Masukหลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ทำให้ผนังห้องดูบางลงถนัดตา สิงหราชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นปนร้อนรุ่ม พิมพ์พธูยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าใสซื่อในยามหลับใหลทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้เส้นผมดำขลับของเธอเบาๆ ใครจะคิดว่ายัยเด็กตัวเล็กขี้มูกโป่งในวันนั้น จะกลายเป็นสาวสะพรั่งที่เร่าร้อนและยั่วยวนได้ถึงเพียงนี้
หลังมื้อเช้าจบลง พิมพ์ก็เดินตามเขาต้อยๆ เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง
“พี่เสือคะ วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?” เธอถามพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยเป็น 'เวทีรัก' เมื่อคืนนี้
“ทำสิ แต่วันนี้พี่อยากเปลี่ยนจากนางแบบในจินตนาการ มาเป็นนางแบบที่มีชีวิตจริงๆ บ้าง” สิงหราชตอบพลางหันจอคอมพิวเตอร์ไปทางเธอ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าคมคาย
“นางแบบมีชีวิต? ใครคะ?” พิมพ์แกล้งทำหน้างง
“ก็เธอไง พิมพ์พธู” เขาชี้ปากกาเลเซอร์ไปที่เธอ พิมพ์ตาโตก่อนจะหัวเราะคิกคัก
“ว้าย! พี่เสือลามก! จะให้พิมพ์เป็นแบบชุดไหนคะ? ชุดนักศึกษาหรือชุดไหนดีคะ?”
“ไม่จำเป็น พี่อยากวาดภาพความงามที่บริสุทธิ์แบบที่เห็นตอนเธอนอนเปลือยเปล่าในอ้อมกอดพี่มากกว่า”
คำพูดสองแง่สองง่ามทำเอาแก้วตากลมโตสั่นระริก แก้มใสแดงระเรื่อทันทีที่เข้าใจความหมาย “พี่เสือขี้แกล้ง!” เธอตีแขนเขาเบาๆ แต่แววตากลับฉายความท้าทาย
“จะวาดไหมล่ะ พี่กำลังมีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมเลยนะ” เขายักคิ้วให้
พิมพ์ลอบยิ้มยั่ว “ก็ได้ค่ะ แต่ต้องวาดให้สวยนะ ห้ามเอาไปขายสำนักพิมพ์ล่ะ”
“แน่นอน... ภาพนี้พี่จะเก็บไว้เชยชมคนเดียว”
สิงหราชจัดการล็อคกลอนประตูห้องทำงานอย่างแน่นหนา บรรยากาศเปลี่ยนเป็นคุกรุ่นด้วยความปรารถนาในทันที “เริ่มจาก... ถอดเสื้อตัวนั้นออกก่อนสิพิมพ์” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาคมเค้มนั้นกลับจ้องเขม็งมาที่เธอ
พิมพ์พธูค่อยๆ รูดชายเสื้อกล้ามตัวบางขึ้น เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจรัวถี่ สิงหราชกลืนน้ำลายลงคอพลางเริ่มตวัดปากกาลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบไล้ไปตามเนินเนื้อขาวผ่อง หน้าท้องแบนราบ และสะโพกผายที่รับกับเรียวขาสวย
“ไม่ต้องเกร็งนะ... ทำตัวตามสบาย... หรือถ้าอยากให้ สบายกว่านี้ จะถอดที่เหลือออกพี่ก็ไม่ว่า” เขาเอ่ยแซวพร้อมลูบไล้ต้นขาเนียน
พิมพ์หันมาสบตาเขา ดวงตาเชื่อมโยงฉ่ำวาว “พี่เสือคะ แบบนี้มันจะวาดเสร็จได้ยังไง พิมพ์ว่าเรามาระบายสีกันสดๆ เลยดีกว่าไหม”
เธอโน้มตัวเข้าหา ปล่อยให้หน้าอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับอกแกร่ง พลางแกะกระดุมเสื้อเขาออกทีละเม็ดจนเผยให้เห็นแผงหน้าอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม พิมพพธูค่อยคุกเข่าลงต่อหน้าเสือร้ายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน มือเรียวเล็กปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของเขาออกจนลำแท่งยักษ์ดีดตัวผงาดง้ำสู้สายตา
“ใหญ่จัง” เสียงครางแผ่วพร้อมกับลอบกลืนน้ำลายกับความใหญ่โตที่ปูดโป่งไปด้วยเส้นเลือด เธอใช้ปลายนิ้วเขี่ยวนที่ส่วนปลายที่มีหยาดน้ำใสเอ่อล้น ก่อนจะค่อยๆ อ้าปากละเลียดดูดกลืนส่วนหัวหยักบานเข้าไปในโพรงปากอุ่นนุ่ม
“อึก... พิมพ์...” สิงหราชครางต่ำ ขยุ้มกลุ่มผมดำสนิทของเธอไว้แน่นเมื่อลิ้นเล็กเริ่มตวัดรัดรึงและดูดดึงตัวตนของเขาอย่างหิวกระหาย เสียงแฉะชื้นจากการปรนเปรอด้วยเรียวปากเล็กทำเอาเขาแทบคลั่ง เลือดในกายสูบฉีดจนลำเอ็นร้อนผ่าวขยายตัวจนคับปากเธอ
ร่างสูงทนรับสัมผัสสยิวไม่ไหวอีกต่อไป สิงหราชรวบเอวบางแล้วอุ้มร่างเล็กขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับความเย็นของโต๊ะตัดกับความร้อนแรงของร่างกายเขา เขางัดเรียวขาสวยแยกออกกว้างก่อนจะจ่อประชิดความแข็งขืนเข้ากับกลีบเกสรที่แฉะเยิ้มไม่แพ้กัน
ร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้ฉ่ำวาวด้วยแรงอารมณ์ เขาสะบัดมือออกเพียงนิดก่อนจะรวบเอวบางของเด็กแสบดึงเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนบดเบียดกันไร้ช่องว่าง “พี่เสือ... ใจร้อนจังเลยนะคะ” พิมพ์กระซิบชิดริมฝีปากหนา มือซนของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี “ใครกันแน่ที่เริ่มก่อน?” สิงหราชเค้นเสียงต่ำ เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดกับหน้าอกเขามันทำให้สติเขากระเจิดกระเจิง จนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาอุ้มร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะทำงานพร้อมกับอุกวาดปกรณ์วาดรูปราคาแพงออกไปอย่างไม่ใยดี พิมพ์พธูหัวเราะคิกคักในลำคอพลางอ้าขาออกกว้างเพื่อให้เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบผิวขาวเนียนของเธอจนดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่มีชีวิต “ไหนบอกจะให้พิมพ์ยืมปลั๊กพ่วงไงคะ? หรือจะให้พิมพ์พ่วงอย่างอื่นแทน” เธอโน้มตัวลงมางับติ่งหูของเขาเบาๆ ก่อนจะลากลิ้นผ่านรอยนูนของเส้นเลือดที่ลำคอ สิงหราชครางฮึ่มในลำคอ มือหนาเลื่อนขึ้นไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ในเมื่ออยากระบายสี... พี่ก็จะลงสีให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย!” สิงหราชคำรามก่อนจะโถมกายขยับขับกดตัวตนเข้าสู่ความคับแน่นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนสุดทางรัก พิมพ์พธูอ้าปากค้างพลางแอ่นอกรับความกระสันที่ถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง เสียงโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสั่นสะเทือนกึกก้องไปตามจังหวะการโถมกายของสิงหราช แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงนั้น ทำให้ร่างเล็กของพิมพ์พธูสั่นคลอนไปทั้งตัว มือหนาของเสือร้ายขยุ้มสะโพกมนไว้แน่นจนเกิดรอยนิ้วมือแดงจางๆ บนผิวขาวจัด เขาจงใจถอนตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะ กระแทกกลับเข้าไปจนมิดลำเอ็นร้อนผ่าว ย้ำลงบนจุดกระสันภายในซ้ำๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเฉอะแฉะน่าอาย "อื้อออ... พี่เสือ... แรงไปแล้ว... พิมพ์จะ... อ๊ะ! อ๊า!" เสียงหวานครางระงมไม่เป็นภาษา พิมพ์พธูแอ่นอกรับความกระสันขีดสุด ขาเรียวสวยเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น พยายามบดเบียดร่างกายเข้าหาความอุ่นร้อนที่เติมเต็มเธอจนจุกเสียด ทว่ายิ่งเธอรัดรึงเขามากเท่าไหร่ สิงหราชก็ยิ่งทวีความป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น "ตอดรัดแน่นขนาดนี้... อยากให้พี่ปล่อยข้างในใช่ไหมพิมพ์?" สิง
หลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ทำให้ผนังห้องดูบางลงถนัดตา สิงหราชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นปนร้อนรุ่ม พิมพ์พธูยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าใสซื่อในยามหลับใหลทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้เส้นผมดำขลับของเธอเบาๆ ใครจะคิดว่ายัยเด็กตัวเล็กขี้มูกโป่งในวันนั้น จะกลายเป็นสาวสะพรั่งที่เร่าร้อนและยั่วยวนได้ถึงเพียงนี้ หลังมื้อเช้าจบลง พิมพ์ก็เดินตามเขาต้อยๆ เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง “พี่เสือคะ วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?” เธอถามพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยเป็น 'เวทีรัก' เมื่อคืนนี้ “ทำสิ แต่วันนี้พี่อยากเปลี่ยนจากนางแบบในจินตนาการ มาเป็นนางแบบที่มีชีวิตจริงๆ บ้าง” สิงหราชตอบพลางหันจอคอมพิวเตอร์ไปทางเธอ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าคมคาย “นางแบบมีชีวิต? ใครคะ?” พิมพ์แกล้งทำหน้างง “ก็เธอไง พิมพ์พธู” เขาชี้ปากกาเลเซอร์ไปที่เธอ พิมพ์ตาโตก่อนจะหัวเราะคิกคัก “ว้าย! พี่เสือลามก! จะให้พิมพ์เป็นแบบชุดไหนคะ? ชุดนักศึกษาหรือชุดไหนดีคะ?” “ไม่จำเป็น พี่อยากวาดภาพความงามที่บริสุทธิ์แบบที่เห็นตอนเธอนอนเปลือยเปล่าในอ้อมกอดพี่มากกว่า”
เช้าวันจันทร์บรรยากาศในบ้านดูวุ่นวายกว่าปกติ แม่ของผมกำลังจัดกระเป๋าใบใหญ่ พลางกำชับสั่งเสียเรื่องงานบ้านงานเรือนราวกับจะไปเป็นปี ทั้งที่จริงแกแค่จะไปทัวร์ทำบุญเก้าวัดกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างจังหวัดเพียงหนึ่งสัปดาห์ “เสือ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะ กับข้าวในตู้เย็นมีเยอะแยะ อย่าพาน้องอดล่ะ” แม่หันมาสำทับผมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยสายตาจิกกัดแกมหยอก “ครับแม่ ผมโตแล้วนะ ไม่ปล่อยให้แขกอดตายหรอก” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนิ่งขรึม ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อหันไปสบตากับพิมพ์ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างแม่ “พิมพ์ไม่อดหรอกค่ะแม่ พี่เสือดูท่าทางจะดูแลพิมพ์ดีจะตายไป” คำพูดกำกวมของยัยเด็กแสบทำเอาผมสะอึก พิมพ์ส่งสายตาใสซื่อให้แม่ แต่พอแม่หันไปปิดกระเป๋า เธอกลับส่งสายตาเย้ายวนมาทางผมพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ มันเป็นท่าทางที่ดูไร้เดียงสาแต่โหยหาอยู่ในที ทันทีที่รถตู้ของกลุ่มแม่เคลื่อนพ้นรั้วบ้านไป ความเงียบก็นเข้าปกคลุม... แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่ ร่
แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างโร่ในห้องทำงานของสิงหราช แต่วันนี้สมาธิของเขากลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอตรงหน้าแล้ว ปากกาเลเซอร์ที่ใช้สำหรับวาดภาพถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี เมื่อหูของเขากำลังจดจ่ออยู่กับเสียงที่เล็ดลอดมาจากผนังห้องนอนที่กั้นกลางระหว่างเขากับพิมพ์พธู บ้านไม้กึ่งปูนหลังเก่าของแม่แม้จะดูแข็งแรง แต่ผนังห้องนอนที่รีโนเวทใหม่นั้นกลับบางกว่าที่คิด โดยเฉพาะในยามดึกสงัดที่เสียงเข็มนาฬิกาเดินยังได้ยินชัดเจน “อื้อ... อ๊ะ... ร้อนจัง” เสียงหวานที่เคยทักทายเขาอย่างสดใสเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นโทนเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ สิงหราชขยับแว่นสายตา หัวใจเต้นระรัว เขาพยายามจะบอกตัวเองว่าน้องอาจจะแค่ละเมอ หรืออากาศในกรุงเทพฯ มันร้อนเกินไปสำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเธอ แต่เสียงขยับตัวเสียดสีกับผ้าปูที่นอนและเสียงลมหายใจที่หอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น... มันฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังทำอะไร “พี่เสือ... พิมพ์... อื้อออ...” กรามของหนุ่มเนิร์ดบดเข้าหากันแน่น เมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากเล็กๆ นั่น จินตนาการในหัวของเขามันพุ่งพล่านยิ่งกว่าภาพว
สายตาของผมพร่าเบลอไปหมดจากการจ้องหน้าจอคอมฯมาทั้งคืน 'สิงหราช' หรือ 'เสือ' คือชื่อของผม หนุ่มเนิร์ดวัย 26 ที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการปั่นงานภาพวาดประกอบนิยายส่งสำนักพิมพ์และนักเขียนนิยาย ผมเป็นคนรักสันโดษ ชอบความเงียบ และที่สำคัญ... ผมชอบอยู่ในโลกจินตนาการที่มีแต่สาวสวยในลายเส้นฝีมือของตัวเอง มือข้างซ้ายของผมสาวลำเอ็นไปด้วย ในขณที่มือข้างขวาก็จับปากกาตวัดลายเส้นให้ภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดนเฉพาะจุดเร้นลับนั้นที่มันดูสมจริง จนคนวาดเกิดอารมณ์หลายต่อหลายครั้ง “อ่าส์..อึก...” เสียงผมครางแผ่วอื้ออึงในลำคอ จนสุดท้ายน้ำข้นเหนียวที่ผมกักเก็บมาทั้งเดือนถูกปลดปล่อยออกมาในที่สุด ใช่ครับทั้งเดือน ที่ผมไม่ออกไปไหน ไม่ได้ไปพบปะสาวเพื่อปลดปล่อย ด้วยเพราะว่างานใกล้ถึงกำหนดที่ต้องส่งลูกค้าแล้ว แต่โลกความจริงของผมกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อแม่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนไปตลาด "เสือ วันนี้หนูพิมพ์ลูกสาวน้าพรจะย้ายมาอยู่นะ น้องมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดูแลน้องด้วยล่ะ อย่าให้เสียชื่อพี่ชายคุณนายอรล่ะ" ผมได้แต่พยักหน้าส่งๆ ใจไม่คิดอะไร จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านด







