LOGIN“คนของกรมอาญาคนนั้นอยู่ไหน”
“หลบไปก่อนกระหม่อมจะมาถึงพ่ะย่ะค่ะ แต่มีคนจำหน้าได้”
“ต
อำมาตย์ใหญ่หลัวเฉิงกวง เช้าวันรุ่งขึ้น พระราชวังเงียบกว่าปกติ แต่ความเงียบนั้นไม่ได้หมายถึงความสงบ ข่าวการเสียชีวิตของจ้าวเหวินฉางยังถูกปิดไว้ในวงแคบ เซียวจื่อเหิงสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่กรมอาญานำเรื่องออกไปประกาศ และให้คนของตนเฝ้าคลังตระกูลหลัวตั้งแต่เมื่อคืนโดยไม่แสดงตัว ไม่มีการบุกค้นทันที เพราะคนที่เป็นเจ้าของคลังไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา เขาคืออำมาตย์ใหญ่หลัวเฉิงกวง ขุนนางผู้มีตำแหน่งสูงจนแม้แต่เสนาบดีหลายกรมยังต้องเกรงใจหลัวเฉิงกวงรับราชการมานานกว่ายี่สิบปี ผ่านการเปลี่ยนแปลงในราชสำนักมาหลายครั้ง มีลูกศิษย์อยู่ตามหัวเมือง มีขุนนางที่เคยได้รับการสนับสนุนจากเขากระจายอยู่แทบทุกกรม และที่สำคัญ เขามีภาพลักษณ์ของขุนนางผู้สุขุม รอบคอบ ไม่เคยพูดเกินหน้าที่ และไม่เคยเปิดเผยความทะเยอทะยานต่อหน้าผู้ใดเยว่หลิงเคยได้ยินชื่อของเขาจากซูเหวินหลันหลายครั้ง แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่นางจะได้เห็นบุรุษผู้นี้ใกล้ ๆ ฮ่องเต้ยังไม่แข็งแรงพอจะออกว่าราชการตามปกติ จึงมีรับสั่งให้ขุนนางที่เกี่ยวข้องกับคดีตระกูลเสิ่นเข้าเฝ้าที่ตำหนักด้านในแทน เซียวจื่อเหิงยืนอยู่ด้านข้างพระแท่
เยว่หลิงใช้ไม้สะอาดเปิดดูด้านในกระพุ้งแก้ม มีรอยถลอกเล็ก ๆ“ถ้าเขาถูกบังคับให้กลืนของเหลว ขอบภาชนะหรือมือคนจับอาจทำให้เกิดรอยแบบนี้”หมอเฉินพยักหน้า “และพิษยังเหลือในกระเพาะมาก”“ใช่ แสดงว่าได้รับไม่นานก่อนเสียชีวิต”เยว่หลิงหยุดครู่หนึ่ง “ถ้าฆ่าตัวตายเอง เขาต้องมีเหตุผลและโอกาสเตรียมพิษ แต่ตอนนี้หลักฐานแสดงว่าเขาถูกคนอื่นควบคุมก่อนตาย”เซียวจื่อเหิงมองเจ้าหน้าที่ชันสูตร “เขียนลงไป”“พ่ะย่ะค่ะ”เยว่หลิงกลับไปดูตัวอย่างในถ้วย หลังทิ้งไว้ระยะหนึ่ง ตะกอนในถ้วยที่เติมน้ำด่างแยกตัวออกชัดขึ้น หมอเฉินหยิบตะเกียงเข้ามาใกล้“สีนี้…”เยว่หลิงถาม“ท่านเคยเห็น?”“เคยในยาฆ่าแมลงกับยาพิษที่ใช้กำจัดสัตว์เล็กบางชนิด แต่ไม่แน่ใจว่าเหมือนกัน”“มีที่ใดขาย”“ร้านยาบางแห่งไม่กล้าขายทั่วไป ต้องซื้อผ่านคลังวัตถุดิบ”คำว่า “คลัง” ทำให้เยว่หลิงนึกถึงเศษกระดาษในมือผู้ตาย คลัง...นางหยิบเศษนั้นออกมาดูอีกครั้ง“เขาอาจพยายามทิ้งชื่อสถานที่ไว้”เซียวจื่อเหิงถาม “แต่มีแค่คำว่าคลัง”“เรามีอย่างอื่น
“คนของกรมอาญาคนนั้นอยู่ไหน”“หลบไปก่อนกระหม่อมจะมาถึงพ่ะย่ะค่ะ แต่มีคนจำหน้าได้”“ตามตัว”“พ่ะย่ะค่ะ”เยว่หลิงกลับมาสนใจศพต่อ รอยมัดที่ข้อมือหมายความว่าจ้าวเหวินฉางอาจถูกควบคุมตัวก่อนเสียชีวิต แต่ยังต้องหาว่าอยู่ที่ใด นางตรวจเสื้อผ้าของผู้ตายอย่างละเอียด ด้านหลังเสื้อมีฝุ่นสีเทา ชายกางเกงมีโคลนแห้ง รองเท้าด้านซ้ายติดเศษฟางสั้น ๆ ที่สำคัญคือบริเวณแขนเสื้อด้านในมีผงสีเหลืองอมน้ำตาลละเอียดติดอยู่“หมอเฉิน ดูนี่”ชายชราเข้ามา “เหมือนผงยา”“หรือเศษวัตถุดิบจากที่เก็บของ”เยว่หลิงใช้นิ้วผ่านผ้ารองแตะเบา ๆ เนื้อผงหยาบกว่าฝุ่นธรรมดา มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย“เก็บแยก”เซียวจื่อเหิงถาม “เจ้าคิดว่าเขาถูกพาไปที่คลังยา?”“ยังไม่แน่”“แล้วอะไรทำให้สงสัย”“คนที่ถูกจับไปสอบโดยอ้างว่าเป็นกรมอาญา ปกติควรถูกพาไปที่ว่าการ ไม่ใช่ไปสถานที่ที่มีฟาง ฝุ่นแร่ และผงวัตถุดิบติดเสื้อ”เยว่หลิงชี้รองเท้า“ดูพื้นรองเท้า”องครักษ์ยกตะเกียงเข้ามาใกล้ มีเศษเมล็ดเล็ก ๆ สีดำติดอยู่ตรงร่องรองเท้า หมอเฉินเพ่งดู
เยว่หลิงกับเซียวจื่อเหิงสบตากัน อาจยังมีสิ่งเหลืออยู่ แต่คนที่ตอบคำถามได้มากที่สุดกลับไม่สามารถพูดได้อีกแล้ว เพียงไม่กี่ชั่วยามหลังฮ่องเต้สั่งรื้อคดี คนที่เชื่อมโยงทั้งหลักฐานกบฏและเส้นทางเสบียงก็ถูกนำออกจากบ้านด้วยคำสั่งปลอม แล้วกลายเป็นศพก่อนจะถึงมือองค์รัชทายาท เซียวจื่อเหิงกำมือแน่น“พวกมันลงมือเร็วกว่าที่คิด”เยว่หลิงมองเอกสารในกล่องไม้ ก่อนเก็บชื่อจ้าวเหวินฉางเข้าไปในความทรงจำ คนตายพูดไม่ได้ แต่ ร่างกายของคนตายยังทิ้งร่องรอย และหากผู้ฆ่าคิดว่าการปิดปากพยานจะทำให้ทุกอย่างจบลง พวกเขากำลังประเมินนางต่ำเกินไป พยานสำคัญคนแรกถูกฆ่าก่อนถึงมือรัชทายาทแล้วจริง ๆ แต่สำหรับเสิ่นเยว่หลิง นี่ไม่ใช่จุดจบของ ร่องรอย มันคือจุดเริ่มต้นของการตามหาคนที่รีบร้อนจนต้องฆ่าเขา.รอยมือของคนตายรถม้าขององค์รัชทายาทหยุดลงตรงตรอกแคบหลังตลาดตะวันตกในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดบริเวณโดยรอบถูกทหารปิดไว้ทั้งหมดแล้ว ไม่มีชาวบ้านได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ รถม้าคันหนึ่งจอดเอียงอยู่ข้างกำแพง ประตูด้านข้างเปิดค้าง ภายในมีร่างของชายวัยกลางคนนอนตะแคงอยู่บนพื้น เยว่หลิงลง
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนส่งหลักฐาน”“ท่านพ่อเคยพูดว่าคนส่งเอกสารจากชายแดนมีเจ้าหน้าที่คลังรวมอยู่ด้วย ข้าต้องตรวจชื่อกับสำนวนคดี”“เจ้าจะไปหาองค์รัชทายาท?”“ตอนนี้”เยว่หลิงเก็บเอกสารทันที แต่ก่อนจะออกจากตำหนัก คนของเซียวจื่อเหิงกลับมาถึงก่อน องค์รัชทายาทเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ข้ากำลังตามหาเจ้า”เยว่หลิงลุกขึ้น “ข้าก็กำลังจะไปหาพระองค์”เขามองกล่องไม้บนโต๊ะ “นั่นอะไร”เยว่หลิงลังเลเพียงครู่ ก่อนตัดสินใจ ตอนนี้สถานการณ์เดินเร็วเกินกว่าจะเก็บข้อมูลไว้คนเดียว“เอกสารที่ท่านพ่อฝากให้ก่อนถูกจับ”เซียวจื่อเหิงเข้ามาทันที “เหตุใดเพิ่งบอก”“เพราะก่อนหน้านี้ข้ายังไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน และไม่รู้ว่าไว้ใจใครได้เพียงใด”“ตอนนี้ไว้ใจข้าแล้ว?”เยว่หลิงมองเขา “พอประมาณ”ซูเหวินหลันหลุดหัวเราะ เซียวจื่อเหิงกลับไม่ได้ถือสา “มีอะไรสำคัญ”เยว่หลิงส่งรายชื่อให้ “คนนี้ จ้าวเหวินฉาง”ชายหนุ่มมองชื่อแล้วแววตาเปลี่ยน “เจ้ารู้จักเขา?”“ไม่ แต่ท่านพ่อบันทึกว่าเขาเคยขอพบเรื
ขุนนางที่สนับสนุนเซียวจื่อเหิงถูกกำจัดออกทีละคน คนของตนแทรกเข้าไปแทน เซียวเฉิงเยี่ยได้รับอำนาจมากขึ้น แม้แต่คดีตระกูลเสิ่นก็กำลังจะจบลงในเวลาไม่นาน แต่เสิ่นเยว่หลิงกลับมีชีวิตกลับมา ไม่เพียงกลับมา ยังเข้าไปแตะพระโอสถ เปลี่ยนการรักษา ทำให้ฮ่องเต้ฟื้น และขุดราชโองการที่ควรจะกลายเป็นเรื่องจบไปแล้วขึ้นมาอีกครั้ง“คนของเราในสำนักหมอหลวงล่ะ”ขันทีเฒ่าคนหนึ่งเงยหน้า“ตอนนี้องค์รัชทายาทให้คนเฝ้าห้องพระโอสถทุกทางพ่ะย่ะค่ะ การติดต่อยากขึ้นมาก”“ข้าไม่ได้ถามเรื่องติดต่อ ข้าถามว่าเอกสารที่ต้องหาย หายหรือยัง”ขันทีนิ่งไป “บางส่วนพ่ะย่ะค่ะ”เผยจิ้งหรงหันขวับ “บางส่วน?”“เพราะองค์รัชทายาทปิดห้องเร็วเกินไป ก่อนหน้านี้กระหม่อมไม่ทราบว่าจะทรงสั่งเก็บทุกอย่างเป็นหลักฐาน”พระนางหลับตาชั่วครู่ ก่อนกล่าวเสียงต่ำ “คนที่แก้ปริมาณยา?”“ยังไม่ถูกจับพ่ะย่ะค่ะ”“ให้ออกไปจากเมืองหลวง”ขันทีเฒ่ารับคำทันที “พ่ะย่ะค่ะ”“แล้วคนที่เกี่ยวกับราชโองการตระกูลเสิ่น”คราวนี้เขาไม่ตอบในทันที เผยจิ้งหรงหรี่ตา “พูด”“มีอยู่หลายค







