LOGINคำถามนี้ทำให้เยว่หลิงเงียบ แน่นอนว่าไม่ง่าย เมื่อก้าวเข้าไปเกี่ยวกับพระอาการของฮ่องเต้แล้ว การถอย
“ใช่”“อภัยจากความผิดอะไร” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “คดีกบฏ”“แต่ท่านพ่อไม่ได้กบฏ” เซียวเฉิงเยี่ยตอบ “ข้ารู้ว่าตอนนี้มีข้อสงสัย แต่คดียังไม่จบ หากเจ้าต้องการให้เขาออกจากคุกเร็วที่สุด การขอพระเมตตาอาจง่ายกว่า”เยว่หลิงวางถ้วยชาลง “ข้าไม่ต้องการ”เขามองนางทันที “เจ้าไม่ต้องการให้บิดาออกจากคุก?”“ข้าต้องการ”“แล้วเหตุใดปฏิเสธ”“เพราะข้าต้องการให้ท่านพ่อออกมาในฐานะผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่นักโทษกบฏที่ได้รับพระเมตตา”เซียวเฉิงเยี่ยชะงัก นางกล่าวต่อ“ถ้ารับพระราชทานอภัยวันนี้ คนทั้งแผ่นดินจะยังคิดว่าท่านพ่อทำผิด เพียงแต่ฝ่าบาททรงยกโทษให้”“อย่างน้อยเขาจะได้ออกมา”“แล้วชื่อของเขาเล่า”“เยว่หลิง บางครั้งต้องเลือกสิ่งสำคัญก่อน”“สำหรับท่านพ่อ ชื่อเสียงและความจงรักภักดีต่อราชสำนักคือสิ่งที่เขารักษามาทั้งชีวิต พระองค์กำลังเสนอให้ข้ายอมรับว่าเขาเป็นกบฏเพื่อแลกอิสรภาพ”เซียวเฉิงเยี่ยเงียบ“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”“แต่ผลเป็นเช่นนั้น”นางมองเขาตรง ๆ“ถ้าหลักฐานพิสูจน์ว่า
“ข้ามารบกวนหรือ”“หากพระองค์มีธุระก็เชิญตรัสได้เพคะ”น้ำเสียงสุภาพ แต่ห่างเหิน ชายหนุ่มมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนั่งลงฝั่งตรงข้าม“เจ้าเปลี่ยนไปมาก”เยว่หลิงได้ยินประโยคนี้มาหลายครั้งแล้ว นางจึงตอบสั้น ๆ“คนที่เกือบตายย่อมเปลี่ยนไปบ้างเพคะ”เซียวเฉิงเยี่ยชะงัก เขาคงนึกถึงเรื่องรถม้าตกเขา “เรื่องนั้น ข้าเพิ่งรู้รายละเอียดไม่นาน”“เพคะ”“ข้าไม่คิดว่าจะมีคนตามฆ่าเจ้า”เยว่หลิงมองเขา “พระองค์ไม่รู้จริงหรือ”คำถามตรงทำให้เขาขมวดคิ้ว “เจ้าสงสัยข้า?”“ข้าสงสัยทุกคนที่มีเหตุผลจะไม่อยากให้ข้ากลับเมืองหลวง”“รวมถึงข้า?”“รวมถึงทุกคนเพคะ”เซียวเฉิงเยี่ยนิ่งไป อาจเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสิ่นเยว่หลิงพูดกับตนเช่นนี้ ในความทรงจำของเขา นางควรเป็นหญิงสาวที่เพียงได้พบหน้าเขาก็หลบสายตาและพูดเบากว่าปกติ ไม่ใช่คนที่มองตรงเข้ามาเหมือนกำลังพิจารณาว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยหรือไม่“ข้าไม่เคยคิดฆ่าเจ้า” เขาพูดชัดเจน เยว่หลิงพยักหน้า“ข้ารับรู้คำยืนยันของพระองค์ไว้เพคะ”“แค่นั้น?”“ตอนนี้
“เช่นนั้นข้าก็ต้องทำให้เขาเสียมือเสียก่อน”“เยว่หลิง”น้ำเสียงเตือนดังขึ้น นางจึงผ่อนลมหายใจ“ข้ารู้ว่าพระองค์เป็นห่วง”ซูเหวินหลันชะงักเล็กน้อย“แต่ข้าจะไม่บุกไปกล่าวหาฮองเฮาโดยไม่มีหลักฐาน”“ข้าจะไม่พูดเรื่องสายตาที่เห็นกับใครอีก”“และข้าจะไม่สืบสิ่งที่ยังไม่มีทางตรวจสอบ”พระนางจึงถาม “แล้วเจ้าจะทำอะไร”เยว่หลิงตอบ “เริ่มจากสิ่งที่มีอยู่ ศพจ้าวเหวินฉาง คลังตระกูลหลัว เสบียงที่หาย ราชโองการปลอม ยาของฮ่องเต้ ทุกอย่างที่พิสูจน์ได้ทีละชิ้น”ซูเหวินหลันพยักหน้าช้า ๆ “นั่นยังพอฟังได้”“แต่หากสิ่งเหล่านั้นสุดท้ายพาไปถึงคนที่อยู่หลังม่านจริง ข้าก็จะไม่หยุด”พระนางมองนางอยู่ครู่ใหญ่ “มีอีกเรื่อง”“เพคะ”“อย่าไว้ใจองค์รัชทายาทมากเกินไป”เยว่หลิงขมวดคิ้ว “ทำไม”“ข้าไม่ได้บอกว่าเขาจะทำร้ายเจ้า” ซูเหวินหลันตอบ “แต่เขาเป็นองค์รัชทายาท ทุกการตัดสินใจของเขาเกี่ยวกับบัลลังก์ บางวันสิ่งที่เขาต้องเลือกอาจไม่ใช่เจ้า”เยว่หลิงเงียบไป คำเตือนนี้มีเหตุผล ต่อให้เซียวจื่อเหิงปฏิบัติ
“ข้าจะไปคลังด้วยตนเอง”“ข้าจะไปด้วย”“ไม่ได้”เยว่หลิงมองทันที “เหตุใด”“เจ้าเพิ่งตรวจศพทั้งคืนและดูแลเสด็จพ่อมาตลอดหลายวัน”“นั่นไม่ใช่เหตุผล”“อีกอย่าง ที่นั่นเป็นเขตของตระกูลหลัว”“ยิ่งเป็นเหตุผลที่ข้าควรไป เพราะข้าจำเศษวัสดุจากศพได้”เซียวจื่อเหิงมองนางอย่างรู้ทัน“เจ้าจะไปอยู่ดีใช่ไหม”“ใช่”“ถึงข้าห้าม?”“ข้าจะหาวิธี”ชายหนุ่มหลุดหัวเราะอย่างหมดหนทาง “เสิ่นเยว่หลิง เจ้าดื้อกว่าที่ข้าคิด”“พระองค์เพิ่งรู้หรือ”เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าว “ไปได้ แต่ต้องอยู่ในระยะที่องครักษ์คุ้มกัน”“ตกลง”“และห้ามแยกตัว”“ตกลง”“ถ้าข้าสั่งให้ออก ต้องออกทันที”เยว่หลิงนิ่งคิด “ข้าจะพยายาม”“นั่นไม่เรียกว่าตกลง”นางยิ้มบาง ๆ ก่อนทั้งคู่จะแยกกัน ซูเหวินหลันก็ส่งคนมาเรียกเยว่หลิงกลับตำหนัก เยว่หลิงจึงต้องพักเรื่องคลังไว้ก่อน เมื่อนางกลับถึงตำหนักซู ซูกุ้ยเฟยนั่งรออยู่แล้ว ทันทีที่เยว่หลิงเข้ามา นางก็สั่งให้คนรับใช้ออกไปทั้งหมด เหลือเพียงหลันชิ
หลัวเฉิงกวงก้มศีรษะ“กระหม่อมขอทูลลา”เขาเดินออกไปโดยไม่หันกลับ เยว่หลิงไม่ได้พูดทันที นางมองตามร่างสูงนั้นจนลับประตู จากนั้นจึงหันกลับไปทางฮองเฮา เผยจิ้งหรงกำลังถามพระอาการฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทุกอย่างดูปกติ ปกติเกินไปเซียวจื่อเหิงขยับเข้ามายืนใกล้นาง “เจ้ามองอะไร”เยว่หลิงตอบเบามากจนมีเพียงเขาได้ยิน “ยังไม่มีหลักฐาน”“เรื่องอะไร”นางไม่ได้ตอบทันที เพราะสายตาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถใช้กล่าวหาใครได้ แต่สิ่งที่นางเห็นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนนี้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป เยว่หลิงหันมองประตูที่หลัวเฉิงกวงเพิ่งเดินออกไป ก่อนปรายตากลับไปทางเผยจิ้งหรงครั้งแรกนางสงสัยว่าทั้งสองอาจอยู่ฝ่ายเดียวกันทางการเมือง แต่สายตาเมื่อครู่ทำให้นางเริ่มคิดว่า ระหว่างฮองเฮากับอำมาตย์ใหญ่หลัวเฉิงกวง อาจมีความลับที่ลึกกว่าคำว่า “พันธมิตร” มากนัก.ความลับหลังม่านหลังหลัวเฉิงกวงออกจากตำหนักใหญ่ไปแล้ว เยว่หลิงยังคงยืนอยู่ที่เดิมชั่วครู่ สายตาของนางไม่ได้มองตามแผ่นหลังของอำมาตย์ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ย้อนกลับไปคิดถึงวินาทีสั้น
“พยานสำคัญตายในคืนที่ฮ่องเต้สั่งรื้อคดี และร่องรอยบนตัวเขาพาไปยังคลังของท่าน ข้าคิดว่าความระมัดระวังยังไม่ถือว่าเกินไป”“พระองค์กล่าวถูก”หลัวเฉิงกวงตอบทันที ไม่โกรธ ไม่เถียงต่อ กลับประสานมือ“หากฝ่าบาททรงมีพระบัญชา กระหม่อมยินดีเปิดคลังทุกแห่งให้ตรวจ”คำตอบทำให้คนในห้องเงียบลง ฮ่องเต้ถาม“เจ้าจะไม่คัดค้าน?”“เหตุใดต้องคัดค้านพ่ะย่ะค่ะ หากการตรวจช่วยพิสูจน์ว่าตระกูลหลัวไม่เกี่ยวข้องกับการตายของจ้าวเหวินฉาง ก็เป็นเรื่องดีเสียอีก”เซียวจื่อเหิงมองเขา “ท่านมั่นใจมาก”“เพราะกระหม่อมรู้ว่าตนไม่ได้ทำ”ประโยคสั้น ๆ แต่หนักแน่น เยว่หลิงยังไม่กล่าวอะไร คนที่เตรียมตัวมาดี ย่อมกล้าให้ค้น โดยเฉพาะหากของที่ไม่ควรอยู่ถูกย้ายไปก่อนแล้ว นางจึงถามเป็นครั้งแรก“ท่านอำมาตย์ใหญ่ ข้าขอถามสักเรื่องได้หรือไม่”หลัวเฉิงกวงหันมาหา “คุณหนูเสิ่นถามเถิด”“คลังตระกูลหลัวใช้เก็บอะไรเป็นหลัก”“เสบียงแห้ง สมุนไพร วัตถุดิบสำหรับกองทัพ และสินค้าบางชนิดที่ตระกูลหลัวรับเหมาส่งให้ราชการ”“มีห้องสำหรับกักคนหรือไม่”เ







