Masukทันทีที่หญิงสาวคนดังกล่าวเดินเข้ามาทั้งสามต่างจับจ้อง อี้เฉินและเจียเหวินฉงนใจไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงในครานั้นจะเติบโตมางดงามขนาดนี้
แต่เมื่อมองดี ๆ จะพบว่านางคล้ายกับผู้เป็นแม่ ดังนั้นไม่แปลกที่จะเติบโตมาเช่นนี้ เจียเหวินหยิบพัดมาโบกเพื่อดับความไม่พอใจให้คลายลงแต่พอมองบุตรสาวก็เริ่มสบายใจเพราะงดงามกว่า รุ่ยอี๋ยิ้มอ่อนโยนแล้วทำความเคารพพวกเขาทั้งสามอย่างนอบน้อม “คำนับ ท่านพ่อ ท่านแม่ เจ้าค่ะ” “อืม..ไม่เจอกันนานเลยเจ้าเติบโตขึ้นมาก” อี้เฉินพยักหน้าพลางพิจารณามองบุตรีที่งดงามคล้ายมารดา “ฮึ! ข้าลืมไปแล้วว่าท่านพี่ยังมีเจ้าเป็นลูกอีกคน” รุ่ยอี๋เพียงยิ้มจากนั้นหันมามองน้องสาวที่นั่งอยู่ ดวงตาของนางเปลี่ยนมาแข็งกร้าว มือทั้งสองกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ คนตรงหน้าคือศัตรูที่นางอยากฆ่าให้ตายมากที่สุดแม้จะแค้นเพียงไรแต่ก็เปลี่ยนท่าทีฉับพลันเหมือนกับว่าเมื่อครู่ไม่มีความแค้นใด ๆ แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของซินฉีที่สังเกตการณ์แต่แรกตอนที่เห็นนางเกือบจะคลั่งก็เตรียมรับมือ ที่จริงซ่อนมีดสั้นเอาไว้หากนางพุ่งเข้ามาเมื่อไรก็เตรียมตายเมื่อนั้น แต่ยังดีที่อีกฝ่ายครองสติไว้ได้ทัน เห็นทีบทคนดีต่อนางเอกไม่มีทางถูกงัดมาใช้แล้วเมื่อจิตสังหารมากขนาดนี้แต่ก็ยิ่งยืนยันแล้วว่าตอนนี้กำลังดำเนินเนื้อเรื่องในนิยายภาคนางเอกย้อนกลับมาแก้แค้น “น้องซินฉีไม่เจอกันนานเลยนะเจ้างดงามอย่างมากจนข้าละอาย” “เจ้าเองก็งดงามเช่นกัน จนข้าจำไม่ได้” นางก็ยิ้มอย่างไร้เดียงสา “แต่ผิวเจ้าแห้งคล้ำกระดูกดูหนากว่าสตรีทั่วไป เท้าใหญ่มือหยาบกร้านเส้นผมแข็งกระด้างคงต้องบำรุงอีกมากกว่าจะเทียบเคียงข้า” คนฟังตะลึงค้าง ทั้งโกรธทั้งอาย นางใช้ชีวิตแร้นแค้นจะไปหาของมาบำรุงได้อย่างไร อี้เฉินรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มจะเลวร้ายจึงเอ่ยขัด “ไปหาแม่เจ้าเถอะ ไม่พบกันนานแล้ว” นางยิ้มทันที “เจ้าค่ะ” “ข้าจะพาเจ้าไปเอง เพราะเรือนที่แม่เจ้าอยู่เปลี่ยนแล้ว เจ้าคงไม่รู้ทาง” ซินฉีอาสาพาไป แม้สามีภรรยาที่นั่งอยู่จะไม่เข้าใจเจตนาบุตรีแต่ก็ไม่เอ่ยขัดอะไรขณะพาไปยังเรือนที่มารดาของนางอยู่ก็เหลือบมองหญิงสาวซ่อมซ่อข้าง ๆ ที่กอดห่อผ้าเก่าไว้ “พอดีว่าเรือนที่แม่เจ้าอยู่มานานกำลังซ่อมแซมจึงต้องไปอยู่เรือนด้านหลังชั่วคราวแม้จะเล็กและเก่าแต่ก็ไม่ผุพังเท่าเรือนหลังก่อน” “ขอบคุณน้องสาวที่เอาใจใส่” นางยิ้มแต่ในใจแค้นเคืองทุกสิ่ง โดยเฉพาะเรื่องเรือนมารดาที่ใครบ้างจะโง่เชื่อก็แค่ไล่ให้ไปอยู่ที่รันทดยากลำบาก เป็นดั่งที่นางคิดสาเหตุที่ให้ย้ายไม่ใช่เพราะเรือนเก่าไม่ดีแต่เพราะอยากกลั่นแกล้งเพื่อความสะใจให้พบความลำบาก ซินฉียิ้มหยันรู้สึกตลกที่เห็นนางกำลังข่มกลั้นตนเองทั้งที่จริงโกรธจนหน้าแดง อยากจะรู้นักว่านางจะทนได้แค่ไหน ความแค้นที่ตนฆ่านางและลูกตายมันหนักมากจนแทบจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เมื่อเดินมาถึงเรือนหลังเล็กและเก่าดวงตาของนางก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำแล้วรีบเดินเข้าไปทันที เมื่อเปิดประตูก็เห็นร่างของหญิงวัยกลางคนกำลังนอนด้วยใบหน้าซีดเซียว ร่างกายผ่ายผอมจนน่าตกใจ “ท่านแม่! ฮึก..ก..ท่านแม่! ข้ากลับมาแล้ว” ดวงตาที่หลับค่อย ๆ ปรือตื่น “ท่านแม่!” นางเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นบุตรสาว กำลังร่ำไห้อยู่ด้านข้างมือค่อย ๆ จับภาพด้านหน้าเพราะกลัวว่าจะเป็นเพียงความฝันหรือภาพมายา พอมืองามจับตอบนางก็ร้องไห้ทันที “ระ...รุ่ยอี๋! ลูกจริง ๆ รึ!” “ท่านแม่...ข้ากลับมาแล้ว...ข้ากลับมาหาท่านแม่แล้ว” “ฮืออ ลูกแม่” หญิงสาวก้มตัวกอดร้องไห้ส่งเสียงดังอันน่าเศร้าไปทั่วเรือนหลังเล็กชาติก่อนนางสูญเสียมารดาเร็วไวไม่อาจลาแต่ตอนนี้กำลังได้กอดอีกครั้ง ซินฉีขมวดคิ้วพลางถอนหายใจหากไม่เพราะว่าได้อ่านนิยายรู้เรื่องราวชีวิตมากมายในชาติที่แล้วนางคงไม่รู้สึกอะไรกับภาพนี้ทั้งยังสะใจและรำคาญไปพร้อม ๆ กัน แต่ตอนนี้ช่างแตกต่างทั้งยังรู้สึกว่าตนทำเกินไปเหตุใดต้องรังแกพวกนางขนาดนี้ พลันคิดไปว่าหรือควรทำดีกับทั้งสองคนเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวโศกนาฏกรรมความแค้น ยับยั้งจิตสังหารนางให้สงบแต่ขณะกำลังสับสนกับตนเองก็เห็นดวงตาของรุ่ยอี๋หันมามองแม้เพียงเสี้ยวเวลาแต่มันเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอันรุนแรง รีบถอยเท้าทันทีเปลี่ยนความคิดอีกครั้ง เพราะแม้ตนจะทำดีด้วยแต่หญิงสาวย่อมไม่ต้องการรับไว้และแก้แค้นอยู่ดีดังนั้นในเมื่อทางเลือกมีแค่นี้ซินฉีจำต้องอยู่ในบทบาทร้ายต่อไปเพื่อปกป้องคนที่รักและตนเอง “ท่านน้าไม่เจอกันนานเลยนะเจ้าคะ ท่านผอมลงขนาดนี้เชียว” หลานถิงที่ป่วยไข้เมื่อเห็นบุตรสาวมาก็ไม่ได้สนใจสิ่งใด แต่เมื่อได้ยินเสียงของซินฉีก็สั่นทันที พยายามจะลุกนั่ง “อย่าลุก นอนต่อเถอะ...ดูสิท่านสั่นขนาดนี้หรือว่าอากาศจะหนาวไป..ถ้าอย่างไรข้าจะให้คนมาเติมฟืนให้ดีหรือไม่” “อะ...เอ่อ…ไม่ต้องลำบากหรอก...ข้าไม่ได้หนาว” “อย่างนั้นรึแต่ที่ข้ามองกลับเห็นว่าท่านใกล้จะไม่รอดแล้ว…แย่แล้วข้าเผลอพูดไม่ดีไป ท่านน้าอย่าได้ใส่ใจเลย” “มะ...ไม่เป็นไร…แค่ก” ใบหน้ารุ่ยอี๋ที่หันหลังให้บิดเบี้ยวกัดริมฝีปากจนเลือดออกนางอยากจะฆ่าซินฉีเสียเดี๋ยวนี้เลย “ข้าไม่รบกวนทั้งสองแล้วไม่เจอกันนานย่อมมีเรื่องพูดคุยมากมาย” นางก้มหัวแล้วเดินจากไปแม้จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบแต่ก็ยังเดินต่อ ใบหน้าที่ยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึม “ใช่ว่าเจ้าจะอยากฆ่าข้าเพียงคนเดียว เพราะข้าก็เช่นกัน หากหาวิธีรอดให้ตนเองได้ข้าก็จะทำ”ทั้งสองต่างไม่คาดคิดว่าจะได้เจอองค์ชายสามเร็วขนาดนี้ใบหน้าของรุ่ยอี๋ซีดเผือด ริมฝีปากสีแดงฉ่ำเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว ดวงตาทั้งสองสบกันมีเพียงองค์ชายสามที่มองอย่างลึกซึ้งและพอใจพลางพิจารณาใบหน้างามที่สะท้านความรู้สึกเกินกว่าจะปล่อยมือส่วนนางมองชายตรงหน้าด้วยความ เกลียดชังแต่ก็พยายามซ่อนไว้ จะไม่ให้โกรธแค้นได้อย่างไรเพราะในอนาคตชายคนนี้จะกลายเป็นศัตรูและเป็นสามีของซินฉีทั้งสองยังอยู่ในท่าทางโอบกอดครู่หนึ่ง สุดท้ายรุ่ยอี๋จึงแสร้งสงวนท่าทีขัดขืนอย่างสุภาพ“เจ้าไม่เป็นอะไรนะ”“เจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นอะไร”“เจ้าชื่ออะไรหรือ เป็นบุตรีของตระกูลใด”“หม่อมฉันมาจากตระกูลหลิน ชื่อรุ่ยอี๋เพคะ”คำพูดของนางทำให้สีหน้าขององค์ชายสามและองครักษ์เปลี่ยน แม้งานปล่อยโคมลอยนี้จะมีเหล่าองค์ชายหรือเชื้อพระวงศ์มาร่วมแต่ตอนนี้องค์ชายสามยังไม่เผยตัวตนแต่นางรู้ได้อย่างไรหรือจะเคยพบเจอกันมาก่อนจนทั้งสองเกิดความระแวงส่วนซินฉีที่เงียบมานานก็แสร้งทำสีหน้าตกใจว่านางกำลังพูดกับองค์ชายอย่างนั้นหรือ ท่าทางที่แสดงออกจึงค่อนข้างตลกแต่ก็น่าเอ็นดูตอนแรกนางยังไม่เข้าใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีระวังตัวแต่พอนึกได้ว่าพูดอะไรผิดจึง
ทุกคนที่ได้ยินต่างงุนงง“พรหมลิขิต!” เจียเหวินแค่นหัวเราะพลางหยิบพัดขึ้นโบก ส่ายหน้าเหมือนมองคนโง่“รุ่ยอี๋เจ้าพูดอะไรน่าตลกอย่างยิ่ง...ท่านพ่อในเมื่อนางไม่อยากเข้าร่วมงานก็หาบุตรชายของใครสักคนให้เลยจะดีกว่า”ทันทีที่เอ่ยพูดนางก็ลอบมองตาขวางทันที ปากเม้มจนสั่น“ท่านพ่อ...ข้าไม่ต้องการ”“อะไรเจ้าก็ไม่ต้องการข้าอุตส่าห์หาพรหมลิขิตให้เจ้าแล้วนะยังจะเรื่องมากอีก…ท่านพ่อบุตรชายของพ่อค้าปลาก็ดีนะ”“ทะ...ท่านพ่อ...ข้าไม่...”“ลูกข้าอุตส่าห์หาคู่ให้เจ้ายังคิดจะปฏิเสธ อีกรึ โน่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอาเจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครทั้งที่เป็นแค่ลูกของอนุใกล้ตายยังจะมาเลือกได้อีก!”มือทั้งสองของรุ่ยอี๋สั่นเมื่อได้ยินคำของ เจียเหวินที่พูดจาถึงมารดา นางกัดฟันและสัญญาว่าจะต้องฆ่าหญิงนางนี้ให้ได้แน่นอนว่าพฤติกรรมของนางล้วนอยู่ในสายตาของซินฉี พลางลอบหัวเราะทว่าตอนนี้ต้องปิดกั้นนางทุกทางเพื่อไม่ให้หนีงานไปได้เพราะเกรงว่าจะไปหาจุดนัดพบที่เจอองค์ชายสามเหมือนชาติที่แล้ว“เอาละ พอก่อน…รุ่ยอี๋ข้าถามเจ้าอีกครั้งเจ้าจะเข้าร่วมงานหรือไม่”นางแม้ลังเลแต่พอนึกถึงสภาพคนหาปลาจึงต้องยินยอมไป“ข้าขอเข้าร่วมงานเจ้าค่ะ”สุดท้าย
ซินฉีคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไรต่อไปนางต้องหาวิธีสกัดกั้นรุ่ยอี๋ไม่ให้กลายเป็นฮองเฮาเหมือนชาติที่แล้วแม้จะถูกฆ่าตายก่อนแต่ซินฉีได้เห็นและรับรู้ว่าฮ่องเต้นั้นแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาด้วยความรักที่มอบให้อย่างมากล้นส่วนตนที่ฆ่าหญิงอันเป็นที่รักตายย่อมต้องถูกฆ่าตายแต่ว่ามันช่างโหดร้ายจนไม่อยากจะนึกภาพนั้นทั้งที่ซินฉีเพียงอ่านเรื่องราวในนิยายแต่ยังขนลุกและหายใจยากลำบากการถูกประหารชีวิตให้เฉือนเนื้อทีละชั้นไม่ให้ตายทันทีเป็นการตายที่ทรมานอย่างมากจนไม่อยากจะเจอหน้าฮ่องเต้ในชาตินี้ชั่วชีวิตดังนั้นต้องขัดขวางนางไม่ให้ถูกรักจากคนคลั่งรักผู้นี้ฮ่องเต้ของแคว้นเจียงหนานหรือก็คือพระเอก เดิมทีเป็นโอรสองค์ที่เจ็ดแต่ด้วยความที่เกิดจากสนมไม่มีตระกูลใหญ่อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันจึงไร้อำนาจใด ๆ เหล่าองค์ชายที่ขับเคี่ยวต่างหมางเมินเขาเหมือนมองคนไร้ประโยชน์ที่ไม่มีค่าให้หวาดระแวงแต่ใครจะรู้ว่าเขาคือองค์ชายที่อำมหิตและซุกซ่อนขุมกำลังไว้แท้จริงสนมที่ไร้ปากเสียงไร้อำนาจนางกลับเป็นถึงองค์หญิงของชนเผ่าขนาดใหญ่ที่สามารถรุกรานแคว้นเจียงหนานได้อย่างสบายแต่เป็นเพราะข้อตกลงที่มีมาแต่ช้านานระหว่างชนเผ่าและฮ่องเต้ผู้ก่อต
ทันทีที่หญิงสาวคนดังกล่าวเดินเข้ามาทั้งสามต่างจับจ้อง อี้เฉินและเจียเหวินฉงนใจไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงในครานั้นจะเติบโตมางดงามขนาดนี้แต่เมื่อมองดี ๆ จะพบว่านางคล้ายกับผู้เป็นแม่ ดังนั้นไม่แปลกที่จะเติบโตมาเช่นนี้ เจียเหวินหยิบพัดมาโบกเพื่อดับความไม่พอใจให้คลายลงแต่พอมองบุตรสาวก็เริ่มสบายใจเพราะงดงามกว่ารุ่ยอี๋ยิ้มอ่อนโยนแล้วทำความเคารพพวกเขาทั้งสามอย่างนอบน้อม“คำนับ ท่านพ่อ ท่านแม่ เจ้าค่ะ”“อืม..ไม่เจอกันนานเลยเจ้าเติบโตขึ้นมาก” อี้เฉินพยักหน้าพลางพิจารณามองบุตรีที่งดงามคล้ายมารดา“ฮึ! ข้าลืมไปแล้วว่าท่านพี่ยังมีเจ้าเป็นลูกอีกคน”รุ่ยอี๋เพียงยิ้มจากนั้นหันมามองน้องสาวที่นั่งอยู่ ดวงตาของนางเปลี่ยนมาแข็งกร้าว มือทั้งสองกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ คนตรงหน้าคือศัตรูที่นางอยากฆ่าให้ตายมากที่สุดแม้จะแค้นเพียงไรแต่ก็เปลี่ยนท่าทีฉับพลันเหมือนกับว่าเมื่อครู่ไม่มีความแค้นใด ๆแต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของซินฉีที่สังเกตการณ์แต่แรกตอนที่เห็นนางเกือบจะคลั่งก็เตรียมรับมือ ที่จริงซ่อนมีดสั้นเอาไว้หากนางพุ่งเข้ามาเมื่อไรก็เตรียมตายเมื่อนั้น แต่ยังดีที่อีกฝ่ายครองสติไว้ได้ทันเห็นทีบทคนดีต่อนางเอกไม่มีทางถูกงั
หลายวันต่อจากนั้นรถม้าคันหนึ่งได้เดินทางจากหมู่บ้านห่างไกลใกล้มาถึงเมืองหลวงซึ่งในรถม้ามีสตรีนงคราญงดงามนางหนึ่งนั่งอยู่ภายใน สีหน้าเย็นชาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ต้องการแก้แค้นอย่างแรงกล้าไม่เข้ากับนัยน์ตาหวานแม้แต่น้อยมือทั้งสองกำแน่นจนสั่น“รอข้าก่อนเถอะ ข้าจะแก้แค้นพวกเจ้าทุกคน โดยเฉพาะเจ้าซินฉี!”รุ่ยอี๋บุตรสาวของอนุภรรยาตระกูลหลินเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด นางโกรธแค้นจนอยากฆ่าให้ตายแต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์เพื่อไม่ให้ความแค้นนี้ทำให้เสียแผนแม้นางจะอยากเอาร่างกายพวกมันมาหั่นเป็นหมื่นชิ้นทันทีที่พบเจอเพียงไรแต่เมื่อไร้อำนาจก็ย่อมพ่ายแพ้อยู่ดี“ในเมื่อสวรรค์ให้ชีวิตข้าอีกครั้งข้าก็จะทำให้พวกมันเจ็บยิ่งกว่าเดิม”แท้จริงนางนั้นได้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงย้อนเวลามาได้เมื่อชาติที่แล้วชะตาชีวิตอาภัพอย่างยิ่งเป็นลูกของอนุภรรยาที่พ่อไม่รักถูกภรรยาเอกรังแกตั้งแต่ยังเด็กก็ถูกใส่ร้ายว่านางนั้นจะนำโชคร้ายมาให้แก่ตระกูลต้องส่งนางออกไปอยู่ข้างนอกจนกว่าจะอายุสิบเจ็ดเด็กหญิงอายุไม่ถึงเจ็ดขวบกลับต้องมาพลัดพรากจากมารดาไปอยู่บ้านเดิมตระกูลลู่ที่ห่างไกลความเจริญไร้ทรัพย์สินใช้ชีวิต
หลังชำระร่างกายเสร็จสิ้นซินฉียังคงนั่งนิ่งอยู่ในห้อง นางสังเกตว่าเหล่าข้ารับใช้ที่เดินเข้าออกในห้องไม่มีใครเห็นหนังสือเล่มนี้เพราะตอนที่ตนเปิดอ่านพวกนางมีท่าทางสงสัยพลางมองหน้ากันว่ากำลังอ่านอะไร พอถามถึงหนังสือพวกนางก็ส่ายหน้าว่ามองไม่เห็นและยิ่งมองซินฉีด้วยสายตาแปลกมากขึ้น“มีข้ามองเห็นคนเดียวรึ” ไม่รู้จะดีใจดีหรือไม่นางพยายามเปิดหาตัวอักษรในหน้าถัดไปแต่ก็ไม่เห็นอะไรสุดท้ายยอมแพ้ซ่อนมันไว้ใต้หมอนแม้จะไม่มีคนเห็นแต่เพื่อความสบายใจจึงทำเช่นนี้ ซินฉีสูดหายใจคล้ายกำลังจะเริ่มทำสงครามอย่างไรอย่างนั้นแม้จะมีใบหน้าเคร่งเครียดแต่ไม่อาจทำให้ความงดงามด่างพร้อยไปได้เพราะนางมีรูปโฉมงามล่มเมืองเหล่าสตรีต่างอิจฉาสาปแช่งให้อัปลักษณ์ไม่เว้นวันส่วนเหล่าบุรุษต่างหลงใหลจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับเพ้อหาซินฉีเดินไปยังห้องอาหารเห็นบิดามารดานั่งรออยู่ก่อนแล้ว กำลังคุยหยอกล้อสนิทสนมกระทั่งเห็นนางเดินมาพอดี“สีหน้าไม่ดีเลย ไม่สบายหรือ”เจียเหวินผู้เป็นมารดาเอ่ยถามบุตรีด้วยความเป็นห่วง ส่วนบิดาอย่างอี้เฉินยื่นมือมาสัมผัสหน้าผากทั้งยังสั่งให้คนต้มยาอย่างรีบร้อน“ท่านพ่อข้าไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่เมื่อคืนข้านอน







