LOGINเสียงฝีเท้าหนักกระแทกพื้นดังระส่ำระสาย สุนัขตัวโตวิ่งพล่านไร้ทิศทาง เสียงคำรามต่ำกระชากอากาศจนผู้คนแตกตื่น เสียงนั้น…ทำให้เซี่ยหรงเฉินที่กำลังเดินอยู่อีกทางหนึ่งชะงักกึก ฝีเท้าหยุดนิ่ง ปลายนิ้วกำชายเสื้อแน่นจนสันมือซีดขาว ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด เหงื่อผุดซึมเต็มไรผม ฝ่ามือทั้งสองเย็นเฉียบราวจุ่มน้ำแ
ศาลาริมสระบัวอันร่มรื่น อยู่ไม่ห่างจากตำหนักหลังเล็กขององค์ชายเซี่ยหรงเฉินนัก องค์หญิงรองฟู่ชิงเหลียนจึงเลือกนัดพบที่แห่งนี้ ด้วยเห็นว่าสงบงาม เหมาะแก่การสนทนา ใบหน้างามของนางเปล่งปลั่งดุจบุปผาแรกแย้ม แววตาอ่อนโยนเปี่ยมความหวัง สองมือประคองกล่องขนมแนบอกอย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่าความตั้งใจจะบอบช้
องค์หญิงรองฟู่ชิงเหลียนเริ่มเข้าหาพี่สาวต่างมารดาอย่างองค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัวมากขึ้น เพราะนางสัมผัสได้ว่า เยียนหลัวมิใช่คนโหดร้ายเช่นวันวานอีกแล้วยิ่งไปกว่านั้น…พี่สาวผู้นี้ยังอ่อนโยน อบอุ่น และคอยชี้แนะนางด้วยความจริงใจ มากพอให้ชิงเหลียนยอมเปิดใจ เล่าความใน ปรึกษาเรื่องที่ไม่เคยกล้าเอ่ยกับผู้ใด
หวังมู่หานหอบหายใจแรง ยังค้างหมัดกลางอากาศแต่แววตาเซี่ยหรงเฉินที่เงยขึ้นมองจากพื้น กลับสงบนิ่ง เยือกเย็น เหมือนผู้คุมกระดานหมากทั้งกระดานไว้แล้ว เขาไม่ได้พลาด เขา…จงใจรับหมัดนั้น เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น “เซี่ยหรงเฉิน!” เสียงของเยียนหลัวสั่นไหวราวหัวใจหล่นวูบ ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจสุด
องครักษ์หวังมู่หานเริ่มเอะใจขึ้นมาอย่างประหลาด ช่วงหลายวันมานี้ องค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัวเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในตำหนัก ปฏิเสธการอารักขา ไม่ยอมให้เขาเข้าเฝ้าใกล้ชิดเช่นเคย นางกำลังหลบหน้าเขา เพราะจูบคืนนั้น…หรือเพราะนางล่วงรู้บางสิ่งรู้ว่าเขาถูกส่งมาสอดแนมนางกันแน่ แววตาคมใต้คิ้วเข้มทอประกายวูบไหว ร่
สุดท้ายความตั้งใจจะถอยออกห่างจากพระเอกก็พังทลายลง เยียนหลัวโน้มลงประกบริมฝีปากจุมพิตเซี่ยหรงเฉินอย่างหวานล้ำลึกซึ้ง “อื้อ…” นางร้องครางในลำคอแผ่วเบา ฝ่ามือบางเอื้อมขึ้นคล้องคอเขาอย่างเผลอไผล เซี่ยหรงเฉินถึงกับยกยิ้มมุมปากขณะถูกเยียนหลัวจุมพิตแสนหวาน เขาไม่อาจหักห้ามใจได้อีก ไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กของ







