Se connecterในยามบ่ายคล้อย หลี่เหลียนฮวาพาสะใภ้รองเดินทางออกนอกจวนโหว เพื่อไปตรวจตราดูความเรียบร้อยของกิจการค
ยามบ่าย สาวใช้ที่สวี่เยว่หรานส่งตัวออกไปสืบข่าวเรื่องของตระกูลรองของเสิ่นกั๋วกง ก็รีบเร่งฝีเท้ากลับมารายงานถึงข้อมูลเชิงลึกที่ไปสืบมาได้ทั้งหมดทันทีตามข้อมูลที่เสี่ยวหลินรายงาน ตระกูลเสิ่นในเมืองหลวงนั้น แท้จริงแล้วถูกแบ่งออกเป็นสองสายใหญ่ๆ แม้จะใช้สกุลเดียวกันและพำนักอยู่ใกล้ชิดกันในย่านขุนนางชั้นสูง ทว่ากลับมีการแยกบ้านออกจากกันอย่างเป็นทางการอย่างชัดเจนในส่วนของจวนกั๋วกงสายหลัก เป็นที่พำนักของเสิ่นกั๋วกงผู้นำตระกูล ร่วมกับบุตรชายคนโต เสิ่นผิงเฟย ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกง ซึ่งเป็นบิดาแท้ๆ ของเสิ่นซูหนานคุณหนูผู้เอาแต่ใจนั่นเอง ทางสายหลักนี้กุมอำนาจและผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของตระกูลไว้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสืบทอดบรรดาศักดิ์กั๋วกงต่อไปในอนาคตส่วนอีกสายหนึ่งคือจวนสายรอง ซึ่งได้ทำการแยกบ้านออกมาตามธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูลใหญ่ เมื่อบุตรชายเติบโตและต่างคนต่างมีหน้าที่การงานใหญ่โตจนเรือนเดิมเริ่มคับแคบ การแยกบ้านนี้มิได้เกิดจากความบาดหมางหรือการทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงสมบัติแต่อย่างใด หากแต่เป็นเพราะความเหมาะสมตามสถานะจวนสายรองนี
ภายในห้องนอนยามค่ำคืน โจวอวิ๋นเฟิงในวัยสิบเก้าปี ทอดกายเอนหลังพิงหัวเตียงด้วยท่าทีผ่อนคลาย หลังจากผ่านพ้นเรื่องราววุ่นวายภายนอกมาทั้งวัน ในขณะที่ภรรยาของเขากลับยังคงนั่งขมวดคิ้วอยู่ปลายเตียง สีหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิดอย่างหนัก“เกิดอะไรขึ้น ฮูหยินของข้าจึงทำหน้าเครียดเช่นนั้น วันนี้ไม่ได้ออกไปดูร้านค้าวันเดียว เจ้าอย่าเป็นห่วงนักเลย ผู้ดูแลร้านค้าเองก็มีฝีมือและวางใจได้ไม่น้อย”“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกเจ้าค่ะ” นางถอนหายใจออกมา ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่สาวใช้คนสนิทไปพบเจอมาที่ร้านอาหารให้โจวอวิ๋นเฟิงฟังอย่างละเอียด ทั้งพฤติกรรมอันเย่อหยิ่งจองหอง และชอบใช้อำนาจรังแกผู้อื่นของเสิ่นซูหนาน ซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงคู่หมั้นหมายของโจวอี้หยางโจวอวิ๋นเฟิงถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เมื่อฟังจบ เขายกมือขึ้นลูบศีรษะภรรยาเบาๆ อย่างปลอบโยน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง“เรื่องนี้ข้าเองก็เคยได้ยินมาเช่นกัน แต่เยว่หราน... การจะถอนหมั้นกับตระกูลกั๋วกงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย ใครต่างก็รู้ว่าตระกูลเสิ่นมีอิทธิพลมากเพียงใดในราชสำนัก ยิ่งไปกว่
เสียงจอแจภายในภัตตาคารชื่อดังกลางเมืองหลวงที่ฟังดูคึกคักยิ่ง กลับต้องสะดุดลงด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่ดังแทรกขึ้นมาเหนือเสียงพูดคุยทั้งปวงฟู่หลิงที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาสำรวจตลาดและหาข้อมูลอาหารจานยอดนิยมตามคำสั่งของผู้เป็นนาย กำลังนั่งรอขนมที่แสร้งสั่งกลับจวนเพื่อนั่งสำรวจข้อมูล ในขณะที่ส่งสาวใช้อีกคนไปสืบข้อมูลของร้านอื่นนางกวาดสายตาจดบันทึกราคาและรายการอาหารที่ขายดีที่สุดในร้านลงในสมุดเล่มเล็ก ทว่าสายตากลับต้องเบนไปหยุดอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างตัวใหญ่ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นร่างระหงในชุดอาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์สีสดใสกำลังยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งยโสและไม่ยอมใคร เสิ่นซูหนาน หรือที่ผู้คนในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดีในฐานะหลานสาวของเสิ่นกั๋วกง กำลังใช้นิ้วเรียวชี้หน้าเถ้าแก่เจ้าของร้านและลูกค้าโต๊ะข้างๆ ที่มาถึงก่อน นางกรีดร้องด้วยความไม่พอใจเนื่องจากโต๊ะริมหน้าต่างตัวที่ดีที่สุดถูกลูกค้ากลุ่มอื่นแย่งชิงไปก่อนหน้า“พวกเจ้าหูหนวกกันหมดหรืออย่างไร ไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร” หญิงสาววัยสิบหกย่างสิบเจ็
ภายในห้องโถงของเรือนรอง ฟู่หลิงวิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย“เกิดอะไรขึ้นหรือฟู่หลิง เหตุใดเจ้าจึงดูตื่นตระหนกนัก” สวี่เยว่หรานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัยสาวใช้สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะรีบรายงานเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ฟังมาจากคนขับรถม้าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฮูหยินเจ้าคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะเมื่อครู่นี้บ่าวเห็นรถม้าของโจวฮูหยินกลับมาถึงจวนด้วยบรรยากาศที่อึมครึม บ่าวจึงไปสอบถามคนขับรถม้ามา ได้ความว่า... วันนี้โจวฮูหยินเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมที่ตระกูลหลี่ เพื่อไปเจรจาขอร้องให้ใต้เท้าหลี่เลิกยุ่งเกี่ยวกับคุณชายรอง แต่ทางตระกูลหลี่กลับไม่ยอม โจวฮูหยินจึงหมดความอดทนและประกาศแตกหักกับตระกูลหลี่ต่อหน้าทุกคน เพื่อปกป้องคุณชายรองเจ้าค่ะ”สิ้นเสียงรายงานของสาวใช้ สะใภ้รองจวนโหวถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ทว่านางกลับไม่ได้รู้สึกตกใจหรือหวาดกลัวอย่างที่คิด ตรงกันข้าม ภายในอกกลับรู้สึกวูบไหวและเต็มไปด้วยความตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกสวี่เยว่หรานทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ทิศทางที่ตั้งของเรือนหล
ภายในเรือนรอง สวี่เยว่หรานกำลังนั่งใช้ความคิดอย่างจดจ่ออยู่เบื้องหน้ากระดาษแผ่นใหญ่ นางกำลังร่างรายการอาหารและสูตรลับเฉพาะสำหรับนำไปใช้ในภัตตาคารแห่งใหม่ที่นางและสามีเพิ่งตกลงร่วมทุนกับสหายสนิททั้งสองสำหรับหญิงสาวผู้มาจากโลกอนาคต คลังความรู้เรื่องอาหารในหัวของนางนั้นมากมายยิ่งนัก ทว่าการจะนำอาหารยุคปัจจุบันมาประยุกต์ให้เข้ากับรสนิยมและการบริโภคของคนในยุคโบราณนั้น จำเป็นต้องมีการคัดสรรและปรับรสชาติให้มีความกลมกล่อมลงตัวมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นของว่างทานเล่นกับสุรา อาหารจานหลักรสชาติจัดจ้าน หรือแม้แต่ซุปบำรุงร่างกายที่เคี่ยวจนหอมกรุ่น ทุกเมนูล้วนถูกคัดมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเปิดร้านแล้ว จะต้องสร้างความตื่นตะลึงให้กับแขกเหรื่อทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างแน่นอนหลังจากทบทวนรายการอาหารในกระดาษจนพอใจแล้ว มือเรียวของนางก็วางพู่กันลง หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเรียกสาวใช้คนสนิทที่ยืนคอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ไม่ห่าง“ฟู่หลิง เจ้าเข้ามานี่สิ”สาวใช้หน้าตาหมดจดและท่าทางคล่องแคล่วรีบก้าวเข้ามาประสานมือรับคำทันที “เจ้าค่ะฮูหยิน มีสิ่งใดจ
โจวฮูหยินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความอัดอั้นตันใจ นางกวาดสายตามองหน้าบิดาก่อนจะเอ่ยธุระของตนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น“ที่ลูกมาในวันนี้ ลูกมาเพื่อขอร้องท่านพ่อ ขอร้องให้ท่านหยุดยุ่งเกี่ยวและเลิกราวีโจวอวิ๋นเฟิงกับสกุลโจวเสียทีเถิดเจ้าค่ะ”เพล้ง! เสียงถ้วยชาถูกโยนลงพื้นห้องดังขึ้นหลี่เฉิงอี้ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด ใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองบุตรสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“เหลียนฮวา เจ้าพูดเหลวไหลอะไรออกมา นังลูกอกตัญญู!” หลี่เฉิงอี้ชี้หน้าด่าทอด้วยความเดือดดาล“เจ้าแต่งงานออกเรือนไปเป็นสะใภ้จวนโหว ไยจึงหันมาเข้าข้างคนนอก มากราบกรานให้บิดาตัวเองยอมจำนนต่อไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างโจวอวิ๋นเฟิงเล่า เจ้าเห็นแก่บุตรชายอนุคนนั้น มากกว่าเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตระกูลหลี่เราอย่างนั้นหรือ”แม้จะถูกบิดาตวาดกร้าวใส่ต่อหน้าบ่าวไพร่ โจวฮูหยินก็มิได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้“ลูกไม่ได้เข้าข้างคนนอก และ







