Masuk"ท่านพ่อให้คนไปตามข้าหรือเจ้าคะ" ซูเนี่ยนมาถึงที่ห้องโถง นอกจากบิดาและเว่ยชิงชานก็มีน้องสาวคนดีของนางอยู่ด้วย
ซูเจินเจินตอนนี้ใบหน้าเศร้าหมองดวงตาแดงก่ำ มีคู่หมั้นของนางนั่งอยู่เคียงข้าง ซูหนานมองภาพนี้แล้วขมวดคิ้วแม้จะรู้ดีว่าซูเนี่ยนตัดสินใจจะจากไป แต่ตอนนี้นางก็ยังเป็นพระคู่หมั้น
กำลังจะบอกให้ซูเจินเจินย้ายที่นั่ง ซูเนี่ยนก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้ว
ในสายตาของนางนี่ไม่สำคัญเลย
ตลอดมาบิดามารดาไม่เคยใส่ใจ เห็นแก่ความสุขของบุตรสาวคนรองละเลยบุตรสาวคนโตแค่เพราะว่านางเข้มแข็ง มาเปลี่ยนแปลงตอนนี้มันไม่ทันแล้ว ใบหน้าของหญิงสาวเรียบเฉยไร้ความรู้สึก นี่ยิ่งทำให้ผู้เป็นพ่อละอายใจ
“ซื่อจื่ออยากจะพบเจ้า”
“ศิษย์พี่รองอยากพบข้าหรือเจ้าคะ”
ซูเนี่ยนหันไปมองเว่ยชิงชาน เขาดูลำบากใจที่จะพูด
หญิงสาวไม่เร่งรัดเพียงรออย่างสงบ ซูเนี่ยนก็เป็นเช่นนี้นางวางตัวนิ่ง ศิษย์พี่สี่เคยบอกให้นางเสแสร้งบ้างผู้ชายชอบผู้หญิงอ่อนแอ เขาจะได้ปกป้องได้ ซูเนี่ยนทำไม่ได้ นางฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เด็กติดตามท่านอาจารย์ออกเดินทาง ไม่รู้ศาสตร์ศิลป์ของสตรีนัก ไม่รู้จักออดอ้อนเหมือนน้องสาวที่ใครเห็นก็เอ็นดู
อาจเพราะว่านางมีนิสัยเช่นนี้ถึงมัดใจคู่หมั้นไม่ได้ และดูโตเกินกว่าจะให้พ่อแม่มาดูแลเอาใจใส่ ทำให้ห่างเหินกัน
“เรื่องอาณาจักรเฟิงหยวนเจ้ามีความคิดเช่นไร”
กว่าเว่ยชิงชานจะถามก็เสียเวลาไปตั้งนาน กลับกันซูเนี่ยนไม่เสียเวลาคิดเลย
นางตอบไปตามตรง “ไม่มีเจ้าค่ะ”
“ไม่มีเลยรึ”
“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ข้ามิอาจก้าวก่าย ยิ่งไม่ควรคาดเดาความคิดของท่านอ๋อง”
เว่ยชิงชานพูดไม่ออก ทุกครั้งที่พูดคุยกับซูเนี่ยนมักเป็นเช่นนี้ นางเป็นคนฉลาดจนเหมือนว่าเขาเป็นคนโง่ที่ทำอะไรไม่คิด
“เจ้ากำลังต่อว่าข้า?”
“ซื่อจื่อเข้าใจผิดแล้วเพคะ”
มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้า ไม่เรียกขานว่าศิษย์พี่รองอีกต่อไป
หญิงสาวซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึกสุดหยั่ง ราวกับว่าการได้มองเห็นความตายของตัวเองคือการปลดปล่อยจิตวิญญาณ
ซูเนี่ยนไม่คิดจะจมอยู่กับความทุกข์อีกต่อไป
“ท่านมาที่นี่หวังให้ข้าทำเช่นไร ท่อนอ๋องยังไม่มีรับสั่ง อาณาจักรเฟิงหยวนไร้ท่าที เพียงท่านคุกเข่าสามวันสามคืนก็เป็นที่ตะขิดตะขวงใจแล้ว หากข้าที่เป็นพระคู่หมั้นเข้าไปยุ่งวุ่นวาย เกรงว่าจะสร้างความขุ่นเคืองให้แก่คณะทูตที่มาเยือน”
คำพูดนี้ของซูเนี่ยนถูกต้อง
ซื่อจื่อควรรู้ว่าอะไรควรไม่ควร
พอปรายตามองน้องสาว อีกฝ่ายก็หลบสายตาท่าทางน่าสงสาร
“เจ้า แต่เจินเจินเป็นน้องสาวเจ้า”
“เรื่องนั้นข้าทราบดีเพคะ”
ร่างบางลุกยืน “นางเป็นน้องสาวของข้า”
มีเพียงความเย็นชาเท่านั้นที่มอบให้ ซูหนานมองภาพนี้ด้วยความเจ็บปวด ตั้งแต่เมื่อไรที่ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องร้าวฉานถึงเพียงนี้ ถ้าถามซูเนี่ยนอาจจะพูดได้ว่าตั้งแต่ซูเจินเจินเกิด หญิงสาวไม่เคยได้ใกล้ชิดกับน้องสาว
ซูเจินเจินเป็นเด็กอ่อนแอ ผู้เป็นแม่ต้องคอยดูแลใกล้ชิด
เพราะเหตุผลนี้ทุกคนในบ้านถึงได้ประคบประหงมนางไม่เคยดุด่าว่ากล่าว ไม่เคยสั่งสอนว่าสิ่งใดควรไม่ควร
คอยเกาะแกะกับคู่หมั้นของพี่สาว อยู่เคียงข้างเขา จนในที่สุดชายหนุ่มก็ปันใจ เขาเคยให้คำมั่นว่าจะแต่งงานกับนางเพียงผู้เดียวด้วยซ้ำ
ซูเนี่ยนนึกถึงอดีตก็อยากจะหัวเราะ
“เนี่ยนเนี่ยนไปพักเถอะ”
ก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายซูหนานก็บอกให้ซูเนี่ยนไปพัก หญิงสาวไม่พูดอะไรเพียงยอบกายลง ก้าวเดินจากมาอย่างมั่นคง นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน
พรุ่งนี้ถึงวันที่นางต้องเดินทางแล้ว
การมาของซูเนี่ยนช่วยให้เมืองถงหรงกลับมาสงบสุขได้ทันที นางช่วยขับไล่สัตว์ป่าให้ถอยร่นไปแม้จะไม่ได้จากไปตลอดกาลอย่างไรก็กลับมาแต่นี่ก็ทำให้พวกเขามีเวลาได้พักหายใจและสร้างเกราะป้องกันเพิ่มป่าโดยรอบถูกถางออกทำให้ไม่มีพื้นที่ลับสายตา กำแพงถูกขยายกว้างและแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้นหลังจากการมาของนางและการตอบโต้เอาคืนของเจียงเทียนอี เมืองหลวงไม่มายุ่งวุ่นวายกับเมืองถงหรงอีกรู้แล้วว่าไม่อาจแตะต้องได้นี่เป็นผลพวงที่พวกเขาได้รับจากการแต่งงานของซูเนี่ยนเจียงเทียนอีพับเก็บกระดาษ ซูเนี่ยนเขียนจดหมายมาหา กล่าวว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สามแล้ว ให้เขาเร่งหาภรรยาได้แล้ว แต่ชายหนุ่มตอนนี้ทุ่มเทแรงกายและใจปกป้องเมืองถงหรงเป็นอย่างดี ไม่มีเวลามองหาสตรีใดเขาเขียนจดหมายบอกนาง ทั้งเรื่องที่ตัวเองยังไม่คิดจะมีภรรยาและเรื่องที่ศิษย์พี่หญิงของนางกำลังจะแต่งงานกับศิษย์น้องสามกงเพ่ยจวินช่วยดูแลเย่วหลิงอันตลอดช่วงเวลาที่นางพักรักษาตัวจนเกิดเป็นความรัก ทั้งสองได้ครองคู่กันอีกเรื่องคือตอนนี้เว่ยชิงชานมีลูกแล้ว แต่ลูกคนแรกไม่ได้เกิดจากซูเจินเจินแต่เกิ
ร่างบางถูกฉุดกระชากไม่นานก็ล้มลง รอบข้างเมื่อได้ยินว่านางว่าร้ายพระชายาก็เข้ามาผสมโรง บางคนก็ด่าทอ บางคนก็ขว้างปาข้าวของใส่การกระทำที่ไม่รู้จักคิด เพียงหึงหวง สุดท้ายชื่อเสียงของนางก็ป่นปี้ไม่ต่างอะไรจากเหยาลู่ลู่ฮูหยินผู้เฒ่าเหยาเป็นลมไปทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวหลานสาวของนางแต่ละคนล้วนใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น หญิงชราท้อใจนักกว่าที่ซูเนี่ยนจะได้ยินเรื่องราวนี้ก็ผ่านไปเกือบสามวันแล้ว ซึ่งนางก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพียงไม่เข้าใจว่านางไปสร้างความขุ่นเคืองอะไรให้ทางนั้นจนกระทั่งคิดได้ว่า อาจจะเป็นเพราะสือหวนจงตอนนั้นหญิงสาวเริ่มโกรธเคือง ทั้งคุณหนูตระกูลเหยา หลิวชิ่นหรู หรงมู่ตาน ดูเหมือนสามีของนางช่างเป็นที่ต้องตาของเหล่าคุณหนูเสียจริง คิดว่าหมดสิ้นแล้วหลังจากหลิวชิ่นหรูแต่งงานไป หรงมู่ตานก็เช่นกัน อีกทั้งความสัมพันธ์ของนางกับบิดาก็ย่ำแย่ เพราะเขารู้แล้วว่านางเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องชายต้องเจ็บตัว คุณชายหรงมีบาดแผลไฟไหม้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ เหยาลู่ลู่เองก็ออกเรือนหลังจากนั้นไม่นาน นางไม่ได้แต่งเข้าราชวงศ์ดั่งหวัง แต่ได้แต่งกับนายกองผู้หนึ่ง ส
ตั้งแต่มาอยู่ที่แดนใต้ไม่บ่อยนักที่ซูเนี่ยนจะได้ต่อสู้ หนึ่งเพราะสือหวนจงหวงนางมากราวกับไข่ในหินและสองเหล่าทหารแดนใต้ล้วนแข็งแกร่ง ไม่มีเหตุจำเป็นเลยที่ซูเนี่ยนต้องออกไปสู้ด้วยตนเอง ถึงอย่างนั้นซูเนี่ยนก็ยังอยากมีส่วนช่วย นางเริ่มด้วยการสลักอักขระลงบนชุดเกราะให้เหล่าทหาร สนับสนุนเรื่องอาหารและสมุนไพร ดูแลอาชีพเพิ่มรายได้ ช่วยให้อยู่สุขสบายกันมากยิ่งขึ้นแม้ภายนอกจะมีพวกสัตว์ประหลาดที่เพิ่มจำนวนทุกวัน แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกันพระชายาสี่เป็นที่รักของชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่กำแพงใต้มาก ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ ก็ช่วยส่งเสริมให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น ถึงอย่างนั้นเมื่อมีหลายสายตาจับจ้อง คนที่ไม่ชอบนางก็ต้องมี“ช่วงนี้พระชายาสี่เดินทางไปที่ค่ายทักษิณแทบทุกวัน นี่รบกวนการฝึกของทหารเป็นอย่างมาก”“ผู้ใดบอกเจ้าว่ารบกวน?” เมื่อมีคนพูดก็มีคนหันมามองคนที่พูดก็คือคุณหนูตระกูลเหยา เหยาหลาน หลังจากที่เผิงลี่เหยียนล่วงเกินพระชายาสี่ ผลกระทบไม่ได้ตกที่เหยาลู่ลู่เพียงเท่านั้น นี่ทำให้คุณหนูตระกูลเหยาคนอื่นเสียชื่อเสียงไปด้วยเ
ซูเนี่ยนแทบหลั่งน้ำตาไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางท้องง่ายเกินไป หรือเพราะสือหวนจงขยันเกินไป เขาทำทุกวันและทุกครั้งที่มีโอกาส นางแทบไม่ได้พัก แม้บางครั้งจะเป็นตัวนางที่เป็นฝ่ายกระทำ แต่เขาก็ทำมากกว่าซูเนี่ยนเคยคิดว่าสือหวนจงอยู่ใกล้ชิดกับนางมากไป เขาจะเบื่อหน่ายหรือไม่ จนกระทั่งมีลูกคนที่ห้าอีกฝ่ายก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และดูจะหนักหนากว่าเดิมองค์ชายสี่หวงแหนพระชายามาก จนเป็นที่เลื่องลือที่น่าเศร้ากว่านั้นลูกชายออกมาห้าคน เหมือนสามีนางทุกคนราวกับพิมพ์เดียว เด็ก ๆ ตัวใหญ่ได้พ่อมีร่างกายแข็งแรงกำยำ กระทั่งดวงตาก็ยังดุดันไม่แพ้กัน เดินเรียงมาห้าคนไม่มีผู้ใดเหมือนนางสักคน ซูเนี่ยนเริ่มน้อยใจ เด็กทั้งห้าล้อมหน้าล้อมหลังดั่งองครักษ์พิทักษ์นาง ผู้ใดก็เข้าใกล้ไม่ได้ มีสือหวนจงเป็นผู้นำทัพหน้าเหมือนไม่เท่าไรนิสัยยังเหมือนกันมากแต่สุดท้ายสวรรค์ก็เข้าข้าง ลูกคนที่หกคลอดออกมาเป็นสตรี ที่เหมือนกับซูเนี่ยนทุกประการทั้งหน้าตาผิวพรรณและความงามล้ำสือหวนจงตอนเห็นบุตรสาวถึงกับคิ้วกระตุก เตรียมฝึกวิชากระบี่ให้ลูกชายเพื่อจะได้ปกป้องน้องสาวให้ดี เขาหวงแหนพระชาย
ซูเนี่ยนฝันว่านางจะมีบุตรหกคน ตอนแรกคิดว่าเรื่องนั้นคงจะอีกยาวนานที่ไหนได้กลับมาจากถงหรงไม่กี่วัน หญิงสาวก็เป็นลมล้มพับไป หมอหลวงเร่งเดินทางมาที่จวนแม่ทัพ ทุกคนเป็นกังวลจนนั่งไม่ติดตั้งแต่นายยันบ่าวการที่จวนแม่ทัพมีพระชายา นี่เปลี่ยนความมืดมนให้สดใส พวกเขาไม่ต้องการสูญเสียพระนางไปสือหวนจงตอนที่ได้ยินว่าพระชายาเป็นลมหมดสติ เขาอยู่ที่ค่ายทหารสีหน้าของเทพสังหารเต็มไปด้วยความกังวลเคร่งเครียด ราวกับโลกถล่มไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าองค์ชายสี่ให้ความสำคัญกับพระชายามากที่สุด เมื่อเกิดเรื่องกับนางเขาพร้อมทิ้งทุกสิ่งและเดินทางกลับมาที่จวนแม่ทัพทันทีหมอหลวงที่มาตรวจอาการมือไม้สั่น เพราะสายตาของท่านแม่ทัพที่จับจ้องหากว่าเขาตรวจพบว่าพระชายาเป็นโรคร้ายจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่โชคดีที่สุดท้ายแล้วการเป็นลมของพระนางไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่เป็นเรื่องดี“ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาสี่ทรงตั้งครรภ์แล้ว”ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสือหวนจงดีใจมากเพียงใด เขาตั้งใจมากที่จะมีลูกหกคนจึงขยันทำทุกวันในที่สุดก็สำเร็จและไม่ใช่เพียงเท่านั้นจากบุรุษที่ต่อต้า
ซูเจินเจินคิดว่าที่เว่ยชิงชานเปลี่ยนไปเป็นเพราะว่าซูเนี่ยนกลับมา หากว่าซูเนี่ยนจากไปแล้ว เขาก็จะกลับมารักนางเช่นเดิม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เว่ยชิงชานเป็นเพียงบุรุษเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้นความจริงแล้วเขาไม่คู่ควรกับใคร“เจินเจิน”“ใช่หรือไม่พี่ใหญ่”แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ซูเจินเจินดีใจที่ซูเนี่ยนจากไปขนาดนี้ แต่เห็นท่าทางเลื่อนลอยของนางก็โกรธไม่ลง ซูเจินเจินคาดหวังเรื่องเว่ยชิงชานมาก หากต้องผิดหวังนางอาจจะทนรับไม่ได้นี่เป็นอีกผลพวงที่พวกเขาคอยตามใจนาง ซูเจินเจินไม่เคยเผชิญหน้ากับความผิดหวังในขณะที่ซูเนี่ยนพวกเขาปล่อยให้นางล้มและลุกขึ้นมาด้วยตัวเองซูเจินเจินไม่เคยล้ม เมื่อเจอเรื่องผิดหวังนางจึงไม่อาจรับมือได้ แต่ท้ายที่สุดนางก็สมหวังได้แต่งเข้าจวนอ๋องจริง ๆเพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะชายาเอกอย่างที่นางต้องการแต่เป็นชายารองเช่นความฝันของซูเนี่ยนเมืองถงหรงก็ไม่ได้ล่มสลายไปและคงอยู่อย่างแข็งแกร่งเว่ยชิงชานตัดสินใจแต่งกับสตรีอื่นที่เก่งกาจและมีความสามารถ เหมาะสมจะเป็นชายาของเขา เมื่อเอาซูเนี่ยนเป
พวกเขาพยายามกลับไปที่เฟิงหยวนให้เร็วที่สุด และนี่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุผลของการแต่งงานของนางนอกจากการเดินทางจะราบรื่น ซูเนี่ยนยังรู้สึกว่าเฉินกวงยอมรับนางมากยิ่งขึ้น คนของเขาก็ด้วย หากว่านางพูดเตือนอะไรจะรับฟังไม่ต่อต้าน ไม่รู้ว่านี่เกี่ยวกับที่นางเตือนเรื่องศพใต้น้ำไปแล้วเป็นจริง หรือเกี่ยวกับดอกเ
สตรีทั้งสามชะงักแล้วหันมองไปในทิศทางเดียวกันเป็นเฉินกวงที่กลับมาพร้อมกระต่ายป่าหลายตัว ด้านหลังเขาคือจงเลี่ยงที่ถือหน้าไม้ไว้ในมือมีเลือดเลอะเล็กน้อยแต่คิดว่าเป็นเลือดสัตว์ “ดอกไม้นั่น...”จู่ ๆ คนที่สุภาพมาตลอดทางก็ตะโกนถามเสียงดัง จงเลี่ยงรีบขยับตัวมาปกป้องคุณหนูของตนเอง“ขออภัยคุณหนูซู” พอเห็นสาย
เฉินกวงไม่เท่าไร แต่คนอื่น ๆ ไม่ค่อยรับฟัง เชื่อว่าชาวแดนใต้รู้เรื่องแหล่งน้ำดีที่สุดเพราะพวกเขาโตมากับน้ำไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นแนะนำ ซูเนี่ยนเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ้ม ไม่พูดจาไม่ผิดที่จะมั่นใจในความสามารถของตัวเอง“หากไม่เชื่อ ก็ลองดูที่ใต้น้ำ” พูดจบหญิงสาวก็กลับเข้าไปในรถม้า ตอนนั้นเฉินกวงก็สั่งให
ซูจงหมินพอเห็นว่าซูเนี่ยนไม่ได้พูดอะไร เขาก็พูดไม่ออกเช่นกัน แม้ไม่ได้รักนางเท่ากับเจินเจินแต่ก็ไม่ได้คาดหวังที่จะต้องส่งนางไปตาย ไม่รู้เลยว่าเส้นทางต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร ซูเนี่ยนจะรอดไปถึงอาณาจักรเฟิงหยวนหรือไม่ก็ยังไม่รู้“รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี”“ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย”นี่คงเป็นคำพูดเดียวที่เข







