เข้าสู่ระบบ(คำเตือน: คุณคือนางร้ายที่ต้องถูกกำจัด) นั่นคือสิ่งที่ ‘ระบบ’ บอกกับเธอ... แต่ขอโทษที กฎของนิยายน้ำเน่าพวกนี้ใช้กับนางมารร้ายอย่าง ปารมี ไม่ได้ เมื่อต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางร้ายที่ถูกกำหนดให้ตายอย่างอนาถ เธอจึงต้องดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบ ทว่าพล็อตเรื่องบ้าๆ กลับพยายามยัดเยียดทั้งนางเอกดอกบัวขาว และรักแรกในอดีตมาเพื่อแย่งชิงมัจจุราชหนุ่มอย่าง อัคคี ไปจากเธอ ได้... ในเมื่อสวรรค์อยากให้เธอร้าย เธอก็จะร้ายให้สุด จะใช้ทุกมารยาและสัญชาตญาณดิบ ยั่วให้เขาคลั่งจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วมาดูเบ้าหน้าพระเจ้าตอนที่เธอทุบระบบเฮงซวยนี่ให้จมเขี้ยว
ดูเพิ่มเติมแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์สวีตอันกว้างใหญ่ เผยให้เห็นร่างบอบบางของ ‘ปารมี’ ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซซ์ ลมหายใจของเธอเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าสวยจัดที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยมารยา บัดนี้ดูผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอัคคี ทายาทแห่งอัคครากุลและมัจจุราชหนุ่มผู้เพิ่งจะมอบพายุสวาทอันเร่าร้อนให้กับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน นั่งเอนหลังพิงพนักเตียง ทอดสายตามองผู้หญิงในอ้อมกอดด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะหยั่งถึง มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีต ลูบไล้เรือนผมสีเข้มของเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมเมื่อแน่ใจว่านางมารร้ายของเขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มขึ้นมาสวมทับร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของคฤหาสน์ภายในห้องทำงานที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าด้านนอกที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา อัคคีทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังบุนวมหลังโต๊ะทำงานไ
อัคคีตอบรับจูบนั้นด้วยความหิวกระหายที่เก็บกดมาทั้งวัน ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่ม สอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม สองมือหนาช้อนร่างระหงขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงไปยังเตียงคิงไซส์หลังใหญ่ โยนร่างของเธอลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่ปรานี“อ๊ะ... อัคคี... ใจร้อนจังเลยนะคะคุณพ่อ” ปารมีหัวเราะเสียงกระเส่า มองสามีที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างเร่งรีบจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นรอยสักรูปเปลวเพลิงที่แสนจะเซ็กซี่“เวลาอยู่บนเตียงนี้... ผมไม่ใช่พ่อของอัคคินทร์ แต่ผมเป็น ‘ผัว’ ของคุณคนเดียว”อัคคีโถมทับลงมาบนร่างบาง เขากระชากชุดเดรสลูกไม้สีขาวของเธอออกจนขาดวิ่นอย่างไม่เสียดาย เผยให้เห็นเรือนร่างที่ยังคงงดงามและอวบอิ่มสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่เคยมีลูก ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้มช่างกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าของเขาให้พุ่งถึงขีดสุด“คุณสวย... สวยจนผมแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ปริม”อัคคีก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มและดูดดึงจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วลาดไหล่เนียน มือหนาฟ้อนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ บีบเคล้นยอดอก
สี่ปีต่อมา...แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบย้อมผืนทะเลอันดามันให้กลายเป็นสีทองอร่าม คลื่นลูกเล็กกระทบชายหาดส่วนตัวของเกาะสวรรค์ที่ ‘อัคคี’ ซื้อไว้เพื่อเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานให้กับภรรยาสุดที่รักบนผืนทรายขาวละเอียด ร่างสูงใหญ่ของมัจจุราชหนุ่มผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจระดับประเทศ กำลังยอมลดตัวลงไปนั่งคุกเข่า ปล่อยให้เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบเขามาตึงเป๊ะ ปีนป่ายขึ้นไปขี่หลังอย่างสนุกสนาน“ปะป๊า วิ่งอีก ม้าวิ่งเร็วๆ” เสียงใสแจ๋วของ ‘น้องเพลิงพล’ หรือหนูน้อยอัคคินทร์ ทายาทตัวน้อยแห่งอัคครากุลและวรโชติ ร้องสั่งการอย่างเอาแต่ใจ“รับทราบครับผม ม้าตัวนี้จะวิ่งให้สุดแรงเลย” อัคคีหัวเราะร่วน ชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว บัดนี้กลายเป็นเพียงคุณพ่อที่หลงลูกชายและยอมสยบแทบเท้าภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาวิ่งเหยาะๆ ไปตามชายหาด เรียกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจากเด็กน้อยได้เป็นอย่างดีปารมีในชุดเดรสลูกไม้สีขาวพลิ้วไหว นั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่มไม้ใหญ่ เธอยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจิบ ทอดสายตามองภาพครอบครัวที่แสนสุขเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุด ร่องรอยของนางมารร้ายผู้โดดเดี่ยวได้ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น
“แฉะขนาดนี้แล้ว... ยังจะปากดีอยู่อีกไหม หืม” อัคคีเงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไฟตัณหา“ก็ทำให้อ้าปากครางจนด่าไม่ออกสิคะ... ผัวขา”คำท้าทายสั้นๆ แต่ทำลายล้างความอดทนของอัคคีจนหมดสิ้นชายหนุ่มกระชากแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอจนขาดวิ่น ก่อนจะรูดซิปกางเกงสแล็กของตัวเอง ปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ขยายใหญ่และปวดหนึบเต็มพิกัดออกมา เขาจับเรียวขาของปารมีแยกออกกว้าง รั้งเอวบางเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะ แล้วสอดใส่ความเป็นชายเข้าไปในความคับแคบของเธออย่างหนักแน่นและลึกล้ำในรวดเดียว“กรี๊ดดด อัคคี ลึก... อ๊าาา”ปารมีสะดุ้งสุดตัว สองมือจิกทึ้งลงบนแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง ความคับแน่นที่เติมเต็มเข้ามาอย่างกะทันหันทำเอาเธอหัวสั่นหัวคลอน โต๊ะทำงานตัวใหญ่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกที่ดุดันของมัจจุราชหนุ่ม“โอ้วว... ปริม... โคตรแน่น... คุณรัดผมจนจะบ้าอยู่แล้ว” อัคคีสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนบทเพลงรักด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและป่าเถื่อนราวกับพายุคลั่ง“อ๊ะๆๆ... อัคคี... แรงอีก... อื้อออ... ลึกอีกสิ”นางมารร้ายไม่มียอมแพ้ หญิงสาวโยกย้ายสะโพกรับสัมผัสของเขาอย่างเร่าร้อนและร่านรน เธอคล้องคอเขาไ
“จำเอาไว้ปารมี...” อัคคีเค้นเสียงเย็นชา พยายามปัดความรู้สึกอ่อนแอนั้นทิ้งไป “คุณไม่มีสิทธิ์ไปหึงหวง หรือทำตัวหยิ่งยโสใส่ใครทั้งนั้นเพราะชีวิตของคุณ ร่างกายของคุณ มันเป็นของผมคนเดียว”พูดจบ มัจจุราชหนุ่มก็หันหลังก้าวเดินออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนหากหันกลับมามองภาพอันน่
สิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักลึกของเพลิงก็ทาบทับลงบนเรียวปากสีสดของปารมีอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานหรือเต็มไปด้วยความรัก แต่มันคือการลงทัณฑ์และการระบายความแค้นที่อัดอั้นอยู่ในใจเขาบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างเอาแต่ใจ ขบเม้มกลีบปากล่างอย่างแรงจนได้รสเฝื่อนของเลือดจางๆ ปารมีเบิกตากว้าง พยายาม
“จุ๊ๆ...” ปารมีส่ายนิ้วชี้ไปมา รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าสวยจัด “งานพวกนั้นมันหน้าที่ของแม่บ้าน ไม่ใช่หน้าที่ของ ‘ของเล่น’ ส่วนตัวอย่างนาย”เธอวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะใช้นิ้วเรียวชี้ลงที่พื้นพรมขนสัตว์สีขาวสะอาดตรงหน้าเธอ“คุกเข่าลงสิ”เพลิงเบิกตากว้าง ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับถูกตอกตะปูต
เพลิงลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายกำยำเกร็งเขม็งไปทุกสัดส่วนเมื่อปลายนิ้วเรียวของเธอกรีดกรายลูบไล้ไปตามแผงอกกว้าง สัมผัสแผ่วเบานั้นกลับเหมือนมีกระแสไฟฟ้าร้อนแรงแล่นพล่านไปทั่วร่าง แม้สมองจะคอยสั่งการให้ผลักไสผู้หญิงใจร้ายคนนี้ออกไปให้พ้น แต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนกลับสยบยอม โหยหาความหอมหวานและอันตรายจากเรือนร





