Home / รักโบราณ / นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย / บทที่ 4.1 แผนของนางร้าย

Share

บทที่ 4.1 แผนของนางร้าย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-30 17:08:02

ทว่ามู่หว่านอินไม่ถาม นางยิ้มเยาะให้กับความโง่งมของตนเองในอดีต แล้วกลืนก้อนความเจ็บปวดลงคอไป พลางจ้องลึกนัยน์ตาคมกริบตรงหน้า ฉู่จินหยางในวันนี้กับหลายปีก่อนคือคนละคน แม้แต่แววตาที่เคยมองมาด้วยความรัก ก็ไม่มีอีกแล้ว

            “แต่ในฐานะที่เราเคยอยู่ด้วยกัน พรุ่งนี้ข้าจะมารับเจ้าเข้าจวน”

            กล่าวเพียงเท่านี้ ฉู่จินหยางก็สะบัดแขนเสื้อ เดินออกจากบ้านหลังเล็กโดยไม่หันกลับมามองนางอีก ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนชาติก่อน

            ยกเว้นเรื่องที่นางพาลูกไปซ่อนไว้ ฉะนั้นเสี่ยวเป่าก็ไม่ต้องรับรู้ว่ามีบิดาชั่วช้าสารเลวเพียงใด เช่นนั้นจุดจบของบุตรสาวย่อมเปลี่ยนไปด้วย

            มู่หว่านอินยืนนิ่ง มองแผ่นหลังกว้างของฉู่จินหยางที่ลับหายไปจากสายตา ท่ามกลางความเงียบสงบของบ้านหลังเล็กที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำหวานชื่น บัดนี้เหลือเพียงความเย็นยะเยือกในหัวใจ

เมื่อแน่ใจว่าฉู่จินหยางและคนของเขาออกจากบริเวณบ้านไปหมดแล้ว มู่หว่านอินจึงรีบเดินลัดเลาะกลับไปยังบ้านของสองสามีภรรยาชาวบ้านอีกครั้งเพื่อดูให้แน่ใจว่าบุตรสาวยังปลอดภัย

เสี่ยวเป่ากำลังนั่งเล่นตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ อยู่อย่างเรียบร้อย ยามเห็นมารดาเดินเข้ามา เด็กหญิงตัวน้อยก็ฉีกยิ้มสดใส วิ่งเข้ามาโผกอด

“ต่านแม่ ทำทุละเต็ดแย้วยือเต้าคะ” ท่านแม่ ทำธุระเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ

เสียงเล็กที่ยังพูดไม่ชัดเอ่ยถาม นัยน์ตากลมโตฉายแววใสซื่อตามประสาเด็กสามขวบ มู่หว่านอินเอื้อมมือไปลูบผมของบุตรสาว ความเจ็บปวดแล่นจากท้องขึ้นมาจุกอยู่ตรงลำคอ

“ยังไม่เสร็จดีหรอกลูก วันนี้แม่เพียงแวะมามองหน้าเจ้า เด็กดี เจ้าต้องอยู่ที่นี่กับท่านลุงท่านป้าไปอีกสักพักใหญ่นะรู้หรือไม่ ไม่ว่าใครจะมาถามหาแม่ หรือได้ยินเรื่องราวใดเกี่ยวกับแม่ในเมืองหลวง เจ้าห้ามปรากฏตัว หรือบอกใครเด็ดขาดว่าเจ้าเป็นลูกของแม่”

เสี่ยวเป่าเอียงคอมองมารดาอย่างงุนงง “ต่านแม่ ร้องไห้ทำไมเต้าคะ เตี่ยวเป่าไม่ดื้อแย้ว”

ท่านแม่ ร้องไห้ทำไมเจ้าคะ เสี่ยวเป่าไม่ดื้อแล้ว

คำพูดไร้เดียงสาของบุตรสาวประหนึ่งเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจ หญิงสาวพยายามกลั้นหยาดน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมา แล้วฉีกยิ้ม “แม่ไม่ได้ร้องไห้ แม่เพียงรักเจ้ามาก จำที่แม่บอกได้หรือไม่”

เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้ารับคำ “เตี่ยวเป่าจะเตื่อฟังต่านแม่ จะเป็นเด็กดี จะยอต่านแม่กลับมารับเตี่ยวเป่า”

เสี่ยวเป่าจะเชื่อฟังท่านแม่ จะเป็นเด็กดี จะรอท่านแม่กลับมารับเสี่ยวเป่า

“เสี่ยวเป่าของแม่เป็นเด็กดีที่สุด”

มู่หว่านอินย่อตัวลง จุมพิตหน้าผากเล็กเบา ๆ กอดร่างน้อย ๆ ไว้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะฝากเงินที่นางพอจะมีให้แก่สองสามีภรรยาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรสาว ทั้งยังกำชับหนักแน่นให้ช่วยปิดบังตัวตนของเสี่ยวเป่า ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามเปิดเผย

ครั้นจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มู่หว่านอินก็เดินกลับมายังบ้านหลังเล็ก คิดวางแผนการเดินหมากในชาตินี้

การเข้าจวนชินอ๋องคราวนี้แตกต่างจากชาติก่อน เพราะนางไม่ได้พาจุดอ่อนอย่างเสี่ยวเป่าเข้าไปด้วย พร้อมที่จะจับตาดูทุกคนในจวน เพื่อลากตัวฆาตกรที่เคยสังหารลูกสาวของนางออกมาลงโทษ

เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนรถม้าของจวนชินอ๋องมารับมู่หว่านอิน แต่แปลกนักที่ชาตินี้ฉู่จินหยางไม่ได้มารับนางด้วยตนเอง หรือเขาขี้ขลาดจนไม่กล้าเผชิญหน้ากันแล้ว?

ตลอดเส้นทาง มู่หว่านอินนั่งนิ่งอยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากชานเมืองอันเงียบสงบเข้าสู่ความวุ่นวายของเมืองหลวงแห่งแคว้นต้าเซี่ย นางกุมมือตนเองไว้แน่นบนตัก ทบทวนเรื่องราวในชาติก่อนที่ยายเมิ่งเคยเอ่ยเตือน

โลกนี้เป็นเพียงนิยาย ฉู่จินหยางคือตัวร้าย ส่วนองค์รัชทายาทคือพระเอก

หากฉู่จินหยางเป็นตัวร้ายที่มุ่งหวังบัลลังก์ และกำลังจะแต่งงานกับไป๋ลี่เซียน บุตรสาวของอัครเสนาบดีเพื่อขยายอำนาจทางการเมือง เช่นนั้นแล้วในจวนอ๋องย่อมเต็มไปด้วยสายตาของหลายฝ่าย

ขั้วอำนาจในแคว้นต้าเซี่ยไม่ได้มีเพียงชินอ๋องและอัครเสนาบดีเท่านั้น หากต้องการเอาตัวรอด และต้องการหาที่พึ่งเพื่อคานอำนาจกับฉู่จินหยาง นางจำเป็นต้องหาผู้มีอำนาจเหนือกว่ามาเป็นเกราะป้องกัน

ซึ่งมู่หว่านอินขอเลือกไทเฮา

เท่าที่นางจำได้ ไทเฮาเป็นฮองเฮาในอดีตจักรพรรดิ พระนางไม่ชมชอบสตรีที่ไร้ยางอายอย่างการแย่งของคนอื่น รวมถึงเกลียดอัครเสนาบดีไป๋ ยามนี้ไทเฮาทรงถือศีล ณ วัดเวินฉวน นอกเมืองหลวง และมักจะเสด็จกลับเข้าวังหลวงเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยของฝ่ายในอยู่เสมอ

ชาติก่อนนางจำได้ว่าระหว่างทางไปยังจวนชินอ๋อง ขบวนรถม้าของไทเฮาก็กำลังจะเดินทางเข้าวังหลวง ทั้งสองขบวนพบกัน แต่นางไม่ได้ลงไปพบไทเฮาตามคำสั่งฉู่จินหยาง

ทว่าชาตินี้หากพบไทเฮาอีก นางจะออกไปเผชิญหน้า

กึก!

คนขับรถม้าจวนชินอ๋องหยุดกะทันหันจนตัวรถม้าโคลงเคลง มู่หว่านอินใช้มือยันผนังรถม้าไว้ได้ทัน

“เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ”

หญิงสาวเอ่ยถามออกไปนอกหน้าต่างด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แม่นางมู่ รถม้าหรูของขุนนางชั้นสูงคันหนึ่งเสียหลักล้อหลุดจอดขวางอยู่ข้างหน้าขอรับ ขบวนองครักษ์ของพวกเขากำลังปิดทางและช่วยกันยกตัวรถอยู่” คนขับรถม้าประจำจวนอ๋องตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

มู่หว่านอินเปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อย “ข้าเห็นทางข้าง ๆ ยังพอมีช่องว่าง ให้รถม้าเคลื่อนไปเถิด หากไปช้า ท่านอ๋องจะโมโห และไม่แน่ว่าเจ้าอาจถูกลงโทษไปด้วย”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 7.2 นางจะหนีแน่

    คำพูดใจร้ายจากปากบุรุษที่มู่หว่านอินรัก ราวกับค้อนขนาดใหญ่ที่ทุบลงมากลางศีรษะ นางไม่เคยชินหรือทำใจเมินเฉยต่อเรื่องนี้ได้สักครา แม้ภายนอกพยายามแสดงออกอย่างเข้มแข็งก็ตามมู่หว่านอินพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แม้ในอกจะรู้สึกเหมือนถูกใครควักออกมาแล้วบีบจนแตกชายหนุ่มตรงหน้า บุรุษที่นางเคยฝากชีวิตและหัวใจไว้ในบ้านหลังเล็ก บัดนี้กลับยืนโอบเอวสตรีอื่นต่อหน้าข้ารับใช้ทั้งจวน หนำซ้ำยังกล่าวหาว่านางใช้แผนการสกปรกเพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ควรจะเป็นของไป๋ลี่เซียนน่าขันสิ้นดี คนที่หลอกลวงและพังชีวิตนางก่อนก็คือเขามิใช่หรือไป๋ลี่เซียนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งแกล้งทำสีหน้าหวาดหวั่น นางรีบคุกเข่าลงบนพื้น หยาดน้ำตาร่วงหล่นไหลอาบแก้ม “ท่านอ๋องอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเพคะ เป็นความผิดของลี่เซียนเอง หากลี่เซียนไม่ดึงดันอยากอยู่กับท่านอ๋อง เรื่องก็คงไม่เป็นเช่นนี้ พระชายาโปรดประทานอภัยให้ลี่เซียนเถิด หากการอยู่ของลี่เซียนทำให้พระชายาทรงขัดหูขัดตา ลี่เซียนยินดีกลับไป และจะไม่มาปรากฏตัวให้พระชายาต้องขุ่นเคืองใจอีกแล้วเพคะ”คำพูดถ่อมตนและน่าสงสารของไป๋ลี่เซียน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเสแสร้ง ทว่าฉู่จินหยางหูหนวกตา

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 7.1 นางจะหนีแน่

    มู่หว่านอินยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาระยิบระยับท่ามกลางแสงเทียน “กระต่ายเริ่มตื่นตกใจแล้วสินะ พอข้าก้าวเข้ามาในฐานะพระชายาเอก พวกมันก็นั่งไม่ติด”“พระชายาจะให้คนของเราลอบสังหาร หรือจับตัวมาเค้นคอถามเลยหรือไม่เพคะ” ซูเหมยถามด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว“อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป” มู่หว่านอินเอ่ยเสียงเรียบพลางลุกขึ้นช้า ๆ“การแหวกหญ้าให้งูตื่นย่อมไม่อาจลากตัวผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงออกมาได้ เราต้องลอบฟังดูว่าพวกมันกำลังวางแผนทำสิ่งใดกับข้า”มู่หว่านอินสั่งการให้ซูเซียงสะกดรอยตามหมอชราไปอย่างเงียบเชียบ ส่วนนางและซูเหมยเลือกที่จะลอบตามหนิงหนิงไปยังด้านหลังจวนอ๋องค่ำคืนนี้พระจันทร์ถูกเมฆบดบังจนมืด บรรยากาศเงียบสงัด หนิงหนิงเดินด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน คอยเหลียวซ้ายแลขวาตลอดเวลา ก่อนจะปลีกตัวไปยังเรือนร้างหลังหนึ่งท้ายจวนอ๋องมู่หว่านอินและซูเหมยซุ่มรออยู่บนหลังคา หญิงสาวเปิดช่องกระเบื้องออก ก่อนจะมองลงไปยังเบื้องล่างภาพที่ปรากฏคือ หนิงหนิงกำลังคุกเข่าต่อหน้าร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่ง ชายผู้นั้นสวมชุดยาวสีดำ และบนใบหน้าสวมหน้ากากสีเงิน ปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริง นัยน์ตาใต้หน้ากากทอประกายเหี้ยมเกรียม“เรื่อ

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 6.2 ชินอ๋องเตรียมหย่ามู่หว่านอิน

    อัครเสนาบดีไป๋ขมวดคิ้ว พิจารณาคำพูดของชินอ๋อง “ไทเฮาทรงเกลียดการที่เหล่าอ๋องขยายอำนาจ ยามที่ทรงได้ยินเรื่องนี้ จึงทรงใช้สตรีผู้นั้นมาเป็นหมากพังแผนการอภิเษกสมรสระหว่างท่านอ๋องกับตระกูลไป๋ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ฉู่จินหยางผงกศีรษะ “ใช่ ไทเฮาต้องการพังแผนการของเรา มู่หว่านอินก็เป็นเพียงเหยื่อของไทเฮา นางตามหมากทางการเมืองไม่ทันหรอก”เมื่อได้ฟังความจริง ไป๋ลี่เซียนก็แผดเสียง “สตรีแพศยา นางกล้าดีอย่างไรมาทำลายอนาคตของข้า”ก่อนจะหันไปถามชายคนรัก “แล้วท่านอ๋องจะทำอย่างไรเพคะ ท่านอ๋องจะยอมให้นางนั่งตำแหน่งพระชายาเอกเหนือหม่อมฉันอย่างนั้นหรือ”ฉู่จินหยางเอื้อมมือไปจับไหล่ไป๋ลี่เซียน เอ่ยหนักแน่น “ไม่มีวัน ตำแหน่งพระชายาเอกแห่งจวนชินอ๋อง และตำแหน่งฮองเฮาในอนาคต ย่อมเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว แต่ราชโองการพระราชทานสมรส ข้ามิอาจขัดขืนได้ในยามนี้เพราะจะทำให้แผนใหญ่เสีย แต่ข้าขอสัญญา ข้าจะแต่งมู่หว่านอินเข้าจวนเพื่อบังหน้าเท่านั้น”อัครเสนาบดีไป๋ลูบเครา “แต่งเพื่อบังหน้าหรือพ่ะย่ะค่ะ แล้วตระกูลไป๋ของกระหม่อมเล่า จะให้ส่งบุตรสาวภรรยาหลวงแต่งเข้าไปเป็นชายารองหรือ เกียรติของตระกูลไป๋จะเอาไปไว้ที่ใด”ฉู่

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 6.1 ชินอ๋องเตรียมหย่ามู่หว่านอิน

    “เช่นนั้นหม่อมฉันจะนับวันรอเพคะ แต่ระวังว่าแผนการดึงตระกูลไป๋มาเป็นพวกจะพังพินาศเสียก่อน”“เจ้า!” ฉู่จินหยางกัดฟัน“ดึกมากแล้ว ท่านอ๋องเชิญเสด็จกลับห้องเถิดเพคะ หากทรงประทับอยู่ในเรือนพักของหม่อมฉันนานเกินไป เกรงว่าจะมิเหมาะกับกฎระเบียบก่อนวันอภิเษกสมรส ยิ่งยามนี้มีคนของไทเฮาคอยจับตาดูอยู่ หากเรื่องหลุดไปถึงวังหลวงว่าท่านอ๋องข่มขู่องค์หญิงบุญธรรม เกรงว่าตำแหน่งชินอ๋องของท่านอ๋องคงจะยิ่งสั่นคลอน”ฉู่จินหยางชะงัก เขาจ้องมองใบหน้างดงามของนางด้วยสายตาอาฆาตแค้น ลมหายใจชายหนุ่มหอบหนักด้วยโทสะ“ข้าจะรอฟังว่าเจ้าจะยังมีรอยยิ้มเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่ ในวันที่ข้าส่งหนังสือหย่าถึงเจ้า”กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อหมุนกายจากไป เสียงประตูเรือนถูกปิดลงอย่างแรงด้วยโทสะของเจ้าของจวน มู่หว่านอินสูดลมหายใจเข้าลึก นางยกมือขึ้นมาจับหัวใจที่กำลังบีบรัด ตนพยายามเข้มแข็ง ต่อกรกับฉู่จินหยางครานี้ใช้แรงไปมากยิ่งนัก อย่างไรก็เป็นบุรุษที่รัก แต่เรื่องนี้มิอาจนึกถึงมันได้อีก เพราะชาตินี้นางกลับมาเพื่อลูกเพียงผู้เดียวหญิงสาวยกมือขึ้นแตะรอยแดงบนคางที่เกิดจากแรงบีบของฉู่จินหยาง ความเจ็บปวดเล็กน้อยนี้มิอาจเทียบกับความเจ็บ

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 5.2 แต่งได้ก็หย่าได้

    มู่หว่านอินจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบที่นางเคยรักนักรักหนา ในอดีตเขาเคยมองกันด้วยความรัก แต่บัดนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นางหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะใสกระจ่างแต่ทว่าเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจหญิงสาวเงยหน้าไปมองเขา “หม่อมฉันไม่ได้ต้องการความสุขจากท่านอ๋องอีกต่อไปแล้วเพคะ ตั้งแต่วันที่ท่านอ๋องบอกว่าจะแต่งงานกับสตรีอื่น ความสุขของหม่อมฉันที่มีต่อท่านอ๋องได้ตายจากไปหมดแล้ว”คำพูดจากปากมู่หว่านอินทำให้ดวงตาฉู่จินหยางสั่นระริก ทว่าเพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนสายตากลับมาราบเรียบตามเดิม“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“หากบอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิเพคะ” มู่หว่านอินกล่าวยิ้ม ๆ นางยื่นมือเรียวสวยขึ้นแตะแผงอกแกร่งของฉู่จินหยางเบา ๆ ก่อนจะใช้นิ้วดันตัวเขาออกห่าง“หม่อมฉันขอตัวไปตรวจดูเรือนพักก่อนนะเพคะ ยามนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว หากอยู่สนทนากับท่านอ๋องนานเกินไป เกรงว่าบ่าวไพร่จะนำไปลือกันเสีย ๆ หาย ๆ ว่าองค์หญิงบุญธรรมของไทเฮากับชินอ๋องใจร้อนจนมิอาจรอให้ถึงวันอภิเษกสมรส”“มู่หว่านอิน!”มู่หว่านอินเดินนำข้ารับใช้หญิงประจำจวนอ๋องมุ่งตรงไปยังเรือนฟางเซียงสง่างาม ทิ้งให้ฉู่จินหยางยืนมองแผ่นหลังของนา

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 5.1 แต่งได้ก็หย่าได้

    บริเวณใกล้หน้าประตูใหญ่จวนชินอ๋อง ขันทีผู้เชิญราชโองการชูม้วนผ้าไหมสีทองผืนใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ รัศมีความสูงศักดิ์ซึ่งเป็นตัวแทนของจักรพรรดิแผ่ขยายไปทั่วบริเวณฉู่จินหยางก้าวออกมาอย่างจำใจ เขาย่อกายลงคุกเข่า ชายเสื้อตัวยาวสีเข้มตกลงบนพื้น นัยน์ตาคมกริบจ้องมองม้วนผ้าไหมสีทองในมือขันทีสลับกับร่างของสตรีที่ก้าวลงมาจากรถม้าวังหลวงอย่างเชื่องช้ามู่หว่านอิน...สตรีที่เขาคิดว่าจะนำนางเข้าจวนมาอยู่ในฐานะอนุภรรยา บัดนี้กลับสวมเสื้อผ้าไหมเนื้อดี ผมที่เคยเกล้าอย่างเรียบง่ายถูกประดับด้วยเครื่องประดับสีทอง สะท้อนแสงแดดยามเย็นดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน แววตาฉู่จินหยางเต็มไปด้วยความสับสน ขณะที่สายตาของมู่หว่านอินกลับมองเขาอย่างคนเหนือกว่า“ชินอ๋องรับราชโองการ” ขันทีประกาศเสียงดังฟังชัดขันทีคลายม้วนราชโองการออกช้า ๆ ก่อนจะอ่านข้อความอย่างชัดถ้อยชัดคำ “สตรีนามมู่หว่านอิน เป็นผู้มีความซื่อสัตย์เปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่ต้องพระทัยของไทเฮา จึงโปรดรับเป็นองค์หญิงบุญธรรมแห่งไทเฮา มีศักดิ์และสิทธิ์ในราชวงศ์ต้าเซี่ยทุกประการ และขอพระราชทานสมรสให้ชินอ๋อง อภิเษกสมรสกับองค์หญิงบุญธรรม กำหนดวันอภิเษกสมรสในอีกเจ็ดว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status