LOGIN‘เพล้ง...!’
เสียงเครื่องแก้วบางชนิดที่ตกกระทบกับพื้นห้องจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกว่าเครื่องแก้วชิ้นนั้นคงไม่สามารถนำมาใช้งานตามหน้าที่ของมันได้อีกเป็นครั้งที่สอง
“คุณมารุต! มาแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงแตกตื่นของกณิกาเลขาหน้าห้องร้องถามคล้ายโล่งใจ
หญิงสาวตรงหน้าดูแตกต่างจากเลขาของมารุตโดยสิ้นเชิง หากบังอรเป็นหลอดนีออนรุ่นน้ำเต้ายักษ์ กณิกาก็คงเป็นหลอดตะเกียบรุ่นติดเสาไฟฟ้า เพราะเธอผอมบางและสูงชะลูดจนให้ความรู้สึกเหมือนจะหักกลางได้ง่ายๆแค่เพียงลมพัดผ่าน
“ยังไม่มาครับ...” มารุตตอบทีเล่นทีจริง ไม่คิดจะใส่ใจกับท่าทีร้อนรนของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย
“โถ่ คุณลมรีบไปพบคุณพลอยเถอะค่ะ เธออารมณ์เสียใหญ่แล้ว” เสียงสั่นๆของกณิกาที่เอ่ยออกมา ทำให้คนฟังต้องถอนใจอย่างเบื่อหน่าย แต่สุดท้ายมารุตก็ทำได้แค่พยักหน้ารับในที่สุด
“คุณมารุตมาแล้วค่ะ” กณิกาเอ่ยเสียงหวาน พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมโทนเสียงนั้นให้สม่ำเสมอ เพราะรู้ดีว่าเจ้านายสาวจะไม่สบอารมณ์อย่างมาก หากหล่อนแสดงท่าทีหวาดหวั่นให้เห็น
“เชิญค่ะ” เสียงหวานที่ตอบกลับมา ทำให้ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กณิกาจะถอยหลังออกห่างจากห้องทันทีที่มารุตเหยียบเท้าทั้งสองเข้าไปในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง ผู้มาเยือนก็อดไม่ได้ที่จะกวาดตามองไปรอบๆด้วยสายตาประเมิน แจกันคริสตันใบสวยที่ไม่เหลือสภาพความเป็นแจกันถูกกองอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดจากฝีมือของใคร รวมไปถึงแฟ้มเอกสารและนิตยสารอีกหลายฉบับที่ถูกกองระเนระนาดอย่างไม่ใยดี จนมารุตอดไม่ได้ที่จะลอบถอนใจอีกหน นึกสงสารแม่บ้านประจำบริษัทและเลขาหน้าห้อง ที่ต้องคอยเก็บกวาดเครื่องระบายอารมณ์ของเจ้าของห้องอยู่บ่อยครั้ง
“พี่ลม...ทำไมถึงมาช้าจังค่ะ พลอยให้กณิกาไปตามตั้งแต่ยังไม่เที่ยงเลยนะ” เสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าเรียกความสนใจจากมารุตที่ยืนไว้อาลัยแจกันใบสวยรวมถึงข้าวของอีกมากมายที่นอนสิ้นสภาพอยู่อีกด้านได้ในทันที
ใบหน้าสวยที่หวานกว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมา ทำให้มารุตต้องหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวเจ้าของห้องที่จ้องมองมายังเขาอย่างไม่ละสายตา คิ้วสวยได้รูปที่ถูกแต่งเติมด้วยดินสอเขียนคิ้วเนื้อดีเพียงบางเบา รับกับดวงตากลมโตหวานใสที่หวานพอๆกับดวงหน้า จมูกโด่งรั้นที่บ่งบอกถึงความดื้อของเจ้าตัว รับกับริมฝีปากสวยได้รูปที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน
แม้มารุตจะชอบค่อนขอดบรรดาสาวๆในที่ทำงาน ว่าชอบแต่งตัวแต่งหน้าประหลาดๆในความรู้สึกของตนเอง ก็ยังต้องยอมรับว่าเครื่องสำอางที่ถูกแต่งแต้มบนดวงหน้าหวานของคนตรงหน้านั้น ช่างลงตัวและส่งเสริมให้ความงามที่มีมากล้นอยู่แล้วของพลอยชมพู งดงามขึ้นมาได้อีกหลายเท่าตัว
“ผมมีงานต้องทำ ไม่ได้ว่างมากขนาดนั้น” น้ำเสียงกระด้างตอบกลับอย่างไร้อารมณ์ ทั้งที่ตั้งใจแสดงท่าทีหมางเมินเพื่อผลักคนถามให้ห่างไกล แต่ก็คงไม่ง่ายอย่างใจคิดเพราะเขายังคงเห็นพลอยชมพูคลี่ยิ้มละมุนอย่างพึงพอใจ
“พี่ลมมานั่งก่อนสิค่ะ...ยืนซะห่างเชียว พลอยไม่อยากตะโกนคุยกัน มันเจ็บคอ” เสียงหวานร้องบอก
แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้ายังคงยืนนิ่งจนแทบจะเรียกได้ว่าแนบชิดติดประตูห้องและไม่มีท่าทีจะขยับเคลื่อนแม้แต่น้อย ร่างบอบบางก็ผุดลุกจากเก้าอี้ทำงานทันที พร้อมส่งเสียงออดอ้อนอย่างน่าเอ็นดู “...นะคะ”
วันนี้พลอยชมพูอยู่ในชุดสีขาวสะอาดตาที่มีลายระบายลูกไม้บางๆรับกับผิวขาวละเอียดผุดผ่อง ทำให้หญิงสาวตรงหน้าดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนสวยที่เปราะบางและน่าทะนุถนอม ร่างบางระหงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้าในทันทีอย่างอ้อนๆ เหมือนเด็กที่กำลังอ้อนขอของเล่นจากผู้ปกครองไม่มีผิด เธอคล้องแขนแกร่งด้านหนึ่งของมารุตไว้อย่างถือสิทธิ ก่อนจะออกแรงดึงเล็กน้อยเพื่อให้เขาเดินตามไปยังโซฟารับแขกกว้างที่ตั้งอยู่ไม่ห่าง
แม้ไม่มีคำพูดใดตอบโต้แต่แรงต่อต้านจากคนตรงหน้า ก็ทำให้ใบหน้าหวานสวยขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างขุ่นเคือง
“พี่ลมค่ะ! พลอยก็แค่อยากจะคุยกับพี่ลม ทำไมพี่ลมถึงต้องทำท่ารังเกียจพลอยด้วย” เสียงหวานติดจะขุ่นเคืองขึ้นอย่างง่ายดายร้องถาม ทั้งที่มือบอบบางยังคงเกี่ยวแขนแกร่งของมารุตไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“สำคัญหรือเปล่า? ถ้าไม่ ผมขอตัวไปทำงานต่อ” มารุตเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะพยายามแกะมือบางนุ่มนิ่มคู่นั้นออกจากแขนของตัวเอง
“สำคัญสิค่ะ น๊าา” เธอร้องบอกเสียงหวานอีกครั้ง มือบอบบางยังคงเกาะแขนแข็งแรงไว้แน่น โดยไม่คิดจะสนใจความพยายามของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย
“ถ้าสำคัญก็พูดออกมาสักที! ผมมีงานต้องทำ” มารุตบอกอย่างเหนื่อยหน่าย
“อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนกันก่อนนะคะ” เธอร้องบอกเสียงใส ราวกับท่าทีของเขาไม่ได้ส่งผลใดๆต่อเธอแม้แต่น้อย
“เนี่ยเหรอ เรื่องสำคัญของคุณ!” มารุตถามเสียงห้วน รู้สึกเหมือนความดันเลือดของตัวเองกำลังเริ่มไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างง่ายดาย อาจเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หญิงสาวตรงหน้าทำเช่นนี้ พลอยชมพูมักจะหาเหตุผล ‘ไร้สาระ’ กว่าเก้าพันแปดร้อยประการมาใช้กับเขา
ไม่ว่าเหตุผลเหล่านั้น จะงี่เง่ามากเท่าไรก็ตาม!
“ใช่ค่ะ ก็พี่ลมไม่ยอมมากินข้าวกับพลอยตั้งแต่ตอนเที่ยงก็เลยยังไม่ได้กินข้าว” คนเอาแต่ใจร้องบอกลอยหน้าลอยตา
“ไร้สาระ! ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วผมขอตัว” และไม่รอคำอนุญาต มารุตแกะมือบอบบางที่เหนียวเหมือนทากาวออกอย่างรวดเร็ว แล้วเปิดประตูออกจากห้องทันที
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจหนักๆเพื่อระบายความขุ่นมัวในใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เวลานี้เขาไม่สนใจแล้วว่าหลังจากที่เดินหนีออกมา จะต้องมีเสียงเครื่องแก้วอีกกี่ใบ หรือจะมีหนังสืออีกกี่สิบเล่มที่ต้องแตกหักบุบสลายจนหมดอายุการใช้งานก่อนเวลาอันควร เพราะกลายเป็นที่ระบายโทสะของแม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนสวย
“คุณมารุต! จะไปไหนคะ” กณิการ้องถามเสียงสั่น เมื่อเห็นชายหนุ่มอารมณ์ขุ่นออกมาจากห้อง
“ไปทำงาน แล้วก็ไม่ต้องถาม ไม่ต้องตาม...ผมรำคาญ” มารุตบอกอย่างรู้ทัน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เลขาหน้าห้องของแม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเตรียมจะวิ่งตาม เช่นที่ใช้ความพยายามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
‘เพล้ง...!’
เสียงเครื่องแก้วที่ตกกระทบพื้นดังสะท้อนให้ได้ยินแว่วไปจนสุดทางเดิน แต่ชายหนุ่มผู้มีส่วนทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นก็หาได้สนใจไม่ มารุตเดินลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ด้วยอารมณ์คุกรุ่น รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ต้องวนเวียนกับพฤติกรรมเอาแต่ใจที่แสนไร้เหตุผลเช่นนี้
ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอะไรกัน...นางมารร้ายจำแลงชัดๆ!
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







