LOGINแม่บ้านเหอมองนาง ก่อนหันกลับไปทางซูกุ้ยเฟย
“คนของตำหนักฮองเฮาเพคะ”
หลัน
แม่บ้านเหอไม่ตอบเพราะคำตอบนั้นชัดอยู่แล้ว ซูกุ้ยเฟยเดินไปนั่ง ความเงียบยาวนานจนแม่บ้านเหอเริ่มตัวสั่น นางคงคิดว่ากำลังรอฟังคำสั่งประหาร ตามกฎในวัง การวางยาพระสนมชั้นสูงมีโทษหนักอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเกี่ยวกับฮองเฮาและการเมือง ผลยิ่งรุนแรง ในที่สุดซูกุ้ยเฟยถาม“เจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไรกับเจ้า”แม่บ้านเหอโขกศีรษะ “หม่อมฉันสมควรตายเพคะ”“เจ้าอยากตาย?”“ไม่เพคะ”คำตอบตรงเกินคาด แม่บ้านเหอร้องไห้“หม่อมฉันยังอยากเห็นลูก อยากเห็นหลาน แต่หม่อมฉันรู้ว่าตนทำผิด”ซูกุ้ยเฟยมองนาง “ถ้าข้าฆ่าเจ้า ครอบครัวเจ้าก็ยังอยู่ในมือพวกมัน”หญิงคนนั้นชะงัก“ถ้าข้าส่งเจ้าไปกรมอาญา ข่าวจะหลุดไปทันที คนที่จับครอบครัวเจ้าจะรู้ว่าเจ้าพูด”แม่บ้านเหอหน้าซีด “กุ้ยเฟย…”เยว่หลิงเริ่มเข้าใจว่าซูเหวินหลันกำลังคิดอะไร นางจึงถาม“ตอนนี้ซุนเต๋อรู้หรือยังว่าเจ้าถูกจับ”“ไม่น่ารู้เพคะ”“เมื่อวานหลัง
แม่บ้านเหอมองนาง ก่อนหันกลับไปทางซูกุ้ยเฟย“คนของตำหนักฮองเฮาเพคะ”หลันชิวหน้าเปลี่ยน แม้ทุกคนจะสงสัย แต่การได้ยินชื่อตรง ๆ ก็ยังต่างออกไป ซูกุ้ยเฟยถาม“ใคร”“ขันทีคนหนึ่งชื่อซุนเต๋อ”หลันชิวรีบพูด “ซุนเต๋อเป็นคนของฝ่ายจัดซื้อวังใน ไม่ได้อยู่รับใช้ใกล้พระองค์ฮองเฮาโดยตรง”แม่บ้านเหอพยักหน้า “เขาเป็นคนมาหาหม่อมฉันเพคะ”เยว่หลิงถาม “มาหาที่ไหน”“ครั้งแรกที่เรือนพักญาติของหม่อมฉันนอกวัง”“เจ้าพบเขาได้อย่างไร ในเมื่อคนในวังจะออกไปข้างนอกไม่ง่าย”“วันนั้นหม่อมฉันได้รับอนุญาตกลับไปเยี่ยมมารดาที่ป่วยเพคะ”ซูกุ้ยเฟยพูดทันที “ข้าเป็นคนอนุญาต”แม่บ้านเหอร้องไห้หนักขึ้น “เพคะ”ความจริงข้อนี้ยิ่งทำให้เรื่องเจ็บปวด สิ่งที่ซูกุ้ยเฟยมอบให้ด้วยความเมตตา กลับกลายเป็นช่องทางให้ศัตรูเข้าถึงคนของนาง เยว่หลิงถามต่อ“ซุนเต๋อขอให้เจ้าทำอะไรตั้งแต่แรก”“ตอ
หญิงคนนั้นหน้าซีดทันที หลันชิวอุทาน “เจ้ารู้ล่วงหน้า?”ซูกุ้ยเฟยไม่พูด แต่แววตาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แม่บ้านเหอรีบส่ายหน้า“ไม่เพคะ ข้าเพียง…”“เพียงอะไร” เยว่หลิงถาม “เตรียมยาสำหรับคนที่ยังไม่ป่วย?”ไม่มีคำตอบ นางจึงสั่งทันที“อย่าปล่อยให้ใครออกจากตำหนัก ปิดห้องครัว ห้องยา และทางส่งอาหารทั้งหมด”แม่บ้านเหอหันไปทางประตู เพียงเสี้ยวหนึ่ง แต่ช้าเกินไป หลันชิวตะโกน“จับนาง!”องครักษ์หญิงสองคนเข้ามาคุมตัวทันที แม่บ้านเหอดิ้นครั้งหนึ่งก่อนหยุด ซูกุ้ยเฟยถามเสียงต่ำ“อาหารเช้าของข้า เจ้าจัดสมุนไพรหรือไม่”นางไม่ตอบ“เหอชิง” น้ำเสียงครั้งนี้ไม่มีความแข็งกร้าว กลับยิ่งทำให้คนฟังเจ็บ “ข้าถามเจ้า”แม่บ้านเหอเริ่มร้องไห้ “หม่อมฉันไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนี้เพคะ”หลันชิวหน้าเปลี่ยน เยว่หลิงถามทันที “ใครสั่ง”หญิงคนนั้นส่ายหน้า “พูดไม่ได้”&ld
เยว่หลิงหันมอง “รู้จักหรือ”หลันชิวตอบทันที “เป็นคนดูแลห้องเก็บสมุนไพรของตำหนักมานานเพคะ นางอยู่กับกุ้ยเฟยมาตั้งแต่ก่อนเข้าวัง”ซูกุ้ยเฟยเองก็ขมวดคิ้ว “ให้นำเข้ามา”หญิงวัยประมาณห้าสิบเดินเข้ามาพร้อมถาดยา นางมีท่าทางสงบ เรียบร้อย และดูเป็นคนที่อยู่ในตำหนักมานานจนไม่มีใครระแวง เมื่อเห็นซูกุ้ยเฟยนั่งพิงหมอน นางรีบคุกเข่า“กุ้ยเฟยเพคะ ได้ยินว่าพระองค์ไม่สบาย หม่อมฉันจึงให้คนต้มยาบำรุงกระเพาะมาให้”ซูกุ้ยเฟยมองนาง “ใครบอกเจ้าว่าข้าไม่สบาย”แม่บ้านเหอตอบ “คนในครัวพูดกันเพคะ”เยว่หลิงถาม “สูตรยาใครเขียน”หญิงคนนั้นมองนางเล็กน้อย “เป็นสูตรเก่าที่หมอเฉินเคยใช้เพคะ”หมอเฉินขมวดคิ้ว “สูตรไหน”“สูตรบำรุงม้ามและลดคลื่นไส้เจ้าค่ะ”“ข้าขอดู”แม่บ้านเหอยื่นถ้วยให้ หมอเฉินเปิดฝาแล้วดม สีหน้าไม่เปลี่ยนในทันที เยว่หลิงเดินเข้ามา กลิ่นเหมือนยาสมุนไพรทั่วไป แต่มีความหวานเล็กน้อยกลบรสอื่น นา
“ครัวในตำหนักเจ้าค่ะ หมอเฉินเคยให้สูตรไว้”หมอเฉินเดินเข้ามา “มีปัญหา?”เยว่หลิงใช้ช้อนตักน้ำซุปเพียงเล็กน้อยใส่ถ้วยขาวอีกใบ นางดมอีกครั้ง จากนั้นแตะเพียงปลายลิ้นกับหยดที่เจือจางมากแล้วบ้วนออกทันที หมอเฉินขมวดคิ้ว“อย่าชิมของที่สงสัย!”“แค่น้อยมาก”“น้อยก็อาจเป็นอันตรายได้”เยว่หลิงไม่ได้เถียง นางหันไปถามหลันชิว “ซุปนี้เคี่ยวที่ไหน”“ครัวเล็กด้านหลังตำหนักเพคะ”“ใครยกมา”“อาเหม่ยเป็นคนยกจากครัว แล้วส่งให้ข้าตรงทางเดิน”เยว่หลิงมองถ้วยซุปอีกครั้ง “เมื่อวานกุ้ยเฟยเสวยสูตรเดียวกันหรือไม่”“เพคะ”“มีอาการอะไรผิดปกติหรือไม่”ซูกุ้ยเฟยคิดเล็กน้อย “เมื่อคืนรู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อย แต่ข้าคิดว่าเพราะอ่านเอกสารจนดึก”เยว่หลิงถามต่อทันที “ปวดท้องไหม”“เล็กน้อย”“มือชา?”ซูกุ้ยเฟยชะงัก &ldqu
“ใช่”นางขมวดคิ้ว “ข้าดูแลตัวเองได้”“จ้าวเหวินฉางก็คงคิดว่าตัวเองกลับบ้านได้”คำตอบนั้นทำให้นางเงียบ เซียวจื่อเหิงลดเสียงลง“เจ้ากำลังทำให้คนจำนวนมากสูญเสียทุกอย่าง”“เพราะพวกเขาทำผิด”“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าหยุด”เขาสบตานาง “ข้าแค่ไม่ต้องการให้เจ้าตายก่อนเห็นพวกมันถูกลงโทษ”เยว่หลิงชะงักเล็กน้อย แต่ก่อนจะตอบ ขันทีจากตำหนักฮ่องเต้ก็เข้ามาตามเซียวจื่อเหิง“องค์รัชทายาท ฝ่าบาทเรียกเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เซียวจื่อเหิงจึงออกไป คืนนั้น ฮ่องเต้มีพระบัญชาปลดขุนนางหลายคนออกจากตำแหน่ง โจวเหยียนถูกถอดจากสำนักตรวจการและคุมขังรอสอบสวน หานกั๋วซานถูกประกาศเป็นผู้ต้องหาหลบหนีและมีคำสั่งจับทั่วเมืองหลวงเจ้าหน้าที่กรมอาญาสองคนที่ลงนามรับรองหลักฐานโดยไม่ตรวจสอบถูกพักราชการ หัวหน้าสำนักงานจัดซื้อในวังถูกปลดระหว่างตรวจสอบเส้นทางเงิน ขุนนางอีกสามคนซึ่งมีส่วนในกระบวนการคดีเสนาบดีเสิ่นถูกสั่งห้ามออกจากเมืองและต้องส่งมอบตราประจำตำแหน่ง







