登入เขาคือคนเจ้าเล่ห์ที่ใช้อุบายล่อลวงให้เธอเข้ามาติดกับดักที่เขาวางไว้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความต้องการของเขา...แต่ทว่าเขากลับหลงใหลเธอจนไม่อาจปล่อยเธอไปได้
查看更多หญิงสาวตัวเล็กกะทัดรัดแต่ค่อนข้างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงกำลังวิ่งสับขารัวๆ บนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วที่เธอไม่ค่อยคุ้นชินมากนัก
"เธอมาสาย!" ทันทีที่ขาเรียวหยุดชะงักที่หน้าห้องทำงานชั้นผู้บริหาร เสียงเข้มของผู้เป็นเจ้านายก็ได้เอ่ยพร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์ "ขอโทษค่ะ วันนี้รถติดมากๆ ฉันพยายามรีบที่สุดแล้วค่ะ" หญิงสาวพูดไปหอบหายใจไปด้วยความเหนื่อยที่ต้องรีบวิ่งมาให้ทันเจ้านายแสนเอาแต่ใจ "นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่ฉันยอมรับได้นะวารี" น้ำเสียงเยือกเย็นของเจ้าของร่างสูงกำลังขู่ให้เธอกลัว และมันได้ผลเพราะเธอกำลังกลัวเขาอยู่ แววตาดุดันที่จ้องเธอราวกับจะฆ่าให้ตาย ถ้าเผลอสบตาเขาเข้าชะตาของเธอได้ขาดวันนี้แน่นอน "ขอโทษค่ะ ครั้งหน้าจะไม่มีแบบนี้แล้วค่ะ" วัลวารีก้มหน้าขอโทษด้วยความเกรงกลัว เธอประหม่าทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับเขา เวลาหนี่งปีที่ผ่านมากับการเป็นเลขาให้คาลอส เคแอมบาส นักธุรกิจหนุ่มวัยเพียงสามสิบปีที่ได้ขึ้นเป็นประธานบริหารต่อจากผู้เป็นพ่อที่ขอวางมือจากทุกอย่างและส่งมอบกิจการโรงแรมในเครือเคแอมบาสให้ลูกชายคนโตของตระกูลได้สานต่อ ตั้งแต่ได้ก้าวเท้าเข้ามาเป็นเลขาของเขา วัลวารีได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ มากมายที่ไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิต นักธุรกิจที่ใครๆ ก็ต่างพากันชื่นชมในความสามารถแต่น้อยคนนักที่จะรู้จักตัวตนอีกด้านของเขา "รีบไปทำงานได้แล้ว ยืนทำหน้าโง่ๆ อยู่ได้" คาลอสเอ่ยไล่เลขาสาวที่ยังมัวแต่ยืนนิ่งไม่ยอมไปทำงานเสียที เขาเห็นวัลวารีทีไรก็รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง แต่เขาไม่สามารถไล่คนที่รู้ใจเขาอย่างเธอออกไปได้ หญิงสาวเดินคอตกกลับมาที่โต๊ะทำงานหน้าห้อง ใบหน้าสวยไร้รอยยิ้ม นัยน์ตามีแต่ความเศร้าหมอง ไม่เคยมีความสุขกับงานที่ได้ทำ เธออยากหลุดพ้นจากหน้าที่เลขาที่ไม่ใช่เลขาเสียที สิ่งเดียวที่วัลวารีต้องการในตอนนี้คืออิสระ เธอเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือที่เขาจะบีบก็ตาย หากคายเธอก็รอด ครืด~ เสียงอินเตอร์โฟนต่อสายตรงจากห้องประธานดังขึ้น เลขาสาวจึงรีบกดรับทันควัน [ฉันอยากได้กาแฟ] คำสั่งเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทำให้วัลวารีถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน "ไม่อยากเจอหน้าเขาเลย" เธอพยายามที่จะหลบหน้าเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็มักจะได้รับคำพูดเสียดแทง หรือไม่ก็ต้องถูกเขาเอาแต่ใจ "สู้ๆ วารีแค่วางกาแฟแล้วรีบออกมา" ปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็งก่อนจะเปิดประตูบานใหญ่ที่เปรียบเสมือนขุมนรกสำหรับเธอ ส่วนเขาก็เป็นยมบาลที่คอยจ้องจะเอาชีวิตเธอเสียให้ได้ ความเข้มแข็งและความมั่นใจของเธอได้หายไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่เขายัดเยียดสิ่งที่เธอไม่เคยต้องการมาให้ งานในฝันที่เคยปรารถนากลับกลายเป็นงานที่เธอจำใจทำให้เพื่อผ่านไปในแต่ละวัน "กาแฟค่ะคุณคาลอส" เสียงหวานเอ่ยพลางวางกาแฟบนโต๊ะ ขาเรียวกำลังก้าวถอยหลังในใจได้แต่ภาวนาให้เขาสนใจเอกสารที่อยู่ตรงหน้าต่อไป "เดี๋ยวก่อน!" น้ำเสียงที่เป็นเหมือนเสียงแห่งความตายได้เอ่ยขึ้นทำให้ขาที่ก้าวถอยหลังเป็นอันต้องหยุดชะงัก "อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ" พยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ในใจจะหวาดหวั่นไม่น้อย "ถอดกางเกงในออก" เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงท่าทีแต่อย่างใด แต่ทว่าคำสั่งของเขากลับทำให้เธอเริ่มตัวสั่นเทา "บอกให้ถอดไง ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงวารี" คาลอสเน้นคำสั่งอีกครั้ง สีหน้าและแววตาของเขาแสดงถึงความจริงจังที่ไม่มีการล้อเล่นปนอยู่ "แต่นี่มันเวลางานนะคะ" "ฉันเคยสนใจด้วยหรือไง ถอดเร็วๆ" ชายหนุ่มเอนกายพิงผนักเก้าอี้พลางยกกาแฟขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ผิดกับคนตรงหน้าที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกตัวน้อยๆ "คุณคาลอส.." วัลวารีส่งสายตาอ้อนวอนไปทางเขา แต่มีหรือที่คนอย่างคาลอสจะใส่ใจแววตาของสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องที่ต้องทำตามคำสั่งของเขา "จะถอดเองหรือให้ฉันกระชากออก" ร่างสูงลุกขึ้นยืนค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าหาเธอช้าๆ ทำให้วัลวารีถอยหลังกู่ด้วยความกลัว หมับ! มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเล็กก่อนจะออกแรงบีบไม่แรงนัก แต่เพราะขนาดมือของเขากับข้อแขนของเธอทำเอาคนตัวเล็กนิ่วหน้าเจ็บได้เช่นกัน "เจ็บค่ะ" "เธอมาสายก็ต้องถูกลงโทษ" "แต่ฉันเข้างานตรงเวลาเหมือนกับคนอื่นๆ นะคะ" เธอพยายามหาทางรอดให้ตัวเองหลุดพ้นจากความน่ากลัวของคนตรงหน้าไปให้ได้ "สำหรับคนอื่นฉันไม่สน แต่สำหรับเธอห้ามมาช้ากว่าฉัน จำไม่ได้หรือไง" คนเอาแต่ใจไม่ปล่อยให้เธอหนีรอด อย่างไรเหยื่อก็ต้องเข้าปากราชสีห์ที่คอยจ้องจะตะปบอยู่แล้ว "ไม่ทำได้ไหมคะ เมื่อวานคุณก็เพิ่ง..." "อย่ามาต่อกรกับฉัน เธอก็รู้ว่าฉันไม่สนใจข้ออ้างอะไรทั้งนั้น" คาลอสเอ่ยเสียงเข้มจดจ้องมองแววตาสวยที่สั่นระริกจวนจะร้องไห้ วัลวารีไร้ทางรอดจึงตัดสินใจก้มถอดชั้นในตัวจิ๋วที่อยู่ใต้กระโปรงออกมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ มือเล็กสั่นเทาจนคนใจร้อนเริ่มหงุดหงิดในความเงอะงะของเธอ "อย่าคิดจะถ่วงเวลา มันไม่ได้ผลรีบๆ ถอดซะ" สายตาคมจดจ่ออยู่กับเบื้องล่างของชั้นในตัวจิ๋วที่ถูกร่นลงมาจนถึงบริเวณกลางขาเรียว "ค่อยๆ เดินไปชิดกำแพง" เสียงทุ้มกระเส่ากระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา หญิงจึงสาวค่อยๆ ขยับตัวมาจึงถึงกำแพงห้องที่ปกปิดเสียงจากทั้งด้านในและด้านนอก "รู้ใช่ไหมว่าถ้าไม่ใช่ฟังฉันจะเป็นยังไง.." คาลอสไม่ใช่แค่พูดขู่ แต่เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากระทบเบาๆ ที่แก้มขาวของเธอราวกับเป็นสัญญาณบางอย่าง หญิงสาวก้มหน้ารับชะตากรรมที่หนีไม่พ้น เธอต้องทนอยู่เป็นสัตว์เลี้ยงใต้อาณัติของเขาจนกว่าเขาจะเบื่อและปล่อยเธอไป ตอนนี้ชีวิตของเธออยู่ในกำมือของผู้ชายที่ชื่อคาลอส เคแอบบาส เขาเป็นคนร้ายกาจเกินกว่าที่เธอจะรับไหว ภายใต้รอยยิ้มของเขานั่นแฝงไปด้วยความน่ากลัวและความเจ้าเล่ห์ที่เธอตามเขาไม่ทัน วัลวารีอยากหลุดพ้นจากการเป็นเลขาของเขาเต็มทน หากวันนั้นเมื่อหนึ่งปีก่อนเธอไม่เสียรู้ให้คนอย่างคาลอสเธอก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจนถึงวันนี้"แค่ดินเนอร์ด้วยกันเฉยๆ ไม่เห็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย" เสียงทุ้มเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่นัดกินมื้อค่ำ แต่ไม่คิดว่าเอลิซ่าจะเล่นใหญ่จัดดินเนอร์ในร้านอาหารสุดหรูเช่นนี้ แถมยังทำการเหมาทั้งร้านเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย"ไม่ได้สิ นานๆ พวกเราจะได้เจอกันนะ" เอลิซ่าส่งยิ้มหวานโชว์ฟันขาวเรียงสวยให้เพื่อนสนิทที่ดูไม่ค่อยร่าเริงเสียเท่าไรคาลอสพอเห็นคนตรงหน้ายิ้มให้จึงพยายามจัดการความคิดในหัวของตัวเองออกแล้วยิ้มตอบให้เพื่อนสาวตรงหน้า เขาจะไม่เอาเรื่องอื่นมาใส่หัวในเวลานี้โดยเฉพาะเรื่องของวัลวารี"หน้านายดูเครียดๆ งานหนักไปหรือเปล่าคาลอส" เอลิซ่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง"ก็นิดหน่อย แต่ฉันจัดการได้เธอไม่ต้องเป็นห่วง" คาลอสคิดว่าเอลิซ่าแค่หวังดีตามประสาเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าเธอแอบคิดไม่ซื่อ ไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนกับเขา"ฉันรู้ว่านายจัดการได้ เพราะนายเก่งอยู่แล้ว""แหม! ถ้าเป็นสาวคนอื่นชมแบบนี้ฉันคงเขินไปแล้ว" ชายหนุ่มแกล้งหยอกขำๆ แต่กลับทำให้อีกคนหน้าเจื่อนลง"เป็นฉันชมนายไม่เขินหรือไง""ก็เธอเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่เด็กจะเขินอะไรล่ะ
ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม วัลวารีหายจากอาการป่วยเป็นปลิดทิ้งหลังจากได้พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลอยู่สองวัน ตอนนี้ร่างกายของเธอสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิมแล้ว"ช่วงบ่ายนี้มีประชุมเสนอแผนงานนะคะ" เลขาคนสวยแจ้งตารางงานกับผู้เป็นเจ้านายที่นั่งส่งสายตาแพรวพราวมองเรือนร่างใต้ชุดเดรสสีดำของเธอ"หยุดทำสายตาแบบนั้นสักทีค่ะคุณคาลอส" วัลวารีถอนหายใจเหนื่อยอ่อน เธอปลงกับความเจ้าเล่ห์ของเขาเหลือเกิน"ทำไม หรือเธอมีอารมณ์เพราะถูกฉันมอง" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างมาดมั่น แต่หญิงสาวกลับกลอกตามองแล้วเมินหน้าหนี"วัลวารี! อย่าเดินหนีฉันนะ""ฉันต้องไปเตรียมเอกสารก่อนประชุมค่ะ คุณมีอะไรอีกหรือเปล่าคะ" เธอหันมาตอบเสียงดังฟังชัดก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานใหญ่ในทันทีคาลอสนั่งผิวปากอารมณ์ดีอยู่ในห้อง ไม่รู้อะไรทำให้ช่วงนี้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยผิดจากเดิม เขามักสรรหาวิธีแกล้งเธอสารพัดเพื่อยั่วโมโห เพราะเขาชื่นชอบสีหน้าของเธอเวลาที่โกรธ พอเห็นแล้วยิ่งทำให้อยากแกล้งหญิงสาวออกจากห้องของผู้เป็นเจ้านายพร้อมกับสีหน้าเปื้อนยิ้ม ตั้งแต่ที่ออกจากโรงพยา
"คุณลิซ่าเธอจะเสียใจนะครับ""ฉันคิดกับลิซ่าได้แค่เพื่อนจริงๆ จะให้แต่งงานกันฉันคิดภาพไม่ออกหรอก" คาลอสรักเอลิซ่าเหมือนเพื่อนมาตลอด เขาถือคติไม่คบเพื่อนเป็นแฟนเพราะมันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน"แล้วบอสคุยกับคุณลิซ่าหรือยังครับ" อเล็กซ์เห็นใจเจ้านายที่พูดความจริงออกไปไม่ได้ จะปฏิเสธตรงๆ ก็ดูหักหน้าจนเกินไป"ยัง…ฉันยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แล้วแกก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าวารีล่ะ เข้าใจไหม" เขาไม่อยากให้เธอพลอยเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ แค่ที่ฟังจากคูเปอร์ก็มากพอแล้ว"บอสดูเห็นอกเห็นใจคุณวารีจังเลยนะครับ เมื่อก่อนบอสไม่เห็นสนใจเลยนี่ครับ" อเล็กซ์แกล้งหรี่ตาถามเจ้านายที่มีความคิดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น"บางทีฉันว่าแกอาจจะรู้มากเกินไปแล้วนะ ฉันจะพิจารณาไล่แกออกคงจะดีกว่า" คำขู่ของคาลอสได้ผลเป็นอย่างดีเพราะทำให้อเล็กซ์ต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง"จะกลับเพนต์เฮาส์เลยไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่ง""คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่""ฮะ?" อเล็กตกใจตาโตกับคำตอบของคาลอส"ทำไม จะตกใจอะไร""บอสเนี่ยนะครับจะนอนที่นี่ มีเตียงนุ่มๆ ของ
วัลวารีฝืนทำงานถึงเวลาเลิกงาน เธอรีบเก็บของใส่กระเป๋า ในใจตอนนี้คิดถึงแต่ทางกลับที่พัก อยากทิ้งร่างกายที่เหนื่อยอ่อนนอนบนเตียงทั้งแบบนี้"เก็บของเสร็จหรือยัง" คาลอสหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของเธอไม่ยอมไปไหนเสียที"ค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ""เสร็จแล้วก็ไป ฉันจะไปส่ง" เขาทนเห็นสภาพเธอตอนนี้ที่ต้องระเห็จกลับที่พักคนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าเขาเป็นเจ้านายใจร้ายไม่เป็นห่วงลูกน้อง"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะกลับเอง""อย่ารั้นได้ไหมวารี ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะเดินจะล้มอยู่แล้ว" คาลอสกอดอกมองหญิงสาวที่ยืนโซเซจวนจะล้ม"ฉันไม่อยากรบกวนคุณ""อย่าพูดมากรีบๆ เดินตามมา" ชายหนุ่มเดินนำไปที่ลิฟต์อย่างไม่รีบร้อน เขายืนรอให้เธอเดินเข้าลิฟต์ไม่ได้แกล้งปิดลิฟต์ก่อนเหมือนอย่างที่เคยทำวัลวารียอมเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเขาไปมากกว่านี้ ในหัวของเธอคิดถึงแต่เตียงนอน"ที่ห้องมียาหรือเปล่า" คาลอสอาศัยจังหวะที่รอลิฟต์เคลื่อนตัวลงถึงชั้นที่จอดรถเอ่ยถามคนข้างๆ ที่ยืนพิงผนังลิฟต์ด้วยท่าทีอ่อนแรง"มีแล้วค่ะ"
เสื้อผ้าทุกชิ้นถูกกระชากออกให้พ้นร่างเล็กอย่างไม่ไยดี มือหนาแสนหยาบโลนสัมผัสเรือนร่างของเธอตั้งแต่หน้าอกอวบอิ่มจนถึงใต้สะดือ แต่เขาก็หยุดมือเอาไว้เสียก่อนที่จะลงไปต่ำกว่านี้"อ๊ะ.." ยาถูกผสมกับไวน์ในแก้วที่เธอดื่มเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ"ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกคนสวย
ประธานคนใหม่กำลังนั่งพูดคุยกับหุ้นส่วนคนสำคัญตั้งแต่ที่พ่อของเขายังไม่วางมือ ส่วนเลขาสาวก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเองคือการจดรายละเอียดที่ทั้งคู่คุยกันเพื่อเป็นหลักฐานอีกชั้น"ขอบคุณนะครับที่ยังเชื่อใจโรงแรมของเรา""จะไม่เชื่อใจได้ยังไงล่ะคะ ที่บ้านฉันก็ทำงานกับพ่อของคุณมาตั้งหลายปี
ผลประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อย วัลวารีที่พอได้เห็นชื่อตัวเองเด่นหราในอีเมลที่ได้รับรอยยิ้มสวยก็ผุดขึ้นทันควันก่อนจะรีบโทรไปหาพ่อและแม่ที่รอฟังผลอยู่ที่ประเทศไทย"กรี๊ดดด นี่ฉันได้เป็นเลขาจริงเหรอเนี่ย ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม" มือเล็กยกขึ้นตบหน้าตัวเองเบาๆ อยู่หน้ากระจก เธอคงไม่ได้จะเพ้อฝันไปเอง
..หนึ่งปีก่อนหน้านี้..[นิวยอร์ก , ประเทศสหรัฐอเมริกา]วัลวารีกรีดร้องเสียงดังในใจเมื่อได้รับอีเมลตอบกลับจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเคแอมบาสที่เธอส่งใบสมัครไปเมื่อสองเดือนก่อน ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่เดินทางข้ามน้ำ ข้ามทะเลจากประเทศไทยมาทำงานที่ใฝ่ฝันไกลถึงสหรัฐอเมริกา





