Share

บทที่ 7. หงุดหงิด

last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-27 03:04:20

ดีนสังเกตแมวของตนก็รู้ทันทีว่ามันคงไม่ชอบขึ้นรถเท่าไหร่นัก จึงรีบเร่งขับไปยังคลินิกรักษาสัตว์ที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วพามันเข้าไปหาสัตวแพทย์ตามประสาคนเลี้ยงสัตว์ มองดูเจ้าสีนิลเซื่องซึมก็อดเป็นห่วงไม่ได้

            “มันจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับหมอ?”

            “ไม่หรอกค่ะ น้องอาจจะแค่ตื่นรถเลยซึมเป็นธรรมดา” ผู้ช่วยสัตวแพทย์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม สายตาที่มองดีนนั้นหวานเยิ้มราวกับเจอคนถูกใจ ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ในเมื่อเขาก็ไม่ใช่คนหน้าไม่ดี แม้นิลมณีจะรับรู้ทุกอย่างแต่ตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจสนใจอะไรแล้ว เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนจนไม่อยากจะลุกไปไหนราวกับคนเมาค้าง

            “นั่งรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวให้คุณเหมอมาฉีดวัคซีนให้”

            “ครับ แต่ว่าเจ้าสีนิลอาจจะ...”

            “คะ?”

            “เอ่อ...มันน่าจะดุนิดหน่อยน่ะครับ” ดีนเอ่ยขึ้นพลางปรายสายตามองเจ้าสีนิลที่นอนหงอยอยู่ ผู้ช่วยสัควแพทย์ยิ้มรับบางๆก่อนจะพยักหน้า

            “ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงมือหมอแล้วน้องจะไม่เป็นไรค่ะ”

            “...ครับ”

            “คุณใจดีจังเลยนะคะ ดูรักเจ้าเหมียวน่าดู”

            “ก็...มั้งครับ” ดีนตอบพลางยิ้มแห้งๆ เขาไม่รู้วิธีเลี้ยงมันด้วยซ้ำ แต่เขาสงสารที่มันบาดเจ็บอยู่ซ้ำยังนอนตากฝนเลยเก็บมันมาเลี้ยงทั้งที่ในชีวิตไม่เคยคิดจะเลี้ยงสัตว์ตัวไหนเลย แต่นี่เพราะความสงสารจึงได้เสียเงินกับของเล่นและอื่นๆมากมายที่เกี่ยวกับแมวเป็นหมื่นๆ แต่แมวของเขานั้นแตกต่างจากแมวทั่วไปตรงที่มันไม่สนใจเล่นอะไรสักอย่างที่เขาซื้อมาราวกับมีความคิดเป็นของตัวเอง...จนแทบจะเหมือนมนุษย์อย่างเขาอยู่แล้ว

            “อย่าดื้อกับหมอนะสีนิล” ดีนโน้มตัวไปพูดกับเจ้าแมวเหมียวที่นอนซึมอยู่ด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใย นิลมณีในร่างสีนิลลืมตาขึ้นมองเขาด้วยความรู้สึกแปลกๆสับสนปนเปไปหมดจนใจเต้น แต่เธอก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเธอ..กำลังเมารถอยู่ถึงได้รู้สึกแบบนี้...ซึ้งในความรักสัตว์ของเขา...

            ...หมอ...หม๊ออออออ...

            เงี๊ยววววว!!!

            “เจ็บแป๊บเดียวน่าเจ้าเหมียว” สัตวแพทย์หนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เจ้าแมวสีดำตรงหน้าร้องขู่เขาและดีดดิ้นไม่หยุดหลังที่เห็นเข็มฉีดยาในมือของเขา ผู้ช่วยก็จับล็อกเจ้าเหมียวแมวไว้แน่นจนเท้าหน้าเล็กๆของมันไม่สามารถขยับได้ เท้าหลังได้แต่เพียงกุยกายอยู่บนเขียงหรือเคาน์เตอร์สแตนเลสสำหรับการรักษา

            ...เจ็บนะ!!!... เข็มแหลมๆทิ่มแทงเข้าไปยังเนื้อหนังแก้มก้นเจ้าแมวสีนิล ขนสีดำของมันลุกชันขึ้นพลางร้องเสียงแมวสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด ในใจแอบนึกแค้นเคืองเจ้ามนุษย์ที่พาเธอมาฉีดยาแบบนี้

            “เรียบร้อยแล้ว เด็กดีมากเจ้าเหมียว” สัตวแพทย์หนุ่มพูดพลางเอามือลูบหัวมันเบาๆ ก่อนที่ผู้ช่วยจะรีบพามันเข้ากระเป๋าเป้พกพาแมวเพราะกลัวว่ามันจะหันมาข่วนอีกครั้ง แล้วรีบนำมันออกไปคืนเจ้าของ

            “เรียบร้อยแล้วนะคะ” ผู้ช่วยสาวเดินเอากระเป๋าเป้พกพาแมวไปให้ดีนเองกับมือพลางยิ้มหวานส่งให้ ดีนที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นแล้วรีบลุกขึ้นรับกระเป๋าเป้นั้นด้วยรอยยิ้มบางๆตามมารยาท

            “ขอบคุณครับ ชำระเงินเรียบร้อยแล้วนะครับ” ดีนเอ่ย

            “ค่ะ...เอ...อยากรู้จังเลยว่าเจ้าสีนิลตัวนี้มีแม่หรือยังนะ” ผู้ช่วยสาวเอ่ยพลางบิดตัวเขินและก้มมองเจ้าแมวสีดำที่อยู่ในกระเป๋าก่อนจะดึงสายตาช้อนมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม ดีนเข้าใจดีว่าเธอหมายถึงอะไร

            “ไม่มีหรอกครับ...แมวตัวนี้มีแค่พี่ชายก็พอ” ดีนเอ่ยก่อนจะผงกหน้าเป็นเชิงขอตัวก่อนแล้วเดินหันหลังจากไป เล่นเอาผู้ช่วยสาวมองตามตาละห้อยอย่างนึกเสียดาย

            ชายหนุ่มที่ชื่อว่า ดีน แม้จะเป็นซีอีโอของบริษัทใหญ่โตแต่ก็เลือกที่จะเช่าคอนโดเล็กๆใกล้กับที่ทำงาน ใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์และเป็นคนที่ค่อนข้างจะดูเข้าถึงยาก เย็นชาไปเสียหน่อย แอบเจ้าชู้นิดๆเวลาที่เจอผู้หญิงที่ถูกใจอย่างว่าที่เลขาคนใหม่ที่กำลังจะเข้ามาทำงานให้วันมะรืน แต่สำหรับคนอื่นๆในบริษัทจะมองว่าเขานั้นโหดร้ายมากในเรื่องงานจึงไม่ค่อยมีใครชอบขี้หน้าสักเท่าไหร่แม้จะหล่อลากดินแค่ไหนก็ตาม

            “ถึงบ้านแล้วเจ้าสีนิล” ดีนเอ่ยพร้อมกับปล่อยเจ้าสีนิลออกจากกระเป๋าเป้ แต่ด้วยความคับแค้นขุ่นเคืองใจที่มีอยู่ก่อนหน้า เรื่องที่เขาพาเธอไปฉีดยาโดยไม่ถามความสมัครใจ...ถึงเธอจะพูดภาษาคนไม่ได้ในร่างนี้ก็เถอะ แต่มันก็เคืองอยู่ดี

            “เฮ้ย!! เอาอีกแล้วนะ!” ทันทีที่กระเป๋าเปิดออกเจ้าสีนิลก็กระโดดข่วนไปที่ดั้งโด่งสวยของเขาทันทีจนเป็นรอยเล็บหนึ่งขีดแล้วเดินสะบัดตัวเชิดไปทางอื่นแทบจะทันที ดีนทำได้เพียงร้องเสียงหลงมองเจ้าแมวจอมหยิ่งแถมยังดื้อรั้นกับเขาที่เก็บมันมาเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี แต่กลับถูกข่วนราวกับชังขี้หน้าอย่างไม่ใยดีเสียอย่างนั้น

            “เฮ้อ...” ดีนทิ้งตัวลงนั่งถอนหายใจพลางเอามือลูบจมูกตัวเองปอยๆ นิลมณีในร่างเจ้าแมวสีนิลเหลียวมองเขาพลางคิดในใจว่าเธอเล่นแรงเกินไปหรือเปล่าที่ข่วนไปที่ใบหน้าหล่อๆของเขาแบบนั้น นึกๆแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นจึงเดินเข้าไปหาคลอเคลียที่ขาเขาราวกับกำลังขอโทษ

            เหมี๊ยววว... ไม่วายยังทำหน้าออดอ้อนร้องเสียงน่ารักมองเขาตาแป๋ว ดีนหลุบสายตามองเจ้าแมวตัวเล็กนิ่งไม่แสดงสีหน้าใดๆ จนเจ้าแมวสีนิลร้องอ้อนเขาอีกครั้งอีกทั้งยังเอาขาหน้าไปแตะที่ขาของเขา

            เหมียว

            “ไม่ต้องมาตบหัวแล้วลูบหลังเลย” ดีนเอ่ย

            ....ไม่ได้ตบหัวสักหน่อย แค่ข่วนหน้าเบาๆเองน่านุด(นุด=มนุษย์).... เธอคิดอย่างนึกขำแม้ว่าจะนั่งทำหน้าบ้องแบ๊วมองตาเขาปริบๆอย่างใสซื่อ แต่ทว่ามุมปากตรงหนวดกระตุกขึ้นราวกับว่ามันกำลังยิ้ม ดีนเลิกคิ้วหลุบตามองท่าทางของเจ้าแมวตัวน้อยก่อนจะคว้าร่างมันขึ้นมามองใกล้ๆ

            “ฉันเห็นนะว่าเธอยิ้มน่ะเจ้าสีนิล ฉันหล่อจนอดใจไม่ไหวเลยหรือไงถึงได้ฝากรอยไว้แบบนี้” พูดกับเจ้าแมวจอมหยิ่งของเขาอย่างใจอ่อน ยังไงก็โกรธสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าแมวไม่ลงอยู่ดี

            ...เฮอะๆ คนอะไรหลงตัวเองชะมัด แถมยังบ้าคุยกับแมวได้ทุกวัน... คิดในใจแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องตอบรับอะไรออกไป ก่อนที่เขาจะวางเจ้าแมวเหมียวลงแล้วลุกขึ้น

            “วันนี้ฉันมีนัดนะ อาจจะกลับเข้ามาดึกหน่อย...จะวางอาหารไว้ให้แล้วกัน” ดีนเอ่ยพลางเปิดตู้เย็นราวกับหาอะไรบางอย่างก่อนที่เขาจะหยิบเนื้อปลาแซลม่อนขึ้นมา จัดการคว้ากระทะอย่างดีมากริลเนื้อปลาให้เจ้าแมวเหมียวอย่างใส่ใจ เจ้าแมวสีนิลมองดูการกระทำของชายหนุ่มด้วยตาเป็นประกายอย่างลืมตัว

            “มีมองเข้า ชอบล่ะสิ” ดีนเอ่ยพลางปรายสายตาหลุบและยกยิ้ม

            เจ้าแมวสีนิลมองดูอาหารจานโปรดที่ตนชื่นชอบ เพียงแค่ไม่มีใครรู้เพราะเธอไม่เคยพูดกับใครที่ไหน มันบังเอิญที่เขาซื้อมาตรงใจเธอพอดิบพอดีก็เท่านั้น

            “มันร้อนอยู่อย่าพึ่งกินนะ” ดีนเอ่ยพลางยกจานเนื้อปลาแซลมอนวางลงบนพื้นห้อง เอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าแมวสีนิลเบาๆ ก่อนจะหยัดกายเต็มความสูงเดินหายเข้าไปในห้อง

นิลมณีในร่างเจ้าสีนิลนั่งมองเนื้อปลาอยู่อย่างนั้นเพื่อรอให้มันเย็นอย่างที่เขาพูดเตือนไว้ ไม่ได้สนใจว่าชายหนุ่มจะกำลังทำอะไรและไปที่ไหน สายตาจ้องมองอาหารตรงอย่างใจจดใจจ่อ จนเจ้าของห้องเดินหายลับออกจากห้องไป..

เจ้าแมวน้อยนอนขุดคู้เกยขาหน้าอยู่ตรงโซฟาที่เดิมที่เคยนอนประจำ เสียงปลดล็อกประตูห้องทำให้มันกระดิกหูเล็กน้อยทั้งที่ยังคงหลับตาอยู่ ก่อนจะชูคอเหลียวมองผู้ที่เข้าห้องมาด้วยความอยากรู้ตามสัญชาตญาณ

ชายหนุ่มใบหน้าที่คุ้นเคยเดินเข้าห้องมาพร้อมกับหญิงสาวในชุกเดรสเกาะอกสั้นสีดำรัดรูป เกาะกอดกันเข้ามาในห้องก่อนจะเริ่มนัวเนียกันเมื่อปิดประตูห้องลง

กลิ่นเหล้าคละคลุ้งปะทะเข้าที่ปลายจมูกเล็กรูปหัวใจ การรับกลิ่นของแมวนั้นไกลกว่ามนุษย์หลายเท่า เจ้าแมวสีนิลดวงตาเบิกโพลงมองสองร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมา ใบหน้าหญิงสาวนั้นช่างคุ้นเคยเหมือนที่เธอเคยเห็นเมื่อตอนกลางวัน

...เอ๊ะ...ผู้ช่วยคนนั้น?!...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • My Demon Cat Boss นางแมวจอมมารของท่านประธาน   บทที่ 61. เคล้นถาม

    บรรยากาศในโต๊ะอาหารค่ำวันนี้ดูเงียบสงบกว่าปกติ แสงไฟสีวอร์มไวท์ในห้องอาหารขับเน้นใบหน้าสวยซึ้งของนิลมณีให้ดูหม่นเศร้าจนคนมองใจหาย ดีนนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาแสร้งทำเป็นตัดสเต็กในจานไปเรื่อยๆ แต่สายตาคมกริบกลับลอบสังเกตทุกอากัปกิริยาของหญิงสาวภาพเมื่อช่วงบ่ายที่เขาเห็นผ่านหน้าต่างห้องทำงานยังติดตา... นิลมณีไม่ได้ยืนรดน้ำต้นไม้ธรรมดาอย่างที่เธอบอก แต่เธอยืนอยู่ท่ามกลางเงาดำประหลาด และเขาเห็นชัดเจนว่าเธอเหมือนกำลังโต้เถียงกับ 'อะไรบางอย่าง' ที่ไร้ตัวตน"สเต็กไม่อร่อยเหรอ?" ดีนถามทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงไว้ด้วยการจับผิดนิลมณีสะดุ้งเล็กน้อย รวบช้อนส้อมลง "อร่อยค่ะ... นิลแค่... อิ่มเร็วนิดหน่อย"ดีนวางมีดลง กระดกไวน์แดงขึ้นจิบก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันของคู่สนทนา "นิล... ตั้งแต่เราสู้กับฮู่ลี่เสร็จ คุณมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกผมหรือเปล่า? อย่างเช่น... เรื่องของมิติปีศาจ หรือกฎเกณฑ์อะไรที่คุณต้องแลกมาเพื่อที่จะ

  • My Demon Cat Boss นางแมวจอมมารของท่านประธาน   บทที่ 59. เสียงกระซิบจากเงา

    “ถ้าอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ก็แวะมาที่เรือนกู” สิ้นเสียงของชายในชุดนักรบเหมือนท่านขุน ใบหน้าเหมือนเพื่อนของเขา ร่างนั้นก็หายไปเหลือไว้เพียงแต่แสงสีส้มระยิบระยับเหมือนหิ่งห้อย“นี่มันอะไรกันวะ” ดีนเริ่มหน้าเสีย เมื่อภาพตรงหน้ามันบ่งบอกชัดเจนว่าเพื่อนคนสนิทไม่ใช่มนุษย์ ก่อนที่เขาจะหันไปทางนิลมณีซึ่งเธอจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว“อย่าบอกนะว่าคุณรู้อยู่แล้ว” เขาเอ่ยถาม“ค่ะ...ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอคุณอัคคีแล้ว” เธอตอบ“แล้วทำไมไม่บอกผมตั้งแต่แรกว่าเพื่อนผมเป็นผี”“ขนาดตอนนี้ที่พลังปีศาจไหลเวียนอยู่ในตัว คุณยังกลัวเลย...แล้วถ้าเป็นตอนนั้นจะไม่เสียสติเลยหรือคะ” นิลมณีพูดอย่างยิ้มๆ ทำเอาดีนถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอ เพราะมันก็เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ ถ้ารู้ตอนนนั้นเขาคงแย่แน่ๆ“เอาเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปถามไอ้อัคคี...ไม่สิ ต้องเรียกว่ายังไงล่ะ” ดีนเริ่มไม่แน่ใจสรรพนามที่ต้องใช้เรียกเพื่อนของตัวเอง “เอาเป็นว่าตอนนี้เราพักผ่อนกันก่อนดีกว่า”จบการสนทนาด้วยการที่ดีนพูดแบบนั้นก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน ในเมื่อเธอต้องลงมาอยู่ในโลกมนุษย์แล้วก็ยังคงต้องทำหน้าทีทุกวันคือเป็น

  • My Demon Cat Boss นางแมวจอมมารของท่านประธาน   บทที่ 60. เงามืด

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักสุดหรูของดีน มันควรจะเป็นเช้าที่สดใสที่สุดหลังจากศึกหนักกับปีศาจจิ้งจอกจบลง แต่นิลมณีที่ตื่นขึ้นมาก่อนกลับรู้สึกว่าแสงแดดนั้นช่างบาดลึกเข้าไปในความทรงจำเธอขยับตัวเข้าไปซุกในอ้อมกอดของดีนที่ยังหลับใหล ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอของเขาคือทำนองเพลงที่เธออยากฟังไปชั่วชีวิต มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสโครงหน้าคมสัน ไล่ตั้งแต่คิ้วหนา จมูกโด่ง จนถึงริมฝีปากที่เคยก่นด่าเธอสารพัดแต่ก็เป็นปากเดียวกันนี้ที่พร่ำบอกรักเธอ"ถ้าข้าพาเจ้าลงไปอยู่ใต้มิติพิภพด้วยกันได้...ข้าคงทำไปแล้ว" นิลมณีพึมพำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "แต่หัวใจมนุษย์ของเจ้า คงมิอาจทนทานความเย็นเยียบในเมืองปีศาจได้แม้แต่ราตรีเดียว"ดีนเริ่มขยับตัว ลืมตาขึ้นมาเห็นดวงตาสีอำพันที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว เขาเผลอยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่หาดูได้ยากจากผู้ชายขี้เก๊กคนนี้"อรุณสวัสดิ์... วันนี้ตื่นก่อนผมเหรอ ยัยแมวผี" เขาใช้เสียงงัวเงียขยี้หัวเธอเล่น "มองหน้าผมแบบนี้ คิดแผนจะแกล้งอะไรอีก หรือว่าหิว?""นิลไม่ได้หิว... นิลแค่อยากมองหน้าคุณ" เธอไม่สวนกลับด้วยคำพูดร้ายๆ เหมือนทุกที แต่น้ำเสียงกลับหวานจน

  • My Demon Cat Boss นางแมวจอมมารของท่านประธาน   บทที่ 58.คืนแรกหลังจากสิ้นสัญญา

    ทุกอย่างเหมือนกับว่ากำลังจะจบลงด้วยดีและยังมีเรื่องราวใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน จุดจบของบางสิ่งเพื่อเริ่มต้นบางอย่าง... บรรยากาศภายในรถครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะของลุงเพิ่มและดีนที่พูดคุยล้อเล่นกันไปมาตามประสาผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะหมดเรื่องที่ทำให้หนักใจไปแล้ว นิลมณีได้แต่นั่งมองดีนพร้อมรอยยิ้มบางๆ เธอไม่คิดเหมือนกันว่าสุดท้ายราชินีปีศาจอย่างเธอจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับเขาที่โลกมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะทิ้งโลกปีศาจที่ตัวเองปกครองอยู่เพียงแค่อาจจะต้องไปๆมาๆ“พูดตามตรงว่าผมนี่มันดวงซวยเหมือนกันนะ” ดีนพูดอย่างยิ้มพร้อมหันไปมองนิลมณี “รอดจากนางปีศาจจิ้งจอกมาได้ก็จริง แต่ต้องมาเห็นผีเนี่ยสิน่าคิดหนัก” เขาพุดต่อ“นั่นสิ...” นิลมณีพูดพร้อมยกยิ้มก่อยนจะหันหน้าออกนอกกระจกรถ “แต่ก็ดีกว่าเหลือตัวคนเดียวนะคะ อย่างน้อยฉันก็อยู่ข้างๆคุณ”

  • My Demon Cat Boss นางแมวจอมมารของท่านประธาน   บทที่ 57.รอยต่อระหว่างสองภพ

    ความมืดค่อย ๆ จางลง...แทนที่ด้วยแสงนวลสีเงินที่ส่องลอดผ่านม่านหมอกจาง ๆ อากาศอบอุ่นอย่างประหลาด คล้ายฤดูใบไม้ร่วงในโลกมนุษย์แต่กลับมีกลิ่นลมปีศาจเจืออยู่จาง ๆ นั่นคือสิ่งที่นิลมณีสร้างขึ้นเธอต้องการจบเรื่องนี้ให้มันเร็วที่สุด ทั้งเรื่องของเธอและเขาเสียงระลอกคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ ดังอยู่ไกล ๆดีนลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิวไร้น้ำหนักเขานอนอยู่บนผืนน้ำที่นิ่งสนิทราวกับกระจก แต่เมื่อขยับตัวจึงรู้ว่าพื้นที่รองรับเขาไม่ใช่น้ำ หากเป็น แสง แสงสีเทาเงินที่ไหลวนช้า ๆ เหมือนสิ่งมีชีวิต“ที่นี่...ที่ไหน...” เขาพึมพำ“ระหว่างโลกของคุณ...กับของฉัน” เสียงหวานแผ่วลอยมาตามลม ดีนหันไปเห็นหญิงสาวในชุดสีดำยาวพลิ้ว ดวงตาสีเหลืองสะท้อนแสงราวกับดวงดาวกลางรัตติกาล นิลมณี กำลังยืนอยู่บนผืนน้ำแสงเช่นเดียวกับเขา“ผม...ยังไม่ตายสินะ” เขายิ้มแผ่ว ๆ“คุณไม่ตาย เพราะฉันดึงคุณมาที่นี่ก่อนที่พลังของฮู่ลี่จะกลืนไปหมด” เธอตอบด้วยเสียงสงบ แต

  • My Demon Cat Boss นางแมวจอมมารของท่านประธาน   บทที่ 56. ผู้ที่ข้ามผ่านสองโลก

    “นิลมณี...” เสียงของเขาแผ่วเบา ราวกับลมหายใจที่หลุดจากอกอย่างยากเย็นร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิทย่างก้าวออกมาจากหมู่ปีศาจที่แหวกทางให้ เส้นผมดำยาวสะบัดตามแรงลม ดวงตาสีมรกตคมลึกจับจ้องชายตรงหน้า ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่เป็นสายตาของความรัก สายที่บ่งบอกว่าจำต้องเผชิญหน้าในสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้“ดีน...” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ เสียงนั้นทำให้หัวใจของชายหนุ่มแทบหยุดเต้น“เธอ...เป็นปีศาจจริงๆงั้นเหรอ” คำถามที่เปล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ มีทั้งความผิดหวังและไม่อยากเชื่อผสมอยู่นิลมณีไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงก้าวเข้าไปทีละก้าว ฝ่าฝูงปีศาจที่ยังคงยืนจ้องมองอย่างระแวดระวัง เพราะทุกตนต่างรู้ดีว่านางแมวผู้ถูกขนานนามว่า ราชินีปีศาจ นั้น ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา“ฉันไม่เคยคิดจะปิดบัง...” เธอพูดในที่สุด “แต่ฉันรู้ว่าคุณจะรับมันไม่ได้ โลกของคุณกับฉัน มันต่างกันเกินไป”“แล้วที่เธอทำทั้งหมด...ก็เพื่อดวงจิตในตัวฉันใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาเย็นลง ดวงตาแดงฉานเริ่มปรากฏอีกครั้ง “เพื่อพลังปีศา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status