Mag-log inนางก้มหน้าลงด้วยความตื่นตระหนก ซูหนานไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงเดินจากมา ไม่นานคนของท่านอ๋องก็มาตามให้เขาไปดูศัสตราวุธที่ได้รับจากอาณาจักรเฟิงหยวน ทั้งหมดล้วนเป็นของชั้นดีที่จะช่วยให้เมืองถงหรงแข็งแกร่งขึ้น
กระนั้นแววตาของเจ้าสำนักฉือหงก็ไร้แววยินดี
เพราะอาวุธที่ได้รับนี้อาจจะแลกมาด้วยชีวิตของลูกสาวของเขา
“ไม่ใช่ของดีหรือ”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ ทั้งหมดล้วนเป็นของดีโดยเฉพาะกระบี่เล่มนี้ นี่คืออาวุธระดับจิตวิญญาณ”
อาวุธระดับจิตวิญญาณต่างจากอาวุธสามัญตรงที่มันมีจิตนึกคิด หากอยู่ในมือของผู้ฝึกกระบี่และมีพลังยุทธ์จะต้องสำแดงอานุภาพที่ร้ายกาจแน่
“อาวุธระดับจิตวิญญาณ” ท่านอ๋องหยิบกระบี่ขึ้นมาพิจารณา ไม่คิดว่าอาณาจักรเฟิงหยวนจะใจกว้างถึงเพียงนี้
โดยปกติอาวุธระดับจิตวิญญาณก็หายากอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงยุคล่มสลาย “ไม่รู้ว่านับเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ที่พวกเขาใจกว้าง”
ดี ที่ได้อาวุธระดับนี้มาครอบครอง
ที่ไม่ดีคือ เหตุใดเขาถึงมอบอาวุธระดับนี้ให้
เป็นหลักประกันว่าซูเนี่ยนจะอยู่รอดปลอดภัย หรือเป็นของที่ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับนาง พวกเขาจะได้ไม่ทวงถาม
“ท่านพ่อ”
กระบี่ถูกลดลง ท่านอ๋องหันไปมองบุตรชายเล็กน้อยแต่ไม่ตรัสคำใด
เว่ยชิงชานคงรู้เรื่องที่ซูเนี่ยนจากไปแล้ว
“กระบี่เล่มนี้มอบให้เจ้าจัดการ”
ซูหนานมองท่านอ๋องห้า กระบี่ถูกยื่นมาตรงหน้าเขาไม่ใช่ซื่อจื่อ “เนี่ยนเอ๋อร์เคยกล่าวว่าศิษย์พี่ใหญ่ของนางเชี่ยวชาญวิชากระบี่ที่สุด”
“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“กระบี่เล่มนี้ หากไม่ใช่เพราะนางก็คงไม่ได้มาครอบครอง เช่นนั้นก็สมควรมอบให้คนที่นางเห็นว่าเหมาะสม”
ซูหนานพยักหน้าและรับเอากระบี่ระดับจิตวิญญาณมาถือไว้ เขาไม่ได้มองเว่ยชิงชาน ความจริงอีกฝ่ายก็เป็นผู้ฝึกฝนวิชากระบี่เช่นกัน นี่เป็นการตัดสินพระทัยของท่านอ๋อง
รับกระบี่มาแล้วนายท่านตระกูลซูก็ไม่ได้รั้งอยู่ต่อ
“ที่ป้อมปราการที่สาม ต่อจากนี้เจ้าต้องเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ” เว่ยชิงชานละสายตาจากกระบี่ที่ซูหนานรับไป ก่อนจะมองพระบิดาที่มีรับสั่ง
ตั้งแต่เกิดโรคระบาดและซากศพกลับมามีชีวิต กำแพงเมืองแทบทุกเมืองก็ถูกเสริมให้แน่นหนาแข็งแรง ที่เมืองถงหรงทุกช่วงเวลามีทหารคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามดูแลความเรียบร้อย นอกจากนั้นก็จะมีผู้ฝึกยุทธ์ประจำอยู่ที่ป้อมปราการ
กำแพงทางใต้คนที่คอยดูแลอยู่ก็คือซูเนี่ยน
นางเป็นผู้ฝึกยุทธ์ อีกทั้งยังเก่งกาจมาก ระดับพลังอยู่ที่ขั้นห้าเทียบเท่ากับเขา
เพราะแบบนี้เมื่อบิดามีรับสั่งให้ดูแลทางทิศใต้เว่ยชิงชานจึงไม่กังวล “ขอรับท่านพ่อ”
“ส่วนเรื่องสตรีของเจ้า รอให้ผ่านพ้นช่วงสัตว์คลุ้มคลั่งไปก่อน ถึงตอนนั้นคิดอยากจะแต่งนางมาแทนที่เนี่ยนเอ๋อร์ ข้าก็จะไม่ห้ามปราม”
“แต่กว่าจะผ่านพ้นช่วงสัตว์คลุ้มคลั่งก็หลายเดือนนะขอรับ”
“เจ้ารอไม่ได้เลยรึ” แววตาที่มองมานอกจากผิดหวังยังเสียใจ “เช่นนั้นลองออกจากจวนแล้วฟังคำวิจารณ์ของชาวเมืองดู หากดันทุรังรับนางเข้ามาคิดว่าผลจะเป็นเช่นไร”
“...”
“ไม่รู้สึกผิดไม่พอ ยังรีบร้อนหาคนมาแทนที่นาง”
“ท่านพ่อ”
“สำนึกถึงความเสียสละของนางเสียชิงชาน หากเรื่องเพียงเท่านี้เจ้ายังคิดไม่ได้ ตำแหน่งซื่อจื่อก็ไม่คู่ควร!”
ไม่เคยมีสักครั้งที่อ๋องห้าจะต่อว่าบุตรชายอย่างหนักหน่วงถึงเพียงนี้ ในสายตาเขาแม้ว่าทั้งซูเนี่ยนกับซูเจินเจินจะเป็นคุณหนูตระกูลซูเช่นเดียวกัน แต่คนที่เหมาะสมจะเป็นชายาเอกมีเพียงซูเนี่ยน
ตำแหน่งชายา ใช่ว่าใครอยากเป็นก็เป็นได้
สตรีผู้นั้นต้องเหมาะสม ฉลาดและรู้จักปกครองคน
และในสายตาของท่านอ๋องแล้ว คุณหนูรองตระกูลซูไม่มีคุณสมบัตินั้น
การมาของซูเนี่ยนช่วยให้เมืองถงหรงกลับมาสงบสุขได้ทันที นางช่วยขับไล่สัตว์ป่าให้ถอยร่นไปแม้จะไม่ได้จากไปตลอดกาลอย่างไรก็กลับมาแต่นี่ก็ทำให้พวกเขามีเวลาได้พักหายใจและสร้างเกราะป้องกันเพิ่มป่าโดยรอบถูกถางออกทำให้ไม่มีพื้นที่ลับสายตา กำแพงถูกขยายกว้างและแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้นหลังจากการมาของนางและการตอบโต้เอาคืนของเจียงเทียนอี เมืองหลวงไม่มายุ่งวุ่นวายกับเมืองถงหรงอีกรู้แล้วว่าไม่อาจแตะต้องได้นี่เป็นผลพวงที่พวกเขาได้รับจากการแต่งงานของซูเนี่ยนเจียงเทียนอีพับเก็บกระดาษ ซูเนี่ยนเขียนจดหมายมาหา กล่าวว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สามแล้ว ให้เขาเร่งหาภรรยาได้แล้ว แต่ชายหนุ่มตอนนี้ทุ่มเทแรงกายและใจปกป้องเมืองถงหรงเป็นอย่างดี ไม่มีเวลามองหาสตรีใดเขาเขียนจดหมายบอกนาง ทั้งเรื่องที่ตัวเองยังไม่คิดจะมีภรรยาและเรื่องที่ศิษย์พี่หญิงของนางกำลังจะแต่งงานกับศิษย์น้องสามกงเพ่ยจวินช่วยดูแลเย่วหลิงอันตลอดช่วงเวลาที่นางพักรักษาตัวจนเกิดเป็นความรัก ทั้งสองได้ครองคู่กันอีกเรื่องคือตอนนี้เว่ยชิงชานมีลูกแล้ว แต่ลูกคนแรกไม่ได้เกิดจากซูเจินเจินแต่เกิ
ร่างบางถูกฉุดกระชากไม่นานก็ล้มลง รอบข้างเมื่อได้ยินว่านางว่าร้ายพระชายาก็เข้ามาผสมโรง บางคนก็ด่าทอ บางคนก็ขว้างปาข้าวของใส่การกระทำที่ไม่รู้จักคิด เพียงหึงหวง สุดท้ายชื่อเสียงของนางก็ป่นปี้ไม่ต่างอะไรจากเหยาลู่ลู่ฮูหยินผู้เฒ่าเหยาเป็นลมไปทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวหลานสาวของนางแต่ละคนล้วนใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น หญิงชราท้อใจนักกว่าที่ซูเนี่ยนจะได้ยินเรื่องราวนี้ก็ผ่านไปเกือบสามวันแล้ว ซึ่งนางก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพียงไม่เข้าใจว่านางไปสร้างความขุ่นเคืองอะไรให้ทางนั้นจนกระทั่งคิดได้ว่า อาจจะเป็นเพราะสือหวนจงตอนนั้นหญิงสาวเริ่มโกรธเคือง ทั้งคุณหนูตระกูลเหยา หลิวชิ่นหรู หรงมู่ตาน ดูเหมือนสามีของนางช่างเป็นที่ต้องตาของเหล่าคุณหนูเสียจริง คิดว่าหมดสิ้นแล้วหลังจากหลิวชิ่นหรูแต่งงานไป หรงมู่ตานก็เช่นกัน อีกทั้งความสัมพันธ์ของนางกับบิดาก็ย่ำแย่ เพราะเขารู้แล้วว่านางเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องชายต้องเจ็บตัว คุณชายหรงมีบาดแผลไฟไหม้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ เหยาลู่ลู่เองก็ออกเรือนหลังจากนั้นไม่นาน นางไม่ได้แต่งเข้าราชวงศ์ดั่งหวัง แต่ได้แต่งกับนายกองผู้หนึ่ง ส
ตั้งแต่มาอยู่ที่แดนใต้ไม่บ่อยนักที่ซูเนี่ยนจะได้ต่อสู้ หนึ่งเพราะสือหวนจงหวงนางมากราวกับไข่ในหินและสองเหล่าทหารแดนใต้ล้วนแข็งแกร่ง ไม่มีเหตุจำเป็นเลยที่ซูเนี่ยนต้องออกไปสู้ด้วยตนเอง ถึงอย่างนั้นซูเนี่ยนก็ยังอยากมีส่วนช่วย นางเริ่มด้วยการสลักอักขระลงบนชุดเกราะให้เหล่าทหาร สนับสนุนเรื่องอาหารและสมุนไพร ดูแลอาชีพเพิ่มรายได้ ช่วยให้อยู่สุขสบายกันมากยิ่งขึ้นแม้ภายนอกจะมีพวกสัตว์ประหลาดที่เพิ่มจำนวนทุกวัน แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกันพระชายาสี่เป็นที่รักของชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่กำแพงใต้มาก ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ ก็ช่วยส่งเสริมให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น ถึงอย่างนั้นเมื่อมีหลายสายตาจับจ้อง คนที่ไม่ชอบนางก็ต้องมี“ช่วงนี้พระชายาสี่เดินทางไปที่ค่ายทักษิณแทบทุกวัน นี่รบกวนการฝึกของทหารเป็นอย่างมาก”“ผู้ใดบอกเจ้าว่ารบกวน?” เมื่อมีคนพูดก็มีคนหันมามองคนที่พูดก็คือคุณหนูตระกูลเหยา เหยาหลาน หลังจากที่เผิงลี่เหยียนล่วงเกินพระชายาสี่ ผลกระทบไม่ได้ตกที่เหยาลู่ลู่เพียงเท่านั้น นี่ทำให้คุณหนูตระกูลเหยาคนอื่นเสียชื่อเสียงไปด้วยเ
ซูเนี่ยนแทบหลั่งน้ำตาไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางท้องง่ายเกินไป หรือเพราะสือหวนจงขยันเกินไป เขาทำทุกวันและทุกครั้งที่มีโอกาส นางแทบไม่ได้พัก แม้บางครั้งจะเป็นตัวนางที่เป็นฝ่ายกระทำ แต่เขาก็ทำมากกว่าซูเนี่ยนเคยคิดว่าสือหวนจงอยู่ใกล้ชิดกับนางมากไป เขาจะเบื่อหน่ายหรือไม่ จนกระทั่งมีลูกคนที่ห้าอีกฝ่ายก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และดูจะหนักหนากว่าเดิมองค์ชายสี่หวงแหนพระชายามาก จนเป็นที่เลื่องลือที่น่าเศร้ากว่านั้นลูกชายออกมาห้าคน เหมือนสามีนางทุกคนราวกับพิมพ์เดียว เด็ก ๆ ตัวใหญ่ได้พ่อมีร่างกายแข็งแรงกำยำ กระทั่งดวงตาก็ยังดุดันไม่แพ้กัน เดินเรียงมาห้าคนไม่มีผู้ใดเหมือนนางสักคน ซูเนี่ยนเริ่มน้อยใจ เด็กทั้งห้าล้อมหน้าล้อมหลังดั่งองครักษ์พิทักษ์นาง ผู้ใดก็เข้าใกล้ไม่ได้ มีสือหวนจงเป็นผู้นำทัพหน้าเหมือนไม่เท่าไรนิสัยยังเหมือนกันมากแต่สุดท้ายสวรรค์ก็เข้าข้าง ลูกคนที่หกคลอดออกมาเป็นสตรี ที่เหมือนกับซูเนี่ยนทุกประการทั้งหน้าตาผิวพรรณและความงามล้ำสือหวนจงตอนเห็นบุตรสาวถึงกับคิ้วกระตุก เตรียมฝึกวิชากระบี่ให้ลูกชายเพื่อจะได้ปกป้องน้องสาวให้ดี เขาหวงแหนพระชาย
ซูเนี่ยนฝันว่านางจะมีบุตรหกคน ตอนแรกคิดว่าเรื่องนั้นคงจะอีกยาวนานที่ไหนได้กลับมาจากถงหรงไม่กี่วัน หญิงสาวก็เป็นลมล้มพับไป หมอหลวงเร่งเดินทางมาที่จวนแม่ทัพ ทุกคนเป็นกังวลจนนั่งไม่ติดตั้งแต่นายยันบ่าวการที่จวนแม่ทัพมีพระชายา นี่เปลี่ยนความมืดมนให้สดใส พวกเขาไม่ต้องการสูญเสียพระนางไปสือหวนจงตอนที่ได้ยินว่าพระชายาเป็นลมหมดสติ เขาอยู่ที่ค่ายทหารสีหน้าของเทพสังหารเต็มไปด้วยความกังวลเคร่งเครียด ราวกับโลกถล่มไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าองค์ชายสี่ให้ความสำคัญกับพระชายามากที่สุด เมื่อเกิดเรื่องกับนางเขาพร้อมทิ้งทุกสิ่งและเดินทางกลับมาที่จวนแม่ทัพทันทีหมอหลวงที่มาตรวจอาการมือไม้สั่น เพราะสายตาของท่านแม่ทัพที่จับจ้องหากว่าเขาตรวจพบว่าพระชายาเป็นโรคร้ายจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่โชคดีที่สุดท้ายแล้วการเป็นลมของพระนางไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่เป็นเรื่องดี“ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาสี่ทรงตั้งครรภ์แล้ว”ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสือหวนจงดีใจมากเพียงใด เขาตั้งใจมากที่จะมีลูกหกคนจึงขยันทำทุกวันในที่สุดก็สำเร็จและไม่ใช่เพียงเท่านั้นจากบุรุษที่ต่อต้า
ซูเจินเจินคิดว่าที่เว่ยชิงชานเปลี่ยนไปเป็นเพราะว่าซูเนี่ยนกลับมา หากว่าซูเนี่ยนจากไปแล้ว เขาก็จะกลับมารักนางเช่นเดิม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เว่ยชิงชานเป็นเพียงบุรุษเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้นความจริงแล้วเขาไม่คู่ควรกับใคร“เจินเจิน”“ใช่หรือไม่พี่ใหญ่”แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ซูเจินเจินดีใจที่ซูเนี่ยนจากไปขนาดนี้ แต่เห็นท่าทางเลื่อนลอยของนางก็โกรธไม่ลง ซูเจินเจินคาดหวังเรื่องเว่ยชิงชานมาก หากต้องผิดหวังนางอาจจะทนรับไม่ได้นี่เป็นอีกผลพวงที่พวกเขาคอยตามใจนาง ซูเจินเจินไม่เคยเผชิญหน้ากับความผิดหวังในขณะที่ซูเนี่ยนพวกเขาปล่อยให้นางล้มและลุกขึ้นมาด้วยตัวเองซูเจินเจินไม่เคยล้ม เมื่อเจอเรื่องผิดหวังนางจึงไม่อาจรับมือได้ แต่ท้ายที่สุดนางก็สมหวังได้แต่งเข้าจวนอ๋องจริง ๆเพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะชายาเอกอย่างที่นางต้องการแต่เป็นชายารองเช่นความฝันของซูเนี่ยนเมืองถงหรงก็ไม่ได้ล่มสลายไปและคงอยู่อย่างแข็งแกร่งเว่ยชิงชานตัดสินใจแต่งกับสตรีอื่นที่เก่งกาจและมีความสามารถ เหมาะสมจะเป็นชายาของเขา เมื่อเอาซูเนี่ยนเป
มันเริ่มตั้งแต่เมื่อใด อาจจะเป็นตอนที่แคว้นฉินรบกับแคว้นจ้าว แคว้นเซี่ยเล่นงานอาณาจักรเฟิงหยวน แคว้นถูประสบกับภัยแล้ง หรืออาณาจักรตงประสบกับภัยหนาว แต่ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่แคว้นหรือเมืองใดผลกระทบนั้นก็กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้ามีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก นำพามาซึ่งโรคระบาดก่อนที่โรคนั้นจะแปรเปลี่
เพราะร่างกายอ่อนล้าจากการเดินทางเมื่อมาถึงยังต้องเข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น ผสมกับความเครียดและความอ่อนแอทำให้ซูเนี่ยนเผลอหลับไปทั้งน้ำตาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่แย่กว่านั้นคือนางกอดเจ้าบ่าวแน่นใช้เสื้อเขาเป็นผ้าเช็ดน้ำตา พึ่งพาเขาในเวลานั้นแม้อีกฝ่ายจะไม่มีสติ แต่ที่นางกล้าทำก็เป็นเพราะว่
“ก่อนหน้านี้เจ้าสี่ปะทะกับพวกซากศพที่กลางป่า แม้จะเอาชนะได้แต่โชคไม่ดีเจอเข้ากับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ รูปร่างมันคล้ายกระทิงมีเรี่ยวแรงมหาศาล หมอทุกคนรวมทั้งผู้รักษา ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารักษาไม่ได้แล้วเขาไม่มีทางรอด มีเพียงคนเดียวที่กล่าวว่าลูกชายข้าจะรอดก็คือท่านโหรหลวง”เขาทำนายดวงชะตาขององค
พวกเขาพยายามกลับไปที่เฟิงหยวนให้เร็วที่สุด และนี่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุผลของการแต่งงานของนางนอกจากการเดินทางจะราบรื่น ซูเนี่ยนยังรู้สึกว่าเฉินกวงยอมรับนางมากยิ่งขึ้น คนของเขาก็ด้วย หากว่านางพูดเตือนอะไรจะรับฟังไม่ต่อต้าน ไม่รู้ว่านี่เกี่ยวกับที่นางเตือนเรื่องศพใต้น้ำไปแล้วเป็นจริง หรือเกี่ยวกับดอกเ







