Masuk“ในเมื่ออยากระบายสี... พี่ก็จะลงสีให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย!”
สิงหราชคำรามก่อนจะโถมกายขยับขับกดตัวตนเข้าสู่ความคับแน่นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนสุดทางรัก พิมพ์พธูอ้าปากค้างพลางแอ่นอกรับความกระสันที่ถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง
เสียงโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสั่นสะเทือนกึกก้องไปตามจังหวะการโถมกายของสิงหราช แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงนั้น ทำให้ร่างเล็กของพิมพ์พธูสั่นคลอนไปทั้งตัว มือหนาของเสือร้ายขยุ้มสะโพกมนไว้แน่นจนเกิดรอยนิ้วมือแดงจางๆ บนผิวขาวจัด เขาจงใจถอนตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะ กระแทกกลับเข้าไปจนมิดลำเอ็นร้อนผ่าว ย้ำลงบนจุดกระสันภายในซ้ำๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเฉอะแฉะน่าอาย
"อื้อออ... พี่เสือ... แรงไปแล้ว... พิมพ์จะ... อ๊ะ! อ๊า!"
เสียงหวานครางระงมไม่เป็นภาษา พิมพ์พธูแอ่นอกรับความกระสันขีดสุด ขาเรียวสวยเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น พยายามบดเบียดร่างกายเข้าหาความอุ่นร้อนที่เติมเต็มเธอจนจุกเสียด ทว่ายิ่งเธอรัดรึงเขามากเท่าไหร่ สิงหราชก็ยิ่งทวีความป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น
"ตอดรัดแน่นขนาดนี้... อยากให้พี่ปล่อยข้างในใช่ไหมพิมพ์?"
สิงหราชกัดฟันกรอดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโป่ง ใบหน้าคมคายชุ่มไปด้วยเหงื่อสะท้อนแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาเร่งจังหวะสะโพกให้เร็วและรุนแรงขึ้นราวกับเครื่องจักรที่พุ่งทะยานไปสู่จุดหมายปลายทาง ความปวดหนึบที่โคนลำเอ็นพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
"อึก... พร้อมกันนะ... พิมพ์!"
เขาสอดกระแทกเน้นย้ำรัวเร็วอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนจะ กดแช่ตัวตนเข้าไปจนลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่างสูงเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงคำรามลึกในลำคอ ในขณะที่พิมพ์พธูกรีดร้องแผ่วเบา ร่างกายเล็กกระตุกรัวปานจะขาดใจ
ฉับพลันนั้น หยาดน้ำอุ่นร้อนสีขาวขุ่นที่กักเก็บมานับเดือนก็พุ่งทะลักฉีดรดเข้าสู่ห้วงลึกของใจกลางความเป็นสาว กระแสธารแห่งกามารมณ์ไหลบ่าเข้าเติมเต็มช่องทางที่รัดรึงแน่นจนล้นปรี่ออกมาเคลือบโคนขาเนียน สิงหราชซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น หอบหายใจรุนแรงทิ้งน้ำหนักตัวลงทับร่างเล็กอย่างคนหมดแรง ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบพร่ำและกลิ่นอายแห่งความใคร่ที่อบอวลไปทั่วห้องทำงาน
แต่พอเวลาผ่านไปได้สักพักกลิ่นคาวสวาทที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของสิงหราชให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แม้กายแกร่งจะยังหอบสั่นจากการปลดปล่อยเมื่อครู่ ทว่าความแข็งขืนกลางกายกลับเริ่มพองขยายสู้มือขึ้นมาใหม่แทบจะทันที
"พี่เสือ... พิมพ์เหนื่อยแล้วนะ..." ร่างเล็กประท้วงเสียงแผ่ว พยายามผลักอกกว้างออกอย่างเขินอายเมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่ยังคงฝังลึกอยู่ในกายเธอเริ่มขยายขนาดจนคับแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
"บอกแล้วไงว่าวิชาของพี่ไม่มีสอบซ่อม... แต่มีสอบต่อเนื่อง" สิงหราชพึมพำชิดใบหูเล็ก ก่อนจะพลิกคนใต้ร่างให้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลานเข่าบนโต๊ะทำงานที่ระเกะระกะไปด้วยพู่กันและปากกาดิจิทัล
เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ มือหนาจับหมุนสะโพกผายให้ยกสูงขึ้น แสงจากหน้าจอคอมส่องกระทบแผ่นหลังเนียนที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ สิงหราชจ่อประชิดความแข็งขืนที่พร้อมรบอีกครั้งลงบนช่องทางชุ่มฉ่ำที่ยังมีคราบน้ำรักสีขาวขุ่นเคลือบฉาบอยู่
เขาส่งตัวตนเข้าไปรวดเดียวจนสุดทางรัก ทำเอาพิมพ์พธูต้องซบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน ร้องครางลั่นห้องเมื่อความใหญ่โตนั้นบดเบียดเสียดสีกับผนังนุ่มที่ยังไวต่อสัมผัส
"อ๊า! พี่เสือ... มันลึก... ลึกไปค่ะ..."
"ลึกสิดี... "
สิงหราชเริ่มบทเรียนครั้งใหม่ด้วยจังหวะที่ป่าเถื่อนกว่าเดิม เขาโน้มตัวลงไปกอดรัดแผ่นหลังบาง มือหนึ่งขย้ำทรวงอกอวบอัด อีกมือหนึ่งเอื้อมไปเชยคางเธอขึ้นมารับจูบที่ร้อนแรงจนแทบขาดใจ สะโพกสอบกระแทกกระทั้นเข้าใส่ไม่ยั้ง จังหวะหนักหน่วงสม่ำเสมอทำให้เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวสลับกับเสียงครางระงมที่ขานรับกันอย่างลงตัว
ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล สำหรับเสือที่หิวกระหายอย่างสิงหราช การได้เสพความหวานจากร่างเล็กๆ นี้เพียงครั้งสองครั้ง... มันไม่มีวันเพียงพอ
วันต่อมา บรรยากาศในบ้านเริ่มอบอวลไปด้วยความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งจนเกินกว่าคำว่าพี่น้อง
“พี่เสือขา... ช่วยติวภาษาอังกฤษให้พิมพ์หน่อยได้ไหมคะ? พิมพ์ลองทำข้อสอบเก่าแล้วพาร์ท Reading พิมพ์ไม่ได้เลย”
เด็กสาวเดินถือหนังสือเล่มหนาเข้ามาหาผมที่โซฟา เธอนั่งลงข้างๆ จนต้นขาเนียนละเอียดแนบชิดกับขาของผม พิมพ์อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่ขับเน้นหน้าอกอวบอัดให้ดูเด่นชัดขึ้นมา และกางเกงขาสั้นผ้าเนื้อนิ่มที่รั้นขึ้นจนแทบปิดความขาวโพลนไว้ไม่มิด
“ ไหน... เอามาดูซิ ข้อไหนที่ทำไม่ได้” ผมแสร้งทำขรึม คว้าหนังสือมาเปิดดูเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจสั่น
ขณะที่ผมกำลังอธิบายไวยากรณ์อย่างตั้งใจ พิมพ์กลับไม่ได้สนใจตัวหนังสือเลยแม้แต่นิดเดียว เธอนั่งเท้าคางมองใบหน้าของผมด้วยสายตาหยาดเยิ้ม พลางใช้นิ้วเรียวม้วนปลายผมตัวเองเล่นไปด้วย
ร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้ฉ่ำวาวด้วยแรงอารมณ์ เขาสะบัดมือออกเพียงนิดก่อนจะรวบเอวบางของเด็กแสบดึงเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนบดเบียดกันไร้ช่องว่าง “พี่เสือ... ใจร้อนจังเลยนะคะ” พิมพ์กระซิบชิดริมฝีปากหนา มือซนของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี “ใครกันแน่ที่เริ่มก่อน?” สิงหราชเค้นเสียงต่ำ เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดกับหน้าอกเขามันทำให้สติเขากระเจิดกระเจิง จนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาอุ้มร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะทำงานพร้อมกับอุกวาดปกรณ์วาดรูปราคาแพงออกไปอย่างไม่ใยดี พิมพ์พธูหัวเราะคิกคักในลำคอพลางอ้าขาออกกว้างเพื่อให้เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบผิวขาวเนียนของเธอจนดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่มีชีวิต “ไหนบอกจะให้พิมพ์ยืมปลั๊กพ่วงไงคะ? หรือจะให้พิมพ์พ่วงอย่างอื่นแทน” เธอโน้มตัวลงมางับติ่งหูของเขาเบาๆ ก่อนจะลากลิ้นผ่านรอยนูนของเส้นเลือดที่ลำคอ สิงหราชครางฮึ่มในลำคอ มือหนาเลื่อนขึ้นไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ในเมื่ออยากระบายสี... พี่ก็จะลงสีให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย!” สิงหราชคำรามก่อนจะโถมกายขยับขับกดตัวตนเข้าสู่ความคับแน่นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนสุดทางรัก พิมพ์พธูอ้าปากค้างพลางแอ่นอกรับความกระสันที่ถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง เสียงโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสั่นสะเทือนกึกก้องไปตามจังหวะการโถมกายของสิงหราช แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงนั้น ทำให้ร่างเล็กของพิมพ์พธูสั่นคลอนไปทั้งตัว มือหนาของเสือร้ายขยุ้มสะโพกมนไว้แน่นจนเกิดรอยนิ้วมือแดงจางๆ บนผิวขาวจัด เขาจงใจถอนตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะ กระแทกกลับเข้าไปจนมิดลำเอ็นร้อนผ่าว ย้ำลงบนจุดกระสันภายในซ้ำๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเฉอะแฉะน่าอาย "อื้อออ... พี่เสือ... แรงไปแล้ว... พิมพ์จะ... อ๊ะ! อ๊า!" เสียงหวานครางระงมไม่เป็นภาษา พิมพ์พธูแอ่นอกรับความกระสันขีดสุด ขาเรียวสวยเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น พยายามบดเบียดร่างกายเข้าหาความอุ่นร้อนที่เติมเต็มเธอจนจุกเสียด ทว่ายิ่งเธอรัดรึงเขามากเท่าไหร่ สิงหราชก็ยิ่งทวีความป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น "ตอดรัดแน่นขนาดนี้... อยากให้พี่ปล่อยข้างในใช่ไหมพิมพ์?" สิง
หลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ทำให้ผนังห้องดูบางลงถนัดตา สิงหราชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นปนร้อนรุ่ม พิมพ์พธูยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าใสซื่อในยามหลับใหลทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้เส้นผมดำขลับของเธอเบาๆ ใครจะคิดว่ายัยเด็กตัวเล็กขี้มูกโป่งในวันนั้น จะกลายเป็นสาวสะพรั่งที่เร่าร้อนและยั่วยวนได้ถึงเพียงนี้ หลังมื้อเช้าจบลง พิมพ์ก็เดินตามเขาต้อยๆ เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง “พี่เสือคะ วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?” เธอถามพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยเป็น 'เวทีรัก' เมื่อคืนนี้ “ทำสิ แต่วันนี้พี่อยากเปลี่ยนจากนางแบบในจินตนาการ มาเป็นนางแบบที่มีชีวิตจริงๆ บ้าง” สิงหราชตอบพลางหันจอคอมพิวเตอร์ไปทางเธอ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าคมคาย “นางแบบมีชีวิต? ใครคะ?” พิมพ์แกล้งทำหน้างง “ก็เธอไง พิมพ์พธู” เขาชี้ปากกาเลเซอร์ไปที่เธอ พิมพ์ตาโตก่อนจะหัวเราะคิกคัก “ว้าย! พี่เสือลามก! จะให้พิมพ์เป็นแบบชุดไหนคะ? ชุดนักศึกษาหรือชุดไหนดีคะ?” “ไม่จำเป็น พี่อยากวาดภาพความงามที่บริสุทธิ์แบบที่เห็นตอนเธอนอนเปลือยเปล่าในอ้อมกอดพี่มากกว่า”
เช้าวันจันทร์บรรยากาศในบ้านดูวุ่นวายกว่าปกติ แม่ของผมกำลังจัดกระเป๋าใบใหญ่ พลางกำชับสั่งเสียเรื่องงานบ้านงานเรือนราวกับจะไปเป็นปี ทั้งที่จริงแกแค่จะไปทัวร์ทำบุญเก้าวัดกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างจังหวัดเพียงหนึ่งสัปดาห์ “เสือ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะ กับข้าวในตู้เย็นมีเยอะแยะ อย่าพาน้องอดล่ะ” แม่หันมาสำทับผมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยสายตาจิกกัดแกมหยอก “ครับแม่ ผมโตแล้วนะ ไม่ปล่อยให้แขกอดตายหรอก” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนิ่งขรึม ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อหันไปสบตากับพิมพ์ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างแม่ “พิมพ์ไม่อดหรอกค่ะแม่ พี่เสือดูท่าทางจะดูแลพิมพ์ดีจะตายไป” คำพูดกำกวมของยัยเด็กแสบทำเอาผมสะอึก พิมพ์ส่งสายตาใสซื่อให้แม่ แต่พอแม่หันไปปิดกระเป๋า เธอกลับส่งสายตาเย้ายวนมาทางผมพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ มันเป็นท่าทางที่ดูไร้เดียงสาแต่โหยหาอยู่ในที ทันทีที่รถตู้ของกลุ่มแม่เคลื่อนพ้นรั้วบ้านไป ความเงียบก็นเข้าปกคลุม... แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่ ร่
แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างโร่ในห้องทำงานของสิงหราช แต่วันนี้สมาธิของเขากลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอตรงหน้าแล้ว ปากกาเลเซอร์ที่ใช้สำหรับวาดภาพถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี เมื่อหูของเขากำลังจดจ่ออยู่กับเสียงที่เล็ดลอดมาจากผนังห้องนอนที่กั้นกลางระหว่างเขากับพิมพ์พธู บ้านไม้กึ่งปูนหลังเก่าของแม่แม้จะดูแข็งแรง แต่ผนังห้องนอนที่รีโนเวทใหม่นั้นกลับบางกว่าที่คิด โดยเฉพาะในยามดึกสงัดที่เสียงเข็มนาฬิกาเดินยังได้ยินชัดเจน “อื้อ... อ๊ะ... ร้อนจัง” เสียงหวานที่เคยทักทายเขาอย่างสดใสเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นโทนเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ สิงหราชขยับแว่นสายตา หัวใจเต้นระรัว เขาพยายามจะบอกตัวเองว่าน้องอาจจะแค่ละเมอ หรืออากาศในกรุงเทพฯ มันร้อนเกินไปสำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเธอ แต่เสียงขยับตัวเสียดสีกับผ้าปูที่นอนและเสียงลมหายใจที่หอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น... มันฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังทำอะไร “พี่เสือ... พิมพ์... อื้อออ...” กรามของหนุ่มเนิร์ดบดเข้าหากันแน่น เมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากเล็กๆ นั่น จินตนาการในหัวของเขามันพุ่งพล่านยิ่งกว่าภาพว
สายตาของผมพร่าเบลอไปหมดจากการจ้องหน้าจอคอมฯมาทั้งคืน 'สิงหราช' หรือ 'เสือ' คือชื่อของผม หนุ่มเนิร์ดวัย 26 ที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการปั่นงานภาพวาดประกอบนิยายส่งสำนักพิมพ์และนักเขียนนิยาย ผมเป็นคนรักสันโดษ ชอบความเงียบ และที่สำคัญ... ผมชอบอยู่ในโลกจินตนาการที่มีแต่สาวสวยในลายเส้นฝีมือของตัวเอง มือข้างซ้ายของผมสาวลำเอ็นไปด้วย ในขณที่มือข้างขวาก็จับปากกาตวัดลายเส้นให้ภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดนเฉพาะจุดเร้นลับนั้นที่มันดูสมจริง จนคนวาดเกิดอารมณ์หลายต่อหลายครั้ง “อ่าส์..อึก...” เสียงผมครางแผ่วอื้ออึงในลำคอ จนสุดท้ายน้ำข้นเหนียวที่ผมกักเก็บมาทั้งเดือนถูกปลดปล่อยออกมาในที่สุด ใช่ครับทั้งเดือน ที่ผมไม่ออกไปไหน ไม่ได้ไปพบปะสาวเพื่อปลดปล่อย ด้วยเพราะว่างานใกล้ถึงกำหนดที่ต้องส่งลูกค้าแล้ว แต่โลกความจริงของผมกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อแม่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนไปตลาด "เสือ วันนี้หนูพิมพ์ลูกสาวน้าพรจะย้ายมาอยู่นะ น้องมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดูแลน้องด้วยล่ะ อย่าให้เสียชื่อพี่ชายคุณนายอรล่ะ" ผมได้แต่พยักหน้าส่งๆ ใจไม่คิดอะไร จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านด







