หน้าหลัก / รักโบราณ / นางร้ายสายปลาเค็ม / บทที่ 32 หมวกเขียวอันเรืองรอง

แชร์

บทที่ 32 หมวกเขียวอันเรืองรอง

ผู้เขียน: BigM00N
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-24 11:03:38

เมื่อรถม้าของจวนตระกูลกู้แล่นมาถึงหน้าจวนตระกูลซ่ง พ่อบ้านและบ่าวรับใช้ต่างก็รีบเปิดประตูใหญ่ต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

กู้ชิงอวิ๋นก้าวลงจากรถม้าก่อนตามธรรมเนียม จากนั้นจึงหันกลับไปยื่นมือให้ภรรยา

“ระวังขั้นบันได”

ซ่งอวี้หรูยิ้มบาง ๆ ก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของเขา

“อืม”

กู้ชิงอวิ๋นประคองนางลงจากรถม้าอย่างทะนุถนอม

ภาพนั้นตกอยู่ในสายตาของซ่งเหวินหยวนซึ่งมายืนรอบุตรสาวอยู่หน้าประตูจวนด้วยตนเองเมื่อเห็นว่าบุตรสาวมีสีหน้าเปล่งปลั่งและรอยยิ้มสดใส เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ส่วนซ่งอวี้หรูนั้นเดิมทีบนใบหน้าของนางก็มีรอยยิ้มอยู่แล้ว แต่เมื่อสายตากวาดไปไม่พบโจวเยี่ยนเหมยและซ่งอวี้เหวินออกมาต้อนรับ สีหน้านางก็พลันยิ่งแจ่มใสขึ้นมาอีกหลายส่วน พอลงจากรถม้าได้นางรีบเดินเข้าไปเกาะแขนบิดาอย่างสนิทสนมในทันที

“ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”

ซ่งเหวินหยวนหัวเราะเบา ๆ

“เพิ่งแต่งออกเรือนไปไม่กี่วัน ก็คิดถึงบ้านเดิมแล้วหรือ”

“ย่อมคิดถึงเจ้าค่ะ”

ซ่งอวี้หรูตอบพลางยิ้ม

“แต่คิดถึงท่านพ่อมากที่สุด”

คำพูดประโยคนั้นทำให้สีหน้าของซ่งเหวินหยวนอ่อนโยนลงทันที กู้ชิงอวิ๋นเดินเข้ามาประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

“คารวะท่านพ่อตา”

ซ่งเหวินหยวนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่ต้องมากพิธี”

เดิมทีเขามีความประทับใจต่อบุตรเขยผู้นี้อยู่แล้ว บัดนี้เมื่อเห็นว่ากู้ชิงอวิ๋นให้เกียรติบุตรสาวของตนถึงเพียงนี้ ความรู้สึกประทับใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

ขณะเดียวกัน ขบวนรถของขวัญก็ค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดเรียงกันหน้าประตูจวนหีบไม้ล้ำค่า ผ้าไหม เครื่องลายคราม สมุนไพร และของมีค่าหลายชนิดถูกทยอยยกลงจากรถอย่างเป็นระเบียบ

ซ่งเหวินหยวนมองของขวัญเหล่านั้นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เขาไม่ใช่คนโลภในทรัพย์สิน แต่ของขวัญจำนวนมากเช่นนี้ หมายถึงการให้เกียรติบุตรสาวของเขาอย่างแท้จริง

จวนตระกูลกู้กำลังประกาศให้ผู้คนภายนอกรับรู้ว่า ซ่งอวี้หรูเป็นสะใภ้ที่พวกเขาพึงพอใจ

“ดี...ดีมาก”

ซ่งเหวินหยวนกล่าวพลางหัวเราะ

“พวกเจ้าเข้ามาด้านในก่อนเถิด”

ทั้งสามคนเดินเข้าสู่ห้องรับรองใหญ่ เพียงนั่งลงได้ไม่นาน สาวใช้ก็รีบนำขนมและน้ำชาที่ซ่งอวี้หรูชื่นชอบมาตั้งจนเต็มโต๊ะ

ซ่งอวี้หรูเห็นขนมถั่วกวนกับขนมดอกเหมยตรงหน้าก็อดยิ้มไม่ได้

“ท่านพ่อยังจำได้อีกหรือเจ้าคะว่าข้าชอบกินขนมเหล่านี้”

“เจ้าชอบมาตั้งแต่เด็ก จะลืมได้อย่างไร”

ซ่งเหวินหยวนตอบอย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงหันไปมองกู้ชิงอวิ๋น

“ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา หรูเอ๋อร์ได้สร้างความลำบากให้เจ้าหรือไม่”

กู้ชิงอวิ๋นยังไม่ทันตอบ ซ่งอวี้หรูก็รีบพูดแทรกทันที

“ไม่มีเจ้าค่ะ”

นางยิ้มกว้าง

“จวนตระกูลกู้ต้อนรับข้าเป็นอย่างดี ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อสามี ท่านแม่สามี รวมไปถึงท่านอาทุกท่านต่างเมตตาข้า”

“ส่วนสามีของข้า...”

นางเหลือบมองกู้ชิงอวิ๋น ก่อนจะยิ้มหวานกว่าเดิม

“เขาแสนดีเป็นอย่างยิ่ง คอยดูแลข้าทุกเรื่อง ไม่เคยทำให้ข้ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเลยเจ้าค่ะ”

ซ่งเหวินหยวนหัวเราะอย่างพึงพอใจ

“เช่นนั้นก็ดี”

กู้ชิงอวิ๋นเองก็ยกถ้วยชาขึ้นดื่มเพื่อซ่อนรอยยิ้ม แม้จะรู้ว่านางกำลังพูดความจริงที่คิดอยู่ในใจ แต่เมื่อได้ยินนางกล่าวชมตนเองต่อหน้าบิดา ความรู้สึกภายในใจก็ยังอดเบิกบานไม่ได้

บรรยากาศภายในห้องรับรองเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่ยังไม่ทันได้พูดคุยกันนานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านนอก ซ่งอวี้เหวินเดินเข้ามาช้า ๆ บนแผ่นหลังของเขาแบกกิ่งหนามเล็ก ๆ อยู่สองสามกิ่ง เมื่อเข้ามาถึงกลางห้อง เด็กชายก็คุกเข่าลงตรงหน้าซ่งอวี้หรูทันที

“พี่หญิง! ข้ามาขอขมาท่านแทนอี๋เหนียงของข้าขอรับ ขอพี่หญิงได้โปรดให้อภัยอี๋เหนียงของข้าด้วยขอรับ”

บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างพากันมองด้วยความสงสาร เด็กอายุเพียงเท่านี้ กลับต้องแบกหนามมาขอขมาต่อหน้าพี่สาวและพี่เขย ภาพที่เห็นชวนให้เวทนาไม่น้อย

แต่สีหน้าของซ่งเหวินหยวนกลับเขียวคล้ำลงทันที เขามองออกในแวบเดียวว่า บุตรชายผู้นี้กำลังทำสิ่งใด หากซ่งอวี้หรูไม่ให้อภัยโจวเยี่ยนเหมยต่อหน้ากู้ชิงอวิ๋น สามีของนางก็อาจจะเข้าใจผิดคิดว่านางใจแคบ

แต่หากนางให้อภัย เรื่องการกักบริเวณโจวเยี่ยนเหมยก็จะกลายเป็นเรื่องที่เขาจะลงโทษต่อไปได้ยาก

เด็กคนนี้... กำลังใช้ความกตัญญูบีบบังคับพี่สาวของตนเองต่อหน้าพี่เขยที่เพิ่งจะแต่งงานกัน ซ่งเหวินหยวนทั้งโกรธเคืองทั้งอับอาย เขาอยากจะเอ่ยปากตำหนิแต่ก็ไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้บุตรเขยของเขาจะคิดเห็นเช่นไร

กู้ชิงอวิ๋นยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่สนใจเหตุการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย เขาหยิบขนมชิ้นหนึ่งใส่ถ้วยของภรรยา ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

“ชานี้รสดีเป็นอย่างยิ่ง มิน่าเล่า เจ้าจึงชื่นชอบ เมื่อกลับจวนไปข้าจะส่งคนไปซื้อมาให้เจ้า”

ซ่งอวี้หรูหันมามองเขา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนออกจากจวน เขาเคยบอกนางแล้ว หากมีเรื่องใดจัดการยากขอให้นางบอกเขา เขาจะช่วยนางเอง

แต่ในใจของซ่งอวี้หรูกลับคิดอย่างอารมณ์ดี

‘สามีอุตส่าห์เสนอตัวช่วย ข้าย่อมดีใจ แต่แค่กำจัดสองแม่ลูกคู่นี้ ยังไม่จำเป็นต้องให้เขาลงมือหรอก ตาแก่เชื่อฟังข้าดีถึงเพียงนี้ แค่ข้าพูดออกมา เขาก็พร้อมจัดการทุกอย่างแทนข้าแล้ว’

กู้ชิงอวิ๋นรีบยกถ้วยชาขึ้นปิดบังมุมปากที่กำลังยกขึ้น ภรรยาของเขาเรียกพ่อตาของเขาว่า "ตาแก่" ได้อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะวางถ้วยลง เสียงความคิดประโยคต่อมาก็ดังขึ้น

‘เพียงแต่... ข้าจะบอกตาแก่อย่างไรดี จึงจะไม่ทำให้เขาเสียใจ เฮ้อ... ถูกอนุภรรยาสวมหมวกเขียวให้ แถมยังหลอกให้เลี้ยงลูกชู้ของนางมาตั้งนานหลายปี’

‘ไม่รู้ว่าถ้าเขารู้ความจริง จะเสียใจสักแค่ไหนกันนะ’

พรวด!

น้ำชาที่เพิ่งกลืนลงไปถูกกู้ชิงอวิ๋นพ่นออกมาในทันที

“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”

เขาไออย่างรุนแรงจนทั้งห้องตกใจ ซ่งอวี้หรูรีบลุกขึ้นเดินไปลูบหลังให้เขาทันที

“พี่อวิ๋น! ท่านเป็นอะไรหรือไม่”

ซ่งเหวินหยวนเองก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง

“ชิงอวิ๋น เจ้าเป็นอันใดไปหรือ”

กู้ชิงอวิ๋นรีบโบกมือ

“ไม่...ไม่เป็นไรขอรับ แค่เพียงสำลักน้ำชาเท่านั้นขอรับ”

แม้ปากจะตอบเช่นนั้น แต่สายตาของเขากลับอดเหลือบมองศีรษะของซ่งเหวินหยวนไม่ได้

ยิ่งเมื่อเห็นซ่งอวี้เหวินที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า มีอายุเกือบสิบปีแล้ว ในสายตาของกู้ชิงอวิ๋นก็พลันเหมือนเห็น "หมวกสีเขียวเรืองรอง" ล่องลอยอยู่เหนือศีรษะของพ่อตาอย่างน่าประหลาด เขารีบขยี้ตาของตนเองทันที

‘ใจเย็น... นั่นไม่ใช่หมวกจริงๆ เป็นเพียงความคิดของภรรยา... แต่เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่ามันเขียวเสียจนแสบตาเช่นนี้กันนะ’

“พี่อวิ๋น”

เสียงของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง

“ท่านไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหม”

กู้ชิงอวิ๋นกระแอมเบา ๆ ก่อนฝืนยิ้ม

“ข้าไม่เป็นไร”

เขารีบหันไปมองนาง

“เจ้าไม่ต้องสนใจข้า สะสางธุระของเจ้าต่อเถิด”

ซ่งอวี้หรูพยักหน้า นางหันกลับไปมองบิดา ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ท่านพ่อ! คนของข้ารวบรวมหลักฐานมาแล้ว โจวอี๋เหนียงยักยอกทรัพย์สินของมารดาข้าเข้าคลังของตนเองเป็นจำนวนมาก”

“อีกทั้งเส้นทางการเงินของนาง ยังมีหลายอย่างที่ผิดปกติเป็นอย่างยิ่ง ข้าไม่อาจให้อภัยนางได้จริงๆ ท่านพ่อท่านคงจะคิดไม่ถึงกระมังว่านอกจากนางจะฝากตั๋วเงินในนามของซ่งอวี้เหวินแล้ว นางยังฝากตั๋วเงินในร้านรับแลกเงินในชื่อของผู้อื่น โฉนดร้านค้าและโฉนดที่ดินบางแห่งของข้าที่นางยักยอกไปก็เช่นกัน นอกจากนางจะเปลี่ยนชื่อเจ้าของโฉนดเป็นซ่งอวี้เหวินแล้ว นางยังเปลี่ยนเป็นชื่อของคนผู้หนึ่งอีกด้วย”

ซ่งอวี้หรูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็นสายตาที่นางใช้จ้องมองซ่งอวี้เหวินพลันยิ่งทวีความเย็นชามากยิ่งขึ้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 79 ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มอย่างคุ้มค่าแล้ว

    หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 78 ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของปลาเค็ม

    กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 77 ปลาเค็มกับเจ้าลิงน้อยสามตัว

    เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 76 ซ่งอวี้หรูตั้งครรภ์

    หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 75 มีทายาท

    คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที“อะไรนะ!”ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”บ่าวคนนั้นกัดฟัน“ข้าไม่รู้!”“ไม่รู้หรือ”ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”บ่าวชายหน้าซีดทันที“อย่า! ข้าพูดแล้ว”เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง“เจ้าใส่ร้ายข้า!”บ่าวคนนั้นรีบตะโกน“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า“ไม่ใช่!”“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”“ข้าไม่ได้...”“หุบปาก!”เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 74 บุตรชายของจวนอัครเสนาบดี

    ข่าวของเซี่ยหว่านชิงถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงต้นฤดูหนาว ตอนแรกซ่งอวี้หรูไม่ได้สนใจนัก นับตั้งแต่ตระกูลเซี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ชีวิตของนางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างที่ใฝ่ฝันมานานตื่นสาย กินขนม เบื่อก็เดินเล่นในสวน บางวันไม่อยากออกจากเรือนก็เอนตัวนอนบนตั่งทั้งวันกู้ชิงอวิ๋นกลับจากค่ายทหารเมื่อใดก็จะมีของกินหรือของเล่นแปลก ๆ ติดมือกลับมาให้นางเสมอ ซ่งอวี้หรูจึงใช้ชีวิตเป็น “ปลาเค็ม” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนกระทั่งวันหนึ่ง ชิงอวี่นำข่าวจากชายแดนเข้ามารายงาน“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ มีข่าวเรื่องคุณหนูเซี่ยเจ้าค่ะ”ซ่งอวี้หรูซึ่งกำลังนอนกอดหมอนอยู่บนตั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เซี่ยหว่านชิงหรือ”“เจ้าค่ะ”“นางเป็นอย่างไรบ้าง”ชิงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ“เสียชีวิตระหว่างทางไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบขนมของซ่งอวี้หรูหยุดลง“ตายแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”ชิงอวี่ลดเสียงลง“หลังจากถูกเนรเทศ การเดินทางลำบากมาก อาหารที่แจกให้นักโทษก็มีไม่มาก คุณหนูเซี่ยไม่เคยลำบากมาก่อนจึงทนไม่ไหว”“ได้ยินว่า...ช่วงหลังนางพยายามใช้สิ่งที่ตนเองมีแลกเปลี่ยนกับอาหารและความสะดวกจากผู้คุมบางคน”ซ่งอวี้หรูเงี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status