เข้าสู่ระบบ“แล้วลูกต้องการอะไร? อะไรถึงจะช่วยให้ลูกหยุดทุกอย่างที่กำลังทำอยู่” นายแพทย์มังกรเอ่ยถามออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย โดยเฉพาะเมื่อมองสบเข้าไปในดวงตาสีนิลของบุตรสาวที่เจือไปด้วยร่องรอยอริ
“ลูกทำอะไร?” ไพลินเอ่ยถามกลับอย่างขุ่นเคือง
“ลาออกจากพลอยชมพูจิวเอลรี แล้วย้ายไปอยู่กับเราที่อเมริกา” ไม่มีคำตอบของคำถามที่ได้ฟัง มีเพียงคำสั่งเรียบๆของบิดาเท่านั้นที่เอ่ยตัดบทสนทนาทั้งหมด
“ไม่!” แม้จะเริ่มแน่ใจว่าสิ่งที่บิดาของตนเองต้องการสื่อความหมาย และเริ่มมั่นใจว่าสาเหตุที่บัวบูชามานั่งอยู่ที่นี่ในเวลานี้ก็คงเกิดจากเหตุผลเดียวกัน ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องที่เธอผลักผู้หญิงคนนั้นตกน้ำเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ด้วยทิฐิอันแรงกล้าและอคติมากล้นที่มีต่อบุพการีทั้งสองทำให้ไพลินปฏิเสธเสียงแข็งในทันที
“พ่อไม่ได้ถามความสมัครใจของลูก แต่นี่คือคำสั่งเข้าใจไหม!” นายแพทย์มังกรประกาศกร้าว ก่อนจะขยับตัวเข้าไปหาบัวบูชาที่ยังร่ำไห้กับท่าทีของบุตรสาว พลางบีบไหล่มนของอดีตคนเคยรักไว้อย่างให้กำลังใจระคนสงสาร
“ไม่เข้าใจ! แล้วลูกก็จะไม่ไปไหนกับ ‘ใคร’ ทั้งนั้น...ขอตัวนะคะ” ไพลินตอบโต้ในทันที ก่อนจะหมุนตัวหันหลังกลับทั้งที่ห้วงความรู้สึกของเธอในเวลานี้ ยังเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่หาคำตอบไม่ได้
“ลูกเคยสังเกตหรือเปล่าว่าสร้อยจันทร์เสี้ยวที่สวมอยู่ มันมีพลอยเม็ดเล็กประดับตรงกลางจี้” นายแพทย์มังกรเอ่ยถามขึ้น
“แล้วไงคะ?” ไพลินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามกลับทั้งที่ไม่ได้หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดา
“สร้อยจันทร์เสี้ยวมีสองเส้น และสร้อยคอทั้งสองก็เหมือนกันจนแยกไม่ออก”เสียงที่สั่นไหวไม่น้อย บ่งบอกให้คนฟังรับรู้ได้ว่าเบื้องลึกในหัวใจของคนพูดคงเจ็บช้ำไม่น้อยกับสิ่งที่เอ่ยออกมา
ไม่มีคำตอบโต้ใด มีเพียงแต่ความเงียบเท่านั้นที่ขั้นกลางคำบอกเล่าของนายแพทย์มังกร
“แต่ถึงจะเหมือนกันแค่ไหนก็ยังมีความแตกต่าง เพราะพลอยที่ประดับอยู่กลางจี้มันต่างกัน” คนเป็นบิดาเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง แล้วตัดสินใจเอ่ยถึงความจริงที่เก็บงำไว้กับตัวเองมาร่วมสิบสามปีออกมาในที่สุด
“เส้นนึงเป็นไพลินสีน้ำเงิน และอีกเส้นคือนิลกาฬสีดำ...เหมือนกับชื่อของลูกทั้งสองคนของพ่อ”
ไม่มีคำตอบใดๆมีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียนเท่านั้น ที่บ่งบอกถึงความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นในใจของคนฟังเวลานี้ ไพลินหยิบจี้รูปจันทร์เสี้ยวที่สวมติดตัวเสมอขึ้นมองด้วยความเจ็บปวด อัญมณีสีน้ำเงินเม็ดงามที่สะท้อนแสงยามต้องไฟเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของมันที่ยากจะปกปิด
ไพลินสีน้ำเงิน!
“งั้นสร้อยเส้นนี้ คงไม่ใช่ของนิลกาฬจริงๆสินะคะ” มือบางกำสร้อยเส้นงามที่เพิ่งถูกซ่อมแซมให้กลับสภาพเดิมเมื่อไม่กี่วันก่อนไว้แน่น พลางเอ่ยเสียงเศร้าแล้วออกแรงกระตุกจนสายสร้อยเส้นงามขาดสะบั้นออกอย่างง่ายดาย
“มันเป็นของลูกเสมอ ถ้านั่นคือสิ่งที่ลูกต้องการ” นายแพทย์มังกรลุกจากโซฟาตัวกว้างแล้วเดินมาหาบุตรสาวที่ยังไม่ยอมหันกลับมาสบตากับตนเอง ก่อนจะบีบไหล่มนที่สั่นไหวจากแรงสะอื้นอย่างปลอบประโลมแล้วเอ่ยต่อ “ทิ้งทุกอย่างที่นี่...แล้วเราไปเริ่มต้นกันใหม่ที่อเมริกาเถอะนะลูก แม่เขาก็จะไปกับเราด้วย”
“เรางั้นเหรอคะ?” เสียงหวานที่เจือรอยสะอื้นเอ่ยทวนคำ ในใจของเธอเวลานี้เต็มไปด้วยเสียงตะโกนกู่ก้องถึงความรู้สึกมากมายที่เคยพังทลายไปเมื่อครั้งอดีต กับคำว่าครอบครัวที่เธอเคยรอคอยอย่างสิ้นหวัง
“อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะลูก” คนเป็นพ่อปลอบเสียงเบา ก่อนจะลูบกระหม่อมบางของบุตรสาวอย่างปลอบประโลม
แม้จะยังไม่ได้ตอบรับเป็นคำพูด แต่ร่างบางของไพลินที่โถมเข้ากอดบิดาแล้วสะอื้นไห้ออกมาจนสุดเสียงก็ทำให้นายแพทย์มังกรคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด พลางกอดปลอบบุตรสาวไว้แน่นราวกับต้องการย้ำเตือนว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้คือเรื่องจริง ก่อนบัวบูชาที่เดินเข้ามาเพื่อปลอบจะถูกดึงเข้าไปกอดด้วยอีกคนอย่างง่ายดาย
อ้อมกอดอบอุ่นที่เฝ้าไขว่คว้ามาตลอดชีวิตไม่ได้ถูกเติมเต็มเพียงเพราะได้คำว่าครอบครัวกลับคืนมา ไพลินรู้ดีอยู่เต็มอกว่าถึงอย่างไรช่องว่างที่เกิดในหัวใจของเธอก็กว้างจนไม่มีวันถูกถมได้เต็ม แต่หากเธอยอมปล่อยบางสิ่งเพื่อวางบางอย่างออกไปจากใจ แล้วเริ่มต้นใหม่ตามคำขอของบิดามารดา
ความสุขที่เธอเฝ้าตามหาอาจจะหวนคืนมาก็เป็นได้
“ตกลงค่ะ เราจะไปอเมริกาด้วยกัน”
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว





![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

