หน้าหลัก / รักโบราณ / นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย / บทที่ 3.2 ชีวิตใหม่ที่ได้พบลูก

แชร์

บทที่ 3.2 ชีวิตใหม่ที่ได้พบลูก

ผู้เขียน: ไป๋เจวี๋ย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-30 17:07:25

“ต่านแม่” ท่านแม่

เสียงเล็ก ๆ อันคุ้นเคย พร้อมกับแรงเขย่าเบา ๆ ที่แขน ทำให้นิ้วมือมู่หว่านอินขยับ สัมผัสอบอุ่นและความเย็นจากอากาศรอบตัวพุ่งกลับเข้าสู่โสตประสาท

และเมื่อเห็นว่าในอ้อมกอดคือสิ่งใด หญิงสาวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

เด็กหญิงตัวน้อย แก้มอิ่ม ใบหน้าจิ้มลิ้ม นัยน์ตากลมโต มือน้อย ๆ กำสาบเสื้อนางไว้แน่น

เสี่ยวเป่ายังมีชีวิตอยู่ บุตรสาวของนางยังไม่ตาย...

มู่หว่านอินดึงร่างอวบอ้วนเข้ามาโอบกอดแน่น กดจุมพิตลงบนผมและแก้มนุ่มอย่างรักใคร่และโหยหา น้ำตาแห่งความดีใจไหลพรั่งพรูออกมา

ตนย้อนเวลากลับมาแล้วจริง ๆ

ดูเหมือนนางย้อนกลับมาในวันแรกที่ฉู่จินหยางกำลังจะกลับจากรบ และบอกจะแต่งงานกับสตรีอื่น วันที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น คราวนี้นางจะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครหน้าไหนย่ำยีและทำร้ายเสี่ยวเป่าได้อีกเป็นอันขาด

อันที่จริงนางอยากพาลูกหนีไปใช้ชีวิตด้วยกันในที่ไกลแสนไกล ทว่าเรื่องฆาตกรยังไม่กระจ่าง ฉะนั้นนางต้องหาวิธีอื่น สืบความจริงและเอาคืนก่อน ค่อยพาลูกหนี อย่างน้อยคนที่เคยทำเลว ไม่ควรมีชีวิตสงบสุข

                และสิ่งแรกที่ต้องทำในตอนนี้คือการปกป้องเสี่ยวเป่าให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด

มู่หว่านอินปาดน้ำตา ค่อย ๆ ประคองบุตรสาวขึ้นนั่ง ดวงตากลมโตมองมารดาด้วยความฉงน คนเป็นแม่คลี่ยิ้มอ่อนโยน เอ่ยกับลูกน้ำเสียงนุ่มนวล

“เสี่ยวเป่า วันนี้แม่จะพาเจ้าไปเที่ยวบ้านท่านลุงกับท่านป้านะลูก”

“ไปหาต่านลุง ต่านป้า?”  ไปหาท่านลุง ท่านป้า?

เสียงเล็กเอ่ยถามด้วยความงุนงง

“ใช่แล้วลูก อยู่ที่นั่นสักพักนะ ไม่ว่าใครจะมาถาม หรือได้ยินเสียงอะไรข้างนอก เจ้าต้องเป็นเด็กดีและเชื่อฟังท่านลุงท่านป้านะ รู้หรือไม่”

มู่หว่านอินกอดลูกสาวอีกครั้งด้วยความรัก ก่อนจะรีบจัดแจงเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว

คนสองคนที่นางกำลังจะพาลูกไปฝากไว้ คือสามีภรรยาชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ทั้งสองเป็นคนที่เคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ คอยหาอาหารมาให้ตลอดช่วงเวลาที่นางอุ้มท้องเสี่ยวเป่าโดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มู่หว่านอินนับถือพวกเขาดั่งญาติผู้ใหญ่ นี่จึงเป็นสถานที่เดียวที่ปลอดภัยสำหรับบุตรสาว

มู่หว่านอินพาเสี่ยวเป่าออกทางประตูหลังบ้าน ลัดเลาะไปตามป่าและเส้นทางเล็ก ๆ จนกระทั่งถึงบ้านไม้หลังเล็กของสองสามีภรรยา

เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองเห็นมู่หว่านอินพาลูกสาวมาหาแต่เช้าด้วยสีหน้าร้อนรน ก็แสดงความห่วงใย หญิงสาวประสานมือทำความเคารพ ก่อนจะเอ่ยปากฝากฝังเสี่ยวเป่าไว้ โดยอ้างว่าต้องเข้าไปทำธุระสำคัญในเมืองหลวงหลายวัน

และขอร้องไม่ให้ใครรู้ว่าเสี่ยวเป่าอยู่ที่นี่ สองสามีภรรยาใจดีตกลงรับปากรับคำโดยไม่เอ่ยถามสิ่งใดให้มากความ เสี่ยวเป่ามองมารดาด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แต่มู่หว่านอินก็แข็งใจ จุมพิตหน้าผากเล็กเบา ๆ แล้วรีบหมุนกายเดินกลับออกมา

สิ่งที่นางตัดสินใจในคราวนี้ คือการไม่ให้ฉู่จินหยางรู้ว่านางมีลูกกับเขา!

ในชาติก่อน เพราะฉู่จินหยางรู้ว่ามีเสี่ยวเป่า เขาจึงมองเด็กเป็นเพียงมารหัวขน และตราบใดที่ลูกยังอยู่ในจวนอ๋อง เสี่ยวเป่าก็จะเป็นเป้าหมายของการปองร้าย ชาตินี้ในเมื่อย้อนกลับมาแล้ว นางจะลบตัวตนของเสี่ยวเป่า ให้เขาเข้าใจว่านางอยู่ตัวคนเดียว เพื่อปกป้องดวงใจ

พอกลับมาถึงบ้านหลังเล็ก มู่หว่านอินรีบจัดเก็บของใช้อื่น ๆ ของบุตรสาวซ่อนไว้ช่องลับใต้พื้น

เพียงไม่นานนัก เสียงเกือกม้าก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน

ฉู่จินหยางกลับมาแล้ว

เสียงก้าวเดินหนักแน่นของบุรุษดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ประตูบ้านจะถูกผลักออก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาด้านใน เขายังคงหล่อเหลาเช่นเดิมไม่เปลี่ยน แต่ความใจร้ายที่อีกฝ่ายทำไว้ ยังติดเป็นแผลในใจไม่จางหาย

หัวใจนางยังคงเจ็บมาก...

มู่หว่านอินลุกขึ้นยืน ดวงตาคู่งามจ้องมองชายคนรักตรง ๆ

ฉู่จินหยางปรายสายตามองสตรีตรงหน้า นัยน์ตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยว่า

“ข้าจะแต่งงานกับไป๋ลี่เซียน บุตรสาวอัครเสนาบดีไป๋ สตรีที่ข้ารัก”

คำพูดเดิม ถ้อยคำเดิม มู่หว่านอินฟังแล้วเจ็บปวดหัวใจ ในอดีตตอนที่เขาหลอกลวงนางว่าไม่มีใคร เคยคิดถึงหัวใจสตรีตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งบ้างหรือไม่

ประโยคนี้ นางอยากถามเขามาตลอด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 19.2 หนีอีกครั้งจะพ้นหรือไม่

    หญิงสาวมองไปที่เตียงนอน เสี่ยวเป่ายังคงหลับสนิท จึงก้าวไปเอนกายลงข้างบุตรสาว ตระกองกอดร่างอวบอ้วนไว้แน่น พลางคิดในใจด้วยความสับสนฉู่จินหยาง ยามนี้อยู่ที่จวนจวิ้นอ๋องเหตุใดจึงต้องปิดประตูเมือง?เขามาที่นี่เพื่อสิ่งใดกันแน่!ยามเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าในเมืองต่านหยางถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาทะมึน ไอเย็นของพายุหิมะที่เพิ่งสงบลงเมื่อคืนพัดผ่านซอกหน้าต่างเข้ามาสัมผัสผิวกาย ลมหนาวชายแดนเหนือกระหน่ำหวีดหวิว ร่องรอยหิมะทับถมสูงบนหลังคาและตามทางเดินหินจนกลายเป็นสีขาวโพลนทุกทิศทุกทางเสียงเกือกม้าและเสียงเท้าทหารที่เดินลาดตระเวนดังสะท้อนไปตามตรอกซอยมู่หว่านอินตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง หลังจากเหตุการณ์ประเชิญหน้ากับจวิ้นอ๋องเมื่อคืน แม้อีกฝ่ายจะรับปากว่าจะมอบความคุ้มครองในฐานะราษฎรของเมืองต่านหยางทว่าสำหรับสตรีที่เคยผ่านการทรยศในชาติก่อน นางย่อมไม่อาจยืมมือผู้อื่นมาคุ้มครองความปลอดภัยให้บุตรสาวได้ทั้งหมดเพราะอยู่ร่วมกับฉู่จินหยางในบ้านหลังเล็กแบบสามีภรรยา เขาเคยเห็นลายมือ ภาพวาด วิธีการแกะสลักของเล่นไม

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 19.1 หนีอีกครั้งจะพ้นหรือไม่

    ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวข้ามประตูเข้ามาในความมืดมิดมู่หว่านอินไม่รอช้า ด้วยกลัวว่าคนที่มาจะเป็นชินอ๋อง นางก้าวออกจากเงามืด เงื้อปิ่นแทงตรงไปยังลำคอของบุรุษตรงหน้าทว่าฝ่ามืออีกฝ่ายยื่นออกมาคว้าข้อมือเล็กของนางไว้อย่างแม่นยำยามที่ปลายปิ่นอยู่ห่างจากลำคอเพียงนิด แรงบีบที่ข้อมือนั้นแรงมาก ทว่ามิได้หมายเอาชีวิตแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่ส่องผ่านม่านหน้าต่างกระทบเข้ากับใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมล้ำลึกทว่าแฝงความอบอุ่นไม่ใช่ฉู่จินหยาง!แต่เมื่อครู่นางคิดว่าเป็นฉู่จินหยางก็ไม่แปลก เพราะจังหวะการเดินของชินอ๋องกับจวิ้นอ๋องเหมือนกันถึงสิบส่วนจนแยกไม่ออก“หลินหว่านอิน”สุรเสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังขึ้นแผ่วเบา มู่หว่านอินวางมือแนบข้างลำตัว ปรับลมหายใจที่ตื่นตระหนกให้กลับมาสงบนิ่ง“ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ”ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้านางท่ามกลางความมืดมิดยามวิกาล มิใช่ชินอ๋องฉู่จินหยาง ทว่าคือจวิ้นอ๋องฉู่รั่วเฟิงฉู่รั่วเฟิงปรายสายตามองปิ่นในมือนาง สลับกับถุงผ้าสองสามใบที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้เตียง

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 18.2 ชินอ๋องเสด็จชายแดนเหนือ

    ชินอ๋องหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าด้วยแววตาว่างเปล่าและซับซ้อน สายตาคมกวาดผ่านหน้าต่างชั้นสองของร้าน จุดที่มู่หว่านอินยืนแอบซ่อนอยู่หญิงสาวรีบหลบ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกจากอก นางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ด้วยเกรงว่าเขาจะสังเกตเห็นขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ มุ่งตรงต่อไปยังทิศทางของจวนผู้ครองเมือง ซึ่งก็คือจวนของจวิ้นอ๋องฉู่รั่วเฟิงกระทั่งขบวนรถม้าชินอ๋องลับสายตา มู่หว่านอินก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นไม้ข้างหน้าต่าง ร่างกายสั่นสะท้าน มือไม้เย็นเฉียบ นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นชินอ๋องไม่ได้มาเพราะรู้ว่านางอยู่ที่นี่ หากเขารู้ คงนำกำลังทหารบุกเข้าค้นร้านตั้งแต่แรกแล้ว การมาของเขา ย่อมเกี่ยวพันกับเรื่องของแคว้นต้าเซี่ยทว่าการที่เขามาปรากฏตัวที่เมืองต่านหยาง และต้องประทับอยู่ที่จวนจวิ้นอ๋อง ย่อมหมายความว่าโอกาสที่นางและเสี่ยวเป่าจะถูกพบตัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมืองต่านหยางไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยสำหรับนางอีกต่อไปแล้วนางต้องพาเสี่ยวเป่าหนีไปจากเมืองนี้อีกครั้ง หนีไปให้ไกลกว่าเดิม ไปยังดินแดนที่ไร้ซึ่งอำน

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 18.1 ชินอ๋องเสด็จชายแดนเหนือ

    “หม่อมฉันแซ่หลิน นามว่าหลินหว่านอินเพคะ”นางเลือกใช้แซ่ของสองสามีภรรยาชาวบ้านผู้มีพระคุณที่เคยช่วยดูแลเสี่ยวเป่าในอดีต หากเอ่ยแซ่มู่ออกไป แม้จะอยู่ไกลถึงชายแดนเหนือ ทว่าการที่สตรีแซ่มู่ผู้เป็นองค์หญิงบุญธรรมของไทเฮาและพระชายาเอกของชินอ๋องหายตัวไป อาจดึงดูดสายตาและความสงสัยมาสู่ตัวนางและลูกฉู่รั่วเฟิงผงกศีรษะ แม้ในใจยังคลางแคลง ทว่าเขาก็มีมารยาทมากพอที่จะไม่เอ่ยปากซักไซ้ให้เกิดความอึดอัด จวิ้นอ๋องหนุ่มลูบศีรษะเสี่ยวเป่าเบา ๆ อีกครั้งอย่างเอ็นดู ก่อนจะก้าวออกจากร้านเมื่อร่างสูงใหญ่ลับสายตาไป มู่หว่านอินก็พ่นลมหายใจ ร่างบางเซเล็กน้อย จนเด็ก ๆ วิ่งเข้ามาช่วยกันพยุง“ท่านแม่ เป็นอะไรไป” เสี่ยวเป่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ มือเล็กลูบหลังมารดาเบา ๆ“แม่ไม่เป็นไรลูก” เมื่อครู่นางแค่เพียงตกใจเท่านั้น แม้จวิ้นอ๋องอยู่ชายแดนเหนือมานานแล้ว อย่างน้อยเขาอาจรู้เรื่องราวในราชสำนักบ้าง อย่างเช่นพระชายาของชินอ๋องมีนามว่าอะไรนางก็แค่กลัวจวิ้นอ๋องจะระแคะระคาย เมื่อสืบความจริงพบ บางครั้งเขาอาจไ

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 17.2 ชีวิตใหม่ของนางร้าย

    ทหารสองนายข้างหลังชักดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่ง บรรยากาศภายในร้านพลันตึงเครียด มู่หว่านอินกำมือแน่น เพราะอีกฝ่ายคือทหารของทางการ จึงมิอาจต่อต้านหัวหน้าทหารสั่ง “ค้นตัวและค้นชั้นบน!”“หยุดก่อน”เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากทางประตูร้านเหล่าทหารรีบหมุนกายกลับไป คุกเข่าลงกับพื้นไม้ดังตึง“ถวายบังคมจวิ้นอ๋อง”มู่หว่านอินปรายสายตาไปมองทางประตูร้านด้วยความประหลาดใจร่างสูงใหญ่สวมชุดเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำก้าวผ่านประตูเข้ามา บุรุษผู้นี้มีร่างกายสูงใหญ่สง่างาม ใบหน้าคม คิ้วเข้ม นัยน์ตาคมกริบล้ำลึกทว่าแฝงความอบอุ่นเขาคือฉู่รั่วเฟิงหรือจวิ้นอ๋อง พระราชโอรสในฮ่องเต้แคว้นต้าเซี่ยที่ประสูติโดยโจวกุ้ยเฟย ซึ่งจวิ้นอ๋องได้รับมอบหมายให้เสด็จมาปกครองและดูแลความสงบเรียบร้อยของดินแดนชายแดนเหนือฉู่รั่วเฟิงก้าวเดินเข้ามาภายในร้านอย่างเชื่องช้า สายตากวาดมองความวุ่นวายภายในร้าน ก่อนจะหยุดสายตาที่สตรีและเด็กที่กำลังยืนสั่นข้างมารดา“เกิดเรื่องใดขึ้น เหตุใดจึงมาสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ราษฎรในร้านเช่นนี้”หัวหน้าทหารเหงื่อซึม รีบรายงาน “ทูลจวิ้นอ๋อง กระหม่อมกำลังติดตามสายลับแคว้นเป่ยที่หนีซ่อนตัวเข้าม

  • นางร้ายหอบลูกหนีตัวร้าย   บทที่ 17.1 ชีวิตใหม่ของนางร้าย

    สายลมพัดผ่านทิวเขาหิมะอันสลับซับซ้อน พัดพาเอาความเย็นปะทะเข้ากับหน้าต่างไม้ของอาคารสองชั้น ซึ่งตั้งอยู่สุดถนนสายหลักของ ‘เมืองต่านหยาง’ เมืองหน้าด่านชายแดนที่สำคัญที่สุดทางทิศเหนือของแคว้นต้าเซี่ยกาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีแล้วที่มู่หว่านอินพาลูกสาวหนีจากเมืองหลวงภายในห้องโถงชั้นบนที่จุดเตาผิงคลายความหนาว กลิ่นหอมอบอวลของชาลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ มู่หว่านอินสวมชุดสีเขียวอ่อนเรียบง่าย เนื้อผ้าหนากันความหนาวได้ดี กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวยาวร่างบางดูมีน้ำมีนวลและมีเลือดฝาดมากกว่ายามอยู่ในจวนชินอ๋อง ดวงตาคู่งามทอประกายแจ่มใส“ท่านแม่ ดูนี่สิเจ้าคะ”เสียงเล็กของเด็กหญิงวัยสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างอวบอ้วนในสีชมพู วิ่งด้วยขาสั้น ๆ เข้ามาหา ในมือสั้นป้อมถือตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปกระต่ายตัวน้อย เสี่ยวเป่าในยามนี้สี่ขวบกว่าแล้ว แก้มยุ้ยสองข้างแดงระเรื่อด้วยไอหนาว นัยน์ตากลมโตสดใสเต็มไปด้วยความสุขมู่หว่านอินวางพู่กันในมือลง คลี่ยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขยับตัวออกจากเก้าอี้ แล้วดึงลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอด นางกดจุมพิตลงบนแก้มนุ่มอย่างรักใคร่“เสี่ยวเป่าทำกระต่ายไม้ตัวใหม่เสร็จแล้วหรือลูก”“เสี่ยวเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status