Mag-log inเพลิงลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายกำยำเกร็งเขม็งไปทุกสัดส่วนเมื่อปลายนิ้วเรียวของเธอกรีดกรายลูบไล้ไปตามแผงอกกว้าง สัมผัสแผ่วเบานั้นกลับเหมือนมีกระแสไฟฟ้าร้อนแรงแล่นพล่านไปทั่วร่าง แม้สมองจะคอยสั่งการให้ผลักไสผู้หญิงใจร้ายคนนี้ออกไปให้พ้น แต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนกลับสยบยอม โหยหาความหอมหวานและอันตรายจากเรือนร่างตรงหน้าอย่างไม่อาจควบคุม
ปารมีเหยียดยิ้มยั่วยวน หญิงสาวขยับกายเบียดชิดจนไร้ช่องว่าง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นวานิลลาเป่ารดคลอเคลียริมฝีปากของเขา นัยน์ตาคู่คมหลุบมองริมฝีปากหยักลึกอย่างล่อลวง ก่อนจะค่อยๆ ขยับเรียวปากสีสดเข้าหา อีกเพียงแค่มิลลิเมตรเดียว เธอก็จะครอบครองจูบของเขาได้สำเร็จ และเพลิงเองก็เผลอหลับตาลง เผยอปากเตรียมรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว...
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแนบชิด
[ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!]
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์แหลมบาดหูดังทะลุปล้องขึ้นมาในหัวของปารมีอย่างกะทันหัน พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงเลือดที่เด้งพรวดขึ้นมากระแทกตา
[คำเตือนฉุกเฉิน: โฮสต์กำลังทำผิดเนื้อเรื่องอย่างร้ายแรง! บทบาท ‘นางร้าย’ ไม่อนุญาตให้จูบพระเอกเพื่อสานสัมพันธ์ในฉากนี้ กรุณาถอยห่างเดี๋ยวนี้!]
ปารมีชะงักกึก ฟันซี่เล็กกัดริมฝีปากตัวเองอย่างขัดใจเมื่อถูกขัดจังหวะในเสี้ยววินาทีสำคัญ หญิงสาวตวัดสายตามองหน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงตรงหน้าด้วยความอาฆาตมาดร้าย
‘หุบปากไปเลยไอ้ระบบเส็งเคร็ง!’ ปารมีสบถด่าในใจอย่างเกรี้ยวกราด ‘ฉันจะจูบผู้ชายของฉัน มันไปหนักหัวโปรแกรมบรรทัดไหนของแกฮะ! กฎบ้าบออะไร ไม่อนุญาตให้จูบ? กฎมีไว้ขีดเส้นให้พวกนางเอกสมองกลวงเดินเท่านั้นแหละ แต่สำหรับนางมารร้ายอย่างฉัน... มีไว้แหกย่ะ’
แม้ในใจจะก่นด่าระบบด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนแทบจะเผาแผงวงจรทิ้ง ทว่าในสายตาของเพลิงที่มองไม่เห็นหน้าต่างโฮโลแกรม เขาเห็นเพียงหญิงสาวที่จงใจยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน แต่แล้วเธอกลับหยุดชะงัก ถอยใบหน้าห่างออกไปช้าๆ พร้อมกับเหยียดยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ปล่อยให้ความต้องการที่กำลังพลุ่งพล่านของเขาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างทารุณ
“นายมันซื่อบื้อ เพลิง...” ปารมีกระซิบชิดริมฝีปากเขา ลมหายใจอุ่นๆ รินรดกันและกันยอดถอยตามระบบสั่ง “แค่ยอมลดหัวลงมาเป็นสุนัขรับใช้ของฉัน ยอมทำตามคำสั่งฉันทุกอย่าง เงินห้าแสนนี่จะเป็นของนาย และยายของนายก็จะได้ผ่าตัดเย็นนี้เลย”
เธอยัดเช็คเงินสดใบนั้นกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกล้ามของเขา ก่อนจะถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว จัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พรุ่งนี้สิบโมงเช้า ไปหาฉันที่คอนโด” ปารมีออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด สายตาที่มองเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหยิ่งยโสเหมือนเดิม “อย่าสายล่ะ เพราะฉันเกลียดการรอคอย และถ้าเธอกล้าเบี้ยว เตรียมไปรับศพยายของเธอที่โรงพยาบาลได้เลย”
พูดจบ ปารมีก็หันหลังเดินกลับไปที่รถปอร์เช่คันหรูของเธอโดยไม่สนใจจะรอฟังคำตอบ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มขึ้นอีกครั้งก่อนจะพุ่งทะยานออกไป ทิ้งเพลิงให้ยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของอู่ซ่อมรถ
ชายหนุ่มค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบเช็คเงินสดใบนั้นออกมาดูอีกครั้ง นัยน์ตาสีนิลสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนแทบระเบิด
เขาเกลียดผู้หญิงคนนั้น เกลียดจนอยากจะฆ่าให้ตาย แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลิ่นหอมและสัมผัสจากร่างกายของเธอยังคงติดตรึงอยู่บนผิวเนื้อของเขา และมันกำลังปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
ปารมี... คุณมันนางมารร้าย และสักวันหนึ่ง... ผมจะเป็นคนลากคุณลงมาตกนรกด้วยมือของผมเอง
สิบโมงเช้าตรงเผง เสียงออดหน้าประตูเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองดังขึ้น
ปารมีที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับกระตุกยิ้มมุมปาก เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จและจงใจสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมซาตินสีแดงเบอร์กันดีที่ลื่นไหลไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปมสายรัดเอวถูกผูกไว้อย่างหลวมๆ เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มรำไรและเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา เส้นผมสีเข้มดัดลอนใหญ่ทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลัง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมกุหลาบป่าฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศที่ทั้งเย้ายวนและอันตราย
“เข้ามา ประตูไม่ได้ล็อก” เสียงหวานแฝงความเย่อหยิ่งเอ่ยอนุญาต
บานประตูไม้โอ๊กสลักลายเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของเพลิงชายหนุ่มอยู่ในชุดทำงานช่างซ่อมรถชุดเดิม เสื้อกล้ามสีดำและกางเกงยีนส์สีซีดที่ยังมีรอยเปื้อนคราบน้ำมันจางๆ ทว่าเส้นผมของเขาเปียกชื้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาคงรีบอาบน้ำลวกๆ ก่อนจะเดินทางมาที่นี่เพื่อไม่ให้ผิดเวลา
เพลิงก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่โอ่อ่ากว้างขวาง ดวงตาคมกริบกวาดมองเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงระยับที่ประดับประดาอยู่ทุกมุมห้อง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างระหงบนโซฟา
ลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นการแต่งกายที่ล่อแหลมของหญิงสาว แต่เพียงครู่เดียว นัยน์ตาสีนิลก็กลับมาแข็งเกล้าและเต็มไปด้วยความชิงชัง
“ผมมาแล้ว” เพลิงเอ่ยเสียงห้วน “ยายสายได้รับการผ่าตัดแล้วเมื่อคืน พ้นขีดอันตรายแล้ว”
“ก็ดี” ปารมีตอบรับสั้นๆ เธอหยิบแก้วไวน์คริสตัลขึ้นมาจิบ “แสดงว่าเงินห้าแสนของฉันทำงานได้คุ้มค่า... และตอนนี้นายก็คือของฉันอย่างสมบูรณ์แบบ”
คำว่า ‘ของฉัน’ ที่หลุดออกจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด ทำให้สันกรามของเพลิงนูนเด่น เขากำหมัดแน่นพยายามระงับความอัปยศที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์ศรีต้องมาขายวิญญาณให้ผู้หญิงร้ายกาจเพียงเพื่อแลกกับเงิน
“คุณต้องการให้ผมทำอะไร” เขาเค้นเสียงถาม “ซ่อมท่อ ขัดห้องน้ำ หรือว่าแบกของ สั่งมาได้เลย ผมจะรีบทำให้เสร็จแล้วจะได้กลับ”
แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์สวีตอันกว้างใหญ่ เผยให้เห็นร่างบอบบางของ ‘ปารมี’ ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซซ์ ลมหายใจของเธอเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าสวยจัดที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยมารยา บัดนี้ดูผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอัคคี ทายาทแห่งอัคครากุลและมัจจุราชหนุ่มผู้เพิ่งจะมอบพายุสวาทอันเร่าร้อนให้กับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน นั่งเอนหลังพิงพนักเตียง ทอดสายตามองผู้หญิงในอ้อมกอดด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะหยั่งถึง มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีต ลูบไล้เรือนผมสีเข้มของเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมเมื่อแน่ใจว่านางมารร้ายของเขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มขึ้นมาสวมทับร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของคฤหาสน์ภายในห้องทำงานที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าด้านนอกที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา อัคคีทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังบุนวมหลังโต๊ะทำงานไ
อัคคีตอบรับจูบนั้นด้วยความหิวกระหายที่เก็บกดมาทั้งวัน ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่ม สอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม สองมือหนาช้อนร่างระหงขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงไปยังเตียงคิงไซส์หลังใหญ่ โยนร่างของเธอลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่ปรานี“อ๊ะ... อัคคี... ใจร้อนจังเลยนะคะคุณพ่อ” ปารมีหัวเราะเสียงกระเส่า มองสามีที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างเร่งรีบจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นรอยสักรูปเปลวเพลิงที่แสนจะเซ็กซี่“เวลาอยู่บนเตียงนี้... ผมไม่ใช่พ่อของอัคคินทร์ แต่ผมเป็น ‘ผัว’ ของคุณคนเดียว”อัคคีโถมทับลงมาบนร่างบาง เขากระชากชุดเดรสลูกไม้สีขาวของเธอออกจนขาดวิ่นอย่างไม่เสียดาย เผยให้เห็นเรือนร่างที่ยังคงงดงามและอวบอิ่มสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่เคยมีลูก ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้มช่างกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าของเขาให้พุ่งถึงขีดสุด“คุณสวย... สวยจนผมแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ปริม”อัคคีก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มและดูดดึงจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วลาดไหล่เนียน มือหนาฟ้อนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ บีบเคล้นยอดอก
สี่ปีต่อมา...แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบย้อมผืนทะเลอันดามันให้กลายเป็นสีทองอร่าม คลื่นลูกเล็กกระทบชายหาดส่วนตัวของเกาะสวรรค์ที่ ‘อัคคี’ ซื้อไว้เพื่อเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานให้กับภรรยาสุดที่รักบนผืนทรายขาวละเอียด ร่างสูงใหญ่ของมัจจุราชหนุ่มผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจระดับประเทศ กำลังยอมลดตัวลงไปนั่งคุกเข่า ปล่อยให้เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบเขามาตึงเป๊ะ ปีนป่ายขึ้นไปขี่หลังอย่างสนุกสนาน“ปะป๊า วิ่งอีก ม้าวิ่งเร็วๆ” เสียงใสแจ๋วของ ‘น้องเพลิงพล’ หรือหนูน้อยอัคคินทร์ ทายาทตัวน้อยแห่งอัคครากุลและวรโชติ ร้องสั่งการอย่างเอาแต่ใจ“รับทราบครับผม ม้าตัวนี้จะวิ่งให้สุดแรงเลย” อัคคีหัวเราะร่วน ชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว บัดนี้กลายเป็นเพียงคุณพ่อที่หลงลูกชายและยอมสยบแทบเท้าภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาวิ่งเหยาะๆ ไปตามชายหาด เรียกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจากเด็กน้อยได้เป็นอย่างดีปารมีในชุดเดรสลูกไม้สีขาวพลิ้วไหว นั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่มไม้ใหญ่ เธอยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจิบ ทอดสายตามองภาพครอบครัวที่แสนสุขเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุด ร่องรอยของนางมารร้ายผู้โดดเดี่ยวได้ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น
“แฉะขนาดนี้แล้ว... ยังจะปากดีอยู่อีกไหม หืม” อัคคีเงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไฟตัณหา“ก็ทำให้อ้าปากครางจนด่าไม่ออกสิคะ... ผัวขา”คำท้าทายสั้นๆ แต่ทำลายล้างความอดทนของอัคคีจนหมดสิ้นชายหนุ่มกระชากแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอจนขาดวิ่น ก่อนจะรูดซิปกางเกงสแล็กของตัวเอง ปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ขยายใหญ่และปวดหนึบเต็มพิกัดออกมา เขาจับเรียวขาของปารมีแยกออกกว้าง รั้งเอวบางเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะ แล้วสอดใส่ความเป็นชายเข้าไปในความคับแคบของเธออย่างหนักแน่นและลึกล้ำในรวดเดียว“กรี๊ดดด อัคคี ลึก... อ๊าาา”ปารมีสะดุ้งสุดตัว สองมือจิกทึ้งลงบนแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง ความคับแน่นที่เติมเต็มเข้ามาอย่างกะทันหันทำเอาเธอหัวสั่นหัวคลอน โต๊ะทำงานตัวใหญ่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกที่ดุดันของมัจจุราชหนุ่ม“โอ้วว... ปริม... โคตรแน่น... คุณรัดผมจนจะบ้าอยู่แล้ว” อัคคีสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนบทเพลงรักด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและป่าเถื่อนราวกับพายุคลั่ง“อ๊ะๆๆ... อัคคี... แรงอีก... อื้อออ... ลึกอีกสิ”นางมารร้ายไม่มียอมแพ้ หญิงสาวโยกย้ายสะโพกรับสัมผัสของเขาอย่างเร่าร้อนและร่านรน เธอคล้องคอเขาไ
อัคคีหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาทิ้งตัวลงซบหน้ากับลาดไหล่เนียนของปารมี ร่างกายของทั้งคู่ยังคงเชื่อมต่อกันแนบแน่น ชายหนุ่มกอดรัดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน จูบซับลงบนขมับที่ชื้นเหงื่อและหยดน้ำของเธอด้วยความรักที่เอ่อล้นจนแทบจะปริแตกปารมีฟุบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา สูดดมกลิ่นกายบุรุษเพศที่เธอหลงใหล หญิงสาวหลับตาลงด้วยความสุขสมและอิ่มเอมใจที่สุด ไม่มีโชคชะตาใดๆ จะมาพรากเขาไปจากเธอได้อีกต่อไป“ผมรักคุณนะ ปารมี... รักจนหมดหัวใจเลย” อัคคีกระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอปารมียกยิ้มกว้าง หญิงสาวเงยหน้าขึ้น จรดริมฝีปากจูบที่ปลายคางของเขาเบาๆ นัยน์ตาคู่คมทอดมองดวงจันทร์ที่สว่างไสวเบื้องบน“ฉันก็รักคุณค่ะ อัคคี... มัจจุราชของฉัน”ค่ำคืนนี้ยาวนานและเต็มไปด้วยบทเพลงรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด ท่ามกลางมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ นางมารร้ายได้สลักชื่อของเธอลงบนหัวใจของมัจจุราชหนุ่มอย่างถาวร ปิดฉากเกมกระดานแห่งโชคชะตาด้วยความเร่าร้อนและความรักที่อยู่เหนือทุกกฎเกณฑ์บนโลกใบนี้กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงลอยมาปะทะจมูก ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้ความรู้สึกหรูหราของหญิงสาวที่สวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์
ทั้งสองคนจุมพิตกันอย่างแนบแน่นท่ามกลางแสงจันทร์ ลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนความหวานล้ำของกันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ร่างกายของทั้งคู่เบียดชิดจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น อัคคีสอดมือเข้าไปใต้ชุดเดรสซาตินของเธอ ลูบไล้แผ่นหลังและสะโพกกลมกลึงอย่างหลงใหล“ผมรอให้ถึงห้องนอนไม่ไหวแล้วปริม...” อัคคีกระซิบเสียงพร่า ผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อสูดลมหายใจ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยไฟตัณหาที่ถูกจุดติดอย่างรวดเร็ว“ใครบอกว่าเราต้องกลับไปที่ห้องนอนล่ะคะ...”ละเม็ด ก่อนจะผลักแผงอกกว้างเบาๆ ให้อัคคีเดินถอยหลังไปทางสระว่ายน้ำกระจกใสที่อยู่กลางดาดฟ้าเรือ น้ำในสระทอประกายระยิบระยับล้อแสงจันทร์ ผิวน้ำอุ่นๆ ส่งไอระเหยจางๆ ขึ้นมาปะทะอากาศเย็นของท้องทะเลอัคคีเข้าใจเจตนารมณ์ของราชินีสาวในทันที ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจ เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตและกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว โยนทิ้งไปบนเก้าอี้ผ้าใบอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยสักรูปเปลวเพลิงที่หัวไหล่ ความแข็งแกร่งของบุรุษเพศผงาดง้ำชูชันพร้อมรบอย่างเต็มที่ปารมีไม่รอช้า หญิงสาวรูดซิปชุดเดรสสีขาวมุกของตัวเอง
ปริมถอดแว่นกันแดดออก ปรายตามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม มุมปากยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ“แหม... ละครฉากนี้ช่างน่าประทับใจจริงๆ” เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยขึ้นขณะเดินกรีดกรายเข้ามาใกล้ “ดอกบัวขาวผู้แสนดี หอบข้าวหอบน้ำมาประเคนให้หมาวัดถึงที่ ซึ้งจนน้ำตาจะไหลเลยล่ะ”“พี่ปริม” มิลินท์หน
เมื่อก้าวขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ ปารมีก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แผ่นหลังบางพิงพนักเบาะอย่างหมดแรง มือที่จับพวงมาลัยสั่นเทาเล็กน้อยพระเจ้า... หมอนั่นน่ากลัวเป็นบ้า สายตาเหมือนพร้อมจะฆ่าฉันได้ทุกวินาทีแต่เธอถอยไม่ได้แล้ว เกมนี้เธอเป็นคนเริ่ม และเธอต้องเล่นบทนางมารร้ายสายยั่วรักนี้ให้สมบูรณ์แบบที่สุด
“ฉันถาม ว่าคุณมีสิทธิ์อะไร” เพลิงกดเสียงต่ำลงอีก กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เขาเกลียดผู้หญิงตรงหน้า เกลียดความเย่อหยิ่ง เกลียดสายตาที่มองคนอื่นราวกับมดปลวก แต่สิ่งที่เขาเกลียดที่สุด คือสัญชาตญาณดิบในตัวเขาที่มักจะกระตุกวาบทุกครั้งที่ได้กลิ่นหอมยวนใจจากตัวเธอแทนที่จะตอบคำถาม ปารมีกลับก้าวประช
กลิ่นน้ำมันเครื่องสนิมเขรอะ ควันบุหรี่ราคาถูก และไอร้อนระอุที่ลอยขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต คือสิ่งแรกที่กระแทกเข้าโสตสัมผัสของเธอความปวดร้าวแล่นริ้วตั้งแต่ขมับจรดท้ายทอยราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบ เธอนิ่วหน้า พยายามกะพริบตาเพื่อขับไล่ความพร่ามัว เสียงสะอื้นไห้แหลมเล็กของใครบางคนดังแว่วเข้าหู ตามมาด้วยเสียงสบ







