“ว้าว…ชิ้นนี้ก็สวย อันนี้ก็เลิศ ตายแล้ว ฉันจะใส่อันไหนดีเนี่ย”
เยียนหลัวนั่งล้อมอยู่ท่ามกลางเครื่องประดับกองโต ดวงตาเป็นประกายราวเด็กได้ของเล่นใหม่
สมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นของ องค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัว ความร่ำรวยของนางร้าย…เป็นสิ่งเดียวที่เธอยินดีรับช่วงต่ออย่างเต็มใจ
“เป็นคนสวยและรวยนี่มันดีอย่างนี้เอง อิๆๆ”
ชุนเถากับชุนฮวาที่อยู่ด้านหลังแอบมองหน้ากันเงียบ ๆ พฤติกรรมขององค์หญิงใหญ่ช่วงนี้เปลี่ยนไปจนพวกนางตามไม่ทัน
“นี่พวกเจ้า มาช่วยข้าเลือกหน่อยสิ เอาชิ้นไหนดี”
เยียนหลัวหยิบปิ่นปักผมขึ้นมาทาบศีรษะทีละอันอย่างร่าเริง
ชุนเถาก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนเสนอ
“บ่าวขอเสนอปิ่นลายหงษ์เพคะ ฮองเฮาเพิ่งประทานให้เมื่อเดือนก่อน ยังใหม่อยู่ไม่ล้าสมัยแน่นอนเพคะ”
ดวงตาเยียนหลัวเป็นประกายทันที คนยุคนี้มีตามเทรนด์ด้วย
“งั้นเอาปิ่นหงษ์นี่แหละ ของใหม่จากฮองเฮา แบบนี้ต้องกำลังฮิตแน่ ๆ”
นางยกมันขึ้นดูอย่างพอใจ “เรียกว่ารุ่นลิมิเต็ดเลยก็ได้มั้ง ปิ่นหงษ์นี่ไม่ใช่ใครก็มีได้”
ชุนเถากับชุนฮวาชะงักเล็กน้อย “เอ่อ…ถูกแล้วเพคะ”
ไม่นานนัก ฟู่เยียนหลัวก็แต่งองค์เสร็จ งดงามสูงส่งดังเดิม
เยียนหลัวลุกขึ้นยืนอย่างฮึกเหิม “ไปกันเถอะ ข้าพร้อมแล้ว!” สองมือกำหมัดแน่น
“ภารกิจแรกในโลกนี้…ต้องประเคนพระเอกส่งคืนนางเอกให้สำเร็จ!”
เหตุผลหลักแน่นอนคือ เอาชีวิตรอดจากพระเอกสุดโหด แต่ในใจเยียนหลัวยังคิดอีกอย่าง
ในโลกนิยายนี้ ยังมีทั้ง พระรองแสนอบอุ่น และ ตัวร้ายสุดกร้าวใจ ที่นางอยากเจออยู่เหมือนกัน
นางยิ้มเจ้าเล่ห์เล็ก ๆ “ถ้าพระเอกโหดเกินไป…”
“งั้นขอไปพิชิตใจพระรองกับตัวร้ายแทนก็แล้วกัน”
พูดจบ เยียนหลัวก็หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ราวกับกำลังเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกนิยายเรื่องโปรดของตัวเอง
ณ.อุทยานหลวง
เยียนหลัวเดินทอดน่องไปตามอุทยานหลวง ใบหน้ายิ้มแย้มสดใส ต่างจากเจ้าของร่างเดิมราวฟ้ากับดิน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ผูกมิตรกับนางเอก อย่างน้อย…ถ้าเธอไม่ทำตัวเป็นนางร้ายตามบท ไม่ไปกลั่นแกล้งนางเอก พระเอกสุดโหดในอนาคตก็คงไม่เพ่งเล็งจะฆ่าเธออีก
แต่ยังเดินไปได้ไม่ทันไร สายตาคู่สวยของเยียนหลัวก็สะดุดเข้ากับร่างเล็กอันสง่างามของสตรีผู้หนึ่ง องค์หญิงรอง ฟู่ชิงเหลียน
ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้ม งดงามอ่อนหวาน ราวกับ ดอกบัวแรกแย้ม ที่เพิ่งผลิบานเหนือผิวน้ำ ทั้งบริสุทธิ์ งดงาม และเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
ออร่านางเอกชัดเจนเสียจน เยียนหลินที่อยู่ในร่างนางร้ายยังอดตะลึงไม่ได้ มิน่าล่ะ…พระเอกถึงตกหลุมรักนาง
แต่ก่อนที่เยียนหลัวจะได้เข้าไปทักทาย เสียงเอะอะโวยวายจากอีกด้านหนึ่งก็ดังขึ้น และแน่นอน…ด้วยนิสัยจิตใจดีของนางเอก ฟู่ชิงเหลียนย่อมต้องมุ่งหน้าไปดูทันที
“เร็วเข้า ชุนเถา ชุนฮวา ตามข้ามา”
องค์หญิงใหญ่ ฟู่เยียนหลัว รีบพาคนของตน ย่องตามหลังองค์หญิงรองไปทันที
ศาลากลางวสันต์
เสียง ปึก! ปึก! ปึก! ร่างสูงขององค์ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังถูกฝ่าเท้าหลายคู่รุมกระทืบไม่ยั้ง
องค์รัชทายาท ฟู่หยวนเฉิง ยืนดูอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าสำราญ
สำหรับเหล่าขันทีนางกำนัลในวัง ภาพเช่นนี้ช่างคุ้นชิน เพราะคนที่ถูกซ้อมคือ องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเทียนเซี่ย เซี่ยหรงเฉิน ตัวประกันทางการเมืองที่ไร้ค่าในสายตาของทุกคน แต่สำหรับฟู่ชิงเหลียน…นางทนดูไม่ได้
“หยุดนะ!”
นางรีบกางแขนออก ยืนบังร่างของเซี่ยหรงเฉินโดยไม่ลังเล น้ำเสียงอ่อนหวานแต่หนักแน่น
ทำให้เซี่ยหรงเฉินที่นอนขดอยู่บนพื้นค่อย ๆ คลายวงแขนที่ป้องศีรษะออก ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้นค่อย ๆ เงยขึ้นมอง ร่างเล็กบอบบางที่ยืนปกป้องเขา สายตาของเขาสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“องค์รัชทายาท…เหตุใดต้องรังแกองค์ชายเซี่ยหรงเฉินด้วยเพคะ”
หยวนเฉิงหัวเราะเยาะ
“ถอยไป องค์หญิงรอง เจ้าไม่ใช่พี่สาวข้า อย่ามายุ่ง”
เขาชี้ไปที่เซี่ยหรงเฉิน
“เจ้าองค์ชายตัวประกันนี่ ข้าจะทำอะไรกับมันก็ได้ ในเมื่อมันคือ เชลยของแคว้นเซวียนหลิง”
กึก…เซี่ยหรงเฉินกำหมัดแน่น คำดูถูกเหล่านั้น…เขาจะจดจำไว้ทุกคำสักวันหนึ่ง คนเหล่านี้จะต้องถูกเขาเหยียบย่ำให้แหลกใต้ฝ่าเท้า
“มาเถอะ ข้าจะพาท่านออกไปจากคนบ้าอำนาจพวกนี้”
ฟู่ชิงเหลียนยื่นมือออกไป รอยยิ้มของนางอ่อนโยนราวแสงอาทิตย์ยามเช้า หัวใจของเซี่ยหรงเฉินสั่นไหวอย่างประหลาด
นางคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตที่มืดมนของเขา ฝ่ามือสากเปื้อนฝุ่นของเขาค่อย ๆ เอื้อมขึ้นอย่างลังเล ราวกับกลัวว่าจะทำให้สตรีผู้บริสุทธิ์ตรงหน้าแปดเปื้อน
แต่ทันใดนั้น…ฟึ่บ! ร่างของเขาถูกถีบกระเด็นอย่างแรง โครม! ปึก!แผ่นหลังกระแทกโขดหินด้านหลังจนจุกแน่น
“นี่เจ้าทำอะไร หยวนเฉิง!”
ชิงเหลียนรีบผลักองค์รัชทายาทออก แต่หยวนเฉิงกลับผลักนางให้คนของตนจับตัวไว้
“ชิงเหลียน เจ้ากล้าผลักข้าเพราะไอ้เชลยผู้นี้หรือ!”
หมับ! เขาบีบคางของนางอย่างแรง แววตาเต็มไปด้วยความสะใจ
พลั๊วะ! หมัดหนักของเซี่ยหรงเฉินซัดเข้าที่ใบหน้าขององค์รัชทายาทเต็มแรง
“ปล่อยองค์หญิงรอง” เสียงของเขากดต่ำ เต็มไปด้วยความโกรธ
“เจ้าบ้า!” หยวนเฉิงคำราม “จับตัวมัน!”
ทันใดนั้นพวกคุณชายก็กรูกันเข้ามา รุมกระทืบเขาอีกครั้ง
ชิงเหลียนดิ้นรนสุดแรง “อย่าทำเขา!”
แต่ในขณะที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ทรงพลังจนทุกคนหยุดชะงัก
“หยุดนะ…หยวนเฉิง”
กึก…ทุกคนหยุดชะงัก แม้แต่ฝ่าเท้าที่กำลังจะเหยียบร่างเซี่ยหรงเฉินยังค้างนิ่งกลางอากาศ
หยวนเฉิงหันไปยิ้มกว้าง รีบเดินเข้าหาพี่สาว เพราะมั่นใจว่านางจะต้องเข้าข้างเขาเหมือนทุกครั้ง
“พี่หญิง!”
แต่ทันใดนั้น…เพี๊ยะ! เสียงตบหน้าดังลั่น หยวนเฉิงยืนอึ้ง กุมใบหน้าที่เพิ่งถูกตบ ดวงตาคู่คมนั้นสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่หญิง…ท่านตบข้า?”
องค์หญิงใหญ่ ฟู่เยียนหลัว มองเขานิ่ง
“ใครอนุญาตให้พวกเจ้าทำร้าย คนของข้า แบบนี้”
เซี่ยหรงเฉินชะงัก คนของ…นาง?
“พวกเจ้าทั้งห้าหกคน” เยียนหลัวกวาดสายตามองเหล่าคุณชาย
“รุมรังแกคนเพียงคนเดียว ยังกล้าเรียกตัวเองว่าบุตรขุนนางหรือ”
“ทหาร!”
“ลากตัวพวกมันไป โบยคนละยี่สิบไม้ โทษฐานทำร้ายองค์ชายเซี่ย หรงเฉิน”
“น้อมรับบัญชา!” เหล่าคุณชายทั้งห้าคนถูกลากออกไปทันที
หยวนเฉิงมองพี่สาวด้วยความโกรธ “พี่หญิง ท่านทำแบบนี้เพราะมัน?”
“ข้าจะฟ้องเสด็จแม่!”
เขาสะบัดแขนเดินหนีไปทันที เยียนหลัวถึงกับยิ้มแห้งในใจ
‘ตายแล้ว…น้องชายนางร้ายโกรธฉันแล้ว’
เยียนหลัวหันกลับมาหาทั้งสองคน พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“ชิงเหลียน ยาทาแผล” นางยื่นกระปุกยาให้ “ช่วยทาให้เขาหน่อยนะ”
ชิงเหลียนมองนางอย่างสับสน นี่เป็นครั้งแรกที่องค์หญิงใหญ่พูดกับนางด้วยน้ำเสียงเช่นนี้
เยียนหลัวจับมือของทั้งสองคน พาไปนั่งที่ศาลา
“ดูสิ ระบมไปทั้งตัวเลย” จากนั้นนางยิ้มสดใส “ต่อไปนี้เจ้าวางใจได้”
“ข้าจะปกป้องเขาเอง”
“แต่เรื่องดูแลคน ข้ายกให้เจ้าแล้ว…น้องหญิง”
ชิงเหลียนถึงกับพูดไม่ออก “น้องหญิง…?”
เยียนหลัวยิ้มกว้าง “เช่นนั้นข้าไปก่อนล่ะ”
“พวกเจ้าสองคนคงมีเรื่องต้องคุยกัน ข้าไม่อยู่เป็นก้างขวางคอแล้ว”
นางโบกมือลาอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินจากไป ทิ้งให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน
เซี่ยหรงเฉินกำหมัดแน่น สายตาจับจ้องแผ่นหลังของนาง สตรีเช่นนาง…เปิดโอกาสให้เขาอยู่กับองค์หญิงรองเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
เขาไม่เชื่อว่านางหวังดี แต่ถึงอย่างนั้น…หัวใจของเขากลับสั่นไหวอย่างประหลาดเมื่อเห็นว่านางที่เอาแต่หึงหวงเขาที่สุด กล้าทิ้งเขาเอาไว้กับสตรีอีกคนแทน