บทที่ 8
หลักฐานชี้ตัวคนร้าย
“ถ้าอย่างนั้นสหายก็เข้าไปพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นก็แล้วกัน”
โจวหยางเฉิงหาทางลงให้กับทุกคน เพราะเขาเองก็อยากได้ข้อสรุปเรื่องการเสียชีวิตของเหรินรุ่ยหลินเสียที หลังจากที่ยืดเยื้อมานานหลายชั่วโมง อีกทั้งตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปร่วมโต๊ะทานข้าวกับครอบครัวแล้วเช่นกัน
“แต่ก่อนอื่นผมขอบอกสหายที่จะเข้าไปตรวจสอบร่างกายของสหายไป๋เอาไว้ก่อน หลังจากออกมาแล้วจะต้องพูดแต่ความจริงเท่านั้น ถ้าหากผมมารู้ทีหลังว่าสหายคนไหนพูดจาโกหก ผมจะลงโทษคนนั้นด้วยการส่งไปนอนเล่นในห้องขังสักอาทิตย์หรือไม่ก็หนึ่งเดือน!”
เถียนหว่านซีรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเชื่อมั่นว่าไป๋อี้หนิงไม่ได้เป็นคนฆ่าเหรินรุ่ยหลินเหมือนอย่างที่คนอื่นคิด เพราะสำหรับเธอแล้ว ไป๋อี้หนิงเป็นหญิงสาวที่น่ารักอ่อนหวาน เรื่องโหดร้ายอย่างการฆ่าแกงคนอื่น อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน
หลังจากที่เถียนหว่านอี้ ชิงหลี่เจี๋ย ตงลี่หลินและกัวอี้ถิงเดินตามไป๋อี้หนิงเข้าไปด้านหลังต้นไม้ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำผ้ามาขึงบังตาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ส่วนในทิศทางตรงกันข้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งพร้อมกับชาวบ้านอีกสองคนก็ได้เดินประกบเซี่ยเหว่ยกวงไปยังด้านหลังต้นไม้ใหญ่ เพื่อตรวจร่างกายของเขาเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าหนึ่งในชาวบ้านที่ตามเซี่ยเหว่ยกวงไปย่อมต้องมีเซี่ยเกาติงรวมอยู่ด้วย เนื่องจากอีกฝ่ายกลัวว่าชาวบ้านจะรวมตัวกันใส่ร้ายลูกชาย จึงต้องตามไปจับตาดูอย่างใกล้ชิด
เมื่อเถียนหว่านอี้และเซี่ยเกาติงเดินลับสายตาไป เซี่ยเส้าเฟิงก็อดที่จะแสดงท่าทางหงุดหงิดออกมาไม่ได้ เขารู้สึกไม่พอใจที่ไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงทำให้บ้านเซี่ยต้องตกเป็นเป้าสายตาของชาวบ้านคนอื่นๆ หากเป็นสายตาที่มองมาด้วยความอิจฉาริษยา เซี่ยเส้าเฟิงคงจะไม่รู้สึกโมโหถึงขนาดนี้ ทว่าในตอนนี้ทั้งไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงต่างก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยที่ฆ่าเหรินรุ่ยหลิน ดังนั้นสายตาของชาวบ้านที่จ้องมองมา จึงไม่ใช่ความอิจฉาริษยา แต่เป็นสายตาของคนที่กำลังรอดูเรื่องตลกของบ้านเซี่ยเสียมากกว่า
นอกจากนี้ เซี่ยเส้าเฟิงยังนึกเสียดายที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เหรินรุ่ยหลินเสียก่อน เพราะหลังจากที่อีกฝ่ายคบหาดูใจกับหลานชายของเขา เซี่ยเส้าเฟิงก็อดรู้สึกอิจฉาหลานชายของตัวเองไม่ได้ ที่มีคนรักหน้าตาสะสวยและมีรูปร่างที่เย้ายวนถึงเพียงนี้ จนเซี่ยเส้าเฟิงเคยนึกอยากจะดึงร่างบางของเหรินรุ่ยหลินเข้ามากอดแนบกายใจแทบขาด แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้เหรินรุ่ยหลินคนนั้นได้กลายเป็นศพไปเสียแล้ว เซี่ยเส้าเฟิงจึงทำได้เพียงเก็บซ่อนความรู้สึกเสียดายนี้เอาไว้ลึกๆ ภายในใจของเขาเท่านั้น
‘ช่างน่าเสียดายจริงๆ ฉันยังไม่ได้ลิ้มลองรสชาติของเธอเลยสักครั้ง!’
เวลาผ่านไปได้สักพัก ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านที่เข้าไปตรวจสอบร่องรอยบนร่างกายของเซี่ยเหว่ยกวงก็เดินกลับมา แน่นอนว่าบนใบหน้าของเซี่ยเหว่ยกวงประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากบนร่างกายของเขาไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่นิดเดียว
“เป็นยังไงบ้าง” เสียงของชาวบ้านเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่เว้นแม้แต่ฉู่เถิงเยว่ที่ต้องการรับรู้คำตอบเช่นเดียวกัน
ซูจิ่งเทาส่ายหน้าให้กับหัวหน้าของตัวเอง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายและกระซิบบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ที่รองเท้าของสหายเซี่ยเหมือนจะมีรอยเลือดติดอยู่ครับ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้ใส่ใจครับ”
โจวหยางเฉิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ สำหรับคนที่ไม่เคยฆ่าคนมาก่อน ย่อมมักจะหลงลืมที่จะทำลายหลักฐานบางอย่างทิ้งไป ทำให้พวกเขาสามารถสืบหาร่องรอยต่างๆ ได้ไม่อยากนัก และโจวหยางเฉิงก็รู้สึกโชคดีที่เซี่ยเหว่ยกวงยังไม่เป็นมืออาชีพถึงขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องปวดหัวไปอีกหลายวันเลยทีเดียว
“เห็นไหม! ฉันบอกแล้วว่าหลานชายของฉันไม่มีทางทำร้ายสหายเหรินแน่นอน แบบนี้หัวหน้าหมู่บ้านคงจะต้องทบทวนตัวเองแล้วละมั้ง ที่มาใส่ร้ายชาวบ้านแบบนี้”
เซี่ยเส้าเฟิงหัวเราะร่วนออกมาอย่างชอบอกชอบใจ เขารู้สึกไม่ชื่นชอบหน้ากงหมิงเหยี่ยนมานานแล้ว เนื่องจากอีกฝ่ายมักจะคอยตักเตือนเวลาที่เขาไปแตะเนื้อต้องตัวหญิงสาวในหมู่บ้าน ประกอบกับที่บ้านเซี่ยและบ้านกงก็ไม่ค่อยถูกันมานานแล้ว แต่เพราะว่าอีกฝ่ายมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้าน ดังนั้นเซี่ยเส้าเฟิงจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนมาโดยตลอด
“แล้วฉันเชื่อมั่นว่า สหายไป๋เองก็คงจะไม่มีรอยขีดข่วนบนร่างกายเช่นเดียวกัน”
ซึ่งหลังจากที่เซี่ยเส้าเฟิงพูดจบ เขาไม่รู้เลยว่าสีหน้าของเซี่ยเหว่ยกวงกลับเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบปรับอารมณ์และสีหน้าของตัวเองให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม การเปลี่ยนแปลงนั้นรวดเร็วจนไม่มีชาวบ้านคนไหนสังเกตเห็น นอกเสียจากโจวหยางเฉิงที่คอยจับจ้องเซี่ยเหว่ยกวงอยู่ตลอดเวลา
“รอดูก่อนเถอะ ถ้าหากสหายไป๋ไม่มีรอยขีดข่วน ฉันจะเป็นคนยื่นฟ้องร้องกับสหายตำรวจให้นายเอง”
กงหมิงเหยี่ยนตอบกับเซี่ยเส้าเฟิงด้วยท่าทางนิ่งสงบ แน่นอนว่าท่าทางของเขาทำให้เซี่ยเหว่ยกวงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาก แต่ถึงอย่างเซี่ยเหว่ยกวงก็ยังคงคาดหวังว่าแม่ของเขาจะช่วยปิดบังเรื่องรอยขีดข่วนบริเวณข้อมือและแขนของไป๋อี้หนิง เพราะแม่ของเขารักใคร่เอ็นดูไป๋อี้หนิงราวกับลูกสาวแท้ๆ อีกทั้งยังคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมาเป็นลูกสะใภ้ให้บ้านเซี่ยในอนาคตด้วย
แต่ก่อนที่เซี่ยเหว่ยกวงจะได้คิดอะไรไปไกลกว่านั้น เสียงโวยวายของกลุ่มผู้หญิงที่ไปตรวจสอบร่างกายของไป๋อี้หนิงก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน หลังจากนั้นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งตรงมายังทิศทางที่พวกเขายืนอยู่อย่างรวดเร็ว โดยมีเถียนหว่านซีวิ่งไล่ตามมาอย่างเอาเป็นเอาตาย เพียงแต่เธอไม่อาจวิ่งตามอีกฝ่ายได้ทัน เนื่องจากมีใครบางคนคอยดึงรั้งแขนของเธอเอาไว้
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น!”
โจวหยางเฉิงตะโกนถามออกไปทันที ถึงแม้ว่าเขาจะพอคาดสถานการณ์ได้บ้างก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นโจวหยางเฉิงก็ยังรอฟังคำอธิบายจากหญิงวัยกลางคนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาพวกเขาเสียก่อน เพื่อที่เขาจะได้จัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางตามแบบฉบับของเขา
“การตรวจสอบร่างกายของสหายไป๋เป็นยังไงบ้าง”
กัวอี้ถิงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจังหวะหายใจของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ ถึงแม้ว่าเธอจะเหนื่อยหอบจนแทบพูดไม่ออกก็ตาม แต่กัวอี้ถิงก็ตระหนักดีว่า เธอต้องการชี้แจงสิ่งที่พึ่งพบเจอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้าฟังทันที
“บน... บนข้อมือและแขนของสหายไป๋มีรอยขีดข่วนอยู่ค่ะ! นอกจากนี้ที่ข้อมือของเธอยังมีรอยแดงอีกด้วย”
“ไม่จริง! นังสารเลว แกกล้าโกหกทุกคนได้ยังไง บนร่างกายของอี้หนิงไม่มีรอยอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว คอยดูสิ ว่าฉันจะตบแกให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนยังไง”
เถียนหว่านซีรีบพุ่งตรงดิ่งไปหากัวอี้ถิง เพื่อหวังจะปิดปากไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมามากไปกว่านี้
“เป็นเพราะมันไม่ชอบหน้าอี้หนิง ถึงได้คิดที่จะใส่ร้ายเธอแบบนี้ ฉันไม่ยอมเด็ดขาดนะสหายตำรวจ พวกคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสงสัยอี้หนิงของฉัน ในเมื่อร่างกายของเธอไม่มีรอยขีดข่วนอะไรเลย”
ชิงหลี่เจี๋ยและตงลี่หลินที่เดินตามหลังมาติดๆ รีบเดินเข้าไปหยุดอยู่ด้านหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที เนื่องจากตงลี่หลินต้องคอยประคองร่างกายของชิงหลี่เจี๋ยเอาไว้ หลังจากที่อีกฝ่ายถูกเถียนหว่านซีผลักกระเด็นออกไปให้พ้นทาง เพื่อที่ตัวเองจะได้วิ่งไล่ตามกัวอี้ถิงทัน
“แล้วสหายสองคนล่ะ ตรวจเจออะไรมาบ้างไหม”
โจวหยางเฉิงไม่ได้ให้ความสนใจเถียนหว่านซีที่กำลังด่าทอชาวบ้านอีกคนอยู่ แต่กลับหันไปสอบถามชาวบ้านอีกสองคนที่พึ่งเดินมาสมทบด้วยท่าทีนิ่งสงบ
ตงลี่หลินรับรู้ได้ในทันทีว่าหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเอ่ยถามขึ้นมา เถียนหว่านซีก็ตวัดสายตาจ้องเขม็งมาที่พวกเธอทั้งคู่อย่างกดดัน ตงลี่หลินรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการข่มขู่ไม่ให้เธอพูดความจริงออกมา แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ต้องการปล่อยให้คนร้ายลอยนวลอยู่ในหมู่บ้านเลี่ยงหวงต่อไป ไม่อย่างนั้นทั้งเธอและครอบครัวคงต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงไปตลอดแน่
“มีรอยขีดข่วนที่ข้อมือและแขนของสหายไป๋จริงๆ ค่ะ นอกจากนี้ที่ข้อมือของเธอยังมีรอยแดงและรอยถลอกอีกด้วย”
“นังลี่หลิน! แกกล้าใส่ร้ายอี้หนิงได้ยังไง พวกแกสามคนอิจฉาที่บ้านเซี่ยของฉันมีนักศึกษามหาวิทยาลัยถึงสองคนใช่ไหมล่ะ ถึงได้รวมหัวกันใส่ร้ายอี้หนิงแบบนี้”
ในตอนนี้ เถียนหว่านซีไม่สนใจแล้วว่าคนที่อยู่ตรงหน้ามีความอาวุโสมากกว่าเธอหรือเปล่า เพราะภายในใจของเธอตอนนี้มีเพียงความต้องการที่จะปกป้องไป๋อี้หนิงเท่านั้น จนเผลอแสดงท่าทีสนิทสนมและปกป้องอีกฝ่ายมากจนเกินไป และแน่นอนว่าท่าทางของเถียนหว่านซีในตอนนี้ทำให้ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ต่างพากันซุบซิบนินทามากขึ้นกว่าเดิม เพราะดูเหมือนว่าเถียนหว่านซีจะชื่นชอบไป๋อี้หนิงมากกว่าเหรินรุ่ยหลิน อีกทั้งยังดูเหมือนว่าเถียนหว่านซีคนนี้จะรับรู้ถึงความสัมพันธ์ที่สนิทสนมจนเกินเลยของไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงอีกด้วย
“ฉันว่าแล้ว... ที่ไป๋อี้หนิงมาบ้านเซี่ยพร้อมกับนังหนูเหริน ไม่ใช่เพราะอยากพาเพื่อนสนิทมาเยี่ยมบ้านของคนรักเท่านั้น แต่เพราะเธออยากจะมาหาคนรักของตัวเองเสียมากกว่า”
ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนออกไปด้วยความเหลืออด ถึงแม้ว่าปกติเธอมักจะชอบจับกลุ่มซุบซิบนินทาเรื่องของคนอื่นอยู่เป็นประจำ แต่ครั้งนี้เธอก็อดสงสารเหรินรุ่ยหลินขึ้นมาไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของเถียนหว่านซีเลยแม้แต่นิดเดียว ขนาดตัวเองนอนตายอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่แม่ของคนรักยังเลือกปกป้องคนที่ฆ่าตัวเอง
“ใช่ๆ ฉันก็เคยพูดกับเพื่อนอยู่เหมือนกัน ว่าสหายไป๋ดูเหมือนจะสนิทสนมกับเซี่ยเหว่ยกวงมากเกินไป แต่ก็ไม่คิดเลยว่าคนบ้านเซี่ยจะรู้เห็นเป็นใจกับการคบซ้อนของพวกเขาสองคนด้วย แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับสหายเหรินเลยสักนิด ที่ถูกทั้งเพื่อนสนิทและคนรักร่วมกันหักหลังแบบนี้ พวกเขาสองคนควรจะถูกลงโทษอย่างหนัก คนอื่นจะได้ไม่เอาเป็นแบบอย่าง”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++