Masukโคมไฟสีแดงประดับประดาพร้อมเสียงดนตรีดังบรรเลงขับขาน นับจากยุคล่มสลายนี่เป็นครั้งแรกที่มีงานรื่นเริงที่ยิ่งใหญ่ในเมืองถงหรง เกี้ยวเจ้าสาวหรูหราบอกฐานะ สินเดิมลากยาวมองไม่เห็นทิศทางที่จากมา ขนมมงคลถูกแจกจ่าย เด็กน้อยวิ่งเล่นครื้นเครงส่งเสียงเจื้อยแจ้วสนุกสนานเกือบทุกคนมีความสุข ยกเว้นบิดาของเจ้าสาวที่ยืนนิ่งไม่พูดจา
มองดูขบวนเจ้าสาวที่ห่างไปจากสายตา
ซูเนี่ยนจากไปแล้ว
“ได้ยินว่าคนที่อยู่บนเกี้ยวเจ้าสาวเป็นคุณหนูใหญ่ซูเนี่ยน”
“จะเป็นคุณหนูใหญ่ได้อย่างไร นางมีสัญญาหมั้นหมายกับซื่อจื่อไม่ใช่หรือ”
“เจ้าไม่รู้เรื่องซื่อจื่อกับคุณหนูรองหรือ”
“นี่คงทำให้คุณหนูใหญ่เจ็บช้ำมากถึงได้จากไป”
“ข้าคิดว่าคุณหนูใหญ่ทำเพื่อบ้านเมือง ตลอดมาก็ได้นางที่คอยปกป้องพวกเราจากพวกซากศพ คุณหนูรองนอกจากเกาะแกะคู่หมั้นของพี่สาวก็ไม่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ขนาดว่าสละตัวเองนางยังไม่ยินยอม”
“เห็นแก่ตัวเสียจริง ตระกูลซูก็ช่างกระไร”
“ถึงอย่างนั้นเก็บคุณหนูรองไว้ก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน นางรู้วิชาแพทย์”
“ข้านับถือคุณหนูใหญ่ แดนใต้อันตรายเพียงใดทุกคนรู้ดี”
ไล่หลังขบวนเจ้าสาวนอกจากถ้อยคำสรรเสริญยกย่อง ก็เต็มไปด้วยข้อครหาว่ากล่าว
คนที่ควรจะจากไปเป็นซูเจินเจินมากกว่าแต่เพราะนางไม่ยอมเสียสละ อยากได้คู่หมั้นของพี่สาวจนเนื้อตัวสั่น ช่างเป็นสตรีที่ร้ายกาจ กลับกันบางคนก็เห็นด้วยเพราะซูเนี่ยนเก่งต่อสู้ ซูเจินเจินรู้วิชาแพทย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยโรคภัยหมอย่อมสำคัญกว่า
คำคนก็เป็นเช่นนี้
ซูหนานเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ต่อให้ผู้พูดจะอยู่ห่างไปก็ยังได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน และตัวเขาก็ไม่สามารถแก้ต่างอะไรได้เลยเพียงกลับเข้ามาในจวน
ฟางอวี้พึ่งตื่นร่างกายของนางอ่อนแอเพราะเสียใจ มองดูสามีที่เดินมานั่งที่ข้างเตียงก็ใจคอไม่ดี
“ท่านพี่ข้าได้ยินเสียงประทัด”
“อืม”
“หรือว่า ลูกเรา...” คนเป็นแม่ใจแทบสลาย นางร้องไห้สะอึกสะอื้น ซูหนานมองภรรยาแล้วปลอบโยนนาง
“เจินเจินยังอยู่”
“จริงหรือเจ้าคะ! ท่านอ๋องปฏิเสธอาณาจักรเฟิงหยวนเช่นนั้นหรือ”
“ไม่ใช่” เจ้าสำนักฉือหงส่ายหน้า “เป็นเนี่ยนเนี่ยนที่จากไปแทน”
ฟางอวี้ชะงัก มองหน้าสามี
“เนี่ยนเนี่ยนหรือ”
“เนี่ยนเนี่ยนไปแทนเจินเจิน หลังจากนี้เจ้าก็สบายใจได้”
สบายใจได้?
“ท่านพี่หมายความว่าอย่างไร ท่านพูดเหมือนว่าข้าดีใจที่นางจากไป”
“แล้วเจ้าไม่ดีใจหรือ เจินเจินก็ยังอยู่”
“เนี่ยนเนี่ยนก็เป็นลูกสาวของข้าเหมือนกัน”
ซูหนานเงียบลง “งั้นหรือ หากเจ้าคิดได้เช่นนั้นก็ดีเพียงแต่คำพูดพวกนี้นางไม่ได้อยู่ฟังแล้ว”
ร่างสูงออกมาจากเรือนไม่อยู่ปลอบภรรยา เพราะจิตใจของเขาตอนนี้ไม่ได้มั่นคง เห็นสายตาของฟางอวี้ตอนที่รู้ว่าซูเนี่ยนไปแทนซูเจินเจินเขาก็พูดไม่ออก นางโล่งใจ เหตุใดจึงโล่งใจได้
ต่อให้จะใกล้ชิดกับลูกสาวคนเล็กมากเพียงใด ก็ไม่ควรเย็นชากับลูกสาวคนโตถึงเพียงนี้ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิด
เมื่อก้าวออกมาจากเรือนก็เห็นซูเจินเจินที่รีบร้อนวิ่งมา
“ท่านพ่อ เรื่องพี่สาวจริงหรือเจ้าคะ” ที่นางรีบร้อนก็เพราะอยากรู้เรื่องนี้
ซูหนานมองลูกสาวคนเล็ก เขาผิดต่อบุตรสาวคนโตยิ่งนัก
“เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนแม่เจ้าเถอะ ช่วงนี้อย่าพึ่งออกไปไหน”
“แต่ข้ามีเรื่องอยากพูดกับพี่ชิงชาน”
“พี่สาวเจ้าไม่อยู่แล้ว ต่อไปเจ้าก็จะได้แต่งงานกับเขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”
“ท่านพ่อ”
เป็นครั้งแรกที่ซูเจินเจินได้เห็นแววตาเย็นชาของบิดา
การมาของซูเนี่ยนช่วยให้เมืองถงหรงกลับมาสงบสุขได้ทันที นางช่วยขับไล่สัตว์ป่าให้ถอยร่นไปแม้จะไม่ได้จากไปตลอดกาลอย่างไรก็กลับมาแต่นี่ก็ทำให้พวกเขามีเวลาได้พักหายใจและสร้างเกราะป้องกันเพิ่มป่าโดยรอบถูกถางออกทำให้ไม่มีพื้นที่ลับสายตา กำแพงถูกขยายกว้างและแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้นหลังจากการมาของนางและการตอบโต้เอาคืนของเจียงเทียนอี เมืองหลวงไม่มายุ่งวุ่นวายกับเมืองถงหรงอีกรู้แล้วว่าไม่อาจแตะต้องได้นี่เป็นผลพวงที่พวกเขาได้รับจากการแต่งงานของซูเนี่ยนเจียงเทียนอีพับเก็บกระดาษ ซูเนี่ยนเขียนจดหมายมาหา กล่าวว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สามแล้ว ให้เขาเร่งหาภรรยาได้แล้ว แต่ชายหนุ่มตอนนี้ทุ่มเทแรงกายและใจปกป้องเมืองถงหรงเป็นอย่างดี ไม่มีเวลามองหาสตรีใดเขาเขียนจดหมายบอกนาง ทั้งเรื่องที่ตัวเองยังไม่คิดจะมีภรรยาและเรื่องที่ศิษย์พี่หญิงของนางกำลังจะแต่งงานกับศิษย์น้องสามกงเพ่ยจวินช่วยดูแลเย่วหลิงอันตลอดช่วงเวลาที่นางพักรักษาตัวจนเกิดเป็นความรัก ทั้งสองได้ครองคู่กันอีกเรื่องคือตอนนี้เว่ยชิงชานมีลูกแล้ว แต่ลูกคนแรกไม่ได้เกิดจากซูเจินเจินแต่เกิ
ร่างบางถูกฉุดกระชากไม่นานก็ล้มลง รอบข้างเมื่อได้ยินว่านางว่าร้ายพระชายาก็เข้ามาผสมโรง บางคนก็ด่าทอ บางคนก็ขว้างปาข้าวของใส่การกระทำที่ไม่รู้จักคิด เพียงหึงหวง สุดท้ายชื่อเสียงของนางก็ป่นปี้ไม่ต่างอะไรจากเหยาลู่ลู่ฮูหยินผู้เฒ่าเหยาเป็นลมไปทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวหลานสาวของนางแต่ละคนล้วนใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น หญิงชราท้อใจนักกว่าที่ซูเนี่ยนจะได้ยินเรื่องราวนี้ก็ผ่านไปเกือบสามวันแล้ว ซึ่งนางก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพียงไม่เข้าใจว่านางไปสร้างความขุ่นเคืองอะไรให้ทางนั้นจนกระทั่งคิดได้ว่า อาจจะเป็นเพราะสือหวนจงตอนนั้นหญิงสาวเริ่มโกรธเคือง ทั้งคุณหนูตระกูลเหยา หลิวชิ่นหรู หรงมู่ตาน ดูเหมือนสามีของนางช่างเป็นที่ต้องตาของเหล่าคุณหนูเสียจริง คิดว่าหมดสิ้นแล้วหลังจากหลิวชิ่นหรูแต่งงานไป หรงมู่ตานก็เช่นกัน อีกทั้งความสัมพันธ์ของนางกับบิดาก็ย่ำแย่ เพราะเขารู้แล้วว่านางเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องชายต้องเจ็บตัว คุณชายหรงมีบาดแผลไฟไหม้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ เหยาลู่ลู่เองก็ออกเรือนหลังจากนั้นไม่นาน นางไม่ได้แต่งเข้าราชวงศ์ดั่งหวัง แต่ได้แต่งกับนายกองผู้หนึ่ง ส
ตั้งแต่มาอยู่ที่แดนใต้ไม่บ่อยนักที่ซูเนี่ยนจะได้ต่อสู้ หนึ่งเพราะสือหวนจงหวงนางมากราวกับไข่ในหินและสองเหล่าทหารแดนใต้ล้วนแข็งแกร่ง ไม่มีเหตุจำเป็นเลยที่ซูเนี่ยนต้องออกไปสู้ด้วยตนเอง ถึงอย่างนั้นซูเนี่ยนก็ยังอยากมีส่วนช่วย นางเริ่มด้วยการสลักอักขระลงบนชุดเกราะให้เหล่าทหาร สนับสนุนเรื่องอาหารและสมุนไพร ดูแลอาชีพเพิ่มรายได้ ช่วยให้อยู่สุขสบายกันมากยิ่งขึ้นแม้ภายนอกจะมีพวกสัตว์ประหลาดที่เพิ่มจำนวนทุกวัน แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกันพระชายาสี่เป็นที่รักของชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่กำแพงใต้มาก ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ ก็ช่วยส่งเสริมให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น ถึงอย่างนั้นเมื่อมีหลายสายตาจับจ้อง คนที่ไม่ชอบนางก็ต้องมี“ช่วงนี้พระชายาสี่เดินทางไปที่ค่ายทักษิณแทบทุกวัน นี่รบกวนการฝึกของทหารเป็นอย่างมาก”“ผู้ใดบอกเจ้าว่ารบกวน?” เมื่อมีคนพูดก็มีคนหันมามองคนที่พูดก็คือคุณหนูตระกูลเหยา เหยาหลาน หลังจากที่เผิงลี่เหยียนล่วงเกินพระชายาสี่ ผลกระทบไม่ได้ตกที่เหยาลู่ลู่เพียงเท่านั้น นี่ทำให้คุณหนูตระกูลเหยาคนอื่นเสียชื่อเสียงไปด้วยเ
ซูเนี่ยนแทบหลั่งน้ำตาไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางท้องง่ายเกินไป หรือเพราะสือหวนจงขยันเกินไป เขาทำทุกวันและทุกครั้งที่มีโอกาส นางแทบไม่ได้พัก แม้บางครั้งจะเป็นตัวนางที่เป็นฝ่ายกระทำ แต่เขาก็ทำมากกว่าซูเนี่ยนเคยคิดว่าสือหวนจงอยู่ใกล้ชิดกับนางมากไป เขาจะเบื่อหน่ายหรือไม่ จนกระทั่งมีลูกคนที่ห้าอีกฝ่ายก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และดูจะหนักหนากว่าเดิมองค์ชายสี่หวงแหนพระชายามาก จนเป็นที่เลื่องลือที่น่าเศร้ากว่านั้นลูกชายออกมาห้าคน เหมือนสามีนางทุกคนราวกับพิมพ์เดียว เด็ก ๆ ตัวใหญ่ได้พ่อมีร่างกายแข็งแรงกำยำ กระทั่งดวงตาก็ยังดุดันไม่แพ้กัน เดินเรียงมาห้าคนไม่มีผู้ใดเหมือนนางสักคน ซูเนี่ยนเริ่มน้อยใจ เด็กทั้งห้าล้อมหน้าล้อมหลังดั่งองครักษ์พิทักษ์นาง ผู้ใดก็เข้าใกล้ไม่ได้ มีสือหวนจงเป็นผู้นำทัพหน้าเหมือนไม่เท่าไรนิสัยยังเหมือนกันมากแต่สุดท้ายสวรรค์ก็เข้าข้าง ลูกคนที่หกคลอดออกมาเป็นสตรี ที่เหมือนกับซูเนี่ยนทุกประการทั้งหน้าตาผิวพรรณและความงามล้ำสือหวนจงตอนเห็นบุตรสาวถึงกับคิ้วกระตุก เตรียมฝึกวิชากระบี่ให้ลูกชายเพื่อจะได้ปกป้องน้องสาวให้ดี เขาหวงแหนพระชาย
ซูเนี่ยนฝันว่านางจะมีบุตรหกคน ตอนแรกคิดว่าเรื่องนั้นคงจะอีกยาวนานที่ไหนได้กลับมาจากถงหรงไม่กี่วัน หญิงสาวก็เป็นลมล้มพับไป หมอหลวงเร่งเดินทางมาที่จวนแม่ทัพ ทุกคนเป็นกังวลจนนั่งไม่ติดตั้งแต่นายยันบ่าวการที่จวนแม่ทัพมีพระชายา นี่เปลี่ยนความมืดมนให้สดใส พวกเขาไม่ต้องการสูญเสียพระนางไปสือหวนจงตอนที่ได้ยินว่าพระชายาเป็นลมหมดสติ เขาอยู่ที่ค่ายทหารสีหน้าของเทพสังหารเต็มไปด้วยความกังวลเคร่งเครียด ราวกับโลกถล่มไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าองค์ชายสี่ให้ความสำคัญกับพระชายามากที่สุด เมื่อเกิดเรื่องกับนางเขาพร้อมทิ้งทุกสิ่งและเดินทางกลับมาที่จวนแม่ทัพทันทีหมอหลวงที่มาตรวจอาการมือไม้สั่น เพราะสายตาของท่านแม่ทัพที่จับจ้องหากว่าเขาตรวจพบว่าพระชายาเป็นโรคร้ายจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่โชคดีที่สุดท้ายแล้วการเป็นลมของพระนางไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่เป็นเรื่องดี“ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาสี่ทรงตั้งครรภ์แล้ว”ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสือหวนจงดีใจมากเพียงใด เขาตั้งใจมากที่จะมีลูกหกคนจึงขยันทำทุกวันในที่สุดก็สำเร็จและไม่ใช่เพียงเท่านั้นจากบุรุษที่ต่อต้า
ซูเจินเจินคิดว่าที่เว่ยชิงชานเปลี่ยนไปเป็นเพราะว่าซูเนี่ยนกลับมา หากว่าซูเนี่ยนจากไปแล้ว เขาก็จะกลับมารักนางเช่นเดิม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เว่ยชิงชานเป็นเพียงบุรุษเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้นความจริงแล้วเขาไม่คู่ควรกับใคร“เจินเจิน”“ใช่หรือไม่พี่ใหญ่”แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ซูเจินเจินดีใจที่ซูเนี่ยนจากไปขนาดนี้ แต่เห็นท่าทางเลื่อนลอยของนางก็โกรธไม่ลง ซูเจินเจินคาดหวังเรื่องเว่ยชิงชานมาก หากต้องผิดหวังนางอาจจะทนรับไม่ได้นี่เป็นอีกผลพวงที่พวกเขาคอยตามใจนาง ซูเจินเจินไม่เคยเผชิญหน้ากับความผิดหวังในขณะที่ซูเนี่ยนพวกเขาปล่อยให้นางล้มและลุกขึ้นมาด้วยตัวเองซูเจินเจินไม่เคยล้ม เมื่อเจอเรื่องผิดหวังนางจึงไม่อาจรับมือได้ แต่ท้ายที่สุดนางก็สมหวังได้แต่งเข้าจวนอ๋องจริง ๆเพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะชายาเอกอย่างที่นางต้องการแต่เป็นชายารองเช่นความฝันของซูเนี่ยนเมืองถงหรงก็ไม่ได้ล่มสลายไปและคงอยู่อย่างแข็งแกร่งเว่ยชิงชานตัดสินใจแต่งกับสตรีอื่นที่เก่งกาจและมีความสามารถ เหมาะสมจะเป็นชายาของเขา เมื่อเอาซูเนี่ยนเป
“ก่อนหน้านี้เจ้าสี่ปะทะกับพวกซากศพที่กลางป่า แม้จะเอาชนะได้แต่โชคไม่ดีเจอเข้ากับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ รูปร่างมันคล้ายกระทิงมีเรี่ยวแรงมหาศาล หมอทุกคนรวมทั้งผู้รักษา ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารักษาไม่ได้แล้วเขาไม่มีทางรอด มีเพียงคนเดียวที่กล่าวว่าลูกชายข้าจะรอดก็คือท่านโหรหลวง”เขาทำนายดวงชะตาขององค
พวกเขาพยายามกลับไปที่เฟิงหยวนให้เร็วที่สุด และนี่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุผลของการแต่งงานของนางนอกจากการเดินทางจะราบรื่น ซูเนี่ยนยังรู้สึกว่าเฉินกวงยอมรับนางมากยิ่งขึ้น คนของเขาก็ด้วย หากว่านางพูดเตือนอะไรจะรับฟังไม่ต่อต้าน ไม่รู้ว่านี่เกี่ยวกับที่นางเตือนเรื่องศพใต้น้ำไปแล้วเป็นจริง หรือเกี่ยวกับดอกเ
สตรีทั้งสามชะงักแล้วหันมองไปในทิศทางเดียวกันเป็นเฉินกวงที่กลับมาพร้อมกระต่ายป่าหลายตัว ด้านหลังเขาคือจงเลี่ยงที่ถือหน้าไม้ไว้ในมือมีเลือดเลอะเล็กน้อยแต่คิดว่าเป็นเลือดสัตว์ “ดอกไม้นั่น...”จู่ ๆ คนที่สุภาพมาตลอดทางก็ตะโกนถามเสียงดัง จงเลี่ยงรีบขยับตัวมาปกป้องคุณหนูของตนเอง“ขออภัยคุณหนูซู” พอเห็นสาย
เฉินกวงไม่เท่าไร แต่คนอื่น ๆ ไม่ค่อยรับฟัง เชื่อว่าชาวแดนใต้รู้เรื่องแหล่งน้ำดีที่สุดเพราะพวกเขาโตมากับน้ำไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นแนะนำ ซูเนี่ยนเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ้ม ไม่พูดจาไม่ผิดที่จะมั่นใจในความสามารถของตัวเอง“หากไม่เชื่อ ก็ลองดูที่ใต้น้ำ” พูดจบหญิงสาวก็กลับเข้าไปในรถม้า ตอนนั้นเฉินกวงก็สั่งให







