Masukร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้ฉ่ำวาวด้วยแรงอารมณ์ เขาสะบัดมือออกเพียงนิดก่อนจะรวบเอวบางของเด็กแสบดึงเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนบดเบียดกันไร้ช่องว่าง
“พี่เสือ... ใจร้อนจังเลยนะคะ” พิมพ์กระซิบชิดริมฝีปากหนา มือซนของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี
“ใครกันแน่ที่เริ่มก่อน?” สิงหราชเค้นเสียงต่ำ เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดกับหน้าอกเขามันทำให้สติเขากระเจิดกระเจิง จนทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาอุ้มร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะทำงานพร้อมกับอุกวาดปกรณ์วาดรูปราคาแพงออกไปอย่างไม่ใยดี พิมพ์พธูหัวเราะคิกคักในลำคอพลางอ้าขาออกกว้างเพื่อให้เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบผิวขาวเนียนของเธอจนดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่มีชีวิต
“ไหนบอกจะให้พิมพ์ยืมปลั๊กพ่วงไงคะ? หรือจะให้พิมพ์พ่วงอย่างอื่นแทน”
เธอโน้มตัวลงมางับติ่งหูของเขาเบาๆ ก่อนจะลากลิ้นผ่านรอยนูนของเส้นเลือดที่ลำคอ สิงหราชครางฮึ่มในลำคอ มือหนาเลื่อนขึ้นไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหนุ่มเนิร์ดที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนเป็นพยัคฆ์ร้าย
“ปลั๊กพ่วงน่ะไม่ต้องหรอก... เพราะคืนนี้พี่จะต่อตรงให้ถึงใจเลย”
เขาไม่รอช้าก้มลงปิดปากอิ่มนั่นด้วยรสจูบที่ดุดันและโหยหา ทำเอาพิมพ์พธถึงกับครางอื้ออึงในลำคอ รสชาติของจูบนี้มันต่างจากที่เธอจินตนาการไว้ ลิ้นร้อนของเขาเกี่ยวกระหวัดรุกรานจนเธอแทบหายใจไม่ทัน มือของสิงหราชไม่ได้หยุดนิ่ง เขาเลื่อนมือเข้าไปใต้ชายกระโปรงสายเดี่ยวตัวสั้น สัมผัสกับความเนียนละเอียดของผิวต้นขาด้านใน
“อ๊ะ... พี่เสือ...”
พิมพ์สะดุ้งสุดตัวเมื่อนิ้วเรียวของนักวาดหนุ่มสัมผัสเข้ากับจุดอ่อนไหวที่เปียกชื้นอยู่ก่อนแล้ว เธอแกล้งทำเป็นไร้เดียงสาแต่ร่างกายกลับทรยศเปอดเผยทุกสิ่งที่เป็นความลับต่อหน้าเขา สิงหราชถอนจูบออกมาช้าๆ มองใบหน้าแดงซ่านของน้องสาวนอกไส้ด้วยสายตาของเสือที่พร้อมจะกลืนกินเหยื่อตรงหน้า
“ไหนบอกว่ามาสอบเข้ามหาวิทยาลัยไง... เตรียมตัวมาดีขนาดนี้เลยเหรอ?” เขาเย้าหยอกพลางขยับนิ้วเป็นจังหวะที่ทำให้พิมพ์ต้องแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่าน
“ก็... เตรียมมาสอบวิชาของพี่เสือนี่แหละค่ะ... อื้มมม พี่เสือขาสอนพิมพ์หน่อยสิคะ... สอนให้พิมพ์รู้ว่าเสือเวลาหิว... มันดุแค่ไหน”
สิงหราชไม่ปล่อยให้เหยื่อตัวน้อยได้พักหายใจ เขาโน้มตัวลงบดเบียดร่างกายที่ร้อนผ่าวเข้ากับความนุ่มหยุ่นบนโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วร้ายกาจที่เคยตวัดเส้นสายบนจอคอมพิวเตอร์ บัดนี้กลับเปลี่ยนมาตวัดไล้ลงบน เกสรดอกไม้ที่บวมช้ำและฉ่ำเยิ้ม เขาจงใจบดคลึงยอดอ่อนนั้นด้วยจังหวะหนักสลับเบา จนพิมพ์พธูต้องแอ่นสะโพกสู้มืออย่างลืมอาย
"อื้อ... พี่เสือ... ตรงนั้น... พิมพ์เสียว..."
เสียงหวานครางกระเส่าขากขาดเป็นระยะ เมื่อลิ้นร้อนของสิงหราชลากไล้จากซอกคอหอมกรุ่นลงมายังยอดปทุมถันสีหวาน เขาอ้าปากครอบครองความอวบอัดนั้นไว้ ดูดดึงจนเกิดเสียงดังแฉะชื้นสลับกับการใช้ไรฟันครูดครัดเบาๆ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายสาวให้เตลิดเปิดเปิง
ปลายนิ้วร้อนสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำหวานที่รินไหลเคลือบโคนขาเนียนละเอียด กลิ่นอายความเป็นสาวพุ่งพล่านจนเสือหนุ่มไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป
สิงหราชผละริมฝีปากออก มองดูความคับแน่นที่บีบรัดปลายนิ้วของเขาอยู่ภายใน ความอุ่นร้อนและแรงตอดรัดที่โหยหานั้นเป็นสัญญาณว่าเหยื่อพร้อมสำหรับการกลืนกินแล้ว เขาจัดการรูดรั้งอาวุธร้ายที่พองขยายจนปวดหนึบออกมา มันดูดุดันและน่าเกรงขามยิ่งกว่าภาพวาดใดๆ ที่เขาเคยสร้างสรรค์มาทั้งชีวิต
"จำไว้นะพิมพ์... วิชาของพี่ไม่มีสอบซ่อม"
เขาจับเรียวขาเนียนแยกออกกว้างกว่าเดิม ก่อนจะจ่อประชิดลำเอ็นร้อนผ่าวบดคลึงไปกับกลีบดอกไม้งามที่ฉ่ำแฉะด้วยปลายนิ้วของเขา ที่ตอนนี้เผยออ้ารอรับอยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงค่อยๆ กดแทรกตัวตนเข้าไปในความคับแน่นที่รัดรึงจนแทบหายใจไม่ออก สัมผัสถึงความอุ่นนุ่มที่โอบรัดเขาไว้ทุกทิศทาง
"อ๊ะ! ...อึก... ใหญ่ไป... พี่เสือ พิมพ์เจ็บ..."
"ชู่ว... เด็กดี ผ่อนคลายหน่อย... แล้วมันจะเสียวจนลืมหายใจเลยล่ะ"
สิงหราชกัดฟันกรอด สะกดกลั้นอารมณ์ที่อยากจะโถมเข้าใส่ แล้วเปลี่ยนเป็นจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลอข้างแก้มพลางขยับสะโพกวนไปมาเบาๆ เพื่อให้เธอคุ้นชิน จนเมื่อความคับแน่นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกระสันอยาก เขาก็เริ่มโถมกายสอดกระแทกเข้าหาความชุ่มฉ่ำนั้นอย่างหนักหน่วงและมั่นคง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมไปพร้อมกับเสียงครางระงมที่สอดประสานกันอย่างลงตัว
ในห้องที่เคยเงียบสงัด บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนและรสชาติแห่งกามารมณ์ที่รุนแรงเกินกว่าใครจะจินตนาการถึง
ร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้ฉ่ำวาวด้วยแรงอารมณ์ เขาสะบัดมือออกเพียงนิดก่อนจะรวบเอวบางของเด็กแสบดึงเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนบดเบียดกันไร้ช่องว่าง “พี่เสือ... ใจร้อนจังเลยนะคะ” พิมพ์กระซิบชิดริมฝีปากหนา มือซนของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี “ใครกันแน่ที่เริ่มก่อน?” สิงหราชเค้นเสียงต่ำ เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดกับหน้าอกเขามันทำให้สติเขากระเจิดกระเจิง จนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาอุ้มร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะทำงานพร้อมกับอุกวาดปกรณ์วาดรูปราคาแพงออกไปอย่างไม่ใยดี พิมพ์พธูหัวเราะคิกคักในลำคอพลางอ้าขาออกกว้างเพื่อให้เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบผิวขาวเนียนของเธอจนดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่มีชีวิต “ไหนบอกจะให้พิมพ์ยืมปลั๊กพ่วงไงคะ? หรือจะให้พิมพ์พ่วงอย่างอื่นแทน” เธอโน้มตัวลงมางับติ่งหูของเขาเบาๆ ก่อนจะลากลิ้นผ่านรอยนูนของเส้นเลือดที่ลำคอ สิงหราชครางฮึ่มในลำคอ มือหนาเลื่อนขึ้นไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ในเมื่ออยากระบายสี... พี่ก็จะลงสีให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย!” สิงหราชคำรามก่อนจะโถมกายขยับขับกดตัวตนเข้าสู่ความคับแน่นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนสุดทางรัก พิมพ์พธูอ้าปากค้างพลางแอ่นอกรับความกระสันที่ถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง เสียงโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสั่นสะเทือนกึกก้องไปตามจังหวะการโถมกายของสิงหราช แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงนั้น ทำให้ร่างเล็กของพิมพ์พธูสั่นคลอนไปทั้งตัว มือหนาของเสือร้ายขยุ้มสะโพกมนไว้แน่นจนเกิดรอยนิ้วมือแดงจางๆ บนผิวขาวจัด เขาจงใจถอนตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะ กระแทกกลับเข้าไปจนมิดลำเอ็นร้อนผ่าว ย้ำลงบนจุดกระสันภายในซ้ำๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเฉอะแฉะน่าอาย "อื้อออ... พี่เสือ... แรงไปแล้ว... พิมพ์จะ... อ๊ะ! อ๊า!" เสียงหวานครางระงมไม่เป็นภาษา พิมพ์พธูแอ่นอกรับความกระสันขีดสุด ขาเรียวสวยเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น พยายามบดเบียดร่างกายเข้าหาความอุ่นร้อนที่เติมเต็มเธอจนจุกเสียด ทว่ายิ่งเธอรัดรึงเขามากเท่าไหร่ สิงหราชก็ยิ่งทวีความป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น "ตอดรัดแน่นขนาดนี้... อยากให้พี่ปล่อยข้างในใช่ไหมพิมพ์?" สิง
หลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ทำให้ผนังห้องดูบางลงถนัดตา สิงหราชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นปนร้อนรุ่ม พิมพ์พธูยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าใสซื่อในยามหลับใหลทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้เส้นผมดำขลับของเธอเบาๆ ใครจะคิดว่ายัยเด็กตัวเล็กขี้มูกโป่งในวันนั้น จะกลายเป็นสาวสะพรั่งที่เร่าร้อนและยั่วยวนได้ถึงเพียงนี้ หลังมื้อเช้าจบลง พิมพ์ก็เดินตามเขาต้อยๆ เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง “พี่เสือคะ วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?” เธอถามพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยเป็น 'เวทีรัก' เมื่อคืนนี้ “ทำสิ แต่วันนี้พี่อยากเปลี่ยนจากนางแบบในจินตนาการ มาเป็นนางแบบที่มีชีวิตจริงๆ บ้าง” สิงหราชตอบพลางหันจอคอมพิวเตอร์ไปทางเธอ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าคมคาย “นางแบบมีชีวิต? ใครคะ?” พิมพ์แกล้งทำหน้างง “ก็เธอไง พิมพ์พธู” เขาชี้ปากกาเลเซอร์ไปที่เธอ พิมพ์ตาโตก่อนจะหัวเราะคิกคัก “ว้าย! พี่เสือลามก! จะให้พิมพ์เป็นแบบชุดไหนคะ? ชุดนักศึกษาหรือชุดไหนดีคะ?” “ไม่จำเป็น พี่อยากวาดภาพความงามที่บริสุทธิ์แบบที่เห็นตอนเธอนอนเปลือยเปล่าในอ้อมกอดพี่มากกว่า”
เช้าวันจันทร์บรรยากาศในบ้านดูวุ่นวายกว่าปกติ แม่ของผมกำลังจัดกระเป๋าใบใหญ่ พลางกำชับสั่งเสียเรื่องงานบ้านงานเรือนราวกับจะไปเป็นปี ทั้งที่จริงแกแค่จะไปทัวร์ทำบุญเก้าวัดกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างจังหวัดเพียงหนึ่งสัปดาห์ “เสือ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะ กับข้าวในตู้เย็นมีเยอะแยะ อย่าพาน้องอดล่ะ” แม่หันมาสำทับผมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยสายตาจิกกัดแกมหยอก “ครับแม่ ผมโตแล้วนะ ไม่ปล่อยให้แขกอดตายหรอก” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนิ่งขรึม ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อหันไปสบตากับพิมพ์ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างแม่ “พิมพ์ไม่อดหรอกค่ะแม่ พี่เสือดูท่าทางจะดูแลพิมพ์ดีจะตายไป” คำพูดกำกวมของยัยเด็กแสบทำเอาผมสะอึก พิมพ์ส่งสายตาใสซื่อให้แม่ แต่พอแม่หันไปปิดกระเป๋า เธอกลับส่งสายตาเย้ายวนมาทางผมพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ มันเป็นท่าทางที่ดูไร้เดียงสาแต่โหยหาอยู่ในที ทันทีที่รถตู้ของกลุ่มแม่เคลื่อนพ้นรั้วบ้านไป ความเงียบก็นเข้าปกคลุม... แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่ ร่
แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างโร่ในห้องทำงานของสิงหราช แต่วันนี้สมาธิของเขากลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอตรงหน้าแล้ว ปากกาเลเซอร์ที่ใช้สำหรับวาดภาพถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี เมื่อหูของเขากำลังจดจ่ออยู่กับเสียงที่เล็ดลอดมาจากผนังห้องนอนที่กั้นกลางระหว่างเขากับพิมพ์พธู บ้านไม้กึ่งปูนหลังเก่าของแม่แม้จะดูแข็งแรง แต่ผนังห้องนอนที่รีโนเวทใหม่นั้นกลับบางกว่าที่คิด โดยเฉพาะในยามดึกสงัดที่เสียงเข็มนาฬิกาเดินยังได้ยินชัดเจน “อื้อ... อ๊ะ... ร้อนจัง” เสียงหวานที่เคยทักทายเขาอย่างสดใสเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นโทนเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ สิงหราชขยับแว่นสายตา หัวใจเต้นระรัว เขาพยายามจะบอกตัวเองว่าน้องอาจจะแค่ละเมอ หรืออากาศในกรุงเทพฯ มันร้อนเกินไปสำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเธอ แต่เสียงขยับตัวเสียดสีกับผ้าปูที่นอนและเสียงลมหายใจที่หอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น... มันฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังทำอะไร “พี่เสือ... พิมพ์... อื้อออ...” กรามของหนุ่มเนิร์ดบดเข้าหากันแน่น เมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากเล็กๆ นั่น จินตนาการในหัวของเขามันพุ่งพล่านยิ่งกว่าภาพว
สายตาของผมพร่าเบลอไปหมดจากการจ้องหน้าจอคอมฯมาทั้งคืน 'สิงหราช' หรือ 'เสือ' คือชื่อของผม หนุ่มเนิร์ดวัย 26 ที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการปั่นงานภาพวาดประกอบนิยายส่งสำนักพิมพ์และนักเขียนนิยาย ผมเป็นคนรักสันโดษ ชอบความเงียบ และที่สำคัญ... ผมชอบอยู่ในโลกจินตนาการที่มีแต่สาวสวยในลายเส้นฝีมือของตัวเอง มือข้างซ้ายของผมสาวลำเอ็นไปด้วย ในขณที่มือข้างขวาก็จับปากกาตวัดลายเส้นให้ภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดนเฉพาะจุดเร้นลับนั้นที่มันดูสมจริง จนคนวาดเกิดอารมณ์หลายต่อหลายครั้ง “อ่าส์..อึก...” เสียงผมครางแผ่วอื้ออึงในลำคอ จนสุดท้ายน้ำข้นเหนียวที่ผมกักเก็บมาทั้งเดือนถูกปลดปล่อยออกมาในที่สุด ใช่ครับทั้งเดือน ที่ผมไม่ออกไปไหน ไม่ได้ไปพบปะสาวเพื่อปลดปล่อย ด้วยเพราะว่างานใกล้ถึงกำหนดที่ต้องส่งลูกค้าแล้ว แต่โลกความจริงของผมกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อแม่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนไปตลาด "เสือ วันนี้หนูพิมพ์ลูกสาวน้าพรจะย้ายมาอยู่นะ น้องมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดูแลน้องด้วยล่ะ อย่าให้เสียชื่อพี่ชายคุณนายอรล่ะ" ผมได้แต่พยักหน้าส่งๆ ใจไม่คิดอะไร จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านด







