เข้าสู่ระบบดวงตากลมหวานกวาดมองห้องนั่งเล่นกว้างแสนสวย ที่บัดนี้กลายเป็นอดีตไปแล้วด้วยฝีมือของเธอเอง พลอยชมพูมองถาดดอกมะลิและกลีบดอกสีขาวที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นด้วยสายตาขุ่นมัว ก่อนที่มือบอบบางจะตวัดถาดดอกกุหลาบที่วางอยู่ไม่ห่างมือจนกลีบดอกไม้สีแดงและขาวกระจายเต็มพื้นไม่ต่างจากกลีบดอกมะลิเมื่อครู่ เพียงครู่เดียวริมฝีปากจิ้มลิ้มก็เม้มเข้าหากันอย่างสกัดกั้นพายุอารมณ์ที่ยังถูกระบายออกมาไม่หมดด้วยความรู้สึกหลากหลาย
อรอนงค์มองร่างบอบบางที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางข้าวของมากมายที่กระจัดกระจายเต็มพื้น จากพายุอารมณ์ที่พัดผ่านโดยคุณหนูคนโตของบ้านเมื่อครู่ นึกดีใจที่นายแพทย์หนุ่มแวะกลับมารับบัวบูชาออกไปหลังจากการปะทะคารมของพลอยชมพูและประมุขทั้งสองของบ้านเพียงไม่กี่นาที จึงไม่ต้องกังวลว่าคุณหนูคนงามจะพลั้งเผลอแสดงกิริยาไม่น่าเอ็นดูให้แขกผู้มาเยือนได้พบเห็น
ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อน...
“ไม่แต่งค่ะ! จะเป็นตายร้ายดียังไง พลอยก็ไม่แต่งงาน” เสียงหวานประกาศกร้าวทันทีที่สมองประมวลผลถ้อยคำที่ได้ยินเสร็จสิ้น
“ทำไมถึงจะไม่แต่งละ พลอยชมพู” เสียงทุ้มของบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามายังห้องรับแขกเอ่ยถาม
“ก็พลอยไม่อยากแต่ง”คนที่ประกาศกร้าวเมื่อครู่หลบสายตาลงเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าครึ่ง
“ถ้าพลอยมีเหตุผลมากพอ พ่อก็จะรับฟัง” ไพฑูรย์บอกเรียบๆ ทั้งที่ดวงตาคมยังจับจ้องปฏิกิริยาของบุตรสาวคนโตไม่วางวาย
“การแต่งงานต้องเกิดจากความรักสิค่ะ จะมาบังคับพลอยไม่ได้” เธอตอบโต้แม้จะไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้เป็นบิดาก็ตาม
“งั้นพลอยตอบพ่อสิ ว่าพลอยรักพ่อกับแม่หรือเปล่า”
“รักค่ะ”
“แล้วรักตาเรนกับป้าบัวหรือเปล่า”
“...รักสิค่ะ”
“งั้นทำไมหนูถึงไม่อยากแต่ง” คำถามที่ถูกส่งมาทำให้พลอยชมพูต้องกรอกตามองเพดานอย่างอ่อนใจ ก่อนดวงตากลมหวานที่ฉายแววเอาแต่ใจจะมองสบตาผู้เป็นบิดาอย่างไม่คิดจะหลบหลีกเช่นเมื่อครู่
“เพราะมันไม่เหมือนกัน แล้วอีกอย่างพลอยก็ไม่อยากแต่ง คุณพ่อเข้าใจไหมค่ะ” เธอบอกอย่างดื้อดึง
“ลูกเคยรักใครจริงๆบ้างหรือเปล่า พลอยชมพู” ดวงตาหวานที่ส่องประกายดื้อรั้นเอาแต่ใจจนสุดหยั่ง ทำให้ผู้เป็นบิดาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น เพราะถึงยังไงพลอยก็จะไม่ยอมทำตามใจใครทั้งนั้น” ดวงตากลมหวานไหววูบอย่างง่ายดายเมื่อได้ยินคำถามในน้ำเสียงผิดหวังของผู้เป็นบิดา ก่อนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจะสลัดความหวั่นไหวเหล่านั้นทิ้งไปแล้วร้องบอกเสียงดังฟังชัด ราวกับจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเธอจะไม่ทำตามสิ่งที่ทุกคนร้องขออย่างแน่นอน
“ลูกไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง?...หนูเป็นคนแบบนั้นจริงๆเหรอลูก” ไพฑูรย์เอ่ยถามอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิดหวังรุนแรงในหัวใจ
คนนั่งมองการปะทะคารมที่น้อยครั้งจะเกิดภายในบ้าน โดยเฉพาะกับบุตรสาวคนโตที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ นพเก้าเลือกแตะแขนคู่ชีวิตเบาๆคล้ายปลอบประโลมเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความรู้สึกผิดหวังที่มีต่อบุตรสาวแสนรักลง
“ถ้าลูกไม่มีเหตุผลที่ดีกว่า ‘ความเอาแต่ใจ’ ยังไงลูกก็ต้องแต่งงานกับลูกชายของป้าบัว” นพเก้าตัดบทแกมประกาศกร้าว
“แม่!” คนไม่เคยถูกบังคับร้องอุทธรณ์เสียงสะบัด
“ไม่ต้องพูดแล้ว แม่ไม่อยากฟัง” คนเป็นแม่ยื่นคำขาด ก่อนจะเกี่ยวแขนคู่ชีวิตเดินออกไปเพราะไม่ต้องการโต้เถียงกับบุตรสาวแสนรักอีกต่อไป
พลอยชมพูเม้มปากเข้าหากันแน่น เมื่อนึกถึงถ้อยคำตัดพ้อและสายตาผิดหวังจากบุพการีทั้งสอง ก่อนมือบอบบางจะตวัดฟาดแจกันใบสวยที่วางอยู่อีกมุมหนึ่งจนแตกกระจายไปต่อหน้าต่อตา เพียงครู่เดียวหยาดน้ำตาที่เก็บกักไว้ก็ถูกระบายออกมาเหมือนต้องการใช้มันเพื่อขับไล่อารมณ์ที่ตกค้างในหัวใจให้หมดสิ้นไป
“คุณหนูของป้า ไม่เอาไม่ร้องนะคะ”อรอนงค์ที่ยืนดูอยู่นาน เดินเข้ามาประคองกอดคุณหนูที่แสนรักใคร่ไว้แน่น พลางรั้งร่างบอบบางที่ยังสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นให้นั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่อยู่ไม่ห่างทันที
“คุณพ่อคุณแม่ใจร้าย! ทำไมต้องตำหนิพลอยด้วย คุณพ่อไม่เคยดุพลอยมาก่อนเลยนะป้านงค์” คนไม่เคยถูกตำหนิติเตียนบอกเสียงสะอื้น ก่อนจะกอดผู้สูงวัยไว้แน่นราวกับต้องการที่พึ่ง
“ท่านตำหนิก็เพราะรัก เพราะหวังดี คุณหนูต้องไม่โกรธท่านทั้งสองนะคะ” ผู้สูงวัยเอ่ยเสียงอ่อนโยน ขณะลูบเรือนผมสวยของตุ๊กตากระเบื้องเครือบในอ้อมแขนเพื่อปลอบประโลม
“ป้านงค์คิดว่า พลอยควรแต่งงานกับเรนหรอคะ” คนที่ยังสะอื้นไห้เอ่ยถามเสียงเครือ
“ใช่ค่ะ” ผู้สูงวัยเอ่ยตอบตามจริง
คำตอบที่ได้รับทำให้คนที่ไม่ต้องการแต่งงานเม้มปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะช้อนตามองผู้อาวุโสคล้ายไม่เห็นด้วย
“คุณหนูจำได้ไหมค่ะ ที่คุณเก้าเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อน...เธอเคยติดหนี้คุณบัวไว้” ผู้อาวุโสเอ่ยถามพลางซับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใสของคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อเห็นคนตรงหน้าพยักหน้ารับรู้ จึงพูดต่อ “หนี้ครั้งนั้นมันมีค่ามหาศาลมากนะคะ เพราะมันเป็นหนี้ชีวิต”
“หนี้ชีวิตเหรอคะ?” พลอยชมพูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงงไม่น้อย เพราะแม้มารดาของเธอจะพูดถึงบุญคุณที่ไม่อาจชดใช้ได้หมดที่มีต่อบัวบูชา แต่เธอก็ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าบุญคุณเหล่านั้นมันเกี่ยวพันถึงชีวิตใครอีกคน
“ใช่ค่ะ เมื่อคุณบัวเธอรักและเอ็นดูคุณหนูของป้ามากขนาดนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็เลยอยากให้คุณหนูแต่งงานกับลูกของคุณบัวไงค่ะ” อรอนงค์แจกแจงอย่างใจเย็น เพราะเธอรู้ดีว่าความจริงแล้วพลอยชมพูนั้นเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน หากใช้เหตุผลและตะล่อมอย่างใจเย็น หญิงสาวจะสามารถคล้อยตามได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
“ถ้าพลอยรักพ่อกับแม่ รักป้าบัว พลอยก็ควรแต่งงานกับลูกชายของป้าบัวใช่ไหมคะ” เธอบอกเสียงสะอื้น ก่อนหยาดน้ำตาที่เริ่มเหือดแห้งจะไหลรินอีกหนอย่างง่ายดาย
“คุณเรนเธอไม่ใช่คนเลวร้าย คุณหนูจะรักเธอได้ไม่ยากเย็น”
“ถ้าในเมื่อพลอยต้องแต่งกับลูกป้าบัว...ทำไมถึงไม่ใช่พี่ลมละคะ พี่ลมก็ลูกป้าบัวเหมือนกันนะ” พลอยชมพูเริ่มร้องไห้อีกหน ก่อนจะเอ่ยตำหนิเสียงตัดพ้อ
“คุณหนูรักพี่ชายคุณเรนเหรอคะ!” อรอนงค์ทวนคำเสียงสูง ก่อนจะยกมือทาบอกเมื่อเห็นคุณหนูคนงามพยักหน้ารับ พร้อมเอ่ยเสียงเครือแต่หนักแน่นและเด็ดขาดในเสียงนั้น
“ป้านงค์บอกคุณพ่อคุณแม่ไปเลยนะ...ว่าพลอยจะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น ถ้าเจ้าบ่าวของพลอยไม่ใช่พี่ลม”
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว