LOGINแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์สวีตอันกว้างใหญ่ เผยให้เห็นร่างบอบบางของ ‘ปารมี’ ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซซ์ ลมหายใจของเธอเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ใบหน้าสวยจัดที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยมารยา บัดนี้ดูผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอัคคี ทายาทแห่งอัคครากุลและมัจจุราชหนุ่มผู้เพิ่งจะมอบพายุสวาทอันเร่าร้อนให้กับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน นั่งเอนหลังพิงพนักเตียง ทอดสายตามองผู้หญิงในอ้อมกอดด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะหยั่งถึง มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีต ลูบไล้เรือนผมสีเข้มของเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมเมื่อแน่ใจว่านางมารร้ายของเขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มขึ้นมาสวมทับร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของคฤหาสน์ภายในห้องทำงานที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าด้านนอกที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา อัคคีทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังบุนวมหลังโต๊ะทำงานไ
อัคคีตอบรับจูบนั้นด้วยความหิวกระหายที่เก็บกดมาทั้งวัน ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่ม สอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม สองมือหนาช้อนร่างระหงขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงไปยังเตียงคิงไซส์หลังใหญ่ โยนร่างของเธอลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่ปรานี“อ๊ะ... อัคคี... ใจร้อนจังเลยนะคะคุณพ่อ” ปารมีหัวเราะเสียงกระเส่า มองสามีที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างเร่งรีบจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นรอยสักรูปเปลวเพลิงที่แสนจะเซ็กซี่“เวลาอยู่บนเตียงนี้... ผมไม่ใช่พ่อของอัคคินทร์ แต่ผมเป็น ‘ผัว’ ของคุณคนเดียว”อัคคีโถมทับลงมาบนร่างบาง เขากระชากชุดเดรสลูกไม้สีขาวของเธอออกจนขาดวิ่นอย่างไม่เสียดาย เผยให้เห็นเรือนร่างที่ยังคงงดงามและอวบอิ่มสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่เคยมีลูก ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้มช่างกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าของเขาให้พุ่งถึงขีดสุด“คุณสวย... สวยจนผมแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ปริม”อัคคีก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มและดูดดึงจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วลาดไหล่เนียน มือหนาฟ้อนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ บีบเคล้นยอดอก
สี่ปีต่อมา...แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบย้อมผืนทะเลอันดามันให้กลายเป็นสีทองอร่าม คลื่นลูกเล็กกระทบชายหาดส่วนตัวของเกาะสวรรค์ที่ ‘อัคคี’ ซื้อไว้เพื่อเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานให้กับภรรยาสุดที่รักบนผืนทรายขาวละเอียด ร่างสูงใหญ่ของมัจจุราชหนุ่มผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจระดับประเทศ กำลังยอมลดตัวลงไปนั่งคุกเข่า ปล่อยให้เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบเขามาตึงเป๊ะ ปีนป่ายขึ้นไปขี่หลังอย่างสนุกสนาน“ปะป๊า วิ่งอีก ม้าวิ่งเร็วๆ” เสียงใสแจ๋วของ ‘น้องเพลิงพล’ หรือหนูน้อยอัคคินทร์ ทายาทตัวน้อยแห่งอัคครากุลและวรโชติ ร้องสั่งการอย่างเอาแต่ใจ“รับทราบครับผม ม้าตัวนี้จะวิ่งให้สุดแรงเลย” อัคคีหัวเราะร่วน ชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว บัดนี้กลายเป็นเพียงคุณพ่อที่หลงลูกชายและยอมสยบแทบเท้าภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาวิ่งเหยาะๆ ไปตามชายหาด เรียกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจากเด็กน้อยได้เป็นอย่างดีปารมีในชุดเดรสลูกไม้สีขาวพลิ้วไหว นั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่มไม้ใหญ่ เธอยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจิบ ทอดสายตามองภาพครอบครัวที่แสนสุขเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุด ร่องรอยของนางมารร้ายผู้โดดเดี่ยวได้ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น
“แฉะขนาดนี้แล้ว... ยังจะปากดีอยู่อีกไหม หืม” อัคคีเงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไฟตัณหา“ก็ทำให้อ้าปากครางจนด่าไม่ออกสิคะ... ผัวขา”คำท้าทายสั้นๆ แต่ทำลายล้างความอดทนของอัคคีจนหมดสิ้นชายหนุ่มกระชากแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอจนขาดวิ่น ก่อนจะรูดซิปกางเกงสแล็กของตัวเอง ปลดปล่อยความแข็งแกร่งที่ขยายใหญ่และปวดหนึบเต็มพิกัดออกมา เขาจับเรียวขาของปารมีแยกออกกว้าง รั้งเอวบางเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะ แล้วสอดใส่ความเป็นชายเข้าไปในความคับแคบของเธออย่างหนักแน่นและลึกล้ำในรวดเดียว“กรี๊ดดด อัคคี ลึก... อ๊าาา”ปารมีสะดุ้งสุดตัว สองมือจิกทึ้งลงบนแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง ความคับแน่นที่เติมเต็มเข้ามาอย่างกะทันหันทำเอาเธอหัวสั่นหัวคลอน โต๊ะทำงานตัวใหญ่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกที่ดุดันของมัจจุราชหนุ่ม“โอ้วว... ปริม... โคตรแน่น... คุณรัดผมจนจะบ้าอยู่แล้ว” อัคคีสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนบทเพลงรักด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและป่าเถื่อนราวกับพายุคลั่ง“อ๊ะๆๆ... อัคคี... แรงอีก... อื้อออ... ลึกอีกสิ”นางมารร้ายไม่มียอมแพ้ หญิงสาวโยกย้ายสะโพกรับสัมผัสของเขาอย่างเร่าร้อนและร่านรน เธอคล้องคอเขาไ
อัคคีหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาทิ้งตัวลงซบหน้ากับลาดไหล่เนียนของปารมี ร่างกายของทั้งคู่ยังคงเชื่อมต่อกันแนบแน่น ชายหนุ่มกอดรัดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน จูบซับลงบนขมับที่ชื้นเหงื่อและหยดน้ำของเธอด้วยความรักที่เอ่อล้นจนแทบจะปริแตกปารมีฟุบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา สูดดมกลิ่นกายบุรุษเพศที่เธอหลงใหล หญิงสาวหลับตาลงด้วยความสุขสมและอิ่มเอมใจที่สุด ไม่มีโชคชะตาใดๆ จะมาพรากเขาไปจากเธอได้อีกต่อไป“ผมรักคุณนะ ปารมี... รักจนหมดหัวใจเลย” อัคคีกระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอปารมียกยิ้มกว้าง หญิงสาวเงยหน้าขึ้น จรดริมฝีปากจูบที่ปลายคางของเขาเบาๆ นัยน์ตาคู่คมทอดมองดวงจันทร์ที่สว่างไสวเบื้องบน“ฉันก็รักคุณค่ะ อัคคี... มัจจุราชของฉัน”ค่ำคืนนี้ยาวนานและเต็มไปด้วยบทเพลงรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด ท่ามกลางมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ นางมารร้ายได้สลักชื่อของเธอลงบนหัวใจของมัจจุราชหนุ่มอย่างถาวร ปิดฉากเกมกระดานแห่งโชคชะตาด้วยความเร่าร้อนและความรักที่อยู่เหนือทุกกฎเกณฑ์บนโลกใบนี้กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงลอยมาปะทะจมูก ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้ความรู้สึกหรูหราของหญิงสาวที่สวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์
ทั้งสองคนจุมพิตกันอย่างแนบแน่นท่ามกลางแสงจันทร์ ลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนความหวานล้ำของกันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ร่างกายของทั้งคู่เบียดชิดจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น อัคคีสอดมือเข้าไปใต้ชุดเดรสซาตินของเธอ ลูบไล้แผ่นหลังและสะโพกกลมกลึงอย่างหลงใหล“ผมรอให้ถึงห้องนอนไม่ไหวแล้วปริม...” อัคคีกระซิบเสียงพร่า ผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อสูดลมหายใจ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยไฟตัณหาที่ถูกจุดติดอย่างรวดเร็ว“ใครบอกว่าเราต้องกลับไปที่ห้องนอนล่ะคะ...”ละเม็ด ก่อนจะผลักแผงอกกว้างเบาๆ ให้อัคคีเดินถอยหลังไปทางสระว่ายน้ำกระจกใสที่อยู่กลางดาดฟ้าเรือ น้ำในสระทอประกายระยิบระยับล้อแสงจันทร์ ผิวน้ำอุ่นๆ ส่งไอระเหยจางๆ ขึ้นมาปะทะอากาศเย็นของท้องทะเลอัคคีเข้าใจเจตนารมณ์ของราชินีสาวในทันที ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจ เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตและกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว โยนทิ้งไปบนเก้าอี้ผ้าใบอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยสักรูปเปลวเพลิงที่หัวไหล่ ความแข็งแกร่งของบุรุษเพศผงาดง้ำชูชันพร้อมรบอย่างเต็มที่ปารมีไม่รอช้า หญิงสาวรูดซิปชุดเดรสสีขาวมุกของตัวเอง







