที่หมาย ก่อนจะปรับสีหน้าของตัวเองแล้วหยิบเอกสารทั้งหมดที่เตรียมมาถือและเดินเข้าไปในบ้าน

“สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า พี่พี” เอมมี่เมื่อเห็นสามคนพ่อลูกก็ยกมือสวัสดีก่อนจะนั่งลงข้างๆพี่พีลูกชายคนเดียวของคุณลุง

“ว่ายังไง กินอะไรมาหรือยัง ให้ป้าพาไปกินก่อนไหม ค่อยคุยธุระทีหลัง” คุณป้าสายใจภรรยาของไตรภพถามหลานสาวที่เธอรักเหมือนลูกด้วยความเป็นห่วง

“อย่าเพิ่งเลยค่ะ หนูมีเรื่องสำคัญจะบอกกับทุกคน แต่ต้องทำใจดีๆ ไว้นะคะ”

“เอมมี่อย่าทำให้ป้าใจเสียได้ไหมลูก” สายใจน้ำตาคลอเบ้า เหมือนเธอจะมีลางสังหรณ์ว่าจะต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ

“คือหนูเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายค่ะ มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน หนูเพิ่งจะรู้ผลเมื่อเช้านี้เลยรีบมาบอกทุกคนก่อน”

เอมมี่ยังคงบอกด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าเธอจะต้องโกหกมันก็ดีกว่าที่จะให้รู้วันที่เธอไม่มีลมหายใจแล้ว ท่านทั้งสองเป็นคนที่เธอรักไม่ต่างจากพ่อแม่ ส่วนพี่พีเธอก็รักไม่ต่างจากพี่ชาย

“อะไรนะ!” ทั้งสามคนร้องเสียงหลง

“พูดใหม่สิเอมมี่เมื่อกี้พี่ฟังผิดไปใช่ไหม”

พีระวุฒิหรือพี่พีของเอมมี่ถามย้ำอีกครั้ง แต่น้ำเสียงที่ถามนั้นบอกได้เลยว่าสั่นมากๆ

“ทุกคนฟังไม่ผิดหรอกค่ะ หนูเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน คุณหมอบอกว่าไม่เกินสามเดือนเท่านั้นค่ะ” เอมมี่ไม่อยากบอกว่าเธอเหลือเวลาเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น และตัวเธอต้องจัดการเรื่องทั้งหมดให้เร็วที่สุด

“เอมมี่ ไปรักษาที่เมืองนอกไหมลุงมีเพื่อนเป็นหมออยู่ด้านนี้ นะลูกนะ” ไตรภพนักธุรกิจอันดับต้นๆหลั่งน้ำตาพูดด้วยหัวใจเจ็บแปลบเมื่อรู้ว่าหลานรักจะอยู่ได้อีกไม่นาน

“อย่าเลยค่ะคุณลุง มันสายไปแล้ว หนูเหนื่อยเหลือเกินแล้วค่ะ หนูอยากจากไปแบบหมดห่วง” เอมมี่พูดพร้อมน้ำตาเหมือนกัน ใจเธอเองก็เจ็บไม่ต่างจากทั้งสามคน พีระวุฒิเอี้ยวตัวมากอดคนที่เขารักเหมือนน้องสาวสุดแรง น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินเมื่อรู้ว่าน้องสาวคนนี้เป็นโรคร้ายและกำลังจะจากไป

“อย่าร้องเลยค่ะพี่พี คุณลุงคุณป้า ทุกคนเกิดมาก็ต้องตายจริงไหมขึ้นอยู่กับว่าจะตายช้าตายเร็วเท่านั้นเอง คิดซะว่าถึงเวลาที่หนูต้องพักผ่อนแล้ว”

“วันนี้ที่หนูมา หนูต้องการโอนหุ้นทั้งหมดให้กับคุณลุงและพี่พีค่ะ อย่าปฏิเสธหนูเลยนะคะ นี่คือความตั้งใจของหนูจริงๆ ถ้าหากหนูจากไปโดยไม่จัดการเรื่องนี้เสียก่อน คุณลุงก็เห็นไม่ใช่เหรอคะว่าญาติๆทั้งฝ่ายพ่อและแม่เป็นยังไง ดีไม่ดีหนูยังไม่ทันเผาก็รีบแย่งเพื่อหวังจะขายทรัพย์สินของหนู แล้วก็อสังหาริมทรัพย์ของหนูทุกอย่างหนูจะยกให้พี่พี แต่หนูขอเพียงเรื่องเดียวพี่พีช่วยหนูได้ไหม” เธอยังมีคนที่ห่วง

“ว่ามาได้เลย พี่พร้อมที่จะทำตาม”

“หนูฝากยายลูกตาลด้วย ช่วยดูแลเด็กคนนี้แทนหนูที เธอน่าสงสารต้องทำงานส่งตัวเองเรียนเติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้า หนูเคยคิดจะให้ทุนเรียนแต่เธอไม่เอา ให้อะไรก็ไม่เอาสักอย่าง หนูจะเขียนพินัยกรรมทิ้งไว้ พี่พีช่วยดูแลเธอแทนหนูจนกว่าลูกตาลจะมีใครที่สามารถดูแลเธอได้ ได้ไหมคะ”

“ได้สิ พี่สัญญา เรามีเรื่องอื่นอีกไหม” ทุกคนพยักหน้ารับ ถึงแม้จะไม่มีใครอยากได้ทรัพย์สินของเธอ แต่เพื่อความสบายใจของเอมมี่ทุกคนจึงไม่ปฏิเสธ

เมื่อทั้งสี่คนคุยรายละเอียดจบแล้วเอมมี่ก็ขอตัวกลับ ก่อนจะให้คุณลุงไตรภพนัดทนายมาจัดการเรื่องทุกอย่างอาทิตย์หน้า เอมมี่ที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้จบแล้ว ก็กลับบ้านอย่างสบายใจเพื่อที่จะเตรียมของจริงๆซะที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทส่งท้าย ครอบครัวและความสุข

    บทส่งท้าย ครอบครัวและความสุขเมื่อกลับมาถึงบ้านเสี่ยวหลิน หลี่ฮุ่ยหมิน และหลี่ฮุ่ยหยาง จึงเข้ามาหาเฉิงอิงอิงและเฉิงจี้หยวนในห้องนอน รวมทั้งหลงจื่อ ไท่เป่า ก็ตามมาด้วยเช่นกัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เฉิงอิงอิงถามอย่างสงสัย ทำไมทุกคนจึงเข้ามาหาเธอพร้อมกัน“ขอบใจมากนะอิงอิง ที่ครั้งนั้นน้องดึงพี่ขึ้นมา ทำให้พี่มีวันนี้” หลินฮุ่ยหมินยิ้มให้น้องสาว“พี่ก็ด้วย หากวันนั้นอิงอิงไม่มอบโอกาสให้พวกเรา วันนี้คงไม่มีเราทุกคนยืนอยู่ตรงนี้”หลี่ฮุ่ยหยางลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู ตอนนี้แม้ว่าหลี่อิงอิงน้องสาวของเขาโตจนมีครอบครัวแล้ว แต่เขายังมองว่าอิงอิงนั้นยังเป็นน้องสาวตัวน้อยคนเดิมอยู่ดี“ฉันเองก็ขอบใจเธอมากนะอิงอิง ทั้งเรื่องโอกาสในการเรียน เรื่องงานทุกอย่างที่ให้พ่อกับแม่ทำ ทั้งเรื่องที่สอนให้ฉันมีความกล้าจนได้สามีที่ดีอย่างพี่ไท่เป่า ขอบใจเธอมากจริงๆ”เสี่ยวหลินเดินเข้ามากอดเพื่อนสนิทของเธอ หากวันนั้นอิงอิงไม่หยิบยื่นทุกอย่างให้ วันนี้เธอและครอบครัวคงจะไม่สุขสบายแบบนี้“อย่าคิดมาก และไม่ต้องขอบคุณอะไรทั้งนั้น ที่ฉันทำเพราะทุกคนคือครอบครัวที่ฉันมี”เฉิงอิงอิงยิ้มให้ แต่สิ่งที่เธอได้ยินประโยคถัดไปขอ

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 157 จบการศึกษา

    บทที่ 157 จบการศึกษาเฉิงจี้หยวนเมื่อได้ยินภรรยารักบอกว่าเธออาจจะท้อง เขาได้แต่ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่ว่าไม่ดีใจ แต่เพราะเขาห่วงภรรยาว่าจะเจ็บปวดเหมือนตอนที่คลอดสองแฝดอีก ยิ่งตอนนี้หมอเฉินไม่อยู่เสียด้วย หากเกิดอะไรขึ้นเขาจะทำยังไง“สามีไม่ดีใจเหรอถ้าเกิดหนูท้องขึ้นมา” เฉิงอิงอิงถามน้ำตาคลอเบ้า คิดว่าสามีไม่อยากมีลูกเพิ่ม“ไม่ใช่ครับ หนูอย่าร้องนะ พี่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูมากกว่า ถ้าเกิดหนูเป็นอะไรขึ้นมา พี่กับลูกจะอยู่ยังไง พี่คงขาดใจถ้าไม่มีหนูนะอิงอิง” เฉิงจี้หยวนบอกความรู้สึกของตัวเองกับภรรยารัก“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหมอเฉินคงจะโผล่มาแล้ว อย่าลืมว่าหนูมีน้ำวิเศษอยู่สิ หลังจากนี้หนูจะเอาออกมาดื่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงดีไหม สามีจะได้ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูอีกตอนคลอด” เมื่อได้รู้ถึงความกังวลของสามีจากที่เขาเป็นคนปลอบเธอ แต่ตอนนี้กลายเป็นเธอปลอบเขาแทนสองสามีปลอบประโลมกันด้วยความรัก ตอนนี้เมื่อคิดว่าภรรยาท้องแล้วเขาจึงไม่ทำอะไรไปมากกว่านอนกอดภรรยารักด้วยความสุข และหลับไปพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าทั้งสองคนวันต่อมา เฉิงจี้หยวนจึงพาภรรยาไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 156 เตรียมของขวัญให้ภรรยารัก

    บทที่ 156 เตรียมของขวัญให้ภรรยารักต่อให้หญิงสาวคนนี้จะมองด้วยสายตายังไง แต่คนที่เฉิงจี้หยวนสนใจมีเพียงคนเดียวคือภรรยาของเขาเจิ้งฮั่วอดโมโหไม่ได้ อะไรคือทำการค้า ในเมื่อที่สองแปลงนี้เป็นสิ่งที่แม่เขามอบให้ และเขาขายเพื่อจะไปทำอย่างอื่น มันขอกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือยังไง“ฉันไม่ใช่ลุงของเธอ เราตัดขาดกันแล้ว แม่ฉันมีฉันเป็นลูกชายคนเดียว ฉันไม่มีญาติที่ไหนอีกนอกจากลูกและภรรยา การที่ฉันขายที่ดินและร้านค้ามันก็คือสิทธิ์ของฉัน ฉันไม่ได้ขโมยใครมา”เจิ้งฮั่วไม่พอใจอย่างมาก เขาขายไปแล้วมาขอคืนแบบนี้หาเรื่องให้เขาแล้วไหม คิดบ้างหรือเปล่าว่าตระกูลเฉิงนั้นร่ำรวยและทรงอิทธิพลแค่ไหน“ฉันเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คุณพาภรรยากลับไปได้แล้วล่ะ เรื่องนี้ฉันจัดการต่อเอง ขอบคุณมากที่มาไขความกระจ่างให้กับฉันและทุกคน” เฉิงอิงอิงหันมาบอกเจ้าของที่คนเดิม ในเมื่อได้รู้ความจริงแล้ว ที่เหลือเธอจัดการเอง“ขอบคุณมากครับนายหญิงนายท่านเฉิง”เจิ้งฮั่วเอ่ยขอบคุณก่อนจะพาภรรยากลับบ้าน เขาไม่ปรายตามองครอบครัวของพ่อเลยสักนิดเดียว ในเมื่อก่อปัญหาก็แก้เองก็แล้วกัน“พี่อาเฉินเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่จะมาถึง พี่ช่วยเร่งให้หน่อยน

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 155 เอาหลักฐานมากางสิ

    บทที่ 155 เอาหลักฐานมากางสิเวลาผันผ่านจนตอนนี้เฉิงอิงอิงและคนอื่นๆ เรียนเป็นปีสุดท้ายแล้ว หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยาง มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมาติดต่อให้ทำงานที่กระทรวง ถ้าพูดง่ายๆ คือทำงานในสถานทูตหลังเรียนจบหรือหลังสำเร็จการศึกษา รวมไปถึงเสี่ยวหลินยังมีเจ้าหน้าที่สายงานอื่นมาติดต่อขอให้ไปทำงานด้วยเช่นกันเฉิงอิงอิงให้อิสระในการตัดสินใจแก่พี่ชายทั้งสองและสหาย แต่หลี่ฮุ่ยหมินและหลี่ฮุ่ยหยางรวมทั้งเสี่ยวหลินนั้นเลือกที่จะปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าพราะหยิ่ง แต่เพราะว่าตอนนี้กิจการที่บ้านขยายใหญ่ขึ้น แม้แต่หลี่คงและป้าสะใภ้ยังต้องพาสองแฝดกลับไปอยู่ที่ไห่หนาน ใช่แล้วลุงหลี่คงได้ลูกสาวสมใจครั้งนี้เป็นฝาแฝดด้วยเช่นกัน ส่วนลุงคังเทียนมีน้องชายให้กับเสี่ยวหลินสมใจลุงคังเทียนเขาละ อาเล็กนั้นได้ลูกสาวอีกคน แต่ละคนได้กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่คนใหม่อย่างที่ต้องการตอนนี้เด็กทั้งสี่คนก็โตวันโตคืน การที่หลี่คงกลับไห่หนานไม่ใช่เพราะว่าตัวเองมีลูก แต่เขาคิดว่าหลานตัวน้อยนั้นโตแล้วสามารถดูแลตัวเองและอยู่กับพี่เลี้ยงคนอื่นได้ เขาห่วงงานที่ไห่หนาน แม้ว่าจะมีลุงคังเทียน อาเขย และพี่อาต้าเป็นเสาหลัก แต่ด้วยงาน

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 154 จบสิ้นปัญหา

    บทที่ 154 จบสิ้นปัญหาเฉิงจี้หยวนมาถึงบ้านร้างพร้อมกับทุกคน เขาไม่รอช้าเดินเอาน้ำไปสาดหน้าท่านเลขาธิการพรรคด้วยความโมโห กล้าดียังไงคิดที่จะฉุดภรรยารักของเขาไป เมื่อเลขาธิการพรรคฟื้นขึ้นมาพอเห็นหน้าว่าใครจับตัวเขามาได้แต่แสดงอาการตื่นตกใจ“พบกันเสียทีนะครับท่านเลขาธิการพรรคเถิงเวิ่นซวน”เฉิงจี้หยวนพูดเสียงเย็นพร้อมกับยิ้มให้ แต่คนที่มองกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว“นายจับฉันมาทำไมเฉิงจี้หยวน ฉันไปทำอะไรให้นาย” เถิงเวิ่นซวนถอยร่นจนไปติดกับผนัง“ท่านทำอะไรก็น่าจะรู้ตัวดีนะครับ กล้าดียังไงวางแผนจะจับตัวภรรยารักของผม ท่านคงไม่รักชีวิตของตัวเองแล้วใช่ไหม”“นายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ อย่าคิดว่าเป็นท่านนายพลแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ”“ฮ่าๆๆ เป็นถึงท่านเลขาธิการพรรคแต่กลับไม่รู้ว่าผมและคนอื่นๆที่อยู่ที่นี่นั้นได้ลาออกจากการเป็นทหารเรียบร้อยแล้ว ต่อให้ผมยังดำรงตำแหน่งท่านนายพล ผมก็กล้าที่จะเอาชีวิตของท่าน ท่านน่าจะรู้ดีนะว่าคนอย่างเฉิงจี้หยวนกล้าทำทุกอย่าง หากใครคิดที่จะทำร้ายคนรักหรือครอบครัวของผม และท่านก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่กลัวตายและไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ” เฉิงจี้หยวนยังคงพู

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 153 จับตัวท่านเลขาคนนั้น

    บทที่ 153 จับตัวท่านเลขาคนนั้นหลังจากที่จัดการเรื่องราวทั้งหมดนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว และวันนี้ก็ไม่มีใครเห็นหมอเฉินอีกเลย เมื่อวานตอนไปให้ปากคำและเป็นพยานเรื่องที่คุณนายเหวินและต้าวหมิงโดนวางยาหลังจากนั้นหมอเฉินหายไปตอนไหนไม่มีใครรู้เฉิงอิงอิงยังคงมาเรียนตามปกติ ส่วนเรื่องของหลี่ฮุ่ยหยางที่เกิดขึ้นกลับไม่มีใครพูดถึง รวมทั้งข่าวลือของเฉิงอิงอิงด้วยเหมือนกัน ตอนนี้เดินไปไหนในมหาวิทยาลัยกลับมีคนส่งยิ้มมาให้กลุ่มของเธอตลอดส่วนทางด้านของต้าวหมิงนั้น ตอนนี้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์สำหรับครอบครัวเหวินที่สองแม่ลูกหายจากอาการป่วย นายท่านเหวินเองก็สบายใจและดีใจ ในเมื่อหมอเฉินไม่รับอะไรตอบแทน นายท่านเหวินจึงได้รับคำแนะนำจากเฉิงอิงอิงว่าให้นำของบริจาคให้กับชาวบ้านยากไร้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนชนบท ต่อให้บริจาคในปักกิ่งคนยากไร้ก็มีทุกพื้นที่ ทั้งหมดจึงนัดแนะกันว่าอาทิตย์หน้าจะไปบริจาคตามชุมชนต่างๆ ซึ่งเฉิงอิงอิงและครอบครัวก็จะไปช่วยบริจาคด้วย“พี่รองมีอะไรหรือเปล่าทำไมสีหน้าไม่สู้ดีเลย” เฉิงอิงอิงถามพี่ชายเมื่อเห็นว่าเขาเดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ลุงฮั่งยังไม่มาทำงานเลยสองวันแล้ว” หลี่ฮุ่ยหยางบอก

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 18 ข่าวลือ

    บทที่ 18 ข่าวลือหลังจากที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินไม่นานเฉิงจี้หยวนก็กลับมาถึงบ้าน เขาเห็นอาหารสองกล่องว่างอยู่ จึงได้หยิบและเดินเข้าบ้านมา จากนั้นเปิดกล่องอาหารที่ยังอุ่นอยู่ดู ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีแต่ความเย็นชาผุดรอยยิ้มขึ้น และเป็นรอยที่ที่กว้างที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะบนกล่องกระดาษที่ใส่อาหารมานั้นมีตั

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 17 แผนร้ายของหลี่เหยาและหย่งหัว

    บทที่ 17 แผนร้ายของหลี่เหยาและหย่งหัวหย่งหัวเองก็คิดตามที่หลี่เหยาบอก แต่ถ้าจะให้ปักใจเชื่อเลยก็ไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ได้“คุณลุงเราไม่ลองหาใครในตลาดมืดมาจัดการนังอิงอิงดูล่ะคะ ความเป็นไปได้หนูคิดว่ามีถึงเก้าส่วนเลยนะคะ มันอาจจะแค้นใจที่คุณลุงช่วยพ่อหนูไว้ และอาจจะแค้นใจที่พี่หย่งฮ่าวทิ้งมันแล้วม

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 16 หย่งฮ่าวโดนทำร้าย

    บทที่ 16 หย่งฮ่าวโดนทำร้ายหลงจื่อมองเฉิงจี้หยวนกำลังทำงานอยู่ที่คอมมูนด้วยความฉงน ยิ่งมองเขายิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงพาตัวเองมาลำบากที่นี่ตั้งหลายปี เขาไม่คิดว่าคนที่เคยสบายและมีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเงินหรืออำนาจ หากว่าเจ้านายกลับไปจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะปิดตัวเองเพื่ออะไร“เรื่อ

  • นางร้ายทะลุมิติ ยุค70   บทที่ 15 ฉันไม่ใช้ของมือสอง ถ้ามันไม่ดีพอ

    บทที่ 15 ฉันไม่ใช้ของมือสอง ถ้ามันไม่ดีพอทันทีที่จ่ายค่าเกวียน หลี่อิงอิงจึงสะพายตะกร้ากลับมาที่บ้านคัง มาถึงก็เจอหัวหน้าหมู่บ้านหย่งหัวและลูกชายหย่งฮ่าวมายืนรออยู่“อิงอิงมานี่ มาพี่ช่วยยก หนักไหม” หลี่ฮุ่ยหมินเห็นน้องสาวเดินกลับมาจึงรีบเดินเข้าไปหา ก่อนจะกระซิบบอกน้องสาวให้ได้ยินกันสองคน“ตอนเรา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status