“ว้าย! ตายแล้ว!” เสียงร้องดังขึ้น “ปล่อยองค์หญิงใหญ่นะ องค์ชาย!”
ชุนเถาและชุนฮวาที่เพิ่งกลับเข้ามาในตำหนัก รีบพุ่งเข้ามาทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า สองนางกำนัลช่วยกันดึงแขนของเซี่ยหรงเฉิน ออกจากลำคอขององค์หญิงใหญ่
ฟึ่บ! ร่างเล็กของเยียนหลินทรุดลงกับพื้นทันที “แค่ก! แค่กๆๆ!” เธอกุมคอตัวเองไว้แน่น หายใจหอบเหมือนเพิ่งรอดจากความตาย
“โอ๊ย…เกือบตายแล้วไหมล่ะฉัน…” เธอบ่นเสียงแผ่ว
“พระเอกเรื่องนี้โหดเกินไปแล้ว!”
บนลำคอขาวปรากฏรอยนิ้วมือแดงชัดเจน รอยบีบทั้งห้านิ้วของเซี่ยหรงเฉินทิ้งร่องรอยเอาไว้ไม่ปรานี แต่บุรุษผู้นั้นกลับไม่แสดงสีหน้าเสียใจแม้แต่น้อย ในสายตาของเขา สตรีผู้นี้สมควรได้รับมากกว่านี้ด้วยซ้ำ
“ทหาร!” ชุนเถาตะโกนทันที
“รีบเข้ามาจับองค์ชายเซี่ยไปโบย! โทษฐานทำร้ายองค์หญิงใหญ่!”
“หยุดก่อน!” เสียงของเยียนหลินดังขึ้นทันที
“ไม่ต้อง!” นางรีบโบกมือ
“ชุนเถา พวกเจ้าออกไปก่อน แล้วเอายาสมานแผลมาให้ข้าด้วย”
สองนางกำนัลตกใจ
“แต่องค์หญิงใหญ่เพคะ พระองค์ถูกทำร้าย…”
“ใช่เพคะ หรือจะให้พวกบ่าวนำแส้มาถวาย พระองค์จะทรงลงโทษเขาเอง”
“ไม่ต้อง!” เยียนหลินรีบพูดตัด ก่อนจะคว้ายาขวดเล็กจากมือพวกนางทันที
“เอายานี่มาก่อน”
เธอเปิดขวดอย่างรีบร้อน แล้วหยิบเม็ดยาสีดำออกมา ก่อนจะยัดเข้าปากเซี่ยหรงเฉินทันที “กินเข้าไป!”
บุรุษบนฟูกขมวดคิ้วทันที แต่ร่างกายที่ถูกพิษยาปลุกกำหนัดเผาผลาญทำให้เขาไม่มีแรงจะต่อต้านมากนัก
เยียนหลินรีบหันไปสั่ง “ข้าสั่งอะไรก็ไปทำเถอะ”
“แล้วต่อไปนี้อย่าเสียมารยาทกับ องค์ชายใหญ่เซี่ยหรงเฉิน อีก เข้าใจไหม”
สองนางกำนัลมองหน้ากันอย่างงุนงง องค์หญิงใหญ่…เรียกเขาแบบให้เกียรติ? เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่พวกนางก็รีบก้มศีรษะ “เพคะ”
ไม่นานพวกนางก็รีบนำยาสมานแผลและยาแก้ฟกช้ำมาถวาย
“ออกไปก่อน” เยียนหลินโบกมือ “ข้าจะจัดการเอง”
“เพคะ”
เมื่อประตูตำหนักปิดลง ห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง เยียนหลินถอนหายใจยาว “เฮ้อ…”
เธอหันไปมองบุรุษที่นอนหอบอยู่ข้างๆ พระเอกสุดหล่อของเรื่องซึ่งกำลังมองเธอด้วยสายตาเย็นชา เธอยกขวดยาขึ้น
“มาเถอะ ข้าจะทายาให้ท่าน” เสียงของเธออ่อนลง
“ต่อไปนี้ข้าสาบานว่าจะไม่เฆี่ยนตีหรือทำร้ายท่านอีก”
“ข้าจะปกป้องท่านเอง”
เซี่ยหรงเฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน คำพูดของฟู่เยียนหลัว…เขาไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว ดวงตาคมจึงยังแข็งกร้าวเหมือนเดิม
“เจ้าจะใช้ลูกไม้อะไรมาทรมานข้าอีก…เยียนหลัว”
เยียนหลินสะดุ้งเล็กน้อย “ก็บอกแล้วไง” เธอทำหน้าจริงจัง “ต่อไปนี้ข้าจะไม่ทำร้ายท่านแล้ว”
เธอชะงักนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ “…ที่ผ่านมาก็ถือว่า…ให้อภัยข้าได้หรือไม่”
ขวับ! สายตาคมของเซี่ยหรงเฉินตวัดมองทันที แววตานั้นเต็มไปด้วยไอสังหาร
ให้อภัย? สตรีผู้นี้ ทรมานเขา เฆี่ยนตีเขา และบังคับให้เขาขึ้นเตียงเพียงคำว่า “ให้อภัย” คำเดียว คิดว่าจะลบทุกอย่างได้หรือ? ง่ายเกินไปแล้ว
“เจ้าคิดว่าข้าควรให้อภัยเจ้าอย่างนั้นหรือ ฟู่เยียนหลัว…นังสตรีใจดำอำมหิต”
เยียนหลินกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว
“โห้…ด่ามาทุกประโยคเลยนะ ได้ ๆ ข้ายอมแพ้แล้วก็ได้” นางยกมือทั้งสองขึ้นเหมือนยอมจำนน “ข้าจะทำดีไถ่โทษต่อท่านเอง แบบนี้พอจะหายโกรธหรือไม่”
ความจริงแล้วนางไม่ได้หวังให้เขาเชื่อเลยสักนิด แค่ขอให้พระเอกคนนี้ อย่าบีบคอนางอีกก็พอ
“ข้าจะมอบสิ่งที่องค์ชายสูงศักดิ์อย่างท่านควรได้รับกลับคืนไป” นางพูดไปพลางทายาให้เขาอย่างระมัดระวัง
เซี่ยหรงเฉินนั่งนิ่ง ดวงตาคมจับจ้องนางไม่กะพริบ เขาเหมือนกำลังดูการแสดงประหลาดอะไรสักอย่าง ทรมานเขามาตั้งนาน…อยู่ ๆ จะมาทำดีด้วย? ใครจะไปเชื่อ ‘สตรีผู้นี้…กำลังเล่นละครอะไรอีก’
“ข้าจะให้คนจัดตำหนักใหม่ให้ท่าน” เยียนหลินพูดต่ออย่างจริงจัง “ตำหนักตะวันออกของข้าเป็นเช่นไร”
ทันทีที่พูดจบ ขวับ! สายตาของเซี่ยหรงเฉินตวัดมามองนางอย่างเย็นเยียบ
“นี่เจ้าเป็นอะไรไป ฟู่เยียนหลัว” เสียงเขาเต็มไปด้วยความระแวง “คิดจะแกล้งให้ข้าไปอยู่ตำหนักเจ้า แล้วกล่าวหาว่าข้าบังอาจบุกรุกตำหนักองค์หญิงหรือ”
“ไม่! ไม่เลย!” เยียนหลินส่ายหน้าจนผมแทบหลุดจากปิ่น
“ข้าจะหาตำหนักที่เหมาะสมให้ท่านต่างหาก อยู่ในฐานะองค์ชายตัวประกันก็จริง แต่ก็ไม่ควรถูกกดขี่เกินไป”
เห็นว่าเขายังไม่ลุกหนี นางจึงรีบเสนอเงื่อนไขเพิ่มทันที
“ข้าจะหาคนรับใช้ให้ท่านสามสี่คน เสื้อผ้าไหมอย่างดี อาหารครบสามมื้อ ยารักษาโรค…แล้วก็มีเงินให้ใช้ทุกเดือนด้วยนะ”
เยียนหลินยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ “เห็นไหม ข้าเปย์ท่านสุด ๆ เลยนะ”
เซี่ยหรงเฉินขมวดคิ้วทันที “เปย์อะไรของเจ้า”
“เอ่อ…ก็…ให้ของเยอะ ๆ น่ะ”
“ข้าไม่เชื่อคำพูดของเจ้าแม้แต่คำเดียว ฟู่เยียนหลัว” เขาทำท่าจะลุกขึ้น
“อ้าว ๆ จะลุกไปไหน นั่งก่อน!” เยียนหลินรีบคว้ากางเกงที่วางอยู่ใกล้ ๆ ยื่นให้เขา “นี่ กางเกงของท่าน ใส่ก่อนเถอะ”
เซี่ยหรงเฉินหน้าดำทะมึน รีบคว้ากางเกงไปสวมทันทีอย่างรวดเร็วอย่างน้อย…ก็ไม่อยากยืนให้สตรีผู้นี้จ้องอีก
“นั่งนิ่ง ๆ สิ ข้ายังทายาไม่เสร็จเลย”
เยียนหลินนั่งข้างเขาอีกครั้ง มือเล็กค่อย ๆ ทายาลงบนรอยแผลจากการเฆี่ยน ทว่าในใจกลับคิดอีกเรื่องหนึ่ง
โอ้โห…งานดีจริง ๆ นางแอบยิ้มคนเดียว นิ้วเล็ก ๆ ลูบยาไปตามแผ่นหลังขาวเนียนอย่างตั้งใจเกินเหตุ
ขาวจังวุ้ย…แน่นอีกต่างหาก…ไม่แปลกใจเลยที่นางร้ายในนิยายจะอดใจไม่ไหว ได้กินพระเอกไปสักทีสองทีหรือยังนะ เยียนหลินพึมพำเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว
“แผลเต็มไปหมดเลย…ถ้าเป็นแผลเป็นคงเสียดายแย่”
เสียงเบาเหมือนกระซิบ แต่เซี่ยหรงเฉิน…ได้ยินทุกคำ ดวงตาคมของเขาค่อย ๆ มืดลง นาง…กำลังวิจารณ์ร่างกายเขาอยู่หรือ?
ฟึ่บ! ร่างสูงลุกพรวดทันที เยียนหลินสะดุ้ง “อ่ะ…อ้าว?” นางเงยหน้ามองเขางง ๆ “ไปแล้วหรือ”
ก่อนจะรีบโบกมืออย่างเป็นมิตร “ข้าขอโทษนะ อย่าโกรธกันเลย เซี่ยหรงเฉิน”
เซี่ยหรงเฉินไม่ตอบ เพียงจ้องนางเขม็งด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นกำหมัดแน่น แล้วหันหลังเดินออกจากตำหนักทันที เยียนหลินยังคงโบกมืออยู่หน้าประตู
“ไปดีนะ!” นางถอนหายใจโล่งอก “เฮ้อ…รอดชีวิตอีกวันแล้ว”
แต่สิ่งที่นางไม่รู้ก็คือ ชายหนุ่มที่กำลังเดินกลับตำหนักเก่าของตนนั้นกำลังมองย้อนกลับมา ด้วยสายตาเขียวปั๊ด เหมือนกำลังจดบัญชีแค้นไว้ทีละข้อ