Beranda / รักโบราณ / นางร้ายสายปลาเค็ม / บทที่ 19 คำนับฟ้าดิน

Share

บทที่ 19 คำนับฟ้าดิน

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2026-08-21 21:33:06

ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวงท่ามกลางเสียงฆ้องกลองมงคลที่ดังไม่ขาดสาย

ตลอดสองข้างทาง ผู้คนยังคงยืนเบียดเสียดกันเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของขบวนรับเจ้าสาว บ้างโปรยกลีบดอกไม้ บ้างเอ่ยคำอวยพร ส่วนเด็ก ๆ ต่างวิ่งตามขบวนเพื่อรอรับขนมมงคลที่บ่าวจวนตระกูลกู้แจกจ่ายไปทั่ว

เมื่อขบวนเดินทางมาถึงหน้าจวนตระกูลกู้ ประตูใหญ่สีแดงก็เปิดกว้าง

โคมมงคลแขวนเรียงรายตั้งแต่หน้าประตูไปจนถึงลานพิธี ผ้าแพรสีแดงพาดผ่านระเบียงยาวทุกสาย อักษรมงคลสีทองถูกติดไว้บนประตูและหน้าต่างทั่วทั้งจวน

เสียงประทัดดังสนั่นขึ้นในทันที

“ขบวนเจ้าสาวมาถึงแล้ว”

เสียงของพ่อบ้านใหญ่ดังขึ้นอย่างยินดี แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างพากันหันไปมองหน้าประตู

กู้เจิ้งหยวนในชุดพิธีการสีเข้มยืนอยู่ด้านหน้ากลุ่มผู้อาวุโส ใบหน้าที่ปกติเคร่งขรึมกลับมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ชัดเจน

ข้างกายเขาคือฮูหยินผู้เฒ่าเผยซูเจิน นางสวมอาภรณ์สีม่วงแดงปักลายหงส์ มือหนึ่งถือไม้เท้าหัวหยก ส่วนอีกมือถูกสาวใช้ประคองเอาไว้

แม้พิธีแต่งงานจะจัดขึ้นอย่างเร่งรีบ แต่คนทั้งสองกลับตั้งใจออกมาต้อนรับเจ้าสาวด้วยตนเอง นายท่านรองกู้จิ่งเหยากับฟางฮุ่ยเหมยยืนอยู่ด้านหนึ่ง นายท่านสามกู้จิ่งเซวียนกับหลินจิ้งยืนอยู่อีกด้าน

ทุกคนต่างมีสีหน้าชื่นมื่น ไม่เห็นเค้าความไม่พอใจที่เคยมีต่อซ่งอวี้หรูหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกเขากลับเฝ้ารอการมาถึงของนางราวกับกำลังรอรับบุคคลสำคัญที่สุดผู้หนึ่งของตระกูล

เพราะสำหรับคนตระกูลกู้แล้ว การแต่งงานในวันนี้ไม่ใช่เพียงการรับสะใภ้เข้าจวน แต่ยังเป็นการรับผู้ที่อาจช่วยเปลี่ยนชะตากรรมของคนทั้งตระกูลเข้ามาด้วย แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดกล้าเปิดเผยความคิดนี้ออกมา

ยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าแสดงท่าทีสนใจซ่งอวี้หรูมากเกินไป จนทำให้นางเกิดความสงสัย ทุกคนจึงทำได้เพียงแสร้งแสดงความยินดีตามธรรมเนียม แม้ภายในใจจะเฝ้ารอฟังว่านางจะคิดสิ่งใดออกมาอีกก็ตาม

ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้นนั้น มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มผู้อาวุโสด้วยสีหน้าเย็นชา

กู้ชิงเหิงสวมอาภรณ์สีแดงเข้มตามธรรมเนียมของญาติฝ่ายเจ้าบ่าวใบหน้าหล่อเหลายังคงสงบนิ่ง ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางเบาเหมือนกำลังร่วมยินดีกับน้องชาย แต่หากสังเกตให้ดี จะพบว่าดวงตาของเขาไม่มีความยินดีอยู่เลยแม้แต่น้อย

สายตาของกู้ชิงเหิงทอดมองไปยังขบวนเกี้ยวที่หยุดอยู่หน้าประตูใหญ่ เดิมทีทุกสิ่งไม่ควรลงเอยเช่นนี้ แผนการของเขาเตรียมไว้อย่างรอบคอบแล้ว ซ่งอวี้หรูหลงใหลเขามาหลายปี เพียงให้คนวางยา แล้วจัดฉากให้นางกับกู้ชิงอวิ๋นอยู่ด้วยกันตามลำพัง เมื่อเรื่องแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของทั้งคู่ย่อมย่อยยับ

ซ่งอวี้หรูจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะ กู้ชิงอวิ๋นจะถูกกล่าวหาว่าแย่งชิงสตรีที่พี่ชายหมายปอง ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องจะเกิดรอยร้าว ส่วนจวนอัครเสนาบดีตระกูลซ่งย่อมไม่พอใจตระกูลกู้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด ล้วนเป็นประโยชน์ต่อเขาทั้งสิ้น

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามกับที่คาดไว้ทุกอย่าง ซ่งอวี้หรูไม่ได้ร้องไห้โวยวายเพื่อขอแต่งกับเขา นางกลับยอมแต่งกับกู้ชิงอวิ๋นอย่างง่ายดาย ซ่งเหวินหยวนไม่เพียงไม่เอาเรื่องตระกูลกู้ ยังผลักดันให้ทั้งสองแต่งงานกันภายในสามวัน

ส่วนผู้อาวุโสในจวนตระกูลกู้ที่ควรไม่พอใจซ่งอวี้หรู กลับเห็นดีเห็นงามกับการแต่งงานครั้งนี้ทั้งหมด

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนผิดปกติ ผิดปกติเสียจนกู้ชิงเหิงไม่อาจมองข้ามได้อีก เสียงม้าร้องดังขึ้นเบา ๆ

กู้ชิงอวิ๋นดึงบังเหียน ก่อนจะลงจากหลังม้าสีขาวปลอดด้วยท่าทางสง่างามเมื่อปลายรองเท้าแตะพื้น เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากบรรดาคุณชายและแขกเหรื่อก็ดังขึ้นอีกครั้ง

แม่สื่อเดินมาหยุดข้างเกี้ยว พลางกล่าวเสียงดัง

“เจ้าบ่าวยิงประตูเกี้ยว เพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลและรับเจ้าสาวเข้าสู่จวน!”

บ่าวรับใช้รีบนำคันธนูและลูกธนูไร้หัวมาส่งให้ กู้ชิงอวิ๋นรับคันธนูมา เขายืนอยู่ห่างจากเกี้ยวหลายก้าว ก่อนจะง้างสายธนูอย่างมั่นคง

รูปร่างสูงโปร่งในชุดสีแดงตัดกับลานหินสีเทา ท่วงท่าการจับคันธนูคล่องแคล่วและสง่างามอย่างยิ่ง ลูกธนูดอกแรกถูกปล่อยออกไป ปักลงตรงส่วนบนของประตูเกี้ยว

“ลูกธนูที่หนึ่ง ขับไล่สิ่งชั่วร้าย”

เสียงแม่สื่อประกาศ ลูกธนูดอกที่สองพุ่งตามไปติด ๆ

“ลูกธนูที่สอง ต้อนรับสิริมงคล”

ลูกธนูดอกที่สามพุ่งออกไปอย่างแม่นยำ ก่อนจะกระทบประตูเกี้ยวเบา ๆ

“ลูกธนูที่สาม ครองคู่ยืนยาว”

เสียงชื่นชมดังขึ้นทั่วทั้งลาน

ภายในเกี้ยว ซ่งอวี้หรูสะดุ้งเล็กน้อยทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลูกธนูกระทบประตู นางนั่งตัวตรงอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า มือสองข้างวางซ้อนกันบนตักตามที่สตรีมงคลกำชับไว้

‘ข้ารู้ว่าธนูไม่มีหัว แต่เหตุใดต้องยิงใส่เกี้ยวด้วย หากมือพลาดขึ้นมา เจ้าสาวยังไม่ทันเข้าพิธีก็อาจถูกยิงตายเสียก่อน ธรรมเนียมโบราณช่างชอบสร้างความหวาดเสียวจริง ๆ’

กู้ชิงอวิ๋นที่ยืนอยู่นอกเกี้ยวเกือบหลุดหัวเราะออกมา เขารีบก้มหน้าส่งคันธนูคืนให้บ่าว เพื่อปกปิดรอยยิ้มตรงมุมปาก

ฮูหยินผู้เฒ่าเผยซูเจินเองก็ได้ยินความคิดนั้นชัดเจน นางยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก แสร้งไอเบา ๆ เพื่อซ่อนรอยยิ้มเช่นกัน

นายท่านสามกู้จิ่งเซวียนหันหน้าไปอีกทาง ไหล่สั่นอยู่เล็กน้อย ส่วนหลินจิ้งที่ยืนอยู่ข้างกายเขารีบใช้ข้อศอกกระทุ้งสามีเบา ๆ เป็นการเตือนว่าอย่าแสดงพิรุธ

กู้ชิงเหิงมองท่าทางของคนเหล่านั้นแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย มีสิ่งใดน่าขันกันหรือ... เหตุใดทุกคนจึงมีท่าทางคล้ายกำลังกลั้นหัวเราะพร้อมกัน เขาหันไปมองกู้ชิงอวิ๋น แต่เห็นเพียงน้องชายกำลังยืนอยู่ข้างเกี้ยวด้วยท่าทางเป็นปกติ

แม่สื่อเปิดม่านเกี้ยวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยื่นผ้าแพรสีแดงที่ผูกดอกไม้กลมไว้ตรงกลางเข้าไปด้านใน ปลายผ้าอีกด้านหนึ่งถูกส่งให้กู้ชิงอวิ๋น

“เจ้าบ่าวจูงเจ้าสาวเข้าประตูมงคล”

ซ่งอวี้หรูจับปลายผ้าแดงเอาไว้ ก่อนจะถูกชิงอวี่กับสตรีมงคลช่วยประคองลงจากเกี้ยว ทันทีที่เท้าแตะพื้น นางก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้ามืดลงกว่าเดิม

ผ้าคลุมหน้าหนา มงกุฎหนัก ชุดเจ้าสาวยาวลากพื้น นางมองเห็นเพียงปลายรองเท้าของตนเองกับผ้าแพรสีแดงในมือเท่านั้น

‘ข้ามองไม่เห็นทางเลย หากต้องล้มลงต่อหน้าแขกทั้งเมืองหลวง ชื่อเสียงที่เพิ่งกู้กลับมาได้คงจบสิ้นอีกครั้ง’

กู้ชิงอวิ๋นได้ยินความคิดนั้น จึงลดฝีเท้าลงอย่างแนบเนียน มือของเขาดึงผ้าแดงตึงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้นางรู้ทิศทาง จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ

“พื้นตรงหน้ามีธรณีประตู ค่อย ๆ ก้าว”

ซ่งอวี้หรูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกชายกระโปรงขึ้นอย่างระมัดระวังแล้วก้าวข้าม

‘บุรุษผู้นี้ช่างรอบคอบจริง ๆ แต่งกับเขาก็ดีกว่าต้องแต่งกับคนหน้าตายอย่างกู้ชิงเหิง อย่างน้อยคนอย่างกู้ชิงอวิ๋นก็ไม่มีทางวางแผนทำลายชื่อเสียงข้า และไม่มีทางลงมือฆ่าข้าแน่’

กู้ชิงอวิ๋นได้ยินแล้ว แววตาก็อ่อนลง ส่วนกู้ชิงเหิงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลกลับรู้สึกได้ว่ากู้ชิงอวิ๋นระมัดระวังกับเจ้าสาวมากผิดปกติ น้องชายของเขาเพิ่งตกอยู่ในสถานการณ์อื้อฉาวกับซ่งอวี้หรูเมื่อไม่กี่วันก่อน

เหตุใดยามนี้กลับดูสนิทสนมและเข้าใจกันราวกับรู้จักกันมานาน เมื่อเจ้าสาวก้าวพ้นประตูใหญ่ บ่าวรับใช้ก็นำกระถางไฟมาวางไว้ตรงหน้า เปลวไฟสีส้มลุกไหวอยู่ภายในกระถางทองแดง แม่สื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นมงคล

“เจ้าสาวข้ามกระถางไฟ ขับไล่เคราะห์ร้าย ชีวิตคู่รุ่งเรืองดุจเปลวเพลิง”

ซ่งอวี้หรูหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากระถาง แม้มองไม่ชัด แต่นางสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่ลอยขึ้นมากระทบชายกระโปรง

‘ไฟลุกสูงถึงเพียงนี้จริงหรือ ชุดของข้ามีผ้าหลายชั้น หากติดไฟขึ้นมา ข้าจะกลายเป็นเจ้าสาวที่ถูกย่างสดหรือไม่ เหตุใดการแต่งงานต้องเสี่ยงชีวิตทุกขั้นตอนด้วย’

คราวนี้คนตระกูลกู้ที่ได้ยินเสียงความคิดต่างต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อรักษาสีหน้า

ฮูหยินผู้เฒ่าเผยซูเจินกำไม้เท้าแน่นขึ้น ฟางฮุ่ยเหมยก้มหน้าลงราวกับกำลังจัดแขนเสื้อ ส่วนหลินจิ้งยกถ้วยชาขึ้นจิบทั้งที่ภายในถ้วยไม่มีน้ำเหลือแล้ว

กู้ชิงอวิ๋นกลั้นรอยยิ้ม ก่อนจะขยับเข้าใกล้กระถางไฟเล็กน้อย

“ไฟไม่สูง เจ้าก้าวข้ามได้”

เขากล่าวเสียงเบา จากนั้นจึงดึงผ้าแดงช้า ๆ เพื่อนำทาง ซ่งอวี้หรูสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยกกระโปรงขึ้นแล้วก้าวข้ามกระถางไฟอย่างรวดเร็ว

เมื่อเท้าแตะพื้นอีกด้าน นางก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

‘รอดแล้ว ดูเหมือนชีวิตปลาเค็มของข้าจะยังไม่จบสิ้นลงในวันนี้’

กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ตนเองหัวเราะออกมาต่อหน้าผู้คน เขาพานางเดินต่อไปตามพรมแดงที่ทอดยาวเข้าสู่ห้องโถงพิธี แขกเหรื่อสองข้างทางต่างลุกขึ้นกล่าวคำอวยพร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 79 ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มอย่างคุ้มค่าแล้ว

    หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 78 ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของปลาเค็ม

    กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 77 ปลาเค็มกับเจ้าลิงน้อยสามตัว

    เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 76 ซ่งอวี้หรูตั้งครรภ์

    หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 75 มีทายาท

    คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที“อะไรนะ!”ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”บ่าวคนนั้นกัดฟัน“ข้าไม่รู้!”“ไม่รู้หรือ”ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”บ่าวชายหน้าซีดทันที“อย่า! ข้าพูดแล้ว”เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง“เจ้าใส่ร้ายข้า!”บ่าวคนนั้นรีบตะโกน“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า“ไม่ใช่!”“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”“ข้าไม่ได้...”“หุบปาก!”เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 74 บุตรชายของจวนอัครเสนาบดี

    ข่าวของเซี่ยหว่านชิงถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงต้นฤดูหนาว ตอนแรกซ่งอวี้หรูไม่ได้สนใจนัก นับตั้งแต่ตระกูลเซี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ชีวิตของนางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างที่ใฝ่ฝันมานานตื่นสาย กินขนม เบื่อก็เดินเล่นในสวน บางวันไม่อยากออกจากเรือนก็เอนตัวนอนบนตั่งทั้งวันกู้ชิงอวิ๋นกลับจากค่ายทหารเมื่อใดก็จะมีของกินหรือของเล่นแปลก ๆ ติดมือกลับมาให้นางเสมอ ซ่งอวี้หรูจึงใช้ชีวิตเป็น “ปลาเค็ม” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนกระทั่งวันหนึ่ง ชิงอวี่นำข่าวจากชายแดนเข้ามารายงาน“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ มีข่าวเรื่องคุณหนูเซี่ยเจ้าค่ะ”ซ่งอวี้หรูซึ่งกำลังนอนกอดหมอนอยู่บนตั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เซี่ยหว่านชิงหรือ”“เจ้าค่ะ”“นางเป็นอย่างไรบ้าง”ชิงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ“เสียชีวิตระหว่างทางไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบขนมของซ่งอวี้หรูหยุดลง“ตายแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”ชิงอวี่ลดเสียงลง“หลังจากถูกเนรเทศ การเดินทางลำบากมาก อาหารที่แจกให้นักโทษก็มีไม่มาก คุณหนูเซี่ยไม่เคยลำบากมาก่อนจึงทนไม่ไหว”“ได้ยินว่า...ช่วงหลังนางพยายามใช้สิ่งที่ตนเองมีแลกเปลี่ยนกับอาหารและความสะดวกจากผู้คุมบางคน”ซ่งอวี้หรูเงี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status