เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าทะยานออกจากไฟแดงแยกสุดท้ายก่อนจะเลี้ยวหัวรถเข้าไปในตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวง ยี่หวาต้องขับรถจากชานเมืองเข้ามาทำงานกลางเมืองแบบนี้เป็นประจำทุกวัน ทำให้เธอต้องเผื่อเวลาร่วมชั่วโมงเพื่อให้มาถึงทันเวลาเข้างาน แม้งานของเธอจะไม่มีวันหยุดตายตัวและสามารถโดนเรียกตัวได้ทุกเมื่อ แต่หญิงสาวก็ค่อนข้างเต็มใจเพราะค่าตอบแทนมันช่างสมน้ำสมเนื้อสวนทางกับอายุของเธอที่เป็นเพียงเด็กจบใหม่เท่านั้น
แขนเรียวรีบคว้าเอากระเป๋าถือข้างตัวขึ้นมาคล้องไหล่และก้าวลงจากรถ เธอก้าวขาฉับเดินไปตามทางเดินโดยไม่ลืมเช็กเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย ไม่นานนักลิฟต์ขนาดใหญ่ก็พาสาวสวยขึ้นมาถึงชั้นที่เป็นห้องทำงานของเอกอัครราชทูตประจำประเทศ
ติ๊ง!
ยี่หวาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ เธอหลับตานิ่งครู่หนึ่งพร้อมคลี่ยิ้มให้กับตัวเองแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน
“สวัสดีค่ะท่าน”
นัยน์ตาสวยมองชายมีอำนาจวัยห้าสิบปีที่กำลังนั่งอ่านเอกสารในมือ ผู้ชายที่นั่งอยู่กลางห้องคือ คุณภาสกร หรือเจ้านายของเธอ ท่านเป็นผู้อาวุโสสูงสุดในตำแหน่งเอกอัครราชทูต และเป็นคนที่ให้โอกาสเธอได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวโดยให้เหตุผลว่าเธอเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถ อีกทั้งยังสามารถพูดได้หลายภาษา และยังเชื่อมั่นมั่นใจในตัวเธอเพราะได้เห็นโปรเจกต์ที่เธอทำตอนเรียนมหาวิทยาลัย
“…อืม ไม่เคยมาสายเลยนะเรา”
ชายมีอายุแต่ยังคงความเนี๊ยบเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารในมือแล้วเหลือบตามองสาวน้อยวัยเพียงยี่สิบเอ็ดที่ทำงานเสมือนเลขาส่วนตัวมาใกล้จะครบหนึ่งปี
“ค่ะ ยี่หวาเผื่อเวลาเพราะช่วงเช้ารถค่อนข้างติด”
“อืม ขยันตั้งแต่อายุน้อย ๆ แบบนี้่ ยังไงก็ประสบความสำเร็จ”
“ขอบคุณค่ะ ท่านต้องการกาแฟหรือมีอะไรให้ยี่หวาช่วยไหมคะ”
“ไม่ล่ะ ออกไปเตรียมเอกสารเถอะ ตอนบ่ายเรามีประชุม”
ภาสกรส่ายหน้าช้า ๆ แล้วส่งยิ้มให้กับสาวน้อยตรงหน้าด้วยความเอ็นดู
“ค่ะท่าน”
คนตัวเล็กรับคำแล้วเดินออกไปจากห้อง เธอกลับไปนั่งประจำโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วจัดการเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อจัดเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมโดยไม่คิดว่อกแว่กหรือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นระหว่างวันเลย
20:00น.
ร่างบางนั่งอยู่ในรถไฟฟ้าที่พี่ชายไม่แท้ของเธอเป็นคนซื้อให้ หญิงสาวทิ้งตัวพิงกับเบาะรถแล้วถอดเสื้อสูทพร้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้ร่นลงมา หลังจากที่เธอเพิ่งเสร็จการประชุมและแยกย้ายกับภาสกรเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
“เหนื่อยชะมัด…กว่าจะถึงบ้านอีก”
ใบหน้าสวยเชิดขึ้นพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา ยี่หวาบ่นพึมพำกับตัวเองเพราะตั้งแต่ที่เธอเรียนจบและตกลงมาทำงานกับภาสกร ก็ไม่มีวันไหนเลยที่จะได้เลิกงานตรงเวลาอย่างพนักงานออฟฟิศคนอื่นเขา นี่แหละนะที่เรียกว่าไม่มีความสำเร็จไหนที่เราจะได้มันมาง่าย ๆ
แม้ร่างกายจะอ่อนล้าและมีความรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาบ้าง แต่ยี่หวาก็ไม่เคยคิดจะลาออกหรือเลิกทำงานหาเงินด้วยตัวเอง เธอไม่อยากนั่งกินนอนกินใช้เงินพ่อแม่ หรือเงินของพี่จาเมลไปวัน ๆ อย่างคนไร้ประโยชน์
คนตัวเล็กกลับมานั่งตัวตรงแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัว ไม่นานนักรถไฟฟ้าก็เคลื่อนตัวออกไปจากลานจอดรถมุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อไปหาพี่ชายของตน
กึก!
เธอใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิด ๆ ก็พาตัวเองมาอยู่ภายในอาณาเขตของจาเมล ยี่หวามองรั้วไฟฟ้าเลื่อนปิดด้วยระบบอัตโนมัติก่อนจะดับเครื่องยนต์แล้วยื่นแขนไปเกี่ยวเอากระเป๋าถือติดตัวมาด้วย นิ้วเรียวกดรหัสเข้าบ้านที่มีแค่เธอกับจาเมลรู้กันสองคนแล้วแทรกตัวเองเข้าไปด้านใน
จมูกเล็กดมฟุดฟิดทันทีที่ตัวของเธอพ้นเข้ามาในบ้าน กลิ่นหอมของอะไรบางอย่างกำลังฟุ้งกระจายจนทั่วทำให้ร่างบางรีบเดินตรงไปที่ห้องครัวก็เห็นว่าชายเจ้าของบ้านกำลังยืนอยู่หน้าเตาประกอบอาหาร
“แฮ่! พี่ทำอะไรกินอ่า หอมจัง ~”
จาเมลไม่ได้มีอาการตกใจที่อยู่ดี ๆ ก็มีคนมาจับเขาจากด้านหลัง แต่มือยี่หวาที่กำลังจับอยู่ข้างลำตัวแกร่งทำให้ชายหนุ่มชะงักการกระทำของตัวเองลงแล้วหลุบตามองมือเล็กแทน นัยน์ตาคมกลับมาสนใจกระทะตรงหน้าแล้วหมุนวาล์วปิดระบบไฟฟ้าพร้อมหันหน้ากลับไปเผชิญกับน้องสาวที่อาศัยร่วมบ้านกัน
“…จะไม่ปล่อยรึไง”
จาเมลมองใบหน้าสวยไม่วางตา เขาใช้สายตามองไปที่มือของยี่หวาที่ตอนนี้มันก็ยังวางอยู่ที่เดิม ทำให้ร่างกายของทั้งคู่เบียดแนบชิดกันอย่างไม่มีทางเลือก
“จับนิดจับหน่อยไม่ได้เลยเหรอ พี่ไม่มีแฟนสักหน่อย ไม่น่ามีใครหวงหรอก”
ยี่หวาทำลอยหน้าลอยตาและยังไม่คิดจะเอามือออก แถมเธอยังจงใจแทรกตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนไม่รู้เลยว่าตอนนี้หน้าอกนิ่ม ๆ ของตนเองกำลังเบียดเข้าหาร่างแกร่ง
“…อะ ออกไปน่า ไม่กินข้าวไง๊”
ลมหายใจของผู้ชายตรงหน้ากระตุกเล็กน้อยเพราะถ้ามองจากส่วนสูงของเขาตาคมจะไม่สามารถเบี่ยงตาหลบก้อนเนื้อขาว ๆ ที่กำลังเบียดชิดให้เห็นเป็นร่องได้เลย จาเมลเลยดันยี่หวาออกห่างโดยไม่ลืมกระชากเสื้อเชิ้ตที่แหวกออกจากกันเข้ามาปิดให้คนตัวเล็กแล้วชิ่งเดินออกจากห้องครัวไปก่อน
“อะไรของพี่จาเมล…”
เสียงหวานพึมพำก่อนจะหมุนตัวเดินตามคนตัวสูงไป เธอเดินตามกลิ่นอาหารที่จาเมลเป็นคนทำ ทุกครั้งที่กลับจากทำงานก็จะมีเขาเนี่ยแหละที่คอยทำอาหารรอ และนั่งกินข้าวด้วยกันทุกวัน
“ขอบคุณค่ะ อื้ม! อาหร่อยยย”
คำแรกเข้าปากเธอก็ส่งเสียงชื่นชมออกมาทันที ทำให้ผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องเงยหน้าออกจากจานอาหารขึ้นมามองเธอแทน
“เว่อร์”
“อร่อยจริงๆ พี่ทำอาหารเก่งมาก มีอะไรที่พี่ไม่เก่งบ้าง”
“ไม่มี…แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่อย”
จาเมลตอบเสียงเข้มแล้วดึงตาหลบอีกครั้งเมื่อยี่หวาโน้มตัวมาหาเขาจนหน้าอกของเธอทะลักออกมาอีกหน
“แค่นี้เอง ทำมารังเกียจ อย่าให้รู้ว่าไปดูของสาว ๆ นะ”
เธอทำหน้าน้อยใจกลับไปแล้วใช้มือรวบเสื้อแบบลวก ๆ เพราะเข้าใจว่าคนตรงหน้าไม่อยากจะมองมัน
“พูดมาก กินเข้าไป”
“ชิ!”
ปากเล็กคว่ำก่อนจะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่หนุ่มหล่อหน้านิ่งที่ตอนนี้ก้มหน้าลงไปจัดการกับผัดมักกะโรนีของตัวเองแล้ว เธอเลยได้ทีเบ้ปากใส่เขายกใหญ่ก่อนจะหันมาสนใจยัดอาหารตรงหน้าเข้าท้องไปบ้าง ไม่นานนักจาเมลก็เป็นฝ่ายลุกออกจากโต๊ะก่อนโดยทิ้งจานเปล่าไว้ให้เธอล้างแล้วเดินหนีขึ้นบ้านไป
“อะไรของเขา วันนี้ดูไม่ค่อยจะสบตากันเลย…มีพิรุธแฮะ”
ยี่หวาพูดเสียงไม่ดังมากนักตามคนตัวสูงที่กำลังเดินขึ้นบันได เธอมองตามแผ่นหลังกว้างแล้วหรี่ตาลงอย่างคนจับผิด คนตัวเล็กกินต่ออีกไม่ถึงห้านาทีก็จัดการกับอาหารของตัวเองเสร็จโดยไม่ลืมหยิบเอาจานเปล่าของเชฟประจำบ้านเข้าไปล้างในครัวด้วย
ตึก ตึก ตึก
เท้าเรียวลงน้ำหนักช้า ๆ ไปตามขั้นบันได พอท้องแน่นตึงเต็มไปด้วยอาหารการเคลื่อนไหวของเธอก็ช้าลงไปถนัดตา ยี่หวาพาตัวเองเดินขึ้นห้องด้วยท่าทางอิดโรย มือบางยื่นไปจับลูกบิดประตูเตรียมจะเปิดเข้าห้องแต่เสียงกุกกักจากห้องข้าง ๆ กลับดังขึ้นมาเสียก่อนทำให้เธอต้องชะงักมือแล้วหันหน้าไปมอง
กริ๊ก!
“…”
“…”
นัยน์ตาสวยแอบเบิกโพลงเล็ก ๆ เมื่อชายเจ้าของบ้านเดินออกมาจากห้องนอนของเขาด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ร่างกายผู้ชายที่เธอเพิ่งเคยจะได้เห็นมันกับตาเนื้อเป็นครั้งแรกตั้งแต่แตกเนื้อสาว ทำเอาลมหายใจของสาวสวยวัยยี่สิบเอ็ดขาดช่วงไปเหมือนกัน
สองสายตาสบประสานกันนิ่งก่อนที่มือหนาจะเคลื่อนลงไปคลายผ้าตรงเอว จาเมลสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างของเขาที่มันกำลังพองขยายขึ้น ใบหน้าหล่อคงสีหน้าท่าทางได้เป็นปกติและพอจะรับรู้ได้ว่าสาวน้อยตรงหน้ากำลังรู้สึกแปลก ๆ ไม่ต่าง
ปึง!
“…ร้อน ทำไมห้องฉันร้อนแบบนี้”
ยี่หวากระแทกประตูปิดเสียงดัง หลังจากที่เธอตัดสินใจหลบหน้าเขาเข้ามาดื้อ ๆ มือเล็กยกขึ้นมากระพือคอเสื้อตัวเองเมื่อร่างกายรู้สึกร้อนระอุแบบไม่มีสาเหตุ…
“นี่นายนัดฉันมาเพราะอยากเจอ หรือนัดมาเพื่ออวดแฟนกันแน่?” ยี่หวาถาม เธอมองไทก้าป้อนอาหารให้แฟนสาวของเขาโดยไม่ได้สนใจเพื่อนอย่างเธอที่เขาเป็นคนชวนออกมากินข้าวเลยสักนิดเดียว “…อวด หยอก ๆ ก็คนมันคลั่งรักอะ” “จ้าาา” เธอจีบปากจีบคอก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้เนร่า แฟนสาวไทก้าที่ได้เธอเนี่ยแหละคอยให้คำปรึกษาไอ้หนุ่มลูกครึ่งจนชนะใจสาวใบหน้าสะสวยได้สำเร็จ ยี่หวาส่ายหน้าไปมาพร้อมอมยิ้มมุมปาก เมื่อเพื่อนสนิทของเธอได้มีความรักดี ๆ ที่เขาคู่ควร และเหมาะสม “ก่อนจะมาเป็นแฟนเนร่า ไทก้าต้องเจ้าชู้มาก ๆ เลยใช่ไหมคะ?” เนร่าถามเธอแล้วหันไปมองหน้าไทก้าด้วยสายตาจ้องจับผิด “ใช่ค่ะ ๆ เจ้าชู้มากกกกเลย” “เฮ้ย! ทำไมตอบงั้นอะยี่หวา ฉันไม่เคยทำตัวไม่ดีเลยนะ เนร่าอย่าไปฟัง” หนุ่มลูกครึ่งถลึงตาแล้วรีบยกมือปิดหูแฟนสาวตนเองไว้ เขาอ้าปากตำหนิเธอไม่ว่างเว้นส่วนยี่หวาก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาเสียงดังอย่างคนสะใจ “ฮ่า ๆ ล้อเล่นนะคะ…ไทก้าประพฤติตัวดีมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันเลยค่ะ สบายใจได้” เธอรีบแก้ต่างแล้วพูดยืนยันหนักแน่นด้วยค
“ขอบคุณพี่มาก ๆ เลยนะ” ยี่หวาเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่กำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว เธอไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วเอียงคอชะเง้อมองหน้าจาเมล “…ขอบคุณอะไรบ่อยขนาดนั้น” ใบหน้าหล่อหันกลับมาถามโดยที่มือยังไม่ละจากภารกิจตรงหน้า “…ขอบคุณทุกเรื่องเลย แต่ไม่รู้จะตอบแทนพี่ยังไง พี่รวยจนซื้อทุกอย่างด้วยตัวเองได้ ยี่หวาเลยไม่รู้จะให้อะไรตอบแทนทุกสิ่งที่พี่ทำให้” เธอบอกเขาไปตามความรู้สึกที่มี คนตัวเล็กตื้นตันและรู้สึกอุ่นใจที่มีจาเมลคอยเคียงข้าง คอยช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้เขาเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต เธอคงไม่สามารถผ่านมันมาได้อย่างแน่นอน ขนาดปัจจุบันที่เวลาล่วงเลยไปเป็นเดือนแล้วตั้งแต่ได้ความทรงจำกลับคืนมา แต่ในใจลึก ๆ เธอยังมีความเศร้าโศกหลงเหลืออยู่ จนบางครั้งที่ทนไม่ไหวยังแอบนอนร้องไห้คนเดียวเป็นประจำ “…มีสิ วิธีตอบแทนพี่น่ะ” นัยน์ตาสวยกำลังจะหม่นลงจากความคิดภายในใจ แต่เธอต้องละทิ้งความเจ็บปวดไปเมื่อจาเมลหันมาใช้มือเชยคาง มือเปียก ๆ ของเขาส่งต่อความเย็นลงบนใบหน้าสวย “วิธีไหน?” “…มาหาพี่ที่ห้องตอนสามทุ่ม เดี๋ยวจะบ
“ฮึก ฮึก…ฮืออ” มือหนากุมมือสาวน้อยข้างตัวไว้ตลอด เขาใช้มือเพียงข้างเดียวในการประคองรถพลันหน้าหล่อก็คอยหันมองคนตัวเล็กอยู่เป็นระยะด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ตลอดทางที่ชายหนุ่มพายี่หวากลับบ้านเขาได้ยินแต่เสียงสะอื้นไห้ออกมาจากเธอ จนบางครั้งเสียงเศร้าโศกที่จาเมลได้ยินก็พานทำให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ว่ายี่หวาจะร้องไห้จนสลบไปเหมือนเมื่อสามวันก่อน “…อยากกินอะไรหน่อยไหม” จาเมลเอ่ยถามเมื่ออีกไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรข้างหน้าก็จะถึงซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าหมู่บ้าน ยี่หวาไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมา เธอทำเพียงส่ายหน้าให้แทนคำตอบ ตาสวยบวมเป่ง เธอเริ่มปวดแสบเบ้าตาหลังจากร้องไห้มาเป็นระยะเวลานาน ยี่หวายกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออก เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพยายามกลั้นน้ำตาที่เหลือไว้ เธอช่วยชีวิตพ่อกับแม่ตัวเองไว้ไม่ได้ แต่อย่างน้อย ๆ เธอก็กำหนดชะตาชีวิตของฆาตกรได้… ใบหน้าสวยพยักช้า ๆ กับตัวเอง แม้จะไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ แต่สิ่งที่จาเมลให้เธอได้ตัดสินใจด้วยตัวเองในวันนี้ ทำให้เธอเหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจ “…พี่เราเรื่องทั้งหมดให้ฟังห
“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม” จาเมลถามยี่หวาที่กำลังตักโจ๊กเข้าปาก เขาไล่ตามองสังเกตใบหน้าสวยที่ตอนนี้กลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง หลังจากที่คนตัวเล็กนอนซมไข้ไปสามวันตั้งแต่รู้ความจริงเรื่องคนในครอบครัว “…ทำไมพี่ไม่บอกยี่หวา” ตาคมจ้องนิ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตรงหน้าถามเขาแบบนี้ และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จาเมลเลือกที่จะเงียบไม่ตอบอะไร “รักษาตัวเองให้หายดีก่อนแล้วจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง” คนตัวสูงพูดเสียงเรียบ เขาพยักเพยิดหน้าแทนการบอกให้ยี่หวาจัดการมื้อเช้าตรงหน้ากับยาลดไข้ที่วางอยู่ข้างตัวเสียก่อน “ยี่หวาหายดีแล้ว พี่พูดมาเลย” เธอยืนกรานเสียงแข็ง วันนี้เธอจะไม่ยอมให้จาเมลได้บ่ายเบี่ยงอีก “…โอเค กินโจ๊กนั่นให้หมดแล้วก็กินยา ทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดออกคำสั่ง เขาเห็นว่าสายตายี่หวายังมีอาการต่อต้านแสดงออกมา แต่ท้ายที่สุดร่างบางก็ยอมก้มหน้าก้มตากินมื้อเช้าของตนเอง ไม่นานนักคนตัวเล็กก็ตรงขึ้นห้องก่อนจะกลับลงมาในเวลาอันสั้น “เราจะออกไปข้างนอกเหรอ” ทันทีที่ปลายเท้าเรีย
“…ไม่จริงใช่ไหม คะ แค่ภาพหลอนรึเปล่า” ใบหน้าสวยอาบไปด้วยคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวนั่งกับพื้นโดยที่มือพยายามจับประตูเอาไว้เพราะกลัวตัวเองจะหัวฟาดไปเหมือนเมื่อหกปีก่อน คนตัวเล็กไม่มั่นใจว่าความทรงจำที่เธอเพิ่งได้คืนกลับมา มันจะใช่เรื่องจริงหรือเปล่า อาจเป็นเพียงภาพหลอนก็ได้ หรือแค่เธอยังไม่อยากยอมรับความจริงเท่านั้นเอง ยี่หวายกหลังมือเช็ดคราบน้ำบนหน้า ใบหน้าสวยพยักขึ้นลงกับตัวเองแล้วค่อย ๆ จับรั้งประตูเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ร่างแบบบางโอนเอนไม่เป็นปกติ เธอจับประตูไว้แน่นเมื่อรู้สึกถึงอาการหน้ามืดแทรกเข้ามา คนเดียวที่จะให้คำตอบเธอได้คงมีแต่จาเมลเท่านั้น ต้องกลับไปถามเขา… คิดได้ดังนั้นยี่หวาก็หมุนตัวเดินออกจากบ้าน เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีก ใจดวงเล็กยังไม่พร้อมเผชิญเรื่องราวเลวร้ายเพียงลำพัง “…พื้นที่ตรงนี้ไม่อนุญาตให้เข้านะครับ คุณใช่ลูกบ้านรึเปล่า?” เสียงผู้ชายดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ยี่หวาที่กำลังจะเปิดประตูรถต้องดึงมือออกแล้วหันหน้าไปตามทิศทางของเสียง เธอมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านกับจักรยานที่เขากำลังคร่อมมัน
รถไฟฟ้าขับพ้นบ้านหรูมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เธอคุ้นเคยดีสมัยเมื่อหกปีก่อน ยี่หวาเงียบตลอดทางในหัวเธอตีกันยุ่งจนไม่สามารถจับต้นชนปลายอะไรได้ มีเพียงเสียงจากเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้นที่มันกำลังส่งเสียงออกมาท่ามกลางความเงียบ หน้าสวยไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ฉายบนใบหน้า เธอไม่ได้เร่งรีบหรือร้อนใจอย่างที่ควรจะเป็น แต่ใจของสาวน้อยกลับนิ่งเสียจนน่ากลัว กลัวว่ามันจะช็อกไปดื้อ ๆ เธอพยายามทำใจให้สงบแล้วไม่คิดฟุ้งซ่านกับสิ่งต่าง ๆ ที่เธอได้รับรู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า แขนเรียวหักพวงมาลัยรถเลี้ยวไปตามถนน ไม่นานนักรถไฟฟ้าก็พาเธอขับเข้าไปในหมู่บ้านที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสุขของครอบครัวเธอ สิ่งเดียวที่จะยืนยันได้ว่าเรื่องที่เธอเพิ่งรู้เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ คงมีเพียงบ้านเก่าที่จาเมลบอกว่าครอบครัวเธอปล่อยขายไปแล้วตั้งแต่ตอนที่พ่อกับแม่ตัดสินใจย้ายไปประจำที่สวีเดน หรืออย่างน้อย ๆ เธอคงได้รู้เรื่องราวจากบ้านหลังข้างเคียงบ้างว่าเมื่อหกปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่… ยี่หวาขับผ่านบ้านหลังต่าง ๆ ภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ เธอมองบรรยากาศรอบตัวที่ดูอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก แถมบางหลังยั
03:00น. ก๊อก ก๊อก…ก๊อก ก๊อก คนตัวเล็กถูกปลุกจากฝันหวานกลางดึก เสียงที่ดังมาจากประตูห้องทำให้สาวสวยต้องจำใจตื่นขึ้นมา ยี่หวายันตัวนั่งแล้วมองไปที่ประตูห้องนอนตนเอง ใบหน้าสวยฉายความงุนงงไม่น้อยเมื่อเห็นเวลาบนหน้าจอมือถือที่เพิ่งเข้าเช้าวันใหม่มาไม่กี่ชั่วโมง แต่เธอก็ยอมลุกออก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “…ขอโทษค่ะ” คนตัวเล็กสะดุ้งแล้วรีบถลึงตัวลุกขึ้นยืนก้มหัวให้กับภาสกร เธอมองมือชายสูงวัยวางอยู่บนโต๊ะ หลังจากที่เขาเพิ่งเคาะมันลงบนโต๊ะทำงานแทนการเรียกเธอ เมื่อเห็นว่าสาวสวยเอาแต่จดจ่ออยู่กับงานจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัว “ขอโทษที่ตัวเองตั้งใจทำงานเหรอเร
“…สงสัยจะลืมไว้บนรถ เฮ้อ แก่แล้วมันไม่ดีแบบนี้นี่แหละ” เสียงของชายวัยห้าสิบปีบ่นออกมาหลังจากคลำมือจนทั่วเสื้อสูทตัวหนาก็ไม่พบเอกสารสำคัญที่เขาลืมถือมันมาด้วย ภาสกรถอนหายใจพลันส่ายหน้าเอือมระอากับความขี้หลงขี้ลืมของตัวเองแล้วทำท่าจะลุกขึ้นยืน “ไม่เป็นไรค่ะท่าน เดี๋ยวยี่หวาไป
“ที่บ้านจะมีอะไรกินน้า…” ยี่หวานั่งตัวชิดกับพวงมาลัยรถพลันนิ้วเรียวก็เคาะลงบนอะไหล่กลม ๆ นั้นไปด้วย วันนี้เธอเลิกงานเลทตามปกติแต่ไม่รู้ทำไมรถถึงไม่ติดอย่างเช่นทุกวัน ทำให้เธอน่าจะถึงบ้านก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะอีกไม่ถึงสองกิโลเมตรพอพ้นไฟแดงนี้ไปก็จะได้เลี้ยวเข้าหมู่บ้านแล้ว







