Accueil / รักโบราณ / นางหงส์เหนือบัลลังก์ / บทที่ 4 คำสัตย์แลกด้วยวิญญาณ

Partager

บทที่ 4 คำสัตย์แลกด้วยวิญญาณ

last update Date de publication: 2026-01-23 13:04:26

คำสัตย์สาบานที่แลกด้วยวิญญาณ

"หม่อมฉันขอสาบานด้วยเกียรติของตระกูลมู่หรง และด้วยดวงวิญญาณของบรรพชนขุนศึกทุกท่าน..." นางกระซิบตอบน้ำเสียงที่สั่นเครือทว่าแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตากับมังกรหนุ่ม แววตาของหงส์สาวในยามนี้ไม่มีความลังเลแม้เพียงเศษเสี้ยว "หม่อมฉันจะปกป้องพระองค์ด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ จะใช้ทหารนับหมื่นในมือนายท่านพ่อ และสติปัญญาที่มีทั้งหมดเพื่อเป็นโล่และดาบให้พระองค์ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งแผ่นดิน ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะต้องข้ามผ่านกองเลือดของศัตรู หรือต้องเดินผ่านเปลวเพลิงที่ร้อนแรงเพียงใด... หม่อมฉันจะไม่มีวันหันหลังกลับ และจะไม่มีวันทิ้งพระองค์ไปเป็นอันขาด"

ตงฟางเย่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ราวกับคำสัตย์นั้นได้ประทับลงในส่วนลึกของหัวใจ พระองค์ทรงจุมพิตลงบนหน้าผากนวลเนียนของนางแทนคำสัญญาที่ว่าชีวิตนี้จะไม่มีสตรีนางใดมาแทนที่ได้

ม่านหมอกแห่งความหวานก่อนพายุร้าย

ในคืนนั้น แสงเทียนภายในห้องอักษรวูบไหวเป็นจังหวะช้าๆ ล้อไปกับสายลมเหมันต์ที่พัดกรรโชกอยู่ภายนอก ลมหนาวที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้แกะสลักทำให้อากาศภายในห้องเย็นเยียบ ทว่าบรรยากาศรอบกายหนุ่มสาวทั้งคู่กลับอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่ดูเหมือนจะหยุดเข็มนาฬิกาแห่งโชคชะตาเอาไว้ได้เพียงชั่วครู่

กลิ่นหอมสะอาดของน้ำหมึกที่ มู่หรงเสวี่ย บรรจงฝนลงบนจานหินอย่างนุ่มนวลส่งกลิ่นขจรขจายไปทั่วห้อง เสียงฝนหมึกเป็นจังหวะสม่ำเสมอฟังดูประดุจเสียงดนตรีขับกล่อม กลิ่นนั้นผสานเข้ากับกลิ่นกรุ่นของดอกไม้ป่าแห้งที่อบอยู่ในผ้าคลุมไหล่ไหมพรมของนาง ก่อเกิดเป็นกลิ่นอายที่เย้ายวนใจและชวนให้ผ่อนคลายยิ่งกว่าน้ำหอมราคาแพงที่ถูกส่งต่อมาจากบรรณาการแดนไกล มันเป็นกลิ่นแห่งความทรงจำ กลิ่นแห่งบ้าน และกลิ่นแห่งความเชื่อใจที่หาไม่ได้จากที่ใดในวังหลวง

ตงฟางเย่ ทอดพระเนตรมองใบหน้าที่นวลเนียนประดุจหยกสลักของคู่หมั้นสาว แสงสีส้มรำไรจากเปลวเทียนฉาบไล้พวงแก้มและริมฝีปากอิ่มของนางให้ดูผุดผ่องเหนือสตรีใด แววตาของพระองค์ในยามนั้นไม่มีร่องรอยของความกระด้าง การชิงดีชิงเด่น หรือความถือพระองค์ในฐานะเชื้อพระวงศ์แม้แต่น้อย ทรงทอดวางภาระหนักอึ้งลงชั่วคราว เหลือเพียงชายหนุ่มธรรมดาที่กำลังลุ่มหลงในเสน่ห์ของสตรีที่เป็นดั่งจิตวิญญาณของตน

ความรักที่ทั้งคู่มีต่อกันในวินาทีนี้นั้นช่างบริสุทธิ์ ลึกซึ้ง และงดงามเสียจนพวกเขากลายเป็นคนเขลาที่หลงลืมโลกภายนอก ลืมไปเสียสนิทว่าโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเต็มไปด้วยขวากหนาม พวกเขาเลือกที่จะหลับตาต่อความจริงอันโหดร้ายและซับซ้อนของวังหลวงที่รายล้อมอยู่เพียงกำแพงกั้น... ลืมไปว่าในเงามืดด้านนอกห้องอักษรแห่งนี้ มีดวงตานับร้อยคูที่กำลังเฝ้ามองด้วยความริษยา และมีมือที่มองไม่เห็นกำลังเริ่มถักทอบ่วงแห่งโศกนาฏกรรมที่จะกระชากพวกเขาออกจากกันในรุ่งสาง

ภาพฝันกลางพายุที่กำลังก่อตัว

ในค่ำคืนนั้นที่ดวงจันทร์ยังคงส่องสว่างนวลตา พวกเขาต่างหลงระเริงอยู่ในภาพฝันอันแสนหวานที่สลักเสลาขึ้นจากความศรัทธาอันซื่อตรง มู่หรงเสวี่ยและตงฟางเย่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ‘อำนาจ’ ที่แผ่ขยายกับ ‘ความรัก’ ที่มั่นคงจะสามารถสอดประสานและเดินเคียงคู่กันไปได้จนสุดปลายทางแห่งโชคชะตา ราวกับหงส์และมังกรที่โบยบินอยู่เหนือหมู่เมฆโดยมิต้องแปดเปื้อนธุลีดิน

ทว่าพวกเขายังเยาว์วัยเกินกว่าจะตระหนักถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานชุกชีทองคำ... พวกเขาหารู้ไม่ว่า บัลลังก์มังกร ที่ตงฟางเย่กำลังจะก้าวขึ้นไปประทับด้วยความสง่างามนั้น มิได้ถูกหล่อหลอมขึ้นจากศรัทธาอันบริสุทธิ์ หรือสร้างขึ้นจากอิฐแห่งความสิเน่หาที่ทั้งคู่เพียรสะสม

แต่มันถูกสถาปนาขึ้นบนซากศพของความอ่อนแอที่ถูกเหยียบย่ำ และถูกอาบชโลมด้วยหยาดเลือดข้นคลักของผู้ที่ก้าวพลาดเพียงครึ่งก้าวในกระดานเกมแห่งอำนาจที่ไร้ความปรานี บัลลังก์นั้นเปรียบเสมือนแท่นบูชายัญที่คอยกัดกินความเป็นมนุษย์ของผุ้ที่นั่งอยู่บนนั้นทีละน้อย

ฝีเข็มแห่งโชคชะตาและยาพิษไร้รส

ในห้องบรรทมที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเข็มที่ลากผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดีอย่างสม่ำเสมอ มู่หรงเสวี่ย ประทับนั่งอยู่ใต้แสงตะเกียงที่ริบหรี่ ทุกฝีเข็มที่นางบรรจงปักลงบนฉลองพระองค์มังกรสีทองอร่ามนั้น นางมิได้เพียงแค่สลักลวดลายอันวิจิตร แต่นางปักมันด้วยความรักที่หยั่งรากลึกและความหวังถึงอนาคตที่ทั้งสองจะได้ครองคู่กันอย่างสันติ

นางตั้งใจให้มังกรห้าเล็บที่ผงาดอยู่บนอกเสื้อนั้นเป็นตัวแทนของความเกรียงไกรที่จะปกป้องเขา ทว่านางหาล่วงรู้ไม่ว่า ในทุกรอยเข็มที่แทงทะลุเนื้อผ้ากลับแฝงไปด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น มันเริ่มร้อยรัดโศกนาฏกรรมเข้ากับโชคชะตา ยิ่งลวดลายงดงามเพียงใด พันธนาการนั้นก็ยิ่งแน่นหนาจนแทบหายใจไม่ออก

เส้นทางสู่บัลลังก์ที่ฉาบด้วยยาพิษ

ในขณะเดียวกัน ทุกย่างก้าวที่ ตงฟางเย่ ขยับเข้าใกล้บัลลังก์ทองคำที่ส่องประกายวาววับล่อตาล่อใจผู้นั้น พระองค์หาได้ก้าวไปสู่ความรุ่งโรจน์และความสุขสมหวังเพียงอย่างเดียวไม่ แต่ในทุกก้าวย่างที่เหยียบลงบนบันไดหินอ่อนขาว พระองค์กลับต้องแลกมาด้วย ‘สิทธิพิเศษที่แสนทรมาน’ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดที่มาพร้อมกับมงกุฎของกษัตริย์ทุกพระองค์

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 185 ศักดิ์ศรีเหนือความตาย

    มังกรในพันธนาการ... เล่ห์สุดท้ายของนางมารเพลิงไหม้ยังคงลุกโชนอยู่ตามมุมต่างๆ ของพระราชวัง แสงเพลิงสะท้อนกับพระจันทร์สีเลือดทำให้ท้องฟ้าดูน่าสยดสยองประดุจขุมนรกบนดิน ในจังหวะที่มู่หรงเสวี่ยกำลังกวาดล้างหน่วยเดนตายที่เชิงเทิน เสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากทาง ตำหนักเฉียนชิง ทิศทางที่ตงฟางเย่เพิ่งเสด็จไป"ฝ่าบาท!" มู่หรงเสวี่ยอุทานด้วยความตกใจ นางรีบทะยานร่างลงจากกำแพงเมืองมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลวงทันทีทว่าภาพที่นางเห็นเมื่อไปถึงกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ตงฟางเย่ ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้าที่เคลือบยาพิษสลายกำลัง พระองค์ประทับคุกเข่าอยู่กลางท้องพระโรงที่รายล้อมด้วยนักฆ่า "เงาสีคราม" ที่เหลืออยู่ โดยมี อวี้หลัน ยืนถือกริชจ่ออยู่ที่ลำคอของพระองค์อวี้หลันในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีแผลจากการปะทะ แต่ดวงตาของนางกลับฉายแววบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม นางบังคับให้ตงฟางเย่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร ซึ่งมีม้วนผ้าไหมเหลืองทองและแท่นหมึกสีชาดวางรออยู่"หยุดอยู่ตรงนั้น! มู่หรงเสวี่ย!" อวี้หลันตวาดก้อง เสีย

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 184 ความตายที่คืบคลาน

    พยัคฆ์ในเงามืด... การตลบหลังที่ไร้ความปรานี"เจ้าหญิงอวี้หลัน... เจ้าช่างชอบสีแดงนักนะ"น้ำเสียงเย็นเยียบดังกังวานมาจากมุมมืดของกำแพงเมือง อวี้หลันชะงักฝีเท้า พลันปรากฏร่างของ มู่หรงเสวี่ย ในชุดเกราะเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์สีเลือด นางก้าวออกมาพร้อมกับ หลิวซิง และกองกำลังพยัคฆ์ขาวที่ดูเหมือนจะ "หายตัวไป" ก่อนหน้านี้ แต่แท้จริงแล้วพวกเขาซุ่มรอเวลานี้อยู่ในอุโมงค์ลับใต้กำแพงเมือง"มู่หรงเสวี่ย! เจ้ายังไม่ตาย!" อวี้หลันกัดฟันกรอด "แต่ต่อให้เจ้าฟื้นขึ้นมา ยามนี้กองทัพข้าเข้าเมืองมาแล้ว ตราพยัคฆ์ขาวอยู่ในมือข้า ทหารของเจ้าต้องฟังข้า!"มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความสมเพช "ลองดูสิอวี้หลัน... ลองสั่งทหารที่ยืนอยู่เบื้องหลังข้าดูสิ ว่าพวกเขาจะทำตาม 'ก้อนหิน' ในมือเจ้า หรือจะทำตาม 'จิตวิญญาณ' ของแม่ทัพที่สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขามานับสิบปี"อวี้หลันชูตราหยกขึ้นสูง "ทหารพยัคฆ์ขาว! ข้ากุมอาญาสิทธิ์! จงสังหารนางกบฏมู่หรงเสวี่ยเดี๋ยวนี้!"ความเงียบที่น่าขนลุกปกคลุมไปชั่วขณะ ทหารพยัคฆ์ขาวนั

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 183 คืนจันทร์โลหิต... ประตูเมืองที่ถูกเปิดออก

    ท่ามกลางวงล้อม เล่ห์เหลี่ยมที่ล่มสลายหัวหน้าทัพซีหานชะงักม้า "มู่หรงเสวี่ย! เจ้าเสียอำนาจไปแล้ว! อำมาตย์กงบอกเราว่าเจ้าถูกกักบริเวณ!""อำมาตย์กงงั้นหรือ?" มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้มเย็น "ป่านนี้เขาคงกำลังสนุกกับการดู 'ปืนใหญ่' ของอวี้หลันที่เขาสะสมไว้... ระเบิดคฤหาสน์ของตัวเองอยู่กระมัง"ในวินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดดังกัมปนาทมาจากทิศทิศใต้ของเมืองหลวง เปลวเพลิงสีส้มพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือคฤหาสน์ของอำมาตย์กงที่ถูกแรงระเบิดจากปืนใหญ่ที่อวี้หลันแอบวางกลไก "ทำลายตัวเอง" ไว้เพื่อฆ่าปิดปากขุนนางเฒ่า แต่หลิวซิงได้ชิงจุดชนวนก่อนเวลาเพื่อให้มันกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยให้แก่ราษฎร"พวกเจ้าถูกหลอกมาตายเพื่อความฝันของสตรีวิปลาสเพียงคนเดียว" มู่หรงเสวี่ยชี้ดาบลงมาเบื้องล่าง "ทหารพยัคฆ์ขาว! จัดการกบฏให้สิ้นซาก อย่าให้พวกมันรอดไปถึงเขตพระราชฐานชั้นใน!"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!ลูกศรเพลิงนับพันถูกระดมยิงลงมาจากกำแพงเมือง กองทัพซีหานที่เคยฮึกเหิมกลับกลายเป็นเป้านิ่งในค่ายกลที่มู่หรงเสวี่ยวางไว้การเผชิญหน้าบนหอคอย

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 182 การประชิดเมืองหลวง... กับดักใต้เงามืด

    "ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่งนัก!" อำมาตย์กงรีบตัดบทก่อนที่ฮ่องเต้จะใจอ่อน "ในเมื่อส่งคืนตราแล้ว หม่อมฉันขอเสนอให้ส่งมอบการบังคับบัญชาชั่วคราวให้แก่อำมาตย์กรมกลาโหม เพื่อตรวจสอบรายชื่อทหารที่อาจจะเป็นไส้ศึกพะย่ะค่ะ!"มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน นางมองไปที่อวี้หลันที่กำลังแอบยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่มุมปาก นางจึงเดินเข้าไปใกล้และกระซิบเพียงเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน"เจ้าได้ตราไปแล้วอวี้หลัน... แต่นักรบพยัคฆ์ขาวมิได้จงรักภักดีต่อ 'ก้อนหิน' พวกเขาจงรักภักดีต่อ 'จิตวิญญาณ' ข้าจะดูซิว่า... ก้อนหินไร้ชีวิตในมือเจ้า จะต้านทานกองทัพเงาของเจ้าได้จริงหรือเปล่า"อวี้หลันหน้าถอดสีครู่หนึ่ง แต่ความทะเยอทะยานบดบังทุกสิ่ง นางรีบประคองตงฟางเย่ให้เสด็จกลับตำหนัก ทิ้งให้มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางท้องพระโรงที่ว่างเปล่าหลิวซิงก้าวออกมาจากหลังเสา ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา "คุณหนู... เหตุใดถึงยอมถึงเพียงนี้? หากไม่มีตรานั่น เราจะสั่งการทหารอย่างไรพะย่ะค่ะ?"มู่หรงเสวี่ยเชิด

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 181 การสละมงกุฎพยัคฆ์

    คมดาบที่คอหอย... ข้อกล่าวหาอันร้ายกาจบรรยากาศภายในท้องพระโรงยามเช้าตรู่มิได้อบอุ่นไปตามแสงตะวัน ทว่ากลับหนาวเหน็บด้วยบรรยากาศแห่งการพิพากษา ตงฟางเย่ ประทับบนบัลลังก์มังกรด้วยพระพักตร์ที่เคร่งเครียดประดุจรูปสลักหิน แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความรักบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและระแวงตามแผนการของมนตราที่ยังหลงเหลือและคำยุยงที่รุนแรงขึ้นทุกวันเบื้องล่างคือขุนนางนับร้อยที่นำโดย อำมาตย์กง ซึ่งถือฎีกาปึกใหญ่ที่มีรายชื่อขุนนางเกือบครึ่งราชสำนักร่วมลงนาม"ฝ่าบาท! หากมิจัดการในวันนี้ แผ่นดินต้าตงจะมิใช่ของตระกูลตงฟางอีกต่อไปพะย่ะค่ะ!" อำมาตย์กงกราบทูลด้วยเสียงอันดัง "เหตุการณ์ลอบสังหารนายกองในวังหลวงที่เกิดขึ้น รายชื่อผู้ตายล้วนแต่เป็นคนของฮองเฮา แต่น่าแปลกที่นางมิได้เร่งสืบหาคนร้าย ทว่ากลับสั่งเคลื่อนพลพยัคฆ์ขาวเข้าประชิดกำแพงเมืองชั้นในโดยมิได้รับอนุญาต นี่มิใช่การเตรียมการกบฏเพื่อบีบให้ฝ่าบาทสละราชสมบัติหรอกหรือพะย่ะค่ะ?""ไม่จริงพะย่ะค่ะ!" แม่ทัพฉิน พยายามท้วงติง "การเคลื่อนพลเป็นไปเพื่อการคุ้มก

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 180 ความตื่นตระหนกในกองทัพ

    คมดาบใต้เงาจันทร์... ปฏิบัติการ "เงาสีคราม"กลางดึกที่มืดมิดที่สุดของเดือน ความเงียบงันปกคลุมค่ายพักทหารพยัคฆ์ขาวนอกเขตพระราชฐานชั้นใน นายกองหาน หนึ่งในขุนพลคู่ใจของมู่หรงเสวี่ยที่ดูแลการลำเลียงเสบียง กำลังตรวจตราคลังอาวุธเป็นรอบสุดท้าย ทว่าในจังหวะที่เขาเดินผ่านซอกกำแพงหิน ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านลำคอไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งกลิ่นอายสังหาร ร่างในชุดรัดกุมสีน้ำเงินเข้มประดุจสีของท้องฟ้ายามราตรีปรากฏขึ้นดุจวิญญาณ นี่คือ "เงาสีคราม" หน่วยสังหารที่ขึ้นชื่อว่าอำมหิตที่สุดของซีหาน พวกเขาไม่ได้ใช้ดาบยาวที่ส่งเสียงดัง แต่ใช้ "ลวดสังหาร" และ "เข็มพิษสั้น" ที่ปลิดชีพเหยื่อได้ในพริบตาฉับ!ลวดเหล็กกล้าเส้นบางเฉียบรัดเข้าที่ลำคอของนายกองหาน เขาพยายามจะเปล่งเสียงร้องแต่กลับมีเพียงเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมา ร่างของเขาถูกลากหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็วและแนบเนียนในเวลาเดียวกัน ทั่วทั้งเมืองหลวง นายกองระดับหัวกะทิของมู่หรงเสวี่ยอีกสามนายถูกลอบสังหารในลักษณะเดียวกัน บ้างถูกพบเป็นศพในตรอกเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status