Masuk(คำเตือน: คุณคือนางร้ายที่ต้องถูกกำจัด) นั่นคือสิ่งที่ ‘ระบบ’ บอกกับเธอ... แต่ขอโทษที กฎของนิยายน้ำเน่าพวกนี้ใช้กับนางมารร้ายอย่าง ปารมี ไม่ได้ เมื่อต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางร้ายที่ถูกกำหนดให้ตายอย่างอนาถ เธอจึงต้องดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบ ทว่าพล็อตเรื่องบ้าๆ กลับพยายามยัดเยียดทั้งนางเอกดอกบัวขาว และรักแรกในอดีตมาเพื่อแย่งชิงมัจจุราชหนุ่มอย่าง อัคคี ไปจากเธอ ได้... ในเมื่อสวรรค์อยากให้เธอร้าย เธอก็จะร้ายให้สุด จะใช้ทุกมารยาและสัญชาตญาณดิบ ยั่วให้เขาคลั่งจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วมาดูเบ้าหน้าพระเจ้าตอนที่เธอทุบระบบเฮงซวยนี่ให้จมเขี้ยว
Lihat lebih banyakกลิ่นน้ำมันเครื่องสนิมเขรอะ ควันบุหรี่ราคาถูก และไอร้อนระอุที่ลอยขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต คือสิ่งแรกที่กระแทกเข้าโสตสัมผัสของเธอ
ความปวดร้าวแล่นริ้วตั้งแต่ขมับจรดท้ายทอยราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบ เธอนิ่วหน้า พยายามกะพริบตาเพื่อขับไล่ความพร่ามัว เสียงสะอื้นไห้แหลมเล็กของใครบางคนดังแว่วเข้าหู ตามมาด้วยเสียงสบถทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“ฮึก... พี่เพลิงคะ มินท์ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แต่พี่ปริมเขา... เขาเอาของๆ มินท์ไปทิ้งหมดเลย มินท์พยายามอธิบายแล้วแต่พี่ปริมก็ไม่ฟัง ซ้ำยังตบหน้ามินท์ด้วย ฮือ...”
เสียงหวานใสที่พยายามดัดให้ดูสั่นเครือและน่าสงสารนั้น ทำให้คนที่เพิ่งได้สติรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา
ดวงตากลมโตเฉี่ยวคมกวาดมองไปรอบตัว อู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ซอมซ่อ ผนังสังกะสีเก่าคร่ำคร่า คราบน้ำมันเครื่องที่เปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ และพัดลมตัวใหญ่ที่พัดเอาไอร้อนอบอ้าวของช่วงบ่ายเข้ามาปะทะร่างกาย ความทรงจำสายหนึ่งไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์ ชื่อบุคคล และจุดจบอันแสนน่าเวทนา...
ปารมี หรือ ปริม... นั่นคือชื่อของร่างนี้
เธอไม่ได้อยู่ในโลกใบเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่ดันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายดาร์กโรมานซ์เรต 20+ เรื่อง ‘ทาสรักบำเรอแค้น’ นิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืน และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ เธอไม่ได้เข้ามาเป็นนางเอกผู้น่าสงสาร แต่กลับกลายมาเป็น ‘ปารมี’ นางร้ายสายเหวี่ยง ลูกสาวคนโตของบ้านที่คอยกดขี่ข่มเหงน้องสาวต่างแม่สารพัด และจุดจบของปารมีในนิยายต้นฉบับคือการถูก ‘เพลิง’ พระเอกของเรื่องที่ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล สั่งชำระความแค้นด้วยการจับเธอไปทรมานและส่งให้ลูกน้องรุมโทรมจนตายในกองเพลิง พร้อมร่วมกับฝีมือของ ‘เตชินท์’ แฟนหนุ่มมาเฟียที่หักหลังเธอในท้ายที่สุด
บัดซบ... ทะลุมิติมาทั้งที ทำไมต้องมาอยู่ในร่างของคนที่กำลังจะตายหยั่งเขียดด้วย
ปารมีลอบสบถในใจ ขณะที่สายตาของเธอโฟกัสภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น
หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ดูบอบบางราวกับดอกไม้ที่ต้องลม กำลังยืนบีบน้ำตาหยดแหมะๆ อยู่ข้างหลังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ นั่นคือ ‘มิลินท์’ หรือ ‘มินท์’ น้องสาวต่างแม่ผู้สวมบทนางเอกดอกบัวขาว หน้าฉากทำตัวอ่อนแอไร้ทางสู้ แต่ลับหลังกลับใช้มารยาหญิงหลอกใช้ผู้ชายทุกคนให้หมุนรอบตัวเธอ
และชายหนุ่มที่มิลินท์กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลัง... ช่างซ่อมรถยาจกผู้มีเบื้องหลังเป็นถึงทายาทมหาเศรษฐีตระกูลดังที่พลัดพราก... ‘เพลิง’ หรือ ‘อัคคี’
ลมหายใจของปารมีสะดุดไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้าของพระเอกตัวเป็นๆ
เขาสูงมาก น่าจะร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรขึ้นไป ช่วงไหล่กว้างตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อกล้ามสีขาวตัวเก่าที่เปื้อนคราบน้ำมันและเหงื่อ ผิวสีแทนกร้านแดดจากการทำงานหนักขับเน้นให้เขาดูดิบเถื่อนและอันตราย ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับแข็งกร้าว เย็นชา และเต็มไปด้วยความขยะแขยงเมื่อทอดมองมาที่เธอ
ในมือหนาหยาบกร้านของเขายังคงถือประแจเหล็กตัวใหญ่ เส้นเลือดที่ปูดโปนบนท่อนแขนบ่งบอกถึงแรงอารมณ์ที่กำลังถูกกดทับไว้
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายมินท์ถึงที่นี่ ปารมี” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามอย่างเอาเรื่อง นัยน์ตาของเพลิงวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ “ที่บ้านยังรังแกเธอไม่พอ หรือต้องตามมาจิกหัวกันถึงอู่ของผม”
คนเข้ามาอยู่ในร่างกำลังทบทวนเรื่องราวในร่างนี้เพราะพระเอกเคยช่วยนางร้ายเอาไว้ตอนรถเสียกลางทาง ก่อนจะถูกฉุดก็มีพระเอกมาช่วยทำให้นางร้ายอยากได้พระเอกมาครอบครอง แต่พอรู้ว่าน้องสาวต่างแม่ก็ชอบพระเอกเช่นกัน ตั้งแต่นั้นมานางร้ายก็พยายามแย่งชิงและทำร้ายมาตลอด
ตามบทนิยายแล้ว ตัวร้ายอย่างปารมีจะต้องกรี๊ดแตก ชี้หน้าด่ามิลินท์ว่าเป็นนังร่านที่ชอบแย่งของคนอื่น และสาดคำพูดเหยียดหยามใส่เพลิงว่าตาต่ำไปชอบลูกเมียน้อยก่อนจะตอกย้ำเพราะตาต่ำแบบนี้จึงทำให้ถูกทิ้งไม่มีใครเอา ซึ่งนั่นจะยิ่งตอกลิ่มความเกลียดชังในใจพระเอกให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก และเป็นจุดเริ่มต้นของความแค้นที่นำไปสู่ความตายของเธอ
เหอะ... ฝันไปเถอะว่าจะยอมเดินตามสคริปต์โง่ๆ นั่น ในเมื่อรู้ว่าทำดีไปไอ้พระเอกหน้าหล่อแต่นิสัยธงดำคนนี้ก็ไม่มีวันเชื่อ แถมยังเกลียดเธอหนักกว่าเดิม สู้เธอพลิกบทบาท สวมวิญญาณนางมารร้ายสายยั่ว แล้วเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นของเล่นในกำมือไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อยการดึงเขามาไว้ใกล้ตัวด้วยวิธีที่เขาเกลียด ก็ยังเป็นข้ออ้างบังหน้าเพื่อปกป้องเขาจากเตชินท์ แฟนหนุ่มมาเฟียของเธอได้
ปารมีเหยียดยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดระเบียบชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิงที่เว้าลึกอวดสัดส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจ ความเจ็บปวดที่ศีรษะมลายหายไป สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการอยากเอาชนะเข้ามาแทนที่
เธอก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า เสียงรองเท้าส้นเข็มสีแดงสดแบรนด์คริสเตียน ลูบูแตง กระทบพื้นคอนกรีตดัง ตึก... ตึก... เป็นจังหวะเนิบนาบแต่ทรงอำนาจ
มิลินท์ที่แกล้งสะอื้นอยู่ถึงกับชะงัก แววตาซ่อนความหวาดหวั่นเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของพี่สาว ปกติปารมีจะต้องโวยวายและพุ่งเข้ามาตบตีแล้ว แต่วันนี้กลับนิ่งสงบจนน่ากลัว
ปารมีเดินมาหยุดอยู่ห่างจากเพลิงเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมชาแนลราคาแพงระยับของเธอผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อและบุหรี่ของเขา สร้างบรรยากาศที่ทั้งอึดอัดและชวนให้ร้อนรุ่ม
เธอปรายตามองมิลินท์เพียงเสี้ยววินาทีราวกับมองเศษขยะ ก่อนจะตวัดสายตาคู่สวยกลับมาประสานกับนัยน์ตาดุดันของเพลิง
แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์สวีตอันกว้างใหญ่ เผยให้เห็นร่างบอบบางของ ‘ปารมี’ ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซซ์ ลมหายใจของเธอเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าสวยจัดที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยมารยา บัดนี้ดูผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอัคคี ทายาทแห่งอัคครากุลและมัจจุราชหนุ่มผู้เพิ่งจะมอบพายุสวาทอันเร่าร้อนให้กับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน นั่งเอนหลังพิงพนักเตียง ทอดสายตามองผู้หญิงในอ้อมกอดด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะหยั่งถึง มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีต ลูบไล้เรือนผมสีเข้มของเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมเมื่อแน่ใจว่านางมารร้ายของเขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มขึ้นมาสวมทับร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของคฤหาสน์ภายในห้องทำงานที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าด้านนอกที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา อัคคีทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังบุนวมหลังโต๊ะทำงานไ
อัคคีตอบรับจูบนั้นด้วยความหิวกระหายที่เก็บกดมาทั้งวัน ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่ม สอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม สองมือหนาช้อนร่างระหงขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงไปยังเตียงคิงไซส์หลังใหญ่ โยนร่างของเธอลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่ปรานี“อ๊ะ... อัคคี... ใจร้อนจังเลยนะคะคุณพ่อ” ปารมีหัวเราะเสียงกระเส่า มองสามีที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างเร่งรีบจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นรอยสักรูปเปลวเพลิงที่แสนจะเซ็กซี่“เวลาอยู่บนเตียงนี้... ผมไม่ใช่พ่อของอัคคินทร์ แต่ผมเป็น ‘ผัว’ ของคุณคนเดียว”อัคคีโถมทับลงมาบนร่างบาง เขากระชากชุดเดรสลูกไม้สีขาวของเธอออกจนขาดวิ่นอย่างไม่เสียดาย เผยให้เห็นเรือนร่างที่ยังคงงดงามและอวบอิ่มสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่เคยมีลูก ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้มช่างกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าของเขาให้พุ่งถึงขีดสุด“คุณสวย... สวยจนผมแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ปริม”อัคคีก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มและดูดดึงจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วลาดไหล่เนียน มือหนาฟ้อนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ บีบเคล้นยอดอก
สี่ปีต่อมา...แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบย้อมผืนทะเลอันดามันให้กลายเป็นสีทองอร่าม คลื่นลูกเล็กกระทบชายหาดส่วนตัวของเกาะสวรรค์ที่ ‘อัคคี’ ซื้อไว้เพื่อเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานให้กับภรรยาสุดที่รักบนผืนทรายขาวละเอียด ร่างสูงใหญ่ของมัจจุราชหนุ่มผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจระดับประเทศ กำลังยอมลดตัวลงไปนั่งคุกเข่า ปล่อยให้เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบเขามาตึงเป๊ะ ปีนป่ายขึ้นไปขี่หลังอย่างสนุกสนาน“ปะป๊า วิ่งอีก ม้าวิ่งเร็วๆ” เสียงใสแจ๋วของ ‘น้องเพลิงพล’ หรือหนูน้อยอัคคินทร์ ทายาทตัวน้อยแห่งอัคครากุลและวรโชติ ร้องสั่งการอย่างเอาแต่ใจ“รับทราบครับผม ม้าตัวนี้จะวิ่งให้สุดแรงเลย” อัคคีหัวเราะร่วน ชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว บัดนี้กลายเป็นเพียงคุณพ่อที่หลงลูกชายและยอมสยบแทบเท้าภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาวิ่งเหยาะๆ ไปตามชายหาด เรียกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจากเด็กน้อยได้เป็นอย่างดีปารมีในชุดเดรสลูกไม้สีขาวพลิ้วไหว นั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่มไม้ใหญ่ เธอยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจิบ ทอดสายตามองภาพครอบครัวที่แสนสุขเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุด ร่องรอยของนางมารร้ายผู้โดดเดี่ยวได้ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น
“แฉะขนาดนี้แล้ว... ยังจะปากดีอยู่อีกไหม หืม” อัคคีเงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไฟตัณหา“ก็ทำให้อ้าปากครางจนด่าไม่ออกสิคะ... ผัวขา”คำท้าทายสั้นๆ แต่ทำลายล้างความอดทนของอัคคีจนหมดสิ้นชายหนุ่มกระชากแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอจนขาดวิ่น ก่อนจะรูดซิปกางเกงสแล็กของตัวเอง ปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ขยายใหญ่และปวดหนึบเต็มพิกัดออกมา เขาจับเรียวขาของปารมีแยกออกกว้าง รั้งเอวบางเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะ แล้วสอดใส่ความเป็นชายเข้าไปในความคับแคบของเธออย่างหนักแน่นและลึกล้ำในรวดเดียว“กรี๊ดดด อัคคี ลึก... อ๊าาา”ปารมีสะดุ้งสุดตัว สองมือจิกทึ้งลงบนแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง ความคับแน่นที่เติมเต็มเข้ามาอย่างกะทันหันทำเอาเธอหัวสั่นหัวคลอน โต๊ะทำงานตัวใหญ่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกที่ดุดันของมัจจุราชหนุ่ม“โอ้วว... ปริม... โคตรแน่น... คุณรัดผมจนจะบ้าอยู่แล้ว” อัคคีสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนบทเพลงรักด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและป่าเถื่อนราวกับพายุคลั่ง“อ๊ะๆๆ... อัคคี... แรงอีก... อื้อออ... ลึกอีกสิ”นางมารร้ายไม่มียอมแพ้ หญิงสาวโยกย้ายสะโพกรับสัมผัสของเขาอย่างเร่าร้อนและร่านรน เธอคล้องคอเขาไ





